- หน้าแรก
- เกิดใหม่ทั้งที ดันกลายเป็นนายน้อยจอมวายร้ายไปซะได้
- บทที่ 478 ยัยตัวปัญหา
บทที่ 478 ยัยตัวปัญหา
บทที่ 478 ยัยตัวปัญหา
“กล้องแอบถ่าย? อาจารย์พูดถึงอะไรครับ?”
หม่าหงเซิงแกล้งทำไขสือ ถามกลับหน้าซื่อตาใส
“ฉันเจอกล้องแอบถ่ายหลายตัวซ่อนอยู่ทั้งในและนอกคฤหาสน์ นายเป็นคนติดไว้หรือเปล่า?” ฉินฟานถามเสียงเครียด
“โธ่ อาจารย์ ผมจะไปติดกล้องในบ้านตัวเองทำไมล่ะครับ? ไม่ใช่ผมแน่นอนครับ” หม่าหงเซิงยืนกราน
ฉินฟานฟังแล้วก็คิดตาม หม่าหงเซิงไม่มีเหตุจูงใจที่จะทำเรื่องแบบนั้นจริงๆนั่นแหละ
“อาจารย์ครับ ตกลงเกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่?” หม่าหงเซิงถามด้วยน้ำเสียงเป็นห่วงเป็นใย
“นาย... นายมีแอปวิดีโอสั้นในมือถือไหม? ลองเปิดดูสักพักก็น่าจะรู้เอง” ฉินฟานจำใจบอก เพราะต้องการให้หม่าหงเซิงช่วยจัดการ
อีกอย่าง คลิปมันดังขนาดนี้ หม่าหงเซิงย่อมต้องรู้อยู่ดี ปิดไปก็เท่านั้น
“มีครับ” หม่าหงเซิงรับคำ แล้วทำทีเป็นเปิดแอปดู ไม่นานก็เจอคลิป ‘โชว์หัตถ์เทวะ’ ของฉินฟาน
จริงๆแล้วเขาเห็นมาตั้งนานแล้ว แต่แสร้งทำเป็นเพิ่งเห็น สีหน้าเรียบเฉยไร้ความประหลาดใจ
แต่ฉินฟานมองไม่เห็นหน้าหม่าหงเซิงผ่านโทรศัพท์จึงไม่รู้
“อาจารย์... อาจารย์ทำเรื่องแบบนี้จริงๆเหรอครับ?” หม่าหงเซิงแกล้งทำเสียงตกใจสุดขีด
“ช่างเรื่องนั้นก่อนเถอะ! ตอนนี้ฉันแค่อยากรู้ว่าไอ้สารเลวคนไหนมันแอบติดกล้อง!” ฉินฟานกัดฟันกรอดด้วยความแค้น
“คฤหาสน์หลังนี้ผมเพิ่งซื้อต่อมาไม่นาน เจ้าของเก่าเป็นดารา สงสัยคงมีพวกโรคจิตแอบติดกล้องไว้ส่องดารามั้งครับ” หม่าหงเซิงแถสีข้างถลอก ก่อนจะแกล้งโทษตัวเอง
“ความผิดผมเองครับ ซื้อมาแล้วก็ไม่ได้เข้าไปอยู่ เลยไม่ได้จ้างคนมาทำความสะอาดให้ดี ถ้าผมให้คนมาเคลียร์พื้นที่ก่อน เรื่องบัดสี... เอ้ย เรื่องส่วนตัวของอาจารย์คงไม่หลุดออกไป... เฮ้อ...”
หม่าหงเซิงถอนหายใจยาวเหยียด แล้วพูดต่อ
“ว่าแต่... อาจารย์ครับ คนที่ติดกล้องทำไมถึงเอาคลิปอาจารย์ไปประจานล่ะ? อาจารย์ก็ไม่ใช่ดาราซะหน่อย มันไม่มีเหตุผลเลย”
“ก่อนหน้านี้มีโทรศัพท์เข้ามาที่เบอร์บ้าน ใช้เสียงปลอมขู่ว่ากุมความลับของฉันไว้ ให้โอนเงินไปสิบล้าน” ฉินฟานนึกขึ้นได้
“แล้วอาจารย์ทำยังไงครับ?”
“ฉัน... ฉันนึกว่าเป็นพวกคอลเซ็นเตอร์ เลยไม่ได้สนใจ แถมยังบล็อกเบอร์มันไปด้วย” ฉินฟานนึกย้อนกลับไปแล้วก็อยากจะตบกะโหลกตัวเอง
“ต้องเป็นเพราะมันขู่กรรโชกไม่สำเร็จเลยโมโหปล่อยคลิปแก้แค้นแน่ๆ อาจารย์ครับ ทำไมตอนนั้นไม่ลองคุยดูก่อน... ทำไมถึงรีบวางสายแล้วบล็อกมันไปล่ะครับ?” หม่าหงเซิงจิ้งจอกเฒ่าจอมเจ้าเล่ห์แกล้งตอกย้ำซ้ำเติมให้เจ็บใจเล่น
ฉินฟานยิ่งฟังยิ่งเจ็บใจ
แต่เรื่องมันเกิดขึ้นแล้ว มานั่งเสียใจตอนนี้ก็เปล่าประโยชน์ ต้องรีบหาทางแก้ไข
“เสี่ยวหม่า นายรีบหาทางลบคลิปพวกนั้นออกจากเน็ตให้หมด เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้” ฉินฟานสั่ง
“ได้ครับ ผมจะใช้เส้นสายทั้งหมดที่มีจัดการเรื่องนี้ให้ดีที่สุด” หม่าหงเซิงรับปากเป็นมั่นเป็นเหมาะ แต่ในใจกลับคิด ฝันไปเถอะ! ฉันอยากให้แกตายทั้งเป็นซะมากกว่า!
วางสายเสร็จ ฉินฟานทิ้งตัวลงนอนแผ่หราบนเตียงอย่างหมดเรี่ยวแรง
อุตส่าห์มีเงินล้านกะจะออกไปท่องโลกให้หนำใจ ช้อปปิ้งเสริมหล่อสร้างภาพลักษณ์ใหม่
แต่ตอนนี้คลิปหลุดว่อนเน็ตขนาดนี้ ใครจะกล้าเอาหน้าออกไปให้ชาวบ้านเขานินทา
ช่วงบ่าย
ในห้องเรียนคณะบริหารธุรกิจ
หลิวเยว่ ศาสตราจารย์สาวสวยมาดขรึมกำลังยืนบรรยายอยู่หน้าชั้นเรียน
นักศึกษาทุกคนนั่งตัวตรง ตั้งใจฟังอย่างเคร่งเครียด
ยกเว้นหวังฮ่าวหราน ที่นั่งเล่นเกมมือถืออย่างเปิดเผย ไม่แคร์สายตาใคร
หลิวเยว่เห็นแล้ว แต่ไม่พูดอะไร แสร้งทำเป็นมองไม่เห็น
เพราะนี่คือสิทธิ์พิเศษที่เธอมอบให้เขาเอง... ในคลาสของเธอ เขาจะทำอะไรก็ได้ตามใจชอบ
หวืด...
มีข้อความเด้งขึ้นมาบังหน้าจอเกม
เป็นข้อความจากเส้าหว่านหว่าน
หวังฮ่าวหรานกดเข้าไปอ่าน
"กู่อวี้โหรวทำภาพวาดราคาห้าแสนเสียหายในงานนิทรรศการเจ้าค่ะ"
อ่านจบ หวังฮ่าวหรานก็ทำหน้าเซ็ง
นางเอกนิยายจีบหนุ่มมักจะเป็นตัวสร้างปัญหาแบบนี้แหละ เป็นเรื่องปกติ
และนี่ก็เป็นบทที่ตัวเอกต้องขี่ม้าขาวมาช่วยตามสูตรสำเร็จ
แต่เดี๋ยวนะ... ตอนนี้เขาสวมรอยเป็นตัวเอกอยู่นี่?
งั้นก็แปลว่า... เขาต้องไปตามเช็ดตามล้างให้ยัยนั่นน่ะสิ?
เรื่องไร้สาระพรรค์นี้ เขาคร้านจะไปยุ่งชะมัด
"ช่างหัวมัน ให้แก้ปัญหาเอาเอง จบเรื่องแล้วค่อยมารายงานผล"
หวังฮ่าวหรานพิมพ์ข้อความเตรียมจะส่ง
[ติ๊ง! การกระทำนี้ถือว่าโฮสต์ละทิ้งบทบาทตัวเอกที่สวมรอยอยู่ ระบบจะทำการหักแต้มวายร้าย 3,200 แต้ม และออร่าตัวร้าย 160 แต้ม ยืนยันหรือไม่?]
ระบบแจ้งเตือนเด้งขึ้นมาขัดจังหวะ
นิ้วที่กำลังจะกดส่งชะงักกึก
ถ้าไม่มีไอ้ฉินฟานตัวแสบ เขาคงไม่เสียดายแต้มพวกนี้หรอก
แต่ตอนนี้ เขาต้องการแต้มวายร้ายอย่างมาก
ขืนโดนหักไปตั้ง 3,200 คงเสียดายแย่
"ถ้าฉันสวมรอยเป็นตัวเอกแล้วดำเนินตามเส้นเรื่องของกู่อวี้โหรว จะได้รางวัลไหม?" หวังฮ่าวหรานลองถามระบบ
[ตอบโฮสต์: แน่นอน ยิ่งจบเส้นเรื่องหลักของนางเอกกู่อวี้โหรวได้เร็วเท่าไหร่ รางวัลก็จะยิ่งมากขึ้นเท่านั้น เมื่อเส้นเรื่องหลักจบลง กู่อวี้โหรวจะสูญเสียสถานะตัวเอกหญิงและออร่าทั้งหมด]
ได้ยินคำตอบ หวังฮ่าวหรานก็ตาลุกวาว
แบบนี้ก็มีด้วย?
ชักน่าสนใจขึ้นมาแล้วสิ
ถึงจะไม่อยากไปตามล้างตามเช็ดให้ยัยตัวปัญหานั่น แต่ถ้ามีรางวัลล่อใจก็พอลุ้นไหว
หวังฮ่าวหรานลบข้อความที่พิมพ์ค้างไว้ แล้วพิมพ์ใหม่
"ภาพวาดนั่น กู่อวี้โหรวทำพังเองหรือโดนคนอื่นแกล้ง?"
เขาพอจะรู้พล็อตเรื่องนิยายแนวนี้อยู่บ้าง
นางเอกสร้างเรื่องมักจะมีอยู่สองกรณี
หนึ่งคือซุ่มซ่ามทำตัวเอง
สองคือนางร้ายวางแผนกลั่นแกล้ง
เส้าหว่านหว่านตอบกลับ: "กู่อวี้โหรวอ้างว่ามีผู้หญิงคนหนึ่งผลักนาง ถึงได้เซไปชนภาพวาดเสียหาย แต่ไม่มีพยานเห็นเหตุการณ์ เรื่องนี้ยังไม่ชัดเจน ข้าต้องตรวจสอบเพิ่มเติมก่อนถึงจะยืนยันได้เจ้าค่ะ"
อ่านข้อความจบ หวังฮ่าวหรานก็มั่นใจเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์ว่าเป็นฝีมือของนางร้าย
หวังฮ่าวหรานเริ่มวางแผนในหัว
ถ้าเป็นเพราะความซุ่มซ่าม ก็แค่จ่ายเงินค่าเสียหายให้จบๆไป
แต่ถ้าโดนแกล้ง การจ่ายเงินก็แค่แก้ปัญหาที่ปลายเหตุ ปัญหาจะมีมาไม่จบไม่สิ้น
ตามสไตล์นิยายจีบหนุ่ม นางร้ายเห็นแผนแรกไม่สำเร็จ เดี๋ยวก็ต้องสรรหาแผนใหม่มาเล่นงานนางเอกอีก แล้วเส้นเรื่องก็จะยืดเยื้อออกไปไม่รู้จบ
หวังฮ่าวหรานไม่อยากเสียเวลามาคอยตามแก้ปัญหาจุกจิกทุกวัน
วิธีที่ดีที่สุดคือจัดการนางร้ายให้เด็ดขาด ตัดจบปัญหา เพื่อเร่งเส้นเรื่องให้จบเร็วขึ้น
"ไม่ต้องไปสืบหาความจริงแล้ว ไปสืบประวัติผู้หญิงคนที่กู่อวี้โหรวกล่าวหามาให้ฉัน ฉันต้องการข้อมูลเดี๋ยวนี้"
หวังฮ่าวหรานพิมพ์สั่งการเส้าหว่านหว่านทันที
*****