เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 504 สวรรค์เป็นใจ

บทที่ 504 สวรรค์เป็นใจ

บทที่ 504 สวรรค์เป็นใจ


ในตอนนี้ สองสาวอยู่ห่างจากจุดที่เขายืนอยู่ราวๆหนึ่งร้อยเมตร

หวังฮ่าวหรานมองเห็นพวกเธอได้ชัดเจน แต่ทางฝั่งนั้นยังไม่สังเกตเห็นเขา

‘มีซูเหวินอยู่ด้วยแบบนี้ จะเรียกว่าพบรักได้ยังไง?’

หวังฮ่าวหรานลูบปลายคางพลางครุ่นคิด

ความสัมพันธ์ระหว่างเปี่ยนซูเหวินและมู่หนานจือนั้นแน่นแฟ้นมาก ไม่มีเหตุผลอะไรที่เปี่ยนซูเหวินจะปิดบังเรื่องที่เขาเป็นแฟนเธอ

ถ้าเจอกันเมื่อไหร่ เปี่ยนซูเหวินคงแสดงความดีใจจนออกนอกหน้า และถ้ามู่หนานจือถาม ก็คงรู้ความจริงทันที

แต่... ถ้า ‘ออร่ามหาเสน่ห์ขั้นเทพ’ ทำงานถึงขีดสุด ปัญหานี้ก็อาจจะไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร

ด้วยค่าความประทับใจเริ่มต้นที่สูงถึง 80 คะแนน ระดับความอดทนของมู่หนานจือย่อมสูงลิบลิ่ว

เรื่องยอมเป็นฝ่ายเข้าหานี่มีความเป็นไปได้สูงมาก ในเมื่อทั้งสองสนิทกันเหมือนพี่น้อง แล้วทำไมจะเป็น ‘พี่น้อง’ กันจริงๆไม่ได้ล่ะ?

หวังฮ่าวหรานวิเคราะห์เสร็จสรรพ ก็ยืนรอต้อนรับทั้งสองอยู่ที่เดิม

เขาเตรียมบทพูดเอาไว้แล้ว

กะจะบอกไปว่า ‘เห็นคลิปที่เธอส่งมาแล้วคิดถึงมาก เลยรีบเดินทางมาหาที่ศาลามู่หวาง’

เจอไม้นี้เข้าไป แฟนสาวคงดีใจจนตัวสั่น

ทว่าจังหวะนั้นเอง หวังฮ่าวหรานสังเกตเห็นว่าเปี่ยนซูเหวินรับโทรศัพท์ แล้วจู่ๆก็หยุดเดิน

ด้วยความสงสัย เขาจึงใช้วิชาอ่านปาก และไม่นานก็ต้องตกตะลึง

เปี่ยนซูเหวินได้รับสายจากเพื่อน โทรมาแจ้งข่าวร้ายว่าญาติคนหนึ่งอาการสาหัสเป็นตายเท่ากัน ต้องการให้เธอไปช่วยชีวิตด่วน

คนอย่างเปี่ยนซูเหวินจะตัดสินใจยังไง ไม่ต้องเดาก็รู้

หวังฮ่าวหรานใช้ตาทิพย์ส่องดูระยะไกล อ่านปากต่อ

หลังจากวางสาย เขาเห็นเปี่ยนซูเหวินหันไปพูดกับมู่หนานจือว่า

“ฉันมีธุระด่วนต้องรีบไป เธอจะกลับพร้อมฉัน หรือว่า...”

“ฉันอยากเดินเล่นต่ออีกสักพัก” มู่หนานจือตอบด้วยสีหน้าเรียบเฉย

เปี่ยนซูเหวินเห็นดังนั้นก็พอจะดูออกว่าเพื่อนรักเริ่มทำใจได้บ้างแล้ว จึงรู้สึกเบาใจขึ้น

“โอเค งั้นฉันไปก่อนนะ ไว้ค่อยโทรคุยกัน”

พูดจบ เปี่ยนซูเหวินก็รีบร้อนจากไป

มู่หนานจือมองส่งเพื่อนจนลับตา จากนั้นจึงค่อยๆเดินทอดน่องมุ่งหน้าสู่สะพานโบราณหน้าศาลามู่หวาง

หวังฮ่าวหรานถึงกับอึ้ง

‘นี่มันยิ่งกว่าสวรรค์เปิดทางอีก!’

ตอนนี้ทั้งเปี่ยนซูเหวินและเฟิ่งซวนซู่ต่างก็แยกย้ายกันไปหมดแล้ว เขาจะเข้าไปสานสัมพันธ์กับมู่หนานจือยังไงก็ได้ตามใจปรารถนา

ไม่นานนัก มู่หนานจือเดินมาถึงกลางสะพานโบราณ เธอทำราวกับมองไม่เห็นผู้คนรอบกาย เพียงแค่ยืนเหม่อมองสายน้ำในแม่น้ำชิงหลิงที่ไหลเอื่อยอยู่เบื้องล่าง ไม่รู้ว่าในใจกำลังครุ่นคิดสิ่งใด

หวังฮ่าวหรานยืนอยู่อีกฝั่งของสะพาน ยังห่างจากเธอพอสมควร

และตอนนี้ เธอก็ยังไม่สังเกตเห็นเขา

ชายหนุ่มจัดแจงหมวกและเสื้อผ้าให้เข้าที่ เตรียมจะเดินเข้าไปหามู่หนานจือ กะว่าจะไปโชว์หน้าหล่อๆ กระตุ้นให้ ‘ออร่ามหาเสน่ห์ขั้นเทพ’ ทำงานสักหน่อย

เปรี้ยง!

จู่ๆเสียงฟ้าผ่าก็ดังลั่นสนั่นหวั่นไหว เมฆดำทะมึนก่อตัวขึ้นอย่างรวดเร็วบนท้องฟ้าที่เคยสดใส ราวกับฝนกำลังจะถล่ม

หวังฮ่าวหรานเงยหน้ามองฟ้าแล้วอยากจะสบถ

‘ผีหลอกรึไงฟะ! อากาศดีๆอยู่แท้ๆ นึกจะเปลี่ยนก็เปลี่ยนเฉยเลย’

ซ่าาาา!

เม็ดฝนโปรยปรายลงมาอย่างหนัก เพียงชั่วพริบตาก็ทำให้ผืนดินแห้งผากเปียกชุ่มไปทั่ว

แวบแรกหวังฮ่าวหรานคิดจะหาที่หลบฝนก่อนแล้วค่อยไปหามู่หนานจือ แต่แล้วเขาก็สังเกตเห็นว่า มู่หนานจือยังคงยืนนิ่งอยู่บนสะพาน ปล่อยให้สายฝนชะโลมกายโดยไม่ขยับเขยื้อน

ชุดสีขาวของเธอเปียกปอนแนบเนื้ออย่างรวดเร็ว แต่เจ้าตัวกลับดูไม่ยี่หระ

นักท่องเที่ยวคนอื่นๆต่างพากันเอามือกุมหัววิ่งหาที่หลบฝนกันจ้าละหวั่น

มีเพียงนักท่องเที่ยวไม่กี่คนที่มีร่ม พากันยืนหยัดได้อย่างไม่สะทกสะท้าน

แต่ร่มที่ว่า... ไม่ใช่ร่มกันฝนทั่วไป มันคือพร็อพถ่ายรูป ร่มกระดาษน้ำมันสไตล์โบราณต่างหาก

หวังฮ่าวหรานล้มเลิกความคิดที่จะหลบฝน เขาเดินตรงดิ่งไปหาสาวน้อยคนหนึ่งที่ถือกางร่มกระดาษน้ำมันอยู่

สาวเจ้าเข้าใจผิดคิดว่าบุพเพสันนิวาสทำงาน รีบขยับร่มเชิญชวนให้เขาเข้ามาหลบฝนด้วยความเต็มใจ

แต่ที่ไหนได้... หวังฮ่าวหรานควักปึกแบงก์สีแดงออกมา ยื่นข้อเสนอขอซื้อร่มต่อหน้าตาเฉย

สาวน้อยหน้าจ๋อยไปถนัดตา แต่สุดท้ายก็ยอมขายร่มให้แต่โดยดี

เมื่อได้ร่มมาแล้ว หวังฮ่าวหรานก็มุ่งหน้าไปหามู่หนานจือที่ยืนตากฝนอยู่บนสะพาน

ระหว่างเดิน เขาเหลือบมองชุดขาวเปียกน้ำของเธอ แล้วก้มมองชุดบัณฑิตของตัวเอง ความรู้สึกแปลกๆผุดขึ้นมาในใจ

‘ทำไมภาพมันดูเดจาวูเหมือนฉาก ‘สวี่เซียน[1]’ เจอ ‘ไป๋ซู่เจิน’ ชอบกล?’

ช่างเถอะ นั่นไม่สำคัญ ขอแค่สบตากันแล้วออร่าทำงานก็พอ

หวังฮ่าวหรานเร่งฝีเท้า เดินเข้าไปยืนเคียงข้างมู่หนานจือ แล้วกางร่มกันฝนให้เธอเงียบๆ

มู่หนานจือยืนหลับตาพริ้ม เงยหน้าขึ้นเล็กน้อย ปล่อยให้สายฝนชำระล้างทั้งร่างกายและจิตใจ ราวกับต้องการชะล้างความมัวหมองออกไปให้หมดสิ้น

ทันใดนั้น เธอรู้สึกว่าสายฝนที่กระทบใบหน้าหยุดลง แต่เสียงฝนรอบกายยังคงดังอยู่

ด้วยความสงสัย เธอจึงลืมตาขึ้น

สิ่งที่ปรากฏแก่สายตาคือร่มกระดาษน้ำมันคันหนึ่ง

มีใครบางคนมากางร่มให้เธอ...

ใครกัน?

เธอหันหน้าไปมองด้วยความงุนงง จนสายตาได้ประสานเข้ากับดวงตาคู่หนึ่ง

หนึ่งวินาที...

สองวินาที...

สามวินาที...

ระบบยังคงเงียบกริบ ไม่มีสัญญาณแจ้งเตือนการทำงานของ ‘ออร่ามหาเสน่ห์ขั้นเทพ’

ผลลัพธ์... ชัดเจนแล้ว

สถานการณ์นี้ผิดคาดอย่างมากสำหรับหวังฮ่าวหราน

ยิ่งหวังมากก็ยิ่งผิดหวังมาก

ไหนบอกว่าชะตาดอกท้อเบ่งบาน จะได้พบพานเนื้อคู่ไง?

หรือแค่ให้มาเจอหน้ากันเฉยๆให้คุ้นหน้าคุ้นตา แล้วต้องให้เขาเป็นฝ่ายหน้าด้านตามจีบเอง?

หวังฮ่าวหรานหงุดหงิด เริ่ม ‘สรรเสริญ’ บรรพบุรุษของฉินฟานในใจ

แต่หลังจากสรรเสริญไปได้สามรอบ...

[ติ๊ง! นางเอก ‘มู่หนานจือ’ ค่าความประทับใจที่มีต่อโฮสต์เพิ่มขึ้น 50 แต้ม ค่าความประทับใจปัจจุบันคือ 50 (เริ่มมีใจ)]

[ติ๊ง! โฮสต์ส่งผลกระทบต่อเนื้อเรื่อง ได้รับแต้มวายร้าย 1,800 แต้ม, ออร่าตัวเอกของฉินฟาน -90, ออร่าตัวร้ายของโฮสต์ +90!]

ข้อความจากระบบเด้งขึ้นมาสองอันรวด

หวังฮ่าวหรานถึงกับงง นี่มันสถานการณ์บ้าอะไร?

ออร่าไม่ทำงาน แต่ทำไมนางเอกถึงปิ๊งเขาตั้งแต่แรกเห็น?

เขาเป็นตัวร้ายนะ ไม่ใช่ตัวเอก

เอ๊ะ... ตัวเอก...

ความคิดหนึ่งแวบเข้ามาในหัว ทำเอาเขาสะดุ้ง

ก่อนหน้านี้เขาเคยใช้ ‘การ์ดสัมผัสประสบการณ์ปาฏิหาริย์ตัวเอก’ จนเกิดเหตุการณ์วาบหวามกับมู่หนานจือขึ้น

หรือว่า... ผลของการ์ดใบนั้นไม่ได้จบลงแค่การมีสัมพันธ์กันครั้งเดียว แต่ยังมี ‘ผลข้างเคียง’ ต่อเนื่องด้วย?

และผลข้างเคียงที่ว่าก็คือ... อาการ ‘รักแรกพบ’ ในตอนนี้?

นอกจากเหตุผลนี้ ก็คงหาคำอธิบายอื่นไม่ได้แล้ว

เมื่อเรียบเรียงความคิดได้ หวังฮ่าวหรานก็ดึงสติกลับมามองมู่หนานจือ

เห็นเธอยังคงจ้องมองเขาตาไม่กระพริบราวกับต้องมนต์สะกด

แต่จะมายืนจ้องตากันแบบนี้ต่อไปก็คงไม่ได้การ หวังฮ่าวหรานจึงเป็นฝ่ายทำลายความเงียบ

“คุณผู้หญิง ฝนตกหนักขนาดนี้ เดี๋ยวจะไม่สบายเอานะ”

เสียงทักทายดึงสติมู่หนานจือกลับมา เธอตระหนักได้ว่าตัวเองเผลอจ้องเขาจนเสียกิริยา ใบหน้าจึงขึ้นสีระเรื่อด้วยความเขินอาย ก่อนจะหลบสายตาลงต่ำ ไม่กล้าสู้หน้าเขาตรงๆ

“ขะ... ขอบคุณที่เป็นห่วงค่ะ” เธอตอบเสียงแผ่วโดยไม่เงยหน้า

“ไปหาที่หลบฝนกันเถอะครับ” หวังฮ่าวหรานเสนอ

“ค่ะ” มู่หนานจือพยักหน้ารับ

หวังฮ่าวหรานถือร่มพาเดินไปทางศาลามู่หวาง ตั้งใจจะไปอาศัยชายคาหลบฝน

ร่มกระดาษน้ำมันคันนี้เดิมทีเป็นแค่พร็อพถ่ายรูป ขนาดจึงไม่ได้ใหญ่โตอะไร พอกางให้คนสองคนจึงดูคับแคบไปถนัดตา กันฝนได้ไม่ทั่วถึงนัก

หวังฮ่าวหรานแสดงความเป็นสุภาพบุรุษผู้แสนดี โดยการเอียงร่มไปทางมู่หนานจือเกือบทั้งหมด ยอมให้ร่างกายครึ่งหนึ่งของตัวเองเปียกปอนอยู่ภายนอก

*****

[1] ตำนานนางพญางูขาว: เมื่อเดินทางถึงเมืองหางโจว ‘ไป๋ซู่เจิน’ ได้พบกับ ‘สวี่เซียน’ ชายหนุ่มรูปงามผู้มีจิตใจดี ขณะอยู่บนสะพานในวันที่ฝนตก สวี่เซียนได้มอบร่มให้นางเป็นการแสดงน้ำใจ จนนำไปสู่ความรักและการแต่งงานระหว่างทั้งสอง ต่อมา ไป๋ซู่เจินและสวี่เซียนใช้ชีวิตอย่างสงบสุข ณ ร้านขายยาขนาดเล็ก

จบบทที่ บทที่ 504 สวรรค์เป็นใจ

คัดลอกลิงก์แล้ว