เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 470 หวังฮ่าวหรานผู้ใสซื่อบริสุทธิ์

บทที่ 470 หวังฮ่าวหรานผู้ใสซื่อบริสุทธิ์

บทที่ 470 หวังฮ่าวหรานผู้ใสซื่อบริสุทธิ์


เมื่อได้ยินคำพูดของซ่งจื่อฮุ่ย หวังเซียงก็หน้าเจื่อนลงทันตา

บอกตามตรง เขาอยากให้เธอรีบๆกลับไปซะเดี๋ยวนี้

กลัวเหลือเกินว่าถ้าเธอเข้าไปในงานเลี้ยง ความลับเรื่องที่เขาโม้ไว้จะแตกเอา

แต่ในเมื่อซ่งจื่อฮุ่ยออกปากขนาดนี้ จะให้ไล่กลับก็เสียมารยาท

“ฮ่าๆๆ งั้นเชิญเลยครับ เชิญเลย” หวังเซียงรีบปรับสีหน้า ยิ้มร่าต้อนรับขับสู้

จากนั้นก็เดินนำหน้าพาทุกคนกลับเข้าไปในงาน

หวังฮ่าวหรานรู้ทันความคิดของซ่งจื่อฮุ่ยที่เปลี่ยนใจกะทันหัน แต่ก็เลือกที่จะเงียบไว้

ระหว่างทาง ซ่งจื่อฮุ่ยก็หันมาถามหวังเซียง

“คนนี้คือใครหรอคะ?”

“อ๋อ นี่ลูกชายผมเองครับ ชื่อหวังฮ่าวหราน” หวังเซียงแนะนำลูกชาย

ซ่งจื่อฮุ่ยพอจะเดาได้ตั้งแต่เห็นหน้าเขาแล้ว แต่พอยืนยันว่าเป็นความจริง ก็อดตกใจไม่ได้

ไม่นึกไม่ฝันเลยว่าเจ้าหนี้ของเพื่อนรักจะกลายเป็นหนุ่มหล่อที่เธอตกหลุมรักตั้งแต่แรกเห็น

แถมเธอยังเคยเม้าท์กับเฟิงอันนาว่า ‘หวังฮ่าวหราน’ ต้องขี้เหร่แน่ๆ

คิดแล้วก็อายแทบแทรกแผ่นดินหนี

แต่เมื่อได้รับการแนะนำ เธอก็อดไม่ได้ที่จะหันไปมองหวังฮ่าวหรานเต็มตา

หวังฮ่าวหรานก็หันมาสบตาเธอเช่นกัน

สายตาสองคู่ปะทะกันกลางอากาศ

หวังฮ่าวหรานยังคงตีหน้านิ่ง สงบเยือกเย็น

ต่างจากซ่งจื่อฮุ่ยที่หัวใจเต้นโครมคราม เธอสูดหายใจลึกเรียกสติ แล้วส่งยิ้มหวานหยาดเยิ้มให้

“สวัสดีค่ะ”

พร้อมกับยื่นมือออกไปทักทาย

“สวัสดีครับ” หวังฮ่าวหรานยื่นมือไปสัมผัส

มือของเธอนุ่มนิ่มและเรียบลื่นกว่าที่คิดไว้มาก

ตามหลักแล้ว เชฟน่าจะมีมือที่หยาบกร้านจากการทำงานหนักไม่ใช่เหรอ?

แต่พอลองคิดดูดีๆ ถ้าใส่ถุงมือตลอดเวลาที่ทำอาหาร และดูแลบำรุงรักษาอย่างดี มือนุ่มๆแบบนี้ก็เป็นไปได้

อีกอย่าง... สกิลนางเอกมักจะแหกกฎธรรมชาติอยู่แล้ว

ซ่งจื่อฮุ่ยจะมีมือสวยเนียนนุ่มราวกับคุณหนูที่ไม่เคยจับงานหนักก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร

หวังฮ่าวหรานสัมผัสได้ถึงอาการสั่นเทาเล็กน้อยจากมือของซ่งจื่อฮุ่ยขณะจับมือ

หวังเซียงที่ยืนดูอยู่ก็รู้สึกทะแม่งๆ

ทีกับเขาไม่เห็นจะจับมือทักทาย ทำไมกับลูกชายเขาถึงได้ดูสนิทสนมขนาดนั้น?

แต่คิดไปคิดมา... นี่มันก็เรื่องดีนี่นา!

ไม่นาน ทั้งสามก็เดินกลับเข้ามาในห้องจัดเลี้ยง

ซ่งจื่อฮุ่ยเดินตรงไปนั่งตรงที่นั่งว่างซึ่งจัดไว้ให้เธอตั้งแต่แรก

หวังเซียงที่คุยโวไว้เยอะต้องกัดฟันเดินหน้าต่อ แนะนำซ่งจื่อฮุ่ยให้เพื่อนๆรู้จักราวกับสนิทสนมกันมานาน

ในใจเต้นตุ๊มๆต่อมๆ กลัวซ่งจื่อฮุ่ยจะปากโป้งพูดความจริงออกมา

แต่ผิดคาด ซ่งจื่อฮุ่ยไม่เพียงไม่แฉความจริง แต่ยังวางตัวสุภาพอ่อนน้อม ให้เกียรติหวังเซียงและเจิ้นหลี่อย่างดีเยี่ยมตลอดงาน

จนเพื่อนๆของหวังเซียงเชื่อสนิทใจว่าทั้งสองฝ่ายมีความสัมพันธ์อันดีต่อกันจริงๆ

งานเลี้ยงจบลงเมื่อฟ้ามืดสนิท

หวังเซียงทยอยส่งแขกเหรื่อจนหมด

ซ่งจื่อฮุ่ยอยู่ต่ออีกพักหนึ่ง จนกระทั่งแขกคนสุดท้ายกลับไป เธอก็เตรียมตัวจะกลับบ้าง

“คุณหวังคะ ได้เวลากลับแล้ว ขอตัวก่อนนะคะ”

“คุณซ่งครับ ดึกป่านนี้แล้ว คุณเพิ่งมาเมืองชิงหลิง คงยังไม่มีที่พักประจำใช่ไหม? คืนนี้นอนที่นี่ก่อนไหมครับ?”

หวังเซียงเอ่ยชวนตามมารยาทด้วยเจตนาดี เพื่อตอบแทนน้ำใจที่ซ่งจื่อฮุ่ยช่วยรักษาหน้าเขาไว้ในงานเลี้ยง

“งั้นต้องรบกวนด้วยนะคะ” ซ่งจื่อฮุ่ยตอบรับทันควัน ราวกับกลัวหวังเซียงจะเปลี่ยนใจ

“ได้ครับ งั้นเดี๋ยวผมจะให้คนไปส่ง...” หวังเซียงเกือบจะหลุดปากสั่งคนใช้ แต่ก็รู้ตัวได้อย่างรวดเร็ว จึงรีบเปลี่ยนคำพูด “รบกวนอะไรกันครับ คุณซ่งให้เกียรติพักที่นี่ถือเป็นเกียรติของตระกูลเรามากกว่า”

จากนั้นเขากำลังจะให้สาวใช้พาซ่งจื่อฮุ่ยไปยังห้องรับแขกที่ดีที่สุด แต่ดันเหลือบไปเห็นสายตาของลูกชายที่กำลังมองเธออยู่

“ฮ่าวหราน พาคุณซ่งไปส่งที่ห้องรับรองแขกหน่อย”

“ครับพ่อ” หวังฮ่าวหรานรับคำ แอบชื่นชมพ่อในใจ แล้วหันไปผายมือเชิญซ่งจื่อฮุ่ย “เชิญทางนี้ครับ”

“รบกวนด้วยนะคะ” ซ่งจื่อฮุ่ยดีใจจนเนื้อเต้น แต่ภายนอกยังคงรักษารอยยิ้มบางๆไว้

หวังฮ่าวหรานเดินนำหน้า ซ่งจื่อฮุ่ยเดินตามหลังต้อยๆ

สักพัก ทั้งคู่ก็มาหยุดหน้าห้องรับรองแขกห้องหนึ่ง

หวังฮ่าวหรานเปิดประตู แล้วพาซ่งจื่อฮุ่ยเข้าไปข้างใน

“ห้องนี้มีแม่บ้านมาทำความสะอาดเป็นประจำ เครื่องนอนของใช้เปลี่ยนใหม่หมดแล้ว พักผ่อนได้ตามสบายเลย ขาดเหลืออะไรบอกผมได้ตลอดเลยนะครับ” หวังฮ่าวหรานพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังเป็นทางการ

“ขอบคุณนะคะ” ซ่งจื่อฮุ่ยพยักหน้าเขินๆ แล้วจู่ๆก็ถามขึ้นมาว่า

“เธอยังเรียนอยู่หรือเปล่า?”

ตอนอยู่ในงานเลี้ยงต้องรักษาภาพลักษณ์ แต่จริงๆแล้วเธอเป็นคนร่าเริงและเปิดเผย

พออยู่กันสองต่อสอง เธอก็เผยตัวตนที่แท้จริงออกมา

ยิ่งเห็นหวังฮ่าวหรานดูซื่อๆขี้อาย เธอก็ยิ่งได้ใจ

“ครับ อยู่ปีหนึ่ง มหาวิทยาลัยชิงหลิง” หวังฮ่าวหรานตอบหน้าซื่อตาใส

“ปีหนึ่งเหรอ...” ซ่งจื่อฮุ่ยพึมพำ

งั้นก็น่าจะอายุประมาณสิบเก้า... อ่อนกว่าเธอสามปี

กินหญ้าอ่อนเหรอเนี่ย?

ไม่สิ ไม่ใช่สักหน่อย!

โบราณเขาว่าไว้... ผู้หญิงอายุมากกว่าผู้ชายสามปี เหมือนได้อุ้มก้อนทอง ถือว่าเหมาะสมกำลังดี!

(TL: สำนวน ผู้หญิงที่อายุมากกว่านิดหน่อยมักมีวุฒิภาวะ ดูแลเก่ง ช่วยเกื้อหนุนชีวิตคู่ ทำให้ฝ่ายชายโชคดีเหมือนได้ทอง)

“หน้าตาดีขนาดนี้ สาวๆคงตามจีบตรึมเลยสิ มีแฟนหรือยัง?” ซ่งจื่อฮุ่ยเริ่มรุก

“มะ... ไม่มีครับ” หวังฮ่าวหรานก้มหน้าหลบสายตา แกล้งทำเป็นเขินอาย

ซ่งจื่อฮุ่ยได้ยินคำตอบก็ตาลุกวาว รีบคว้าโอกาสทอง พูดทีเล่นทีจริง

“งั้นเธอคิดว่าฉันเป็นยังไงบ้าง?”

หวังฮ่าวหรานแอบอึ้ง ไม่คิดว่านางเอกคนนี้จะรุกแรงขนาดนี้

“สวยมากเลยครับ” หวังฮ่าวหรานแกล้งทำเป็นไม่เข้าใจความนัย

“งั้นให้ฉันเป็นแฟนเธอดีไหม?”

ซ่งจื่อฮุ่ยเห็นเขาดูซื่อบื้อ เลยพูดตรงๆไม่อ้อมค้อม

หวังฮ่าวหรานเกือบจะหลุดปากตอบตกลง แต่ก็ต้องยั้งไว้

เขาเคยเช็กข้อมูลของฉินฟานแล้ว รู้ว่าฉินฟานมีสกิลเทพถึง 99 อย่าง และหนึ่งในนั้นคือ... เทพเจ้าแห่งการทำอาหาร

ซ่งจื่อฮุ่ยมีฝีมือทำอาหารระดับเทพ เป็นไปได้สูงว่าเธอจะเป็นหนึ่งในศิษย์ทั้ง 99 คนของฉินฟาน

ขืนไปเป็นแฟนกับเธอแล้วฉินฟานรู้เข้า...  ไม่เท่ากับหาเรื่องใส่ตัวเหรอ?

“เมื่อกี้ผมล้อเล่นครับ จริงๆผมมีแฟนแล้ว” หวังฮ่าวหรานกลับลำดื้อๆ

ซ่งจื่อฮุ่ยกลอกตามองบน

แน่นอนว่าเธอไม่เชื่อเลย คิดว่าเขาคงแค่หาข้ออ้างปฏิเสธเธอเฉยๆ

“งั้นเธอจะรังเกียจไหม... ถ้าจะมีแฟนเพิ่มอีกสักคน?”

ซ่งจื่อฮุ่ยไม่ยอมแพ้ จ้องตาเขาเขม็ง ส่งสายตายั่วยวนสุดฤทธิ์ กะจะเผด็จศึก ‘หนุ่มน้อย’ คนนี้ให้ได้!

*****

จบบทที่ บทที่ 470 หวังฮ่าวหรานผู้ใสซื่อบริสุทธิ์

คัดลอกลิงก์แล้ว