- หน้าแรก
- เกิดใหม่ทั้งที ดันกลายเป็นนายน้อยจอมวายร้ายไปซะได้
- บทที่ 500 ขอความช่วยเหลือ
บทที่ 500 ขอความช่วยเหลือ
บทที่ 500 ขอความช่วยเหลือ
“วางใจเถอะ ยัยเส้าหว่านหว่านหนีไม่พ้นเงื้อมมือเราหรอก” เปี่ยนซูเหวินปลอบใจเพื่อนรัก
เมื่อก่อนเธอยังเกรงกลัวนิกายพิษอยู่บ้าง เพราะพวกเขามี ‘บรรพชน’ ผู้เก่งกาจหนุนหลัง ทว่าตั้งแต่พี่ใหญ่ตั้นไท่เหยาเยว่มาที่ชิงหลิง ความกลัวนั้นก็มลายหายไปจนหมดสิ้น
ต่อให้บรรพชนนิกายพิษจะเก่งกาจแค่ไหน ก็เทียบชั้นพี่ใหญ่ไม่ได้แม้แต่ปลายเล็บ
ถ้ากล้าเสนอหน้าเข้ามายุ่ง ก็แค่ให้พี่ใหญ่ส่งไปเฝ้ายมบาลซะก็สิ้นเรื่อง
“ก่อนหน้านี้เธอถามว่าทำไมฉันถึงอยู่ที่ชิงหลิงไม่ยอมกลับ ฉันขอโทษนะที่ปิดบังความจริง เอาไว้ฉันจะพาแฟนมาแนะนำให้รู้จักดีไหม?”
เปี่ยนซูเหวินเห็นมู่หนานจือหน้าตาเศร้าหมอง เลยพยายามหาเรื่องคุยเพื่อดึงความสนใจ ไม่ให้เพื่อนจมอยู่กับความทุกข์
“ไม่เป็นไรหรอก ไว้โอกาสหน้าเถอะ”
มู่หนานจือส่ายหน้าปฏิเสธ
ถ้าไม่ได้เจอเรื่องเลวร้ายเมื่อวาน เธอคงอยากเห็นหน้าผู้ชายที่พิชิตใจหมอเทวดาอย่างเปี่ยนซูเหวินใจจะขาด ว่าจะเป็นคนแบบไหนกัน
แต่ตอนนี้... เธอไม่มีกะจิตกะใจจะทำอะไรทั้งนั้น
“ก็ได้” เปี่ยนซูเหวินไม่คะยั้นคะยอ แต่ยังคงพยายามชวนคุยต่อ
“ชิงหลิงมีที่เที่ยวสวยๆเยอะเลยนะ โดยเฉพาะ ‘ศาลามู่หวาง’ ริมแม่น้ำชิงหลิง ครั้งหนึ่งเคยได้ชื่อว่าเป็นศาลาที่ดีที่สุดในโลก มีประวัติยาวนานนับพันปี ไหนๆก็มาแล้ว ถ้าไม่ได้ไปดูคงเสียดายแย่”
“อย่าเลย ฉันยังไม่อยากไปไหน” มู่หนานจือส่ายหน้าอีกครั้ง
“ฉันก็ยังไม่เคยไปเหมือนกัน ถือซะว่าไปเป็นเพื่อนฉันหน่อยนะ ขอร้องล่ะ” เปี่ยนซูเหวินทำเสียงอ้อนวอนน่าสงสาร
จริงๆแล้วเธอไม่ได้อยากไปดูวิวทิวทัศน์อะไรหรอก แค่อยากพามู่หนานจือออกไปเปิดหูเปิดตา ไม่ให้อุดอู้อยู่แต่ในห้องจนฟุ้งซ่าน
“ก็ได้” มู่หนานจือรู้ทันเจตนาดีของเพื่อน จึงยอมตกลงอย่างจำใจ
การขังตัวเองอยู่แต่ในห้องรังแต่จะทำให้คิดมาก การออกไปสูดอากาศข้างนอกบ้างอาจช่วยให้จิตใจสงบลงได้
“ฮัลโหล ใครครับ?”
หวังฮ่าวหรานเพิ่งถึงห้องเรียน เตรียมจะเข้าเรียน จู่ๆก็มีเบอร์แปลกโทรเข้ามา
“ฮ่าวหราน ฉันเอง” ปลายสายตอบกลับด้วยน้ำเสียงคุ้นหู
หวังฮ่าวหรานจำเสียงฉินฟานได้ทันที จึงถามด้วยความแปลกใจ “คุณรู้เบอร์ผมได้ยังไง?”
“ฉันถามลูกศิษย์เอาน่ะ” ฉินฟานหัวเราะร่า อธิบายอย่างอารมณ์ดี
หวังฮ่าวหรานเดาได้ทันทีว่าลูกศิษย์ที่ว่าคือหม่าหงเซิง
แต่หม่าหงเซิงไม่มีเบอร์เขา น่าจะไปขอมาจากแม่ของเขาอีกทีมากกว่า
“ฮ่าวหราน ฉันมีเรื่องอยากให้ช่วยหน่อย ตอนนี้นายอยู่ไหน?” ฉินฟานถามเสียงสดใส
แค่ฟังเสียง หวังฮ่าวหรานก็นึกภาพหน้าบานเป็นกระด้งของฉินฟานออก
หวังฮ่าวหรานรู้ทันทีว่าไอ้หมอนี่ต้องมีเรื่องมารบกวนแน่ๆ และพอจะเดาออกด้วยว่าเป็นเรื่องอะไร จึงแกล้งทำเป็นไม่รู้เรื่อง ตอบกลับไปว่า
“ผมกำลังจะเข้าเรียน คงไม่ว่างหรอก”
“ไม่เป็นไร เดี๋ยวฉันไปหานายเอง” ฉินฟานยังไม่ละความพยายาม
“งั้นก็ได้ครับ เดี๋ยวผมส่งโลเคชั่นให้”
หวังฮ่าวหรานยังรักษาภาพลักษณ์ความสัมพันธ์อันดีต่อหน้าฉินฟานอยู่ ขืนปฏิเสธไม่ยอมเจอหน้า มันคงดูผิดสังเกต
แน่นอนว่าเรื่องที่จะให้ช่วย เขาย่อมไม่กระทำตาม เต็มที่ก็แค่รับปากส่งเดช
“โอเค รีบส่งมาเลยนะ เดี๋ยวฉันรีบไป” ฉินฟานกระตือรือร้นสุดขีด
“ครับ”
หวังฮ่าวหรานวางสาย แล้วส่งโลเคชั่นไปให้
สักพัก ฉินฟานก็โทรมาอีก
หวังฮ่าวหรานไม่รับ ตัดสายทิ้งทันที
“ฮ่าวหราน ทำไมไม่รับสายล่ะ?” ฉินฟานส่งข้อความมาถาม
บ้าป่าววะ เรียนอยู่จะให้รับสายได้ไง? หวังฮ่าวหรานด่าในใจ พิมพ์ตอบกลับไปว่า
“เรียนอยู่ครับ ไม่สะดวกรับสาย”
“โดดไม่ได้เหรอ? ฉันมีเรื่องด่วนจะคุยด้วย” ฉินฟานส่งข้อความตื๊อไม่เลิก
หวังฮ่าวหรานเงยหน้ามองหลิวเยว่ที่กำลังยืนบรรยายอยู่หน้าชั้น แล้วพิมพ์ตอบ
“ไม่ได้หรอกครับ อาจารย์คนนี้โหดมาก ขืนโดดเรียนมีหวังโดนเรียกเข้าห้องเย็นแน่” หวังฮ่าวหรานแกล้งทำเป็นลำบากใจ
“งั้นรอเลิกเรียนค่อยออกมาก็ได้ ฉันจะรออยู่หน้ามหาลัย” ฉินฟานจำยอม
“โอเคครับ” หวังฮ่าวหรานรับปากส่งๆ
ไม่นาน คาบเรียนก็จบลง
เสียงออดหมดเวลาดังขึ้น
ฉินฟานที่รออยู่หน้าประตูรีบส่งข้อความมาทันที “รีบออกมานะ ฉันรออยู่หน้าประตู”
“เนื้อหาที่สอนเมื่อกี้มีใครไม่เข้าใจตรงไหนไหม?”
หวังฮ่าวหรานยังไม่ทันได้ขยับตัว หลิวเยว่ก็ถามนักศึกษาในห้อง
ทุกคนเงียบกริบ
หลิวเยว่กวาดสายตามองไปรอบห้อง ก่อนจะมาหยุดอยู่ที่หวังฮ่าวหราน ‘โดยบังเอิญ’
หวังฮ่าวหรานรู้ทันทีว่าต้องทำอะไร (ก็ไม่ใช่ครั้งแรกนี่นา) เขายกมือขึ้น “ศาสตราจารย์หลิวครับ ผมมีข้อสงสัย”
“สอนละเอียดขนาดนี้ยังไม่เข้าใจอีก โง่จริงๆ ตามฉันไปที่ห้องพักอาจารย์!” หลิวเยว่ดุเสียงเขียว
นี่แหละคือเหตุผลว่าทำไมถึงไม่มีใครกล้ายกมือถามทั้งที่มีข้อสงสัย
หลิวเยว่สะบัดก้นเดินออกจากห้องเรียน ขาเรียวยาวภายใต้ถุงน่องสีดำก้าวฉับๆมุ่งหน้าไปทางห้องพักอาจารย์
หวังฮ่าวหรานทำหน้าซึม เดินคอตกตามไป
มู่เจาเจาแอบหัวเราะคิกคัก ส่งสายตาสะใจไล่หลังหวังฮ่าวหราน
ระหว่างทางเดินไปห้องพักอาจารย์ หวังฮ่าวหรานแอบพิมพ์ข้อความตอบกลับฉินฟาน
“ซวยแล้วครับ อาจารย์จับได้เรื่องแอบเล่นมือถือในห้อง ตอนนี้โดนเรียกไปอบรม เดี๋ยวค่อยคุยกันนะครับ”
ฉินฟานที่ชะเง้อคอรออยู่หน้าประตูมหาลัยจนคอเคล็ด เห็นข้อความแล้วก็เซ็งจิต
แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ นอกจากรอต่อไปอย่างอดทน
รอแล้วรอเล่า... จนกระทั่งเกือบเที่ยง ถึงได้เห็นเงาหัวของหวังฮ่าวหรานโผล่ออกมา
“ฮ่าวหราน ออกมาจนได้” ฉินฟานดีใจจนเนื้อเต้น รีบกดหมวกปิดหน้าแล้วเดินเข้าไปหา ถามด้วยความเป็นห่วง “ไปซะนานเชียว โดนโทษอะไรบ้าง?”
โดนลงโทษให้ฉีกถุงน่องขาดไปคู่หนึ่ง แต่เรื่องแบบนี้บอกไปใครจะเชื่อ? หวังฮ่าวหรานบ่นในใจ แต่แสร้งทำหน้าเศร้าพลางตอบว่า
“โดนตัดคะแนนความประพฤติ แล้วก็โดนลงโทษให้เป็นเวรทำความสะอาดห้องเรียนหนึ่งสัปดาห์ครับ”
“โหดจังแฮะ” ฉินฟานตกใจ แล้วก็รู้สึกผิด “ขอโทษทีนะฮ่าวหราน เพราะฉันแท้ๆนายเลยต้องซวยไปด้วย”
“คุณไม่ได้ตั้งใจหรอกครับ ช่างมันเถอะ อีกอย่างผมก็ประมาทเองด้วย” หวังฮ่าวหรานโบกมืออย่างใจกว้าง
ฉินฟานเห็นแบบนั้นก็ยิ่งรู้สึกว่าว่าที่น้องเขยคนนี้น่ารักน่าเอ็นดูขึ้นไปอีก จึงรีบเข้าประเด็น
“คือว่า... ฉันทำเรื่องให้พี่สาวนายโกรธ นายช่วยไปพูดแก้ต่างให้ฉันหน่อยได้ไหม?”
“เรื่องอะไรเหรอครับ?” หวังฮ่าวหรานแกล้งโง่
ฉินฟานหน้าแดง “ก็... เรื่องนั้นไง ที่วันนั้นนายก็เห็น ลืมไปแล้วเหรอ?”
จะลืมได้ไง ก็บิดานี่แหละตัวต้นเรื่อง หวังฮ่าวหรานยิ้มเยาะในใจ แต่ภายนอกแสร้งทำหน้าเหมือนเพิ่งนึกออก
“อ๋อ... นึกออกแล้วครับ ต้องขอโทษจริงๆ ถ้าตอนนั้นผมไม่เปิดคลิปดูก็คงไม่เกิดเรื่อง ทั้งหมดเป็นความผิดผมเอง”
“ไม่ใช่ความผิดนายหรอก ดังว่อนเน็ตขนาดนั้น ยังไงพี่สาวนายก็ต้องรู้เข้าสักวัน” ฉินฟานถอนหายใจ
*****