เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 508 บังเอิญเจอ

บทที่ 508 บังเอิญเจอ

บทที่ 508 บังเอิญเจอ


เมื่อได้ยินคำพูดของหวังฮ่าวหราน ตั้นไท่เหยาเยว่ก็รู้สึกทั้งอายทั้งโกรธระคนกัน

ผ้าปูที่นอนที่มี ‘หยดเลือด’ ดุจดอกเหมยร่วงหล่นผืนนั้นเธอยังเก็บรักษาไว้อย่างดีจนถึงทุกวันนี้ นั่นคือหลักฐานชั้นดี จะมาบอกว่าไม่นับได้ยังไง?

เพียงแต่เธอหน้าบางเกินกว่าจะเอาเรื่องพรรค์นี้มาถกเถียงกับหวังฮ่าวหราน

และอาจเป็นเพราะเคยมีสัมพันธ์ลึกซึ้งกันมาแล้วครั้งหนึ่ง เธอจึงไม่ได้รู้สึกต่อต้าน กลับกัน... ลึกๆในใจกลับแอบคาดหวังอยู่หน่อยๆ

แต่ความคิดแบบนี้มันน่าอายเกินกว่าจะแสดงออกไปตรงๆ

“เรื่องที่นายพูดก็ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้หรอกนะ... มันขึ้นอยู่กับฝีมือนายแล้วล่ะ” ตั้นไท่เหยาเยว่ตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่พยายามรักษามาดกุลสตรี แต่ก็แฝงความเย่อหยิ่งเอาแต่ใจไว้เล็กน้อย

“ฝีมืออะไรครับ?” หวังฮ่าวหรานแกล้งคิดลึกไปไกล แต่ก็รู้ดีว่าเธอไม่ได้หมายถึงเรื่องบนเตียง จึงแกล้งถามกลับ

“ทำให้ฉันหวั่นไหวให้ได้สิ” ตั้นไท่เหยาเยว่ตอบ

หวังฮ่าวหรานถึงบางอ้อ ที่แท้แม่คุณก็อยากให้เขา ‘จีบ’ ตามประสาหนุ่มสาว พอเธอเคลิ้มจนคุมตัวเองไม่อยู่เมื่อไหร่ เขาจะทำอะไรเธอก็คงยอม

ความคิดบรรเจิดใช้ได้

ถึงจะดูเหมือนเป็นการหาเรื่องใส่ตัว แต่... ก็นับว่าเป็นความท้าทายที่น่าสนุกไม่น้อย

“งั้นพี่สาวรอได้เลย” หวังฮ่าวหรานรับคำท้า

“ฉันจะรอ แต่กลัวว่านายจะไม่มีปัญหาน่ะสิ” น้ำเสียงของตั้นไท่เหยาเยว่เจือแววท้าทายอย่างชัดเจน

หวังฮ่าวหรานขบกรามแน่น ‘ฝากไว้ก่อนเถอะ’

หลังวางสายจากตั้นไท่เหยาเยว่ หวังฮ่าวหรานก็นั่งขบคิดหาวิธีพิชิตใจสาวอยู่พักหนึ่ง แต่ก็ยังคิดไม่ออก

ตอนนี้ปาเข้าไปห้าโมงเย็นแล้ว เขามีนัดทานมื้อค่ำต่อ จึงต้องพักเรื่องนี้ไว้ก่อน แล้วหยิบโทรศัพท์ส่งข้อความหามู่หนานจือ

“คุณชอบทานอาหารแบบไหน?”

“ฉันทานเผ็ดมากไม่ได้ค่ะ นอกนั้นทานได้หมด” มู่หนานจือตอบกลับมาแทบจะทันที ราวกับเธอนั่งเฝ้าหน้าจอรอข้อความจากเขาอยู่ตลอดเวลา

เมื่อเห็นข้อความตอบกลับ หวังฮ่าวหรานก็รีบค้นหาร้านอาหารทันที เขาเลือกร้านหรูที่อยู่ห่างจากโรงแรมจินฮ่าวพอสมควร

หลังจากโทรจองโต๊ะเรียบร้อย เขาก็ส่งชื่อร้านและพิกัดไปให้มู่หนานจือ

จริงๆอาหารที่โรงแรมจินฮ่าวก็รสเลิศไม่แพ้ที่อื่น แต่ติดตรงที่ฉินฟานมักจะไปโผล่หัวที่นั่นบ่อยๆ หวังฮ่าวหรานอยากหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้าให้มากที่สุด จึงต้องเลือกร้านอื่น

มู่หนานจือเห็นพิกัดร้านแล้วก็ตอบกลับมาทันที

“ร้าน ‘อี้เจียงหนาน’ ใช่ไหมคะ โอเคค่ะ แล้วเจอกันนะ”

“ให้ผมไปรับไหม?” หวังฮ่าวหรานถามตามมารยาท แต่ในใจกลับภาวนาว่า ‘อย่าตกลงนะ อย่าตกลง...’

ช่วงนี้เป็นเวลาอาหารเย็น ขืนไปรับมู่หนานจือที่หน้าโรงแรม มีโอกาสสูงที่จะจ๊ะเอ๋กับฉินฟาน แถมยังเสี่ยงจะโดนซ่งจื่อฮุ่ยที่พักอยู่ที่นั่นเห็นเข้าอีก

“ไม่เป็นไรค่ะ เดี๋ยวฉันไปเองดีกว่า” เพิ่งรู้จักกันหมาดๆ มู่หนานจือจึงไม่อยากรบกวนเขามากเกินไป ตอบปฏิเสธอย่างนุ่มนวล

“โอเคครับ งั้นเจอกันที่ร้านนะ” หวังฮ่าวหรานตอบกลับด้วยความโล่งอก พลางคิดในใจว่า หรือจะเป็นเพราะอานุภาพของการ์ดปาฏิหาริย์ที่ทำให้ทุกอย่างราบรื่นและลงตัวขนาดนี้

อีกด้านหนึ่ง

หลังวางสายจากหวังฮ่าวหราน ฉินฟานก็นั่งไถฟีดวิดีโอสั้นเล่น และพบว่าคลิปหลุดสุดอัปยศของตัวเองยังคงว่อนเน็ตอยู่

แม้กระแสจะซาลงไปบ้างเมื่อเทียบกับช่วงแรก แต่ความเร็วมันช้าเกินไปไหม? ต้องรอถึงเมื่อไหร่เรื่องจึงจะเงียบ?

ฉินฟานเริ่มร้อนใจ จึงกดโทรหาหม่าหงเซิง

“เสี่ยวหม่า นายทำบ้าอะไรอยู่? ทำไมกระแสคลิปนั่นยังไม่หายไปอีก?” น้ำเสียงของฉินฟานเจือความหงุดหงิด

หม่าหงเซิงเติบโตมาจากธุรกิจอินเทอร์เน็ต เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ในบริษัทสื่อยักษ์ใหญ่หลายแห่ง

ตามหลักแล้ว เรื่องแค่นี้ไม่น่าจะเกินความสามารถของเขา แต่ในเน็ตกลับยังมีคลิปพวกนั้นเต็มไปหมด

ฉินฟานจึงอดสงสัยไม่ได้ว่าลูกศิษย์คนนี้ตั้งใจทำงานจริงหรือเปล่า

หม่าหงเซิงไม่พอใจน้ำเสียงของฉินฟาน แต่ก็ต้องข่มอารมณ์ไว้ แสร้งทำเป็นตกใจ

“บริษัทผมกำลังมีวิกฤตครับ ผมเลยทุ่มเทเวลาไปกับเรื่องของบริษัท ส่วนเรื่องที่อาจารย์สั่ง ผมให้ลูกน้องไปจัดการแล้ว... กระแสมันยังไม่เงียบอีกเหรอครับ?”

“มันลดลงนิดหน่อย แต่ยังอีกไกลกว่าจะหายไป” ฉินฟานตอบเสียงเข้ม

“ช่วงนี้ผมยุ่งจนหัวหมุนเลยไม่ได้ติดตามข่าว สงสัยลูกน้องมันทำงานไม่ดี อาจารย์ไม่ต้องห่วงนะครับ เดี๋ยวผมจะหาคนอื่นมาจัดการให้ใหม่” หม่าหงเซิงรีบรับปากส่งๆ

“ตอนนี้อยู่ที่คฤหาสน์ตระกูลหม่าหรือเปล่า? ฉันจะแวะไปคุยด้วย แล้วก็ช่วยขับพิษที่เหลือให้นายด้วยเลย” ฉินฟานยังไม่วางใจ อยากจะไปเจอหน้าหม่าหงเซิงสักหน่อย

พอได้ยินแบบนั้น หม่าหงเซิงก็ของขึ้นทันที

เขาตีความประโยคของฉินฟานว่า ‘จะไปหาเรื่องเล่นสนุกกับเฉิงรุ่ย’ เมียของเขาถึงที่บ้าน... แล้วจะให้ไม่โกรธได้ยังไง?

สันดานของฉินฟานเป็นยังไง หม่าหงเซิงรู้ดีที่สุด

ขืนปล่อยให้มันมาถึงบ้าน มีหวังเขาได้ ‘หมวกเขียว’ อันเบ้อเริ่มเพิ่มอีกใบแน่

“ผมไม่ได้อยู่ที่บ้านครับ อยู่ข้างนอก” หม่าหงเซิงอยากรักษาตัว แต่ก็ไม่อยากให้ภรรยาโดนย่ำยี จึงต้องโกหกไปแบบนั้น

“งั้นนายดูซิว่าที่ไหนสะดวก เรานัดเจอกันหน่อย คุยกันต่อหน้าดีกว่า” ฉินฟานเสนอ

หม่าหงเซิงเหลือบมองนาฬิกาแขวนผนัง เห็นว่าใกล้เวลาอาหารเย็นแล้ว “ไปเจอกันที่ร้าน ‘อี้เจียงหนาน’ ก็ได้ครับ กินข้าวไปคุยไป”

“ได้ ฉันไม่รู้ทาง นายส่งโลเคชั่นมาให้หน่อย” ฉินฟานตอบตกลง

หลังจากวางสาย ไม่นานพิกัดร้านอาหารก็ถูกส่งมา

ฉินฟานร้อนใจอยากเจอหม่าหงเซิง จึงรีบสั่งคนขับรถให้ไปส่งที่ร้านอาหารทันที

ไม่นานนัก เขาก็มาถึงหน้าร้านอาหารหรู

ฉินฟานก้าวลงจากรถตู้หรู เดินตรงไปที่ทางเข้า แต่สายตาดันเหลือบไปเห็นร่างที่คุ้นเคยเสียก่อน

“ฮ่าวหราน! นายก็มากินข้าวที่นี่เหรอ?” ฉินฟานเดินปรี่เข้าไปทักทายอย่างกระตือรือร้น

‘เชี่ยเอ๊ย! ที่นี่แม่งโคตรไกลจากโรงแรมจินฮ่าวเลยนะ เอ็งโผล่มาได้ไงวะ?’ หวังฮ่าวหรานหงุดหงิดสุดขีด แต่ใบหน้ากลับปั้นยิ้มแสดงความดีใจที่ได้เจอกันโดยบังเอิญ

“อ้าว! บังเอิญจังเลยครับ”

“จริงสิ นายคงนัดสาวคนนั้นมากินข้าวที่นี่ใช่ไหม?” ฉินฟานนึกถึงบทสนทนาก่อนหน้านี้ได้

“ใช่ครับ” หวังฮ่าวหรานจำใจพยักหน้า เพราะเพิ่งบอกไปหยกๆ จะโกหกก็คงไม่ทันการแล้ว

“ฉันนัดเสี่ยวหม่ามาคุยธุระที่นี่เหมือนกัน เดี๋ยวคุยเสร็จแล้วแวะไปหานายนะ” ฉินฟานพูดด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น

‘ทำไมไม่พูดตรงๆเลยล่ะว่าอยากมาดูหน้าผู้หญิงที่ฉันนัดไว้?’ หวังฮ่าวหรานรู้ทันความคิดของฉินฟานทะลุปรุโปร่ง จึงได้แต่ก่นด่าในใจ

เขาไม่ได้ตอบอะไร เพียงคิดในใจว่าจะเปลี่ยนร้านหนีดีไหม?

แต่พอคิดไปคิดมา... ก็เริ่มรู้สึกหมั่นไส้

ในเมื่อฉินฟานอยากรู้นัก งั้นจัดเซอร์ไพรส์ให้สักดอกดีไหม?

ความคิดเจ้าเล่ห์ผุดขึ้นมาในหัว

มู่หนานจือเป็นหนึ่งในนางเอก ฉินฟานย่อมต้องเล็งไว้อยู่แล้ว ถึงความอยากได้อาจจะไม่เท่าตั้นไท่เหยาเยว่ก็ตาม

ถ้าฉินฟานรู้ว่าผู้หญิงที่มากินข้าวกับเขาคือมู่หนานจือ... สีหน้าของมันจะน่าดูชมขนาดไหนกัน?

ที่สำคัญ ฉินฟานหลงคิดว่าที่เขาได้เจอ ‘ดอกท้อ’ ดอกนี้ เป็นเพราะคำชี้แนะของตัวเอง

ชี้แนะให้คนอื่นไปเคลมลูกศิษย์สาวสวยที่ตัวเองหมายปอง...

อยากรู้จริงๆว่ามันจะรู้สึกยังไง?

*****

จบบทที่ บทที่ 508 บังเอิญเจอ

คัดลอกลิงก์แล้ว