- หน้าแรก
- เกิดใหม่ทั้งที ดันกลายเป็นนายน้อยจอมวายร้ายไปซะได้
- บทที่ 514 เครื่องมือมนุษย์
บทที่ 514 เครื่องมือมนุษย์
บทที่ 514 เครื่องมือมนุษย์
เปี่ยนซูเหวินหยิบซองผงยาขึ้นมา เดินตรงไปยังเตียง แล้วยื่นมือออกไปจี้จุดคลายชีพจรให้เส้าหว่านหว่าน
เปลือกตาของเส้าหว่านหว่านกระตุกเล็กน้อย ก่อนที่เธอจะค่อยๆรู้สึกตัวตื่นขึ้น
ภาพแรกที่ปรากฏแก่สายตาคือใบหน้าของเปี่ยนซูเหวินและมู่หนานจือ
เส้าหว่านหว่านตกใจสุดขีด พยายามจะลุกหนี แต่ร่างกายกลับขยับไม่ได้แม้แต่นิ้วเดียว
“นางมารอย่างเธอก็รู้จักคำว่า ‘กลัว’ ด้วยสินะ?” เปี่ยนซูเหวินแค่นยิ้มเย็นชาเมื่อเห็นท่าทางตื่นตระหนกของอีกฝ่าย
“เปี่ยนซูเหวิน ข้าขอเตือนว่าอย่าคิดทำอะไรบ้าๆ ไม่อย่างนั้นหากท่านบรรพชนของข้ารู้เข้า เจ้าเจอดีแน่” เส้าหว่านหว่านขู่กลับ
“คลิปของหนานจือล่ะ? ส่งต้นฉบับและสำเนาทั้งหมดมาเดี๋ยวนี้” เปี่ยนซูเหวินมีพี่ใหญ่คอยหนุนหลัง จึงไม่เกรงกลัวคำขู่ของเส้าหว่านหว่านแม้แต่น้อย
เส้าหว่านหว่านใจหายวาบ
นางไม่ได้ถ่ายคลิปไว้จริงๆ เพียงโกหกเพื่อใช้เป็นข้อต่อรองควบคุมมู่หนานจือเท่านั้นเอง
“จะให้ก็ได้ แต่เจ้าต้องปล่อยข้าก่อน” เส้าหว่านหว่านหัวไว รีบต่อรองทันที
“เห็นฉันเป็นเด็กสามขวบหรือไง?” เปี่ยนซูเหวินเบ้ปากด้วยความดูแคลน ก่อนจะตวาดเสียงเข้ม
“ความอดทนฉันมีจำกัดนะ จะส่งคลิปมาดีๆหรือไม่?”
“ปล่อยข้าก่อน ไม่เช่นนั้นก็อย่าหวังเลย” เส้าหว่านหว่านทำใจดีสู้เสือ เชิดหน้าท้าทาย
“ดี! รนหาที่เองนะ งั้นก็อย่าโทษฉันแล้วกัน” เปี่ยนซูเหวินพูดจบก็หยิบซองผงยาในมือขึ้นมา เตรียมจะกรอกใส่ปากเส้าหว่านหว่าน
“เดี๋ยวก่อน! หยุด! ข้าไม่ได้พกยาแก้พิษมา!” เส้าหว่านหว่านจำได้แม่นว่าผงยานั่นคืออะไร ใบหน้าซีดเผือดลงทันตา รีบร้องห้ามเสียงหลง
ได้ยินดังนั้น มู่หนานจือก็ขบเขี้ยวเคี้ยวฟันด้วยความแค้น... ประโยคนี้มันช่างคุ้นหูเหลือเกิน...
“ฉันไม่ได้กะจะแก้พิษให้เธออยู่แล้ว จะเอายาแก้ไปทำไม?” เปี่ยนซูเหวินบีบคางเส้าหว่านหว่านแน่น
“เปี่ยนซูเหวิน! หากเจ้าสังหารข้า ท่านบรรพชนจะไม่ปล่อยเจ้าไว้แน่!” เส้าหว่านหว่านรีบขู่
“วางใจเถอะ ถึงจะไม่มียาแก้ แต่รับรองว่าเธอไม่ตายหรอก” เปี่ยนซูเหวินขยิบตาอย่างมีเลศนัย
เส้าหว่านหว่านเข้าใจความหมายแฝงนั้นทันที ความหวาดกลัวจับขั้วหัวใจจนต้องร้องขอชีวิต
“เปี่ยนซูเหวิน ข้าขอร้อง อย่าทำกับข้าแบบนี้เลย”
“นางมารอย่างเธอแคร์เรื่องพรรค์นี้ด้วยเหรอ?” เปี่ยนซูเหวินเห็นท่าทีตื่นกลัวของเส้าหว่านหว่านก็มั่นใจว่าสิ่งที่เธอคาดเดาไว้ถูกต้อง นางมารคนนี้... ยังบริสุทธิ์อยู่
“มู่หนานจือ ข้าไม่ได้ตั้งใจจริงๆ วันนั้นข้าเพียงจะกลั่นแกล้งเจ้าเล่น ไม่นึกว่าเรื่องมันจะบานปลายกลายเป็นแบบนั้น” เส้าหว่านหว่านรู้ว่าคุยกับเปี่ยนซูเหวินไม่รู้เรื่อง จึงหันไปอ้อนวอนมู่หนานจือแทน
“คำว่า ‘ไม่ได้ตั้งใจ’ มันลบล้างสิ่งที่เกิดขึ้นได้งั้นเหรอ?” ขอบตาของมู่หนานจือแดงก่ำ
เธอควรจะได้มอบร่างกายที่บริสุทธิ์ผุดผ่องให้กับชายคนรัก แต่เพราะความสนุกชั่ววูบของเส้าหว่านหว่านทำให้เธอต้องมีมลทิน
แม้เขาจะบอกว่าไม่ถือสา แต่มู่หนานจือก็ยังคงเจ็บปวดลึกๆในใจ
เรื่องนั้นเปรียบเสมือนหนามที่ทิ่มแทงหัวใจเธอ ไม่ว่าจะทำยังไงก็ดึงไม่ออก
“เจ้าจะตัดมือข้าทิ้งสักข้างก็ได้ แต่ได้โปรดอย่าทำกับข้าด้วยวิธีเดียวกันนี้เลย ถือว่าข้าขอร้องล่ะ” เส้าหว่านหว่านพูดปนสะอื้น
“ผู้ชายที่เธอจับตัวมาวันนั้นคือใคร? ฉันต้องการข้อมูลของเขา” มู่หนานจือถามเสียงแข็ง
“ฉัน... ฉันไม่รู้จักเขาหรอก ก็แค่สุ่มจับมามั่วๆ” เส้าหว่านหว่านไหนเลยจะกล้าพาดพิงถึงท่านบรรพชน
“เธอ!” มู่หนานจือโกรธจนตัวสั่น
เธออุตส่าห์หวังว่าถ้าเส้าหว่านหว่านบอกชื่อมา เธอจะได้ไปตามล้างแค้นผู้ชายคนนั้น แต่ดันมาบอกว่าไม่รู้จักเนี่ยนะ?
“ข้าจำหน้าเขาได้ หากเจ้าปล่อยข้าไป ข้าสัญญาว่าจะตามตัวเขามาให้” เส้าหว่านหว่านยื่นข้อเสนอ
“เลิกเพ้อเจ้อได้แล้ว คิดว่าพวกเราโง่นักเหรอ?” เปี่ยนซูเหวินพูดแทรกขึ้นมา แล้วถามย้ำอีกครั้ง
“คลิปของหนานจือ จะส่งมาดีๆหรือไม่?”
“ปล่อยข้าก่อน ไม่งั้นก็อย่าหวังจะได้ หากเจ้าแตะต้องข้าแม้แต่ปลายเล็บ ข้าจะปล่อยคลิปให้ว่อนเน็ตเลยคอยดู” เส้าหว่านหว่านยังคงปากแข็ง
“ได้ งั้นเอาแบบแฟร์ๆแล้วกัน เธอมีจุดอ่อนของหนานจือ หนานจือก็ควรมีจุดอ่อนของเธอเหมือนกัน แบบนี้เธอจะได้ไม่กล้าปล่อยคลิปมั่วซั่ว”
เปี่ยนซูเหวินเห็นว่าได้เวลาสมควรแล้ว ไม่อยากเสียเวลาต่อปากต่อคำกับเส้าหว่านหว่านอีก เธอจึงบีบคางเส้าหว่านหว่านให้อ้าปาก แล้วกรอกผงยาลงไปจนหมดซอง
“เปี่ยนซูเหวิน นังสารเลว! ข้าขอสาปแช่งให้เจ้าโดนผู้ชายทิ้ง ร้องไห้ฟูมฟายจนต้องผูกคอตาย...” เส้าหว่านหว่านรู้ว่าไม่มีทางรอด จึงก่นด่าสาปแช่งไม่หยุด
นางรู้ว่าเปี่ยนซูเหวินคบหาอยู่กับท่านบรรพชน และท่านบรรพชนก็ทำไปเพื่อแก้แค้นหุบเขาโอสถสวรรค์ที่เป็นศัตรูคู่อาฆาต นางจึงมั่นใจว่าจุดจบของเปี่ยนซูเหวินย่อมไม่สวยหรูแน่นอน
“จะจัดการกับนางมารอย่างเธอไม่จำเป็นต้องมีคุณธรรมหรอก ส่วนเรื่องฉันจะโดนทิ้งไหม... เก็บความหวังดีของเธอไว้เถอะ ฉันกับแฟนรักกันดี” เปี่ยนซูเหวินไม่สะเทือนกับคำสาปแช่งนั้นสักนิด
เส้าหว่านหว่านโกรธจัด อยากจะด่าทอต่อ แต่ฤทธิ์ยาเริ่มทำงาน ลิ้นแข็งพูดไม่เป็นคำ สายตาพร่ามัว
ภาพตรงหน้าเป็นสาวสวยสองคน แต่ในสายตาของเส้าหว่านหว่านตอนนี้กลับมองเห็นเป็นชายหนุ่มสองคนไปเสียแล้ว...
เส้าหว่านหว่านเข้าใจถึงฤทธิ์ยานี้ดี รู้ว่าเป็นภาพหลอน แต่ก็ไม่อาจควบคุมตัวเองได้ โชคดีที่ร่างกายยังถูกสกัดจุดไว้ ไม่อย่างนั้นคงพุ่งเข้าไปหาแล้ว
เปี่ยนซูเหวินช้อนร่างเส้าหว่านหว่านขึ้น แล้วเดินมุ่งหน้าไปยังประตูเชื่อมระหว่างห้อง
“เธออยากดูตอนเส้าหว่านหว่านโดนข่มเหงแล้วถ่ายคลิปเก็บไว้ด้วยตัวเองไหม?” เปี่ยนซูเหวินหันมาถามมู่หนานจือขณะเดินไปได้ไม่กี่ก้าว
“มะ... ไม่เอาดีกว่า” มู่หนานจือส่ายหน้า
ใจจริงเธอก็อยากเห็นเส้าหว่านหว่านได้รับบทเรียน แต่ถ้าไปดู ก็ต้องเห็นแฟนของเปี่ยนซูเหวินด้วย
ไม่อยากทำตัวเสียมารยาทและทำลายสายตาตัวเอง เธอจึงล้มเลิกความคิดนั้นไป
...
ในห้องอีกฝั่งหนึ่ง
หวังฮ่าวหรานใช้ตาทิพย์ส่องดูเหตุการณ์ทั้งหมด ถึงกับอ้าปากค้าง
‘นี่พวกเธอเห็นฉันเป็น ‘เครื่องมือมนุษย์’ จริงๆเหรอเนี่ย?’
กรณีเส้าหว่านหว่านเมื่อคราวก่อนยังพอเข้าใจได้ แต่เปี่ยนซูเหวินนี่สิ... คิดอะไรของเธออยู่? ทำไมถึงทำแบบนี้?
หรือว่า... นี่จะเป็นอิทธิฤทธิ์ของ ‘การ์ดสัมผัสประสบการณ์ปาฏิหาริย์ตัวเอก’ อีกใบที่เหลืออยู่?
หวังฮ่าวหรานเริ่มตั้งข้อสังเกต
เปี่ยนซูเหวินไม่ใช่คนหัวรุนแรง แม้จะอยากแก้แค้นแทนเพื่อนรัก แต่วิธีการมีตั้งร้อยแปดพันเก้า
ทำไมถึงเจาะจงเลือกวิธีนี้? มันดูแปลกประหลาดเกินไป
แม้ว่าผลลัพธ์มันจะดูเข้าท่าดีก็เถอะ...
ในระหว่างที่กำลังครุ่นคิด เปี่ยนซูเหวินก็อุ้มเส้าหว่านหว่านที่กำลังสะลึมสะลือเข้ามาในห้องแล้ว
หวังฮ่าวหรานกลัวความแตกจึงรีบหลับตา นอนตัวตรงแด่ว แกล้งตายสนิท
‘ไอ้การ์ดปาฏิหาริย์บ้านี่มันหลอกลวงผู้บริโภคชัดๆ!’
เขาอุตส่าห์วาดฝันว่าจะได้เจอเหตุการณ์แบบ... ตกหน้าผาแล้วไม่ตายไปเจอคัมภีร์ลับฝึกเซียนอะไรทำนองนั้น แต่ดูจากสถานการณ์ตอนนี้...
การ์ดใบที่สองนี่ให้ผลลัพธ์ไม่ต่างจากใบแรกเลย... ทำไมไม่เปลี่ยนชื่อเป็นการ์ด ‘จับกด’ ไปซะให้รู้แล้วรู้รอด! นี่มันปาฏิหาริย์ตรงไหนเนี่ย!
บ่นไปก็เท่านั้น ตอนนี้ลูกธนูขึ้นสายแล้ว... จะเอายังไงต่อดี?
ลุกขึ้นสู้เพื่อศักดิ์ศรี?
หรือจะนอนนิ่งๆยอมตกเป็นเหยื่อให้พวกเธอ ‘ใช้งาน’ ตามใจชอบ?
*****