- หน้าแรก
- เกิดใหม่ทั้งที ดันกลายเป็นนายน้อยจอมวายร้ายไปซะได้
- บทที่ 464 วันเกิดเจิ้นหลี่
บทที่ 464 วันเกิดเจิ้นหลี่
บทที่ 464 วันเกิดเจิ้นหลี่
ช่วงบ่าย
หลังจากทานมื้อกลางวันที่เฟิงอันนาทำให้ทานที่วิลล่าเสร็จ หวังฮ่าวหรานก็เดินเท้ากลับไปที่มหาวิทยาลัย
ระหว่างทาง จู่ๆเจิ้นหลี่ก็โทรเข้ามา
"ลูกรัก เย็นนี้กลับมาทานข้าวที่บ้านนะลูก"
ทันทีที่รับสาย เสียงเจิ้นหลี่ก็ดังตามมา
"แม่ ทำไมจู่ๆถึงให้กลับไปทานข้าวที่บ้านล่ะ?" หวังฮ่าวหรานไม่ได้คิดอะไรมาก จึงถามกลับไปตามความเคยชิน
"วันนี้วันเกิดแม่ ลูกลืมเหรอ?" เจิ้นหลี่อึ้งไปเล็กน้อย
หวังฮ่าวหรานลองค้นความทรงจำดู แล้วก็พบว่าวันนี้เป็นวันเกิดของเจิ้นหลี่จริงๆด้วย เขาถึงกับหน้าถอดสี
"โธ่ แม่ครับ ผมจะลืมวันเกิดแม่ได้ยังไง ผมเตรียมของขวัญไว้ให้แล้ว กะว่าจะแอบกลับไปเซอร์ไพรส์แม่ซะหน่อย"
หวังฮ่าวหรานรีบแถแก้ตัวทันควัน
"ลูกแม่น่ารักที่สุด" เจิ้นหลี่เชื่อสนิทใจ เอ่ยชมลูกชาย ก่อนจะนึกอะไรขึ้นได้
"ถ้าลูกสะดวก ชวนเว่ยเว่ยมาด้วยสิ แม่ยังไม่ได้ให้ของรับขวัญเธอเลย"
"เธออาจจะมีสอนช่วงเย็นน่ะครับ ไม่รู้ว่าจะว่างไหม เดี๋ยวผมลองถามดูก่อนนะ" หวังฮ่าวหรานตอบแบ่งรับแบ่งสู้
ถึงฉิวเฉียนเว่ยจะเป็นศาสตราจารย์คณะดุริยางคศิลป์เหมือนกับหลิวเยว่และจี้สุ่ยเหยา แต่ตารางสอนของเธอว่างกว่าเยอะ กลางวันยังสอนเพียงไม่กี่คาบ แล้วกลางคืนจะไปมีสอนได้ยังไง
แถมถ้าฉิวเฉียนเว่ยรู้ว่าเจิ้นหลี่เชิญ ต่อให้มีสอน เธอก็คงโดดงานมาแน่นอน
แต่ที่หวังฮ่าวหรานต้องโกหก เพราะกลัวรถไฟชนกันต่างหาก
"แม่เชิญใครมาบ้าง?" หวังฮ่าวหรานถาม
"แค่เพื่อนที่สนิทกันไม่กี่คนน่ะ"
"มีน้าถังด้วยใช่ไหมครับ?" หวังฮ่าวหรานถามจี้จุด
"แน่นอนสิลูก" เจิ้นหลี่ตอบ ก่อนจะเปรยขึ้นมาอย่างแปลกใจ "ไม่รู้ทำไม ช่วงนี้ปิงหยุนถึงได้ดีกับแม่ผิดปกติ"
"ลูกก็รู้นี่นาว่าแม่จะซื้อเครื่องประดับหยกชิ้นใหม่ให้เป็นของรับขวัญเว่ยเว่ย แม่เล็งสร้อยคอหยกเนื้อดีราคาห้าล้านไว้ แต่ถังปิงหยุนดันลดให้ตั้งเก้าสิบเปอร์เซ็นต์!"
"บางทีมูลค่าจริงๆของสร้อยเส้นนั้นอาจจะไม่สูงก็ได้มั้งครับ ต้นทุนอาจจะแค่แถวๆห้าแสน เขาคงขายราคาทุนให้แม่นั่นแหละ" หวังฮ่าวหรานรู้ดีอยู่แก่ใจ แต่พูดความจริงออกมาไม่ได้
"แม่พอดูของเป็นนะลูก ต้นทุนสร้อยเส้นนั้นไม่มีทางแค่ห้าแสนแน่ๆ อย่างต่ำๆก็ต้องสามล้าน" เจิ้นหลี่ยืนยันหนักแน่น
"นอกจากถังปิงหยุนแล้วยังเชิญใครอีกบ้างครับ ลุงฉินมาด้วยไหม?" หวังฮ่าวหรานไม่อยากคุยเรื่องถังปิงหยุนต่อ จึงเปลี่ยนเรื่อง
"ใช่ เขาก็มาด้วย" เจิ้นหลี่ตอบ
"แล้วลุงฉินจะพาฉินหยุนหานมาด้วยไหมครับ?" หวังฮ่าวหรานเริ่มสังหรณ์ใจไม่ดี
ฉินไคเป็นเพื่อนเก่าแก่ของหวังเซียงและเจิ้นหลี่ คบหากันมานาน
"แม่เพิ่งวางสายจากเขาเมื่อกี้ เขาบอกว่าจะพาลูกสาวมาด้วยนะ" เจิ้นหลี่ตอบ
หวังฮ่าวหรานฟังแล้วถึงกับขนลุกซู่
พาฉิวเฉียนเว่ยไปงานวันเกิดเจิ้นหลี่ แล้วเจิ้นหลี่มอบของรับขวัญให้ฉิวเฉียนเว่ย โดยมีถังปิงหยุนและฉินหยุนหานยืนมอง...
แค่คิดภาพตาม ขนหัวก็ลุกชันไปหมดแล้ว
ขณะนั้นเอง รถตู้คันหนึ่งแล่นผ่านหวังฮ่าวหรานไปไม่ไกลนัก
ณ หน้าต่างรถที่เปิดอยู่ หญิงสาวหน้าตางดงามกำลังมองทิวทัศน์ข้างทาง และสายตาก็ไปสะดุดเข้ากับหวังฮ่าวหรานที่กำลังยืนคุยโทรศัพท์อยู่ริมถนน
[ติ๊ง! ยินดีด้วย โฮสต์ดวงเฮงสุดขีด พบเจอนางเอกซ่งจื่อฮุ่ยเป็นครั้งแรก สกิลออร่ามหาเสน่ห์ขั้นเทพทำงาน เกิดผลลัพธ์ระดับสอง "รักแรกพบ"]
[ติ๊ง! ค่าความประทับใจของนางเอกซ่งจื่อฮุ่ยที่มีต่อโฮสต์เพิ่มขึ้นเป็น 50 (เริ่มมีใจ)]
[ติ๊ง! โฮสต์ส่งผลกระทบต่อเส้นเรื่อง ได้รับแต้มวายร้าย 3,000 แต้ม, ออร่าตัวเอกของฉินฟาน -150, ออร่าตัวร้ายของโฮสต์ +150!]
"???"
หวังฮ่าวหรานยืนงง จู่ๆระบบก็แจ้งเตือนรัวๆสามข้อความรวด
ทำเอาเขาไปไม่เป็นเลยทีเดียว
เขากวาดสายตามองไปรอบๆเพื่อหาตัว "ซ่งจื่อฮุ่ย" แต่ก็เห็นแค่รถราที่วิ่งผ่านไปมา ไม่เห็นสาวสวยคนไหนในระยะสายตาเลย
หวังฮ่าวหรานละสายตากลับมา
ถึงจะไม่เห็นตัวซ่งจื่อฮุ่ย แต่เขาก็พอเดาสถานการณ์ได้
เมื่อกี้ซ่งจื่อฮุ่ยน่าจะนั่งรถผ่านมา แล้วเธอบังเอิญเห็นเขา แต่เขาไม่เห็นเธอ
เรื่องนี้ทำให้หวังฮ่าวหรานได้รู้ความจริงอีกข้อหนึ่ง
นั่นคือ เงื่อนไขการทำงานของออร่า ขอแค่นางเอกเห็นเขาฝ่ายเดียวก็พอ ไม่จำเป็นที่เขาต้องเห็นตัวอีกฝ่าย
พอรู้แบบนี้ หวังฮ่าวหรานก็ปิ๊งไอเดียบรรเจิด อยากจะเอารูปตัวเองไปแปะประกาศจับให้ทั่วเมือง จะได้หว่านแหจับปลาทีเดียวเยอะๆ
แต่พอลองตรองดูดีๆ ก็รู้ว่าเป็นไปไม่ได้
เงื่อนไขของออร่ามหาเสน่ห์ขั้นเทพคือ "การพบกันครั้งแรก"
นั่นหมายความว่า นางเอกต้องเห็นตัวเป็นๆของเขาเท่านั้น
"ลูกรัก ทำไมเงียบไปล่ะ?"
เสียงเจิ้นหลี่ดังเรียกสติมาจากทางโทรศัพท์
"ฟังอยู่ครับแม่" หวังฮ่าวหรานตอบรับ
"พ่อเขาทุ่มทุนจ้างเชฟระดับโลกมาทำอาหารเลี้ยงวันเกิดแม่เลยนะ ลูกอยากกินอะไรเป็นพิเศษไหม บอกมาได้เลย แม่จะได้ไปบอกเชฟให้"
"ผมไม่มีอะไรอยากกินเป็นพิเศษครับ อะไรก็ได้"
"ไม่มีจริงๆเหรอ? โอกาสดีๆแบบนี้หาไม่ได้ง่ายๆนะลูก เชฟคนนี้ดังมาก ฝีมือขั้นเทพ เคยเป็นหัวหน้าเชฟในงานวันเกิดควีนอังกฤษกับงานเลี้ยงในวัง แถมยังได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์เป็นท่านเซอร์ด้วย… คนธรรมดาจ้างไม่ได้หรอกนะ พ่อเขาต้องควักกระเป๋าแทบฉีกถึงจะเชิญมาได้ ลูกแน่ใจนะว่าจะไม่สั่งเมนูโปรดสักหน่อย?"
"แม่ครับ ผมไม่มีอะไรอยากกินเป็นพิเศษจริงๆ"
หวังฮ่าวหรานกำลังครุ่นคิดเรื่องซ่งจื่อฮุ่ย แถมยังต้องมาปวดหัวเรื่องรถไฟชนกันอีก ไม่มีอารมณ์จะมาสั่งอาหารหรอก
"งั้นก็ตามใจลูก" เจิ้นหลี่ไม่เซ้าซี้ "อย่าลืมนะลูก เย็นนี้กลับมาทานข้าวที่บ้านนะ"
"ครับแม่" หวังฮ่าวหรานรับคำ ก่อนจะวางสาย
ในหัวเริ่มประมวลผลหาวิธีสับรางไม่ให้รถไฟชนกัน
ฉิวเฉียนเว่ยไม่รู้วันเกิดเจิ้นหลี่ ถ้าเขาไม่บอก เธอก็ไม่มีทางรู้จากที่อื่น
เพราะงั้น ปิดเรื่องนี้กับฉิวเฉียนเว่ยไว้ก็จบ
แต่ถังปิงหยุนรู้เรื่องแล้ว และได้รับเชิญแล้วด้วย
ฉินหยุนหานก็น่าจะรู้จากฉินไคแล้วเหมือนกัน
คิดไปคิดมา หวังฮ่าวหรานตัดสินใจโทรหาฉินหยุนหานก่อน
"ว่าไงที่รัก?" เสียงหวานฉ่ำของฉินหยุนหานดังมาตามสาย
"โดดเรียนออกมาหน่อยสิ เดี๋ยวพาไปดูหนัง" หวังฮ่าวหรานชวน
"รับทราบ!"
ฟังจากน้ำเสียง หวังฮ่าวหรานรู้เลยว่าฉินหยุนหานดีใจแค่ไหน
หวังฮ่าวหรานขี้เกียจเข้ามหาลัยแล้ว เลยส่งข้อความไปลางานกับหลิวเยว่ จากนั้นก็กลับไปที่วิลล่า ขับรถลัมโบร์กินีคันงามออกมา
เขาขับไปจอดริมถนนหน้ามหาวิทยาลัย
ฉินหยุนหานแต่งตัวสวยสะดุดตา แต่งหน้าจัดเต็ม ยืนชะเง้อคอรออยู่ริมถนน
หวังฮ่าวหรานจอดรถเทียบข้างเธอ
"ขึ้นมาเลย" เขาเปิดกระจกบอก
ฉินหยุนหานรีบกระโดดขึ้นมานั่งฝั่งข้างคนขับด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม แต่แววตาก็แฝงความสงสัย
"ทำไมจู่ๆถึงชวนไปดูหนังล่ะ?"
"ลองเดาดูสิ"
หวังฮ่าวหรานยิ้มเจ้าเล่ห์ แล้วเหยียบคันเร่งมิด
ลัมโบร์กินีพุ่งทะยานออกไปราวกับสายฟ้า หายวับไปจากตรงนั้นอย่างรวดเร็ว
*****