เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 468 เทพธิดาแห่งวงการอาหาร

บทที่ 468 เทพธิดาแห่งวงการอาหาร

บทที่ 468 เทพธิดาแห่งวงการอาหาร


เมื่อเห็นท่าทางแปลกๆของเจิ้นเหว่ย ซ่งจื่อฮุ่ยก็อดไม่ได้ที่จะคาดเดาตัวตนของอีกฝ่ายในใจ

ไม่นานนัก เธอก็คิดถึงคนคนหนึ่งขึ้นมา... หวังฮ่าวหราน ลูกเศรษฐีตัวแสบที่เฟิงอันนาเพื่อนรักของเธอเคยพูดถึง

“อ้อ ไหนลองบอกมาสิว่านายเป็นใคร?” ซ่งจื่อฮุ่ยยังไม่แน่ใจ จึงถามเสียงเรียบ

“ฉันคือ...” เจิ้นเหว่ยเกือบจะโพล่งชื่อตัวเองออกมา แต่ก็ยั้งปากไว้ทัน

เพราะเขารู้สึกว่าชื่อชั้นตัวเองยังไม่ถึงขั้น

เขาเป็นแค่ญาติห่างๆของเจิ้นหลี่เท่านั้น ไม่ได้สลักสำคัญอะไร

ที่มางานวันเกิดวันนี้ก็แค่บังเอิญโผล่มา ไม่ได้รับเชิญด้วยซ้ำ

ขืนบอกชื่อไป สาวสวยตรงหน้าคงไม่ไว้หน้าเขาแน่

แต่เจิ้นเหว่ยก็ไม่อยากเสียหน้า จึงทำเก่งขู่ฟ่อๆ

“อีกเดี๋ยวเธอก็รู้เองว่าฉันเป็นใคร คอยดูเถอะ!”

พูดจบ เจิ้นเหว่ยก็เดินปึงปังจากไปอย่างหัวเสีย

ซ่งจื่อฮุ่ยขมวดคิ้ว ไม่ได้รู้สึกว่าเจิ้นเหว่ยขู่เล่นๆ

เพราะเธอปักใจเชื่อไปแล้วว่าหมอนี่คือ ‘หวังฮ่าวหราน’

การที่เขาทิ้งท้ายไว้แบบนั้น แสดงว่าคงจะไปฟ้องพ่อแม่แน่นอน

แต่ซ่งจื่อฮุ่ยไม่กลัว

หวังเซียงเป็นคนเชิญเธอมา หรือจะพูดให้ถูกคือ หวังเซียงเป็นคนขอร้องให้เธอมาต่างหาก

แล้วเธอต้องกลัวหวังฮ่าวหรานด้วยเหรอ?

ต่อให้หวังฮ่าวหรานไปฟ้องแล้วไง?

ยังไม่นับว่าหวังเซียงจะเข้าข้างลูกชายไหม ต่อให้เข้าข้าง เธอก็ไม่กลัว

เธอไม่ใช่ตะเกียงขาดน้ำมันให้ใครมาข่มเหงง่ายๆ

ซ่งจื่อฮุ่ยหันกลับไปทำงานต่อ ไม่ได้เก็บเอาไอ้หนุ่มหน้าตาหื่นกามและขี้เหร่คนเมื่อกี้มาใส่ใจ

เจิ้นเหว่ยเดินออกจากห้องครัว ตรงดิ่งไปหาหวังฮ่าวหราน

แต่หาเท่าไหร่ก็ไม่เจอ ถามคนใช้ก็ไม่มีใครรู้

เจิ้นเหว่ยจนปัญญา

จนกระทั่งถึงเวลาเสิร์ฟอาหารในงานเลี้ยงวันเกิด หวังฮ่าวหรานที่เพิ่งวางสายจากการคุยโทรศัพท์ในห้องนอนก็ปรากฏตัว

งานเลี้ยงวันเกิดมีโต๊ะจีนแค่สองโต๊ะ ฝั่งหนึ่งเป็นเพื่อนของเจิ้นหลี่ อีกฝั่งเป็นญาติพี่น้อง

หวังฮ่าวหรานนั่งฝั่งโต๊ะญาติๆ

เจิ้นเหว่ยรีบขยับเข้าไปนั่งข้างๆหวังฮ่าวหรานทันที

“พี่ฮ่าวหราน เมื่อกี้ผมเจอสาวขายาวในห้องครัว สวยโคตรๆเลยพี่” เจิ้นเหว่ยกระซิบ

“สวยเท่าฉินหยุนหานไหม?” หวังฮ่าวหรานกระซิบถามกลับ

“สวยพอๆกันเลย แถมยังสูงกว่าฉินหยุนหานตั้งเยอะ ขายาวกว่าด้วย” เจิ้นเหว่ยทำหน้าหื่น

หวังฮ่าวหรานเลิกคิ้ว

ฉินหยุนหานสูงร้อยเจ็ดสิบห้า สำหรับผู้หญิงถือว่าสูงมากแล้ว

สาวขายาวคนนี้ยังสูงกว่าอีกเหรอ?

ผู้หญิงสูงขนาดนี้ว่าหายากแล้ว ยิ่งสวยด้วยยิ่งหายากเข้าไปใหญ่

หวังฮ่าวหรานเริ่มสนใจขึ้นมานิดๆ แต่ตอนนี้อยู่ในงานเลี้ยง จะให้วิ่งแจ้นไปดูที่ห้องครัวก็ดูไม่ดี

“ถ่ายรูปมาหรือเปล่า?” หวังฮ่าวหรานถาม

“ไม่ได้ถ่ายครับ” เจิ้นเหว่ยส่ายหน้า แล้วเริ่มฟ้อง “ตอนนั้นผมเห็นเธอสวยดี กะจะเข้าไปขอวีแชทให้พี่ แต่ยัยนั่นหยิ่งชะมัด ไม่สนใจผมเลย”

“ผมเลยอ้างชื่อพี่ไป แต่ยัยนั่นกลับบอกว่าพี่เป็นใครไม่เห็นจะรู้จัก แถมยังด่าพี่เละเทะ พูดจาหยาบคายมาก”

หวังฮ่าวหรานหรี่ตามองเจิ้นเหว่ย

เขารู้ไส้รู้พุงเจิ้นเหว่ยดีว่าสันดานเป็นยังไง ไม่มีทางเชื่อคำพูดหมอนี่ร้อยเปอร์เซ็นต์หรอก

“ได้ เดี๋ยวฉันไปถามเธอเองว่าพูดแบบนั้นหรือเปล่า ถ้าจริง... ฉันจะสั่งสอนเธอ แต่ถ้าไม่จริง...” หวังฮ่าวหรานพูดเสียงเรียบ

“อย่านะพี่! ผม... ผมใส่สีตีไข่ไปนิดหน่อย เธอไม่ได้ด่าพี่หรอก แค่มองผมด้วยสายตาเย็นชาเฉยๆ” เจิ้นเหว่ยรีบสารภาพ

“เมื่อกี้แกบอกว่าเธออยู่ในครัว เธอทำหน้าที่อะไร?” หวังฮ่าวหรานถาม

“ดูท่าทางน่าจะเป็นหัวหน้าเชฟมั้งครับ” เจิ้นเหว่ยตอบ

“รู้ไหมว่าชื่ออะไร?”

“ไม่รู้ครับ” เจิ้นเหว่ยส่ายหน้า

หวังฮ่าวหรานไม่ถามต่อ ตั้งใจว่ากินเลี้ยงเสร็จจะแอบไปดูด้วยตาตัวเอง

อาหารเริ่มทยอยเสิร์ฟ งานเลี้ยงเริ่มขึ้น

หวังฮ่าวหรานคีบซาชิมิทูน่าบลูฟินเข้าปาก สัมผัสแรกที่ลิ้นแตะคือ... โคตรความอร่อย!

หวังฮ่าวหรานตาลุกวาว รีบคีบกินอีกหลายชิ้นติดกัน

ในขณะเดียวกัน ที่โต๊ะเพื่อนๆของแม่ก็มีเสียงฮือฮาดังขึ้น

“เหล่าหวัง นายไปจ้างเชฟที่ไหนมาเนี่ย ฝีมือสุดยอดเลย! ฉันกินของดีมาก็เยอะ แต่นี่เป็นครั้งแรกเลยที่ได้กินของอร่อยขนาดนี้”

เป็นเสียงของฉินไค

“เหล่าฉิน นายคงไม่รู้อะไรซะแล้ว งานวันเกิดปีนี้ฉันทุ่มทุนจ้างเทพธิดาแห่งวงการอาหารที่มีชื่อเสียงระดับโลกมาจัดให้เลยนะ ฝีมือระดับท็อปของโลก เชฟโรงแรมห้าดาวทั่วไปเทียบไม่ติดฝุ่นหรอก” หวังเซียงคุยโว

“ใครกัน?” ฉินไคถาม

“ซ่งจื่อฮุ่ยไง อัจฉริยะสาวสวยแห่งวงการอาหารคนนั้น” หวังเซียงเฉลย

“อ๋อ แม่สาวน้อยวัยยี่สิบกว่าๆที่ได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์จากควีนอังกฤษคนนั้นน่ะเหรอ?” ฉินไคถามด้วยความทึ่ง

“ใช่แล้ว” หวังเซียงพยักหน้า

เพื่อนร่วมโต๊ะคนอื่นๆที่พอจะได้ยินกิตติศัพท์มาบ้างต่างก็พากันทำหน้าตื่นเต้น

ที่โต๊ะข้างๆ

หวังฮ่าวหรานได้ยินบทสนทนาของพ่อกับลุงฉิน มือที่ถือตะเกียบถึงกับสั่น

โดยเฉพาะเมื่อได้ยินชื่อ ‘ซ่งจื่อฮุ่ย’

นี่มัน... นางเอกที่ตกหลุมรักเขาตั้งแต่แรกเห็นคนนั้นไม่ใช่เหรอ?

เขากำลังกลุ้มใจว่าจะไปตามหาตัวซ่งจื่อฮุ่ยได้ที่ไหน

นึกไม่ถึงว่าเธอจะเป็นเชฟที่มาจัดงานวันเกิดให้แม่เขาเอง

สาวสวยขายาวที่เจิ้นเหว่ยพูดถึง ก็คงจะเป็นซ่งจื่อฮุ่ยคนนี้แหละ

“เทพธิดาแห่งวงการอาหารคนนี้ตัวท็อปเลยนะ จ้างยากมาก นายทำได้ยังไงเนี่ย?” ฉินไคถามหวังเซียงอย่างสงสัย

“ยากมากจริงๆ ถ้าไม่มีเส้นสายล่ะก็อย่าหวังว่าจะเชิญมาได้เลย”

หวังเซียงไม่กล้าบอกความจริงว่าใช้เงินฟาดหัวจ้างมาแพงหูฉี่ เลยโกหกสร้างภาพไป

และเพื่อป้องกันไม่ให้ฉินไคซักไซ้ต่อ หวังเซียงจึงรีบเปลี่ยนเรื่อง

“เอ้อ เหล่าฉิน แล้วหนูหยุนหานหลานสาวฉันล่ะ? ไหนบอกว่าจะพามาด้วย ทำไมไม่เห็นเลย?”

“ตอนแรกก็คุยกันดิบดี ฉันส่งคนขับรถไปรับถึงมหาลัยแล้ว แต่จู่ๆยัยเด็กนั่นก็โทรมาบอกว่าไม่ค่อยสบาย มาไม่ไหว” ฉินไคอธิบาย แล้วหันมาทางหวังฮ่าวหรานที่โต๊ะข้างๆ

“ฮ่าวหราน กลับไปที่มหาลัยแล้วฝากไปดูน้องหน่อยนะ ถ้ายังไม่หายก็พาไปหาหมอด้วย”

“ได้ครับลุงฉิน” หวังฮ่าวหรานรับคำ

“ว่าแต่... เธอกับหยุนหาน พัฒนาไปถึงไหนแล้ว?”

ฉินไครู้มาสักพักแล้วว่าลูกสาวกับหวังฮ่าวหรานสนิทสนมกันดี

ยิ่งตอนนี้เรียนที่เดียวกัน โอกาสเจอกันก็ยิ่งเยอะ

ฉินไคเป็นห่วงเรื่องความรักของลูกสาว แต่ถามทีไรลูกสาวก็บ่ายเบี่ยงไม่ยอมตอบ เลยถือโอกาสถามหวังฮ่าวหรานซะเลย

หวังฮ่าวหรานใจหายวาบ

ขืนบอกความจริงไป มีหวังฉินไคเอาปืนไล่ยิงเขาแน่

สมองประมวลผลอย่างรวดเร็ว หวังฮ่าวหรานแกล้งทำหน้าเศร้าสร้อย

“โธ่ คุณลุงฉินครับ หยุนหานเธอเย็นชาจะตาย ไม่ค่อยสนใจผมหรอกครับ ความสัมพันธ์ของเราตอนนี้... ก็แค่เพื่อนที่สนิทกันนิดหน่อย... นิดหน่อยจริงๆครับ”

*****

จบบทที่ บทที่ 468 เทพธิดาแห่งวงการอาหาร

คัดลอกลิงก์แล้ว