- หน้าแรก
- เกิดใหม่ทั้งที ดันกลายเป็นนายน้อยจอมวายร้ายไปซะได้
- บทที่ 494 นี่เรียกว่าปาฏิหาริย์?
บทที่ 494 นี่เรียกว่าปาฏิหาริย์?
บทที่ 494 นี่เรียกว่าปาฏิหาริย์?
“อย่ามาล้อเล่น ฉัน... ฉันจะทนไม่ไหวแล้ว”
แก้มของมู่หนานจือแดงก่ำ ขาเรียวหนีบแน่น กัดฟันเค้นเสียงพูดออกมาอย่างยากลำบาก
“ข้าก็หวังว่าตัวเองจะล้อเล่นเหมือนกัน...”
เส้าหว่านหว่านเห็นสภาพของมู่หนานจือแล้วก็ขำไม่ออก ความกังวลเริ่มเกาะกุมจิตใจ
นางเป็นนักบุญหญิงนิกายฝั่งอธรรมก็จริง แต่ไม่ใช่ฆาตกรโหดเหี้ยมที่ฆ่าคนไม่กะพริบตา
อีกอย่าง ความแค้นที่มีต่อมู่หนานจือก็ไม่ได้รุนแรงถึงขนาดต้องเอากันให้ตาย แค่กะจะแกล้งให้ขายหน้าเล่นสนุกๆตามประสา
ใครจะไปคิด ว่าจะเล่นแรงจนเกินควบคุมแบบนี้
ถ้ารู้ก่อน นางคงเช็คกระเป๋าให้ดีก่อนออกจากบ้าน
ยาที่มู่หนานจือโดนเข้าไปมีฤทธิ์รุนแรงมาก ถ้าไม่มียาแก้พิษ เลือดลมจะสูบฉีดจนเส้นเลือดระเบิด ทวารทั้งเจ็ดเลือดไหลทะลักตายอนาถ
มู่หนานจือเป็นคนกว้างขวางในเมืองหลวง เส้นสายมากมาย
ถ้าเธอตาย ต้องมีคนตามล้างแค้นให้แน่
ไม่ต้องพูดถึงใครอื่น แค่พวกหนุ่มๆไฮโซที่เป็นแฟนคลับเดนตายของมู่หนานจือ ก็คงพลิกแผ่นดินล่าตัวคนร้ายกันแล้ว
และเบื้องหลังของคนพวกนี้... ล้วนไม่ธรรมดาทั้งนั้น
นิกายพิษเองมีสถานะก้ำกึ่งนอกกฎหมายอยู่แล้ว แต่ตราบใดที่ไม่ก่อเรื่องใหญ่โต ก็ไม่มีใครเข้ามายุ่ง
แต่ถ้ามู่หนานจือตาย เรื่องมันจะต่างออกไปทันที
ที่เมืองหลวงมีหน่วยงานลับที่คอยควบคุมดูแลยุทธภพอยู่
ถ้าหน่วยงานนี้เอาจริงขึ้นมา นิกายพิษทั้งพรรคก็ต้านไม่อยู่
แน่นอน ปกติหน่วยงานนี้จะไม่เคลื่อนไหวง่ายๆ ต้องมีเหตุผลที่เพียงพอ
แต่การตายของมู่หนานจือ... เป็นเหตุผลที่เพียงพอแน่นอน
นั่นคือสาเหตุที่มู่หนานจือไม่ค่อยกลัวเกรงเส้าหว่านหว่านในตอนแรก
“นังปีศาจ...”
มู่หนานจือเห็นสีหน้าตื่นตระหนกของเส้าหว่านหว่านก็เข้าใจสถานการณ์ทันที ว่าอีกฝ่ายไม่ได้ล้อเล่น
นังนี่ลืมพกยาแก้พิษมาจริงๆ
ความกลัวตายแล่นจับขั้วหัวใจ แต่ไม่นานความรู้สึกแปลกประหลาดจากฤทธิ์ยาก็เข้าครอบงำ กลบความกลัวจนมิด
ดวงตาของมู่หนานจือฉ่ำเยิ้ม มือขาวผ่องที่แดงระเรื่อไขว่คว้าไปทางเส้าหว่านหว่าน
เส้าหว่านหว่านรู้ทันทีว่ามู่หนานจือเริ่มเห็นภาพหลอน อาจจะเห็นนางเป็นผู้ชายไปแล้ว
นางทำได้เพียงส่งสายตาจนปัญญาไปให้
แต่จะปล่อยให้มู่หนานจือตายต่อหน้าต่อตาก็ไม่ได้
นางรีบพุ่งเข้าไปสกัดจุดมู่หนานจือเพื่อชะลอฤทธิ์ยา และกันไม่ให้ดิ้นพล่านหรือทำร้ายตัวเอง ซึ่งจะยิ่งเป็นการราดน้ำมันเข้ากองเพลิง
จัดการเสร็จ เส้าหว่านหว่านก็กวาดสายตามองไปรอบๆเพื่อหา... ชายหนุ่มสักคน
แต่มองไปทางไหนก็ว่างเปล่า มีแค่นางกับมู่หนานจือสองคนบนเขา
ทันใดนั้น นางก็สังเกตเห็นควันไฟลอยเอื่อยๆมาจากยอดเขา
เหมือนจะมีคนเผากระดาษเงินกระดาษทองอยู่บนนั้น
เส้าหว่านหว่านดีใจสุดขีด รีบวิ่งขึ้นไปบนยอดเขา
ไม่นานนางก็เห็นเงาคนกลุ่มหนึ่ง และหนึ่งในนั้น... ช่างคุ้นตาเหลือเกิน
หวังฮ่าวหรานกำลังปลอบลู่เหยียน ไม่ได้สนใจสิ่งรอบข้าง
จนกระทั่งรู้สึกว่ามีคนเข้ามาใกล้ ถึงได้หันไปมอง
สายตาสองคู่ประสานกัน ต่างฝ่ายต่างตกตะลึง ไม่คิดว่าจะมาเจอกันในที่แบบนี้
ตอนแรกเส้าหว่านหว่านกะจะฉุดลากผู้ชายสักคนไปแก้พิษให้มู่หนานจือ แต่พอเห็นว่าเป็นท่านบรรพชน ความคิดนั้นก็ถูกพับเก็บไปทันที นางโบกมือเรียกเขาจากระยะไกล
หวังฮ่าวหรานเห็นท่าทางร้อนรนของเส้าหว่านหว่านก็รู้ทันทีว่าเกิดเรื่อง รีบบอกลาลู่เหยียนแล้วเดินไปหา
“ท่านบรรพชน! รีบตามข้ามาเร็ว!” เส้าหว่านหว่านร้อนใจจนลืมมารยาท คว้ามือหวังฮ่าวหรานลากลงเขาไปทันที
หวังฮ่าวหรานมีแต่ความสับสน เลยรีบถามไถ่
ระหว่างทาง เส้าหว่านหว่านเล่าเรื่องวีรกรรมที่ตัวเองก่อไว้อย่างคร่าวๆ
หวังฮ่าวหรานฟังแล้วอึ้ง
ยังไม่ทันได้คิดอะไรมาก ทั้งสองก็มาถึงตัวมู่หนานจือ
ตอนนี้มู่หนานจือสลบไสลไปแล้ว ผิวพรรณที่โผล่พ้นชายเสื้อผ้าแดงก่ำไปทั้งตัว
หวังฮ่าวหรานรู้ถึงผลกระทบที่จะตามมาหากมู่หนานจือตาย จึงรีบใช้ลมปราณสะกดพิษในร่างเธอไว้ก่อน แต่ก็ทำได้แค่บรรเทาอาการเท่านั้น
ยาที่เส้าหว่านหว่านใช้มันแรงเกินไป แถมพิษยังซึมเข้ากระแสเลือดไปทั่วร่างแล้ว จะขับออกให้หมดในเวลาสั้นๆย่อมเป็นไปไม่ได้
“ท่านบรรพชน ข้าลืมพกยาแก้พิษมา ท่านมียาแก้ติดตัวมาบ้างไหม?”
เส้าหว่านหว่านถามอย่างมีความหวัง เชื่อว่าท่านบรรพชนต้องรู้วิธีแก้
หวังฮ่าวหรานฟังแล้วรู้สึกแปลกๆ
ถามว่ามียาแก้ไหม? นี่เท่ากับคิดว่าเขาพกยาปลุกกำหนัดติดตัวตลอดเวลาเลยไม่ใช่หรือไง?
“ไม่มี”
สถานการณ์คับขัน ไม่ใช่เวลามาแก้ตัวเรื่องภาพลักษณ์
อีกอย่าง เขาเองก็ไม่ใช่คนดีเด่อะไร จะแก้ตัวไปทำไม
ถึงท่านบรรพชนจะไม่มียาแก้ แต่ตัวท่านเองก็เป็นยาแก้ชั้นดีไม่ใช่หรือ? เส้าหว่านหว่านคิดในใจ แล้วพูดออกมาอย่างเป็นธรรมชาติ
“ไม่มีก็ไม่เป็นไรจ้าค่ะ งั้นคงต้องรบกวนท่านบรรพชนลงแรงหน่อยแล้ว”
หวังฮ่าวหรานรู้ทันความคิดของเส้าหว่านหว่าน แต่คำพูดของเธอทำให้เขานึกถึงอะไรบางอย่าง
การ์ด ‘สัมผัสประสบการณ์ปาฏิหาริย์ตัวเอก’ ที่เปิดใช้ไปเมื่อหลายวันก่อน
มันบอกว่าจะเกิดเหตุการณ์ปาฏิหาริย์ตัวเอก
สถานการณ์ตอนนี้... นับเป็นปาฏิหาริย์ได้ไหมนะ?
หวังฮ่าวหรานอดบ่นในใจไม่ได้
แต่ถึงจะบ่น ลึกๆเขาก็แอบตื่นเต้น
ดูจากรูปโฉมของมู่หนานจือแล้ว ผู้หญิงคนนี้เป็นนางเอกแน่นอน
โอกาสทองกองอยู่ตรงหน้า ผู้ชายปกติที่ไหนจะไม่ตื่นเต้นบ้าง
แต่ประเด็นคือ... มู่หนานจือคือนางเอก
หวังฮ่าวหรานไม่อยากให้จบแค่ครั้งเดียวแล้วแยกทาง
ถ้าเขายอมรับ "ปาฏิหาริย์" ครั้งนี้ ก็ต้องเตรียมรับมือกับความโกรธแค้นของมู่หนานจือ
เขากับเธอไม่เคยรู้จักกันมาก่อน หากตื่นมาเจอเรื่องแบบนี้ เธอต้องอาละวาดบ้านแตกแน่
ถ้าผิดใจกันแล้ว จะจีบหรือดึงมาเป็นพวกได้ยังไง?
แถมเส้าหว่านหว่านยังบอกอีกว่ามู่หนานจือมีเส้นสายใหญ่โตในเมืองหลวง
ขืนเธอไปตามพวกมารุมกระทืบ เขาจะทำไง?
หรือจะรับ "ปาฏิหาริย์" แล้วฆ่าปิดปาก?
ความคิดชั่วร้ายแวบเข้ามาในหัว
แต่พริบตาเดียว เขาก็นึกถึงของดีอีกอย่าง... ออร่ามหาเสน่ห์ขั้นเทพ
จากประสบการณ์ตอนเจอซ่งจื่อฮุ่ย เขาเรียนรู้ว่า 'การพบกันครั้งแรก' ต้องให้ฝ่ายหญิงเห็นหน้าเขาด้วย
แต่มู่หนานจือสลบอยู่ เงื่อนไขการทำงานของออร่าอาจไม่ครบถ้วน
พูดง่ายๆคือ ไม่รู้ว่าออร่าจะทำงานหรือเปล่า
แต่ถ้า... ออร่าทำงานเต็มประสิทธิภาพ ปัญหาทุกอย่างก็จะคลี่คลาย เพราะมู่หนานจือไม่รู้ว่าเขากับเส้าหว่านหว่านเป็นพวกเดียวกัน
เขาคือผู้บริสุทธิ์... คือเครื่องมือที่ถูกนางมารร้ายเส้าหว่านหว่านลากมาอย่างไม่เต็มใจต่างหาก!
*****