เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 488 ต่างฝ่ายต่างมีแผน

บทที่ 488 ต่างฝ่ายต่างมีแผน

บทที่ 488 ต่างฝ่ายต่างมีแผน


หลินหนานสวี่ยิ่งมองก็ยิ่งโมโห ยิ่งมองก็ยิ่งอึดอัดใจ ตัดสินใจเบนสายตาหนีไม่มองซะ

แต่ในใจกลับเริ่มวางแผนการบางอย่าง

เดิมทีเขาตั้งใจจะรีบปลดล็อกตาทิพย์ให้ได้เร็วที่สุด

แต่ตอนนี้เปลี่ยนใจกะทันหัน เขาต้องการอัพค่าเสน่ห์ให้ถึง 999 ให้เร็วที่สุด เพื่อที่แฟนหนุ่มของลู่เหยียนคนนี้จะไม่สามารถต้านทานเสน่ห์ของเขาได้

อย่าว่าแต่แฟนหนุ่มของลู่เหยียนที่ดูท่าทางจะไม่ได้เป็นชายแท้เต็มร้อยนักเลย... ต่อให้เป็นชายแท้ทั้งแท่ง ก็ต้องโดนเขาจับดัดงอจนกลายเป็นพวกชอบไม้ป่าเดียวกัน

แน่นอน หลินหนานสวี่เองไม่ได้นิยมชมชอบอะไรแบบนั้น เขาแค่ต้องการใช้วิธีนี้ทำให้แฟนหนุ่มของลู่เหยียนหมดความสนใจในตัวผู้หญิง

ถึงตอนนั้น หมอนั่นก็คงเลิกชอบลู่เหยียนไปเอง

พอลู่เหยียนเลิกกับแฟน เขาก็จะสวมรอยเข้าไปดามใจทันที

แต่การจะอัพค่าเสน่ห์ให้ถึง 999 นั้นต้องใช้คะแนนมหาศาล ต้องใช้เวลานานพอสมควร

แต่ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั่น

ตอนนี้หลินหนานสวี่มีไฟเต็มเปี่ยม

คิดได้ดังนั้น เขาก็ยิ่งตั้งตารอให้การแสดงเริ่มขึ้นเร็วๆ

อื๊อ...

เสียงครางเบาๆของลู่เหยียนลอยมาเข้าหู

หลินหนานสวี่ไม่ต้องหันไปมองก็รู้ว่าเกิดภาพบาดตาบาดใจอะไรขึ้น เลยเลือกที่จะไม่มองดีกว่า

เขาเดินเชิดหัวมองตรงไปข้างหน้า เดินหนีไปทางอื่น

หวังฮ่าวหรานเห็นหลินหนานสวี่เดินจากไปก็หยุดมือปลาหมึก แล้วหันไปบอกลู่เหยียน

“วันหลังอยู่ห่างๆผู้ชายคนเมื่อกี้ไว้นะ ทางที่ดีอย่าไปคุยด้วยเลย”

“ผู้ชาย?”

ลู่เหยียนที่แก้มแดงระเรื่อ แววตายังฉ่ำเยิ้มด้วยอารมณ์วาบหวาม หันมามองหวังฮ่าวหรานด้วยความแปลกใจ

“เธอไม่สังเกตเหรอว่าหมอนั่นมีลูกกระเดือก? ไม่ใช่ผู้ชายแล้วจะเป็นอะไร” หวังฮ่าวหรานยกเหตุผลที่ฟังขึ้นมาอ้างเพื่อเปิดโปงเพศที่แท้จริงของหลินหนานสวี่

“เมื่อกี้ฉันไม่ได้สังเกตเลย” ลู่เหยียนตกใจ ความสนใจทั้งหมดของเธออยู่ที่แฟนหนุ่ม แถมเขายังแกล้งเธอจนสติกระเจิง ใครจะมีกะจิตกะใจไปมองคนอื่น?

“จำคำฉันไว้ก็พอ เข้าใจไหม?” หวังฮ่าวหรานกำชับ

“ค่ะ ต่อไปถ้าเจอเขา ฉันจะหลบให้ไกลเลย” ลู่เหยียนพยักหน้าอย่างว่าง่าย

“ดูจากการแต่งตัวของหลินหนานสวี่ เขาน่าจะขึ้นแสดงด้วย เธอรู้ตารางการแสดงของคืนนี้ไหม?” หวังฮ่าวหรานเข้าประเด็น

เขารู้แล้วว่าหลินหนานสวี่มีระบบเทพบุตรแต่งหญิง และรู้ด้วยว่าถ้าอยู่ในร่างแต่งหญิงจะได้รับคะแนน

เมื่อถึงตอนแสดง ด้วยคนดูเยอะขนาดนี้ หลินหนานสวี่ต้องกอบโกยคะแนนไปได้มหาศาลแน่ๆ

เรื่องแบบนี้หวังฮ่าวหรานยอมให้เกิดขึ้นไม่ได้เด็ดขาด ต้องตัดไฟแต่ต้นลม

ห้ามไม่ให้หลินหนานสวี่ขึ้นเวที วิธีขัดขวางมีร้อยแปดพันเก้า

วิธีที่ง่ายที่สุดคือใช้ลมปราณซัดให้สลบเหมือดไปซะ

แต่ในใจหวังฮ่าวหรานมีแผนการที่เด็ดกว่านั้น

ทว่าแผนการที่ว่าต้องใช้เวลาเตรียมการพอสมควร

ตอนนี้งานใกล้จะเริ่มแล้ว ถ้าคิวแสดงของหลินหนานสวี่อยู่แรกๆ แผนนี้อาจจะใช้ไม่ได้ นี่คือสาเหตุที่เขาต้องรู้ตารางการแสดง

“อันนี้ฉันไม่รู้จริงๆค่ะ ตอนแรกพวกเขาก็คะยั้นคะยอให้ฉันขึ้นแสดงเหมือนกัน แต่ช่วงนี้ฉันอารมณ์ไม่ดีเลยปฏิเสธไป ไม่ได้สนใจรายละเอียดพวกนี้” ลู่เหยียนตอบ ก่อนจะนึกอะไรขึ้นได้

“จั่วซิวเป็นหนึ่งในพิธีกรของงานคืนนี้ เธอต้องรู้ตารางการแสดงแน่นอนค่ะ”

จั่วซิว...

ถ้าลู่เหยียนไม่พูดถึง เขาเกือบลืมชื่อนี้ไปแล้ว

จั่วซิวก็เป็นหนึ่งในนางร้ายตัวประกอบ

เมื่อก่อนชอบหาเรื่องลู่เหยียน แถมยังเคยแส่หาเรื่องวางแผนล่อลวงลู่เหยียนมาให้เขาถึงที่เพื่อเอาหน้า

ตอนแรกก็แอบเสียดายที่ใช้ ‘การ์ดทดลองจับกดไร้เงื่อนไข’ ราคาหกหมื่นแต้มวายร้าย

แต่พอนึกย้อนกลับไป เขาก็หายเสียดาย

ถึงจะไม่ได้คุ้มค่าสุดๆ แต่ก็ไม่ถือว่าขาดทุน

อย่างน้อยก็ได้ค่าความชอบเต็มร้อยจากนางเอกคนหนึ่งมาแบบไม่ต้องออกแรงจีบ

ต้องรู้ไว้ว่า ถ้านับเฉพาะนางเอกที่ไม่ใช่ลู่เหยียน คนที่ค่าความชอบสูงสุดในตอนนี้อย่างฉินหยุนหานก็ยังแค่ 99 คะแนน

และกว่าจะมาถึง 99 เขาต้องทุ่มเทไปตั้งเท่าไหร่

“แล้วจั่วซิวยังหาเรื่องเธออยู่ไหม?” หวังฮ่าวหรานถามลู่เหยียน

“เธอไม่กล้าหรอกค่ะ เดี๋ยวนี้เรียกฉันว่าพี่ลู่ด้วยซ้ำ เคารพนบนอบจะตาย” ลู่เหยียนป้องปากหัวเราะ “ต้องขอบคุณบารมีคุณเลยนะ”

เธอพักอยู่ห้องเดียวกับจั่วซิว เมื่อก่อนโดนจิกกัดสารพัด แต่ก็อดทนมาตลอด

ทว่าตั้งแต่คบกับหวังฮ่าวหราน จั่วซิวก็ไม่กล้าหือกับเธออีกเลย หนำซ้ำยังคอยประจบประแจงเอาใจ

“งั้นก็ดีแล้ว” หวังฮ่าวหรานยิ้มให้ลู่เหยียน แล้วหยิบโทรศัพท์กดโทรหาจั่วซิว

“คุณชายหวัง มีอะไรให้รับใช้คะ?”

จั่วซิวกำลังท่องบทพิธีกร พอเห็นเบอร์หวังฮ่าวหรานก็รีบรับสายด้วยความตื่นเต้น

เธอรู้ดีว่าคุณชายหวังไม่ได้พิศวาสเธอ การที่โทรมาแบบนี้ต้องมีงานให้ทำแน่

และงานจากคุณชายหวัง ค่าตอบแทนย่อมงามเสมอ

“มีที่ไหนเหมาะๆคุยธุระไหม? ฉันมีเรื่องจะคุย” หวังฮ่าวหรานถาม

“เอาเป็นสวนดอกไม้หน้าตึกคณะการแสดงไหมคะ ไฟตรงนั้นเสียพอดี เหมาะคุยธุระลับๆมาก”

จั่วซิวรู้งาน เดาว่าหวังฮ่าวหรานคงมีแผนการบางอย่าง เลยแนะนำสถานที่ปลอดคน

“โอเค ไปเจอกันที่นั่น เดี๋ยวนี้เลย”

หวังฮ่าวหรานเคยมานั่งเรียนเป็นเพื่อนลู่เหยียนที่คณะนี้ เลยรู้ว่าตึกอยู่ที่ไหน

วางสายเสร็จ เขาหันไปบอกลู่เหยียน

“ฉันขอตัวแป๊บนะ เดี๋ยวกลับมา”

“ค่ะ” ลู่เหยียนไม่ถามเซ้าซี้ พยักหน้าอย่างว่าง่าย

หวังฮ่าวหรานเดินออกจากลานกิจกรรม มุ่งหน้าไปทางตึกคณะการแสดง

ที่สวนดอกไม้หน้าตึก เขาเจอจั่วซิวยืนรออยู่

จั่วซิวยืนหอบแฮกๆ คงจะรีบวิ่งมาเพราะกลัวเขาเสียเวลา

“การแสดงรำจีนโบราณของหลินหนานสวี่อยู่คิวไหน?” หวังฮ่าวหรานยิงคำถามทันที

ที่เขามั่นใจว่าหลินหนานสวี่จะเต้นรำจีน เพราะตอนเช็คข้อมูล เห็นสกิล ‘ทักษะการเต้นรำแบบจีนโบราณขั้นสูง’ แถมยังใส่ชุดฮั่นฝูอีก

“เป็นชุดฟินาเล่ปิดท้ายงานเลยค่ะ” จั่วซิวปรับลมหายใจก่อนรีบตอบ

ในฐานะพิธีกร นอกจากบทพูดแล้ว เธอต้องจำลำดับการแสดงให้แม่นยำ

เพราะตอนขึ้นเวทีต้องด้นสด ถ้าจำคิวไม่ได้ งานคงล่ม

ยิ่งเป็นวิทยาลัยศิลปะ มาตรฐานงานแสดงย่อมสูงกว่ามหาวิทยาลัยทั่วไป

จั่วซิวได้เป็นพิธีกร ส่วนหนึ่งอาจเพราะเส้นสาย แต่ความสามารถเธอก็มีพอตัว

*****

จบบทที่ บทที่ 488 ต่างฝ่ายต่างมีแผน

คัดลอกลิงก์แล้ว