- หน้าแรก
- เกิดใหม่ทั้งที ดันกลายเป็นนายน้อยจอมวายร้ายไปซะได้
- บทที่ 512 มนุษย์ช่างตื้นเขิน
บทที่ 512 มนุษย์ช่างตื้นเขิน
บทที่ 512 มนุษย์ช่างตื้นเขิน
ความรู้สึกของฉินฟานนั้นขมขื่นจนบรรยายไม่ถูก
ถ้าว่าที่น้องเขยคนนี้ไปคว้าสาวสวยระดับเทพธิดาที่ไหนไม่รู้มาได้ เขาคงไม่รู้สึกเจ็บปวดรวดร้าวขนาดนี้
แต่ประเด็นสำคัญมันอยู่ที่ว่า... ผู้หญิงคนนั้นคือหนึ่งในลูกศิษย์สาวที่เขาหมายปองไว้
ฉินฟานรู้จักนิสัยใจคอของมู่หนานจือเป็นอย่างดี เธอไม่ใช่ผู้หญิงใจง่ายที่ใครจะมาเอาเปรียบได้
เขาประเมินไว้ว่าเธอไม่น่าจะเคยมีแฟนมาก่อนด้วยซ้ำ อะไรที่ควรจะอยู่ครบก็คงครบถ้วนสมบูรณ์
แต่จากนี้ไป... ทุกอย่างที่เธอเก็บรักษามาอย่างดี คงจะถูกว่าที่น้องเขยเขา ‘เด็ด’ ไปเชยชมจนหมดสิ้น
ในใจของฉินฟานเต็มไปด้วยความอิจฉาริษยาที่คุกรุ่น
จะว่าไปแล้ว... รสนิยมของลูกศิษย์สาวคนนี้ทำไมถึงได้ธรรมดานัก? ทั้งที่เธอมีความเชี่ยวชาญในศาสตร์ฮวงจุ้ยระดับสูง เป็นถึงบุคคลที่เหล่าผู้มีอำนาจในเมืองหลวงต่างให้ความเคารพนับถือ... ทำไมถึงมาตกม้าตาย คว้าไอ้หนุ่มลูกเศรษฐีมาทำแฟน?
เธอไม่ได้ขัดสนเรื่องเงินทองสักหน่อย แล้วเธอชอบอะไรในตัวว่าที่น้องเขยของเขา?
ดูๆไปแล้ว นอกจากหน้าตาที่หล่อเหลาเอาการ นอกนั้นเขาก็ไม่เห็นว่ามันจะมีดีอะไรสักอย่าง
มองคนแค่หน้าตา... ผู้หญิงนี่มันเป็นสิ่งมีชีวิตที่ตื้นเขินจริงๆ!
ฉินฟานก่นด่าด้วยความโกรธเคืองในใจ
ตัวเขามีความสามารถรอบด้านสารพัด สิ่งเดียวที่ด้อยกว่าก็แค่... หน้าตาที่ธรรมดาไปหน่อยเท่านั้นเอง
“อาจารย์?” มู่หนานจือเห็นฉินฟานนั่งเหม่อลอย จึงเอ่ยเรียกด้วยความสงสัย
ฉินฟานสะดุ้งตื่นจากภวังค์ ฝืนยิ้มแห้งๆออกมา ชนแก้วกับเธอ ก่อนจะจิบไวน์แดงเข้าไปตามมารยาท
ขม... ขมไปทั้งปากและหัวใจ
เมื่อครู่ตอนที่ดื่มไวน์แก้วนี้ เขายังรู้สึกว่ารสชาติมันกลมกล่อมดีแท้ๆ แต่ทำไมตอนนี้มันถึงได้รสชาติแย่จนแทบกลืนไม่ลงขนาดนี้
สิ่งเดียวที่พอจะปลอบประโลมใจฉินฟานได้บ้างก็คือ การที่หวังฮ่าวหรานได้หญิงงามมาครองคงจะทำให้เขารู้สึกซาบซึ้งใจและสำนึกบุญคุณต่อฉินฟานเป็นพิเศษ ซึ่งนั่นหมายความว่าหวังฮ่าวหรานจะยิ่งทุ่มเทช่วยเหลือในการไปพูดขอร้องตั้นไท่เหยาเยว่ให้ยกโทษให้มากขึ้น
มู่หนานจือไม่ใช่คนคอแข็ง แต่ด้วยความดีใจที่ได้เจอกับอาจารย์ จึงเผลอกระดกไวน์เข้าไปอึกใหญ่จนสำลักออกมาเล็กน้อย
“แค่กๆๆ”
หวังฮ่าวหรานหยิบทิชชูออกมา ซับคราบไวน์ที่มุมปากเธออย่างอ่อนโยน
“ค่อยๆดื่มสิครับ” เขาพูดด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล พลางใช้นิ้วเขี่ยจมูกอันบอบบางของเธอเล่นเบาๆ
ใบหน้าของมู่หนานจือแดงซ่าน ไม่รู้ว่าเป็นเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์หรือเพราะสัมผัสอันอ่อนโยนของเขากันแน่
[ติ๊ง! โฮสต์ทำให้จิตใจของตัวเอก ‘ฉินฟาน’ ได้รับการกระทบกระเทือน ได้รับแต้มวายร้าย 800 แต้ม, ออร่าตัวเอกของฉินฟาน -40, ออร่าตัวร้ายของโฮสต์ +40!]
ฉินฟานทนดูภาพบาดตาบาดใจต่อไปไม่ไหว ลุกขึ้นยืนทันที “ฉันมีธุระต้องไปทำต่อ ขอตัวก่อนนะ”
พูดจบ เขาก็เดินจากไปด้วยสีหน้าอมทุกข์ กลับไปยังห้องอาหารที่หม่าหงเซิงรออยู่
หวังฮ่าวหรานเช็กข้อความแจ้งเตือนจากระบบที่เด้งรัวๆเมื่อครู่ แล้วยิ้มออกมาด้วยความพอใจ
ปฏิกิริยาของฉินฟานเป็นไปตามคาด ถึงจะอิจฉาตาร้อนจนแทบกระอักเลือด แต่ก็ยังไม่มีความแค้นเคืองอาฆาตมาดร้ายเกิดขึ้น
ทุกอย่างดำเนินไปตามแผนที่เขาวางไว้เป๊ะๆ
หลังจากฉินฟานออกไปแล้ว คู่รักข้าวใหม่ปลามันก็ทานมื้อค่ำกันต่อจนเสร็จ
หวังฮ่าวหรานขับรถไปส่งมู่หนานจือที่โรงแรมจินฮ่าว ระหว่างทางเขาไม่ได้ทำตัวรุ่มร่ามหรือเรียกร้องอะไรที่เกินเลย
ด้วยปมในใจ มู่หนานจือจึงค่อนข้างอ่อนไหว การที่หวังฮ่าวหรานรักษาระยะห่างและให้เกียรติเธอแบบนี้ จึงทำให้เธอรู้สึกสบายใจและประทับใจมากยิ่งขึ้น
หลังจากร่ำลากัน มู่หนานจือก็เดินตัวปลิวกลับห้องพักด้วยหัวใจพองโต
“ฉันนึกว่าคืนนี้เธอจะไม่กลับมาซะอีก” เปี่ยนซูเหวินเปิดประตูรับพร้อมแซวเพื่อนสาวด้วยรอยยิ้ม
“คิดบ้าอะไรของเธอ เพิ่งเจอกันวันแรกเอง จะไปไวขนาดนั้นได้ยังไง” มู่หนานจือค้อนขวับ
“ดูอารมณ์ดีเชียวนะ ท่าทางทุกอย่างจะราบรื่น ไหนเล่ามาซิ สถานะตอนนี้เป็นยังไงกันแล้ว?” เปี่ยนซูเหวินเริ่มเปิดโหมดนักสืบ
มู่หนานจือเขินอายเกินกว่าจะเล่ารายละเอียด จึงตอบเลี่ยงๆว่า “ตกลงคบเป็นแฟนกันแล้ว”
“รู้จักกันวันเดียวเป็นแฟนกันแล้ว? รีบจังนะแม่คุณ” เปี่ยนซูเหวินแทบไม่อยากเชื่อ
“ฉันก็ไม่อยากจะใจเร็วนักหรอก แต่กลัวว่าถ้าปฏิเสธไปจะเสียโอกาสดีๆ ก็เลย...” มู่หนานจือแก้ตัวเสียงอ่อย
“เอาเถอะๆ ฉันไม่ได้จะหัวเราะเยาะสักหน่อย ยินดีด้วยซ้ำ” เปี่ยนซูเหวินหยุดแซว
“แล้วเมื่อไหร่จะพาแฟนเธอมาเปิดตัวล่ะ?” มู่หนานจือนึกขึ้นได้จึงถามกลับบ้าง
“เรื่องนั้นไม่ต้องรีบหรอก จัดการเรื่องใหญ่ให้เสร็จก่อนดีกว่า” สีหน้าของเปี่ยนซูเหวินเปลี่ยนเป็นจริงจัง
มู่หนานจือเข้าใจความหมายทันที “มีข่าวแล้วเหรอ?”
“อืม” เปี่ยนซูเหวินพยักหน้า “ฉันได้ข้อมูลที่แน่นอนมาแล้ว ตอนนี้เส้าหว่านหว่านปลอมตัวไปเรียนต่อปริญญาโทที่วิทยาลัยครูชิงหลิง ไม่รู้ว่ายัยนั่นวางแผนอะไรอยู่”
“แต่นั่นไม่สำคัญ ที่สำคัญคือตอนนี้เธออยู่ตัวคนเดียว พวกเราอยู่ในที่ลับ ส่วนเธออยู่ในที่แจ้ง สถานการณ์แบบนี้เข้าทางแผนการของเราพอดี”
“เธอมั่นใจนะว่าจะจัดการเส้าหว่านหว่านได้?” มู่หนานจือกังวล กลัวจะแหวกหญ้าให้งูตื่น ถ้าเส้าหว่านหว่านจนตรอกแล้วปล่อยคลิปนั้นออกมา ทุกอย่างจะพังพินาศ
ถ้าแค่เสียชื่อเสียง เธอยังพอรับไหว แต่ถ้าต้องเสียแฟนหนุ่มที่เพิ่งคบกันไป... เธอคงรับไม่ได้
“ถ้าสู้กันซึ่งหน้าฉันอาจจะไม่มั่นใจเท่าไหร่ แต่ถ้าใช้วิธีสกปรก... ฉันมั่นใจเต็มร้อย อีกอย่างฉันยังมีผู้ช่วยด้วย” เปี่ยนซูเหวินยิ้มอย่างมั่นใจ
“งั้นก็ดีแล้ว” มู่หนานจือโล่งอก
จากนั้นทั้งสองก็วางแผนเรื่องเส้าหว่านหว่านในเชิงรายละเอียดกันต่อ
ทางด้านเส้าหว่านหว่านยังคงไม่รู้ชะตากรรมว่ามีภัยร้ายกำลังคืบคลานเข้ามา
เธอจดจำภารกิจที่ท่านบรรพชนมอบหมายได้เป็นอย่างดี แฝงตัวใช้ชีวิตเป็นนักศึกษาปริญญาโทที่แสนเรียบง่ายเพื่อคอยจับตาดูความเคลื่อนไหวของกู่อวี้โหรว
…...
วันเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว
หลังเลิกเรียนภาคค่ำ เส้าหว่านหว่านเดินกลับห้องเช่าที่อยู่ใกล้มหาวิทยาลัย
แสงจันทร์สลัวรางสาดส่องลงบนทางลัดสายเปลี่ยว
เส้นทางนี้เงียบสงัดและไร้แสงไฟ ปกติไม่ค่อยมีนักศึกษาหญิงกล้าใช้งาน แต่เส้าหว่านหว่านผู้มีวรยุทธ์สูงส่งย่อมไม่เกรงกลัว
ก่อนหน้านี้เธอเคยเจอพวกจิ๊กโก๋มาดักแถวนี้ แต่ผลสุดท้าย... พวกมันนั่นแหละที่ต้องชดใช้ด้วยอายุขัยคนละยี่สิบสามสิบปี โทษฐานปากดีมาแทะโลมเธอ
เส้าหว่านหว่านเดินตามทางลัดกลับห้องพักเหมือนเช่นเคย
แต่เดินไปได้สักพัก จู่ๆเธอก็รู้สึกเหมือนมีสายตาคู่หนึ่งจับจ้องมาจากด้านหลัง
เธอหันขวับไปมอง แต่กลับพบเพียงความว่างเปล่า จึงคิดว่าตัวเองคงระแวงไปเอง ไม่ได้ใส่ใจอะไร
ทว่าเมื่อเดินไปได้อีกระยะหนึ่ง หูของเธอก็แว่วเสียงวัตถุแหวกอากาศพุ่งเข้ามา!
ฟิ้ว!
เส้าหว่านหว่านเบี่ยงตัวหลบวูบ
เข็มเงินเล่มหนึ่งสะท้อนแสงจันทร์ พุ่งเฉียดร่างเธอไปปักเข้าที่ลำต้นไม้ใกล้ๆ
เส้าหว่านหว่านตวัดสายตามองไปยังทิศทางที่เข็มพุ่งมา
เปี่ยนซูเหวินค่อยๆก้าวออกมาจากเงามืด
“เปี่ยนซูเหวิน... นึกไม่ถึงเลยว่าคนอย่างเจ้าจะใช้วิธีลอบกัดต่ำช้าแบบนี้ แต่น่าเสียดายนะ ฝีมือของเจ้ามันยังอ่อนหัดไปหน่อย”
เส้าหว่านหว่านเย้ยหยัน ลำพองใจที่หลบการโจมตีได้
เปี่ยนซูเหวินยิ้มมุมปาก ไม่ได้โต้ตอบอะไร
จู่ๆเส้าหว่านหว่านก็สัมผัสได้ถึงความผิดปกติบางอย่าง...
แต่ยังไม่ทันที่จะก้าวขา เธอก็รู้สึกเหมือนมีใครบางคนจิ้มเข้าที่กลางหลัง
พลังปราณสายหนึ่งพุ่งทะลวงเข้าสู่ร่าง สกัดจุดชีพจรของเธอจนร่างกายแข็งทื่อ ขยับเขยื้อนไม่ได้!
เส้าหว่านหว่านหน้าถอดสีด้วยความตื่นตระหนก
“แล้วใครบอกเธอล่ะ... ว่าฉันมาคนเดียว?” เปี่ยนซูเหวินย้อนถามพร้อมรอยยิ้มผู้ชนะ
*****