- หน้าแรก
- เกิดใหม่ทั้งที ดันกลายเป็นนายน้อยจอมวายร้ายไปซะได้
- บทที่ 484 เข้าถึงบทละครน้ำเน่า
บทที่ 484 เข้าถึงบทละครน้ำเน่า
บทที่ 484 เข้าถึงบทละครน้ำเน่า
ได้ยินคำพูดของหวังฮ่าวหราน เฉินหลินหลินอึ้งไปครู่ใหญ่กว่าจะตั้งสติได้
จะเลวก็ให้มันน้อยๆหน่อย!
เพิ่งรู้จักกันแป๊บเดียวก็จะพาไปเปิดห้องแล้ว?
ทุเรศที่สุด!
ใจจริงเฉินหลินหลินอยากจะสะบัดหน้าแล้วตะโกนใส่ว่า "ไสหัวไป!"
แต่พอปากขยับ คำที่หลุดออกมาดันกลายเป็น "ฉันมีคอนโดหรูอยู่แถวนี้ พักอยู่คนเดียว"
พูดจบ เฉินหลินหลินก็อยากจะมุดดินหนีด้วยความอับอาย
แต่ลึกๆแล้ว เธอกลับตั้งตารอคำตอบรับจากเขาอย่างใจจดใจจ่อ
"โอเค ฉันเชื่อเธอ ไม่ต้องพิสูจน์หรอก" หวังฮ่าวหรานเปลี่ยนสีหน้าจากเจ้าเล่ห์เป็นยิ้มละมุน
เฉินหลินหลินงงไปหมด
อะไรของเขาเนี่ย? เธออุตส่าห์เสนอตัวให้ขนาดนี้ จู่ๆมากลับลำซะงั้น!
เฉินหลินหลินรู้สึกว่าวันนี้หน้าแตกนับครั้งไม่ถ้วน อายหนักกว่าที่เคยอายมาทั้งชีวิตรวมกันเป็นสิบเท่า
"งั้น... ไปเดินเล่นเป็นเพื่อนฉันหน่อยได้ไหมคะ?" น้ำเสียงของเธออ่อนหวานจนเกือบจะเป็นการอ้อนวอน น่าสงสารจับใจ
ถ้าคนที่รู้จักนิสัยเฉินหลินหลินมาเห็นภาพนี้ คงได้ตาถลนออกจากเบ้า
ขนาดตัวเธอเองยังนึกไม่ถึงเลยว่าวันหนึ่งจะกลายเป็นพวกคลั่งรักยอมพลีกายถวายหัวได้ขนาดนี้
ไม่ใช่คลั่งรักสักหน่อย... เขาเรียกว่าพบพานรักแท้ต่างหาก เฉินหลินหลินเถียงตัวเองในใจ
"คือว่า..."
ข้อเรียกร้องแค่นี้ หวังฮ่าวหรานเห็นใจในความทุ่มเทของเธอก็กำลังจะตอบตกลง แต่พอจะอ้าปาก ตาทิพย์ดันเหลือบไปเห็นกู่อวี้โหรวแอบซุ่มดูอยู่หลังต้นไม้ไม่ไกล
"กู่อวี้โหรวแอบดูอยู่ทางโน้น จะให้เขารู้ความสัมพันธ์ของเราไม่ได้ เอาไว้วันหลังนะ" หวังฮ่าวหรานกระซิบ
เฉินหลินหลินกวาดตามองไป เห็นชายกระโปรงโผล่ออกมาจากหลังต้นไม้ใหญ่
เธอจำได้แม่นว่าวันนี้กู่อวี้โหรวใส่กระโปรงยาวตัวนั้น
"ก็ได้ค่ะ อย่าลืมสัญญานะ" เฉินหลินหลินไม่กล้าขัดแผนของหวังฮ่าวหราน รีบกระซิบตอบ แล้วกำชับด้วยน้ำเสียงอาฆาต
"นังกู่อวี้โหรวนั่นน่ารังเกียจชะมัด ในเมื่อคุณจะจัดการมัน งั้นฉันขอมอบหน้าที่นี้ให้คุณเลยแล้วกัน แต่... อย่าลืมส่วนของฉันด้วยนะ จีบให้ติด แล้วก็ทำมันท้องสักสองสามรอบ จากนั้นค่อยทิ้งมันให้เจ็บแสบไปเลย!"
"อ้อ แล้วก็อย่าลืมถ่ายคลิปประจานลงเน็ตให้มันไม่มีที่ยืนในสังคมด้วย!"
เฉินหลินหลินแสยะยิ้มร้ายกาจ เสนอแผนชั่วอย่างออกรส
หวังฮ่าวหรานอึ้งไปสามวิ แต่พอนึกขึ้นได้ว่ายัยนี่เป็นนางร้ายในนิยายน้ำเน่า จิตใจอำมหิตแบบนี้ก็ถือเป็นเรื่องปกติ เลยปล่อยผ่านไป
"ฉันจะพยายาม"
หวังฮ่าวหรานกระซิบตอบส่งๆ แล้วจู่ๆก็ตะโกนเสียงดังลั่น
"เฉินหลินหลิน! จำใส่กะโหลกไว้ ถ้าวันหลังเธอกล้ายุ่งกับกู่อวี้โหรวอีก ฉันไม่เอาเธอไว้แน่!"
"ยะ... อย่าทำอะไรฉันนะ ฉันสัญญาว่าจะไม่ยุ่งกับกู่อวี้โหรวแล้ว" เฉินหลินหลินแกล้งทำตัวสั่นงันงก รับส่งบทอย่างแนบเนียน
"ไสหัวไป!" หวังฮ่าวหรานตวาดไล่เสียงเย็น
เฉินหลินหลินรีบวิ่งหนีไปคนละทางกับที่กู่อวี้โหรวซ่อนตัวอยู่
หวังฮ่าวหรานเห็นทางสะดวก ก็เตรียมตัวจะกลับบ้าง
เขาเดินไปทางต้นไม้ที่กู่อวี้โหรวแอบอยู่ แล้วทำเป็นเพิ่งเห็น กระชากตัวเธอออกมา
"เห็นหมดแล้วสินะ?" หวังฮ่าวหรานถามทั้งที่รู้คำตอบอยู่แล้ว
"เห็นแล้ว! แต่อย่าคิดนะว่าทำแค่นี้แล้วฉันจะยกโทษให้!"
ในใจกู่อวี้โหรวลิงโลดดีใจแทบบ้า แต่ภายนอกกลับเชิดหน้าทำท่าหยิ่งยโส มองหวังฮ่าวหรานด้วยสายตาเกลียดชังราวกับศัตรูคู่อาฆาต
ได้ยินแบบนั้น หวังฮ่าวหรานก็ไม่แปลกใจ
ความรักความแค้นในนิยายรักน้ำเน่ามันก็ต้องดราม่าเวอร์วังแบบนี้แหละ
ตามสูตรสำเร็จ กว่านางเอกกับตัวเอกจะลงเอยกันดีๆได้ ก็ต้องปาเข้าไปตอนใกล้จบเรื่องนู่น
ต่อให้ดีกันกลางเรื่องก็แค่ชั่วคราว เดี๋ยวก็ต้องมีเรื่องให้เข้าใจผิดทะเลาะกันอีก
ส่วนหนึ่งก็เพราะคาแรคเตอร์ของนางเอกเอง
นางเอกแนวนี้มักจะหัวแข็ง ปากอย่างใจอย่าง ทั้งที่ในใจรักเขาแทบตาย แต่ปากก็ปฏิเสธเสียงแข็ง ทำเหมือนเกลียดขี้หน้ากัน
ชอบทรมานตัวเองให้เจ็บปวดเล่น แล้วก็รู้สึกสะใจแปลกๆ
กู่อวี้โหรวคือนางเอกพิมพ์นิยมประเภทนี้เป๊ะๆ
และเมื่อเจอนางเอกสไตล์นี้ ตัวเอกส่วนใหญ่ก็มักจะทำตัวซึนเดเระ ปฏิเสธว่าที่ทำดีด้วยไม่ได้พิศวาสอะไร แค่มีเหตุผลอื่นบลาๆ
หวังฮ่าวหรานรู้สึกเอียนกับพล็อตเรื่องน้ำเน่าพวกนี้เต็มทน แต่เพื่อรางวัลจากการสวมบทบาทตัวเอก เขาจำต้องกลืนน้ำลาย เล่นตามบทต่อ
"อย่าคิดเข้าข้างตัวเองไปหน่อยเลย ฉันก็แค่หมั่นไส้ยัยเฉินหลินหลินเลยเรียกออกมาคุยนิดหน่อย ไม่ได้เกี่ยวกับเธอสักนิด"
พูดจบ หวังฮ่าวหรานก็เชิดหน้าอย่างถือดี เตรียมจะเดินหนี
แต่กู่อวี้โหรวได้ยินกลับเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง
ที่แท้... เขาไม่ได้ทำเพราะชอบฉันหรอกเหรอ?
คิดได้ดังนั้น ความน้อยใจก็ตีตื้นขึ้นมา ความผิดหวังเกาะกุมหัวใจ
พลันนึกถึงเรื่องที่เคยถูกเขารังแกข่มเหง
ความอับอายเปลี่ยนเป็นความโกรธ เธอตะโกนไล่หลังเขาไปว่า
"ไอ้คนเลว! รีบไสหัวไปให้พ้นหน้าฉันเลยนะ ชาตินี้อย่าได้เจอกันอีก เรื่องคราวนั้นฉันจะถือว่าทำบุญทำทานให้หมามันกิน!"
ได้ยินเสียงด่า หวังฮ่าวหรานชะงักฝีเท้าเล็กน้อย แต่ก็ข่มใจเดินต่อ ไม่อยากต่อความยาวสาวความยืดกับบทละครน้ำเน่า
ทว่า... เสียงฝีเท้าเร่งรีบกลับดังไล่หลังมา
ไม่ทันตั้งตัว ไหล่ของเขาก็ถูกกระแทกอย่างแรง
หันไปมอง ก็เจอกู่อวี้โหรว
ถนนกว้างขนาดนี้ กู่อวี้โหรวก็ไม่ได้ตาบอด เดินยังไงให้มาชนเขาได้?
ชัดเจนว่าจงใจหาเรื่อง
"อะ... อ๊ะ! ฉันไม่ได้ตั้งใจนะ อย่าทำอะไรบ้าๆ ถ้ากล้าแตะต้องฉัน ฉันจะร้องให้คนมาช่วย!"
กู่อวี้โหรวทำไปเพราะอารมณ์ชั่ววูบ พอเห็นสายตาเย็นชาของหวังฮ่าวหรานที่จ้องกลับมาก็เริ่มใจฝ่อ
แต่ในความกลัว กลับมีความคาดหวังลึกๆซ่อนอยู่
ตอนนี้หวังฮ่าวหรานเริ่มหมดความอดทนกับพล็อตน้ำเน่านี้แล้ว อยากจะจับยัยตัวดีมัดห้อยหัวตากแดดประจานให้เข็ด
แต่พอนึกถึง 'ออร่าโชคดี' ของกู่อวี้โหรว ยามที่ตกอยู่ในอันตราย เธอจะรอดพ้นมาได้เสมอ แถมยังสะท้อนความซวยกลับไปหาคนที่คิดร้ายอีกต่างหาก ความรุนแรงของความซวยจะแปรผันตามระดับความร้ายแรงของการกระทำ
อานุภาพของออร่านี้ เหยียนหยุนเทียนเคยโดนดีมากับตัวแล้ว
หวังฮ่าวหรานที่เป็นพยานรู้เห็นเหตุการณ์นั้นย่อมรู้ซึ้งถึงความน่ากลัว
ความคิดที่จะสั่งสอนกู่อวี้โหรวด้วยวิธีรุนแรงจึงถูกพับเก็บไปทันที
แต่... มันอัดอั้นตันใจชะมัด
ถ้าไม่ใช่เพราะแต้มวายร้าย จ้างให้เขาก็ไม่ยอมลดตัวลงมาเล่นบทน้ำเน่าแบบนี้หรอก
เอ๊ะ... เดี๋ยวสิ การสั่งสอนกู่อวี้โหรวไม่จำเป็นต้องใช้ความรุนแรงหรือทำร้ายร่างกายเสมอไปนี่นา...
หวังฮ่าวหรานนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้
กู่อวี้โหรวคนนี้เป็นนางเอกประเภทพิเศษ... ประเภทชอบความเจ็บปวด(มาโซคิสม์) จากคาแรคเตอร์ บ่งบอกว่าเส้นเรื่องของเธอต้องดราม่าหนักหน่วงและเต็มไปด้วยความเจ็บปวดรวดร้าว
และที่ผ่านๆมา เหตุการณ์ต่างๆก็พิสูจน์แล้วว่าเป็นเรื่องจริง
ขอแค่เล่นไปตามเส้นเรื่องหลัก และระวังอย่าไปกระตุ้นให้ออร่าของเธอทำงาน ก็น่าจะมีช่องทางระบายความแค้นได้บ้าง
"ตามฉันมาซะ" หวังฮ่าวหรานสั่งเสียงเย็น
"ปะ... ไปไหน?" กู่อวี้โหรวถามเสียงสั่น ทั้งกลัวทั้งอยากรู้
"อย่าถามมาก บอกให้ตามก็ตามมา ไม่งั้นอย่าหาว่าไม่เตือน" หวังฮ่าวหรานตีหน้ายักษ์แล้วเดินนำหน้าไป
กู่อวี้โหรวกลัวจนตัวสั่น แต่ก็ยอมเดินตามเขาไปอย่างว่าง่าย...
*****