เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 460 เอารถฉันไปแจกคนอื่นเนี่ยนะ?

บทที่ 460 เอารถฉันไปแจกคนอื่นเนี่ยนะ?

บทที่ 460 เอารถฉันไปแจกคนอื่นเนี่ยนะ?


เมื่อเผชิญหน้ากับสายตาสงสัยของหม่าหงเซิง เฉิงรุ่ยยังคงรักษาความสุขุมได้อย่างดีเยี่ยม เธออธิบายอย่างใจเย็น

“ลูกชายเราเคยชอบรถบูกัตติค่ะ ฉันเคยซื้อรถโมเดลมาให้เล่น แต่เขากลับงอแงไม่เอา จะเอาของจริงท่าเดียว”

“ฉันจนปัญญา พอดีได้ข่าวว่ามีคนประกาศขายบูกัตติเวย์รอนมือสองสภาพดี เลยตัดสินใจซื้อมา”

“แต่เจ้าลูกตัวแสบ พอฉันซื้อรถมาให้จริงๆกลับบอกว่าไม่ชอบแล้วซะงั้น”

เฉิงรุ่ยเล่าด้วยน้ำเสียงเหนื่อยใจ แฝงความเป็นแม่ผู้ยอมทำทุกอย่างเพื่อลูก แต่ก็ต้องผิดหวัง

พูดจบ เธอก็หันไปมองหม่าหงเซิงด้วยสายตาสำนึกผิด

“ตอนนั้นคุณยังไม่ได้สติ ฉันเลยไม่ได้ปรึกษาคุณก่อน เสียเงินไปตั้งหลายสิบล้านฟรีๆ... ความผิดฉันเองค่ะ”

หวังฮ่าวหรานที่ยืนฟังอยู่แอบยกนิ้วให้ในใจ ผู้หญิงคนนี้สกิลตอแหลขั้นเทพจริงๆ พูดเป็นตุเป็นตะซะจนน่าเชื่อถือ พอฟัดพอเหวี่ยงกับเขาได้เลย

หม่าหงเซิงฟังแล้วก็หัวเราะเบาๆอย่างไม่ถือสา

“ซื้อมาแล้วก็ช่างมันเถอะ เงินแค่ไม่กี่สิบล้านเอง เรื่องเล็กน้อย”

พูดจบเขาก็หันไปมองฉินฟาน

เห็นฉินฟานเดินวนรอบรถบูกัตติ จ้องมองตาเป็นมัน

“อาจารย์ชอบรถคันนี้เหรอครับ?” หม่าหงเซิงถามยิ้มๆ

“ชอบสิ” ฉินฟานตอบตามตรง สายตาเป็นประกายด้วยความอยากได้

“ถ้าอาจารย์ชอบ ผมยกให้เลยครับ” หม่าหงเซิงเสนออย่างใจป้ำ

ปกติเขาชอบรถแนวผู้บริหารมากกว่า ไม่ค่อยอินกับพวกซูเปอร์คาร์เท่าไหร่

เห็นอาจารย์ชอบขนาดนี้ เลยถือโอกาสยกให้เป็นของขวัญซะเลย

“จะดีเหรอ? เกรงใจแย่” ฉินฟานทำทีเป็นปฏิเสธตามมารยาท

“น้ำใจเล็กน้อยจากศิษย์ อาจารย์รับไว้เถอะครับ” หม่าหงเซิงคะยั้นคะยอ

“งั้น... ฉันขอรับไว้ด้วยความยินดีแล้วกัน” ฉินฟานรับคำอย่าง ‘จำใจ’

หวังฮ่าวหรานที่ยืนดูอยู่แทบกระอักเลือด

ไอ้เวร! นั่นมันรถบิดาโว้ย!

หม่าหงเซิงเอาของของเขาไปทำคะแนนหน้าตาเฉย แถมยังยกให้ศัตรูตัวฉกาจอย่างตัวเอกอีก

เจ็บใจที่สุดคือ เขาทำอะไรไม่ได้นอกจากยืนดูตาปริบๆ

“อารุ่ย รบกวนเธอจัดการเรื่องโอนรถให้อาจารย์หน่อยนะ” หม่าหงเซิงสั่งภรรยา

“ได้ค่ะ” เฉิงรุ่ยรับคำ

“แล้วเรื่องเงินสดห้าร้อยล้านเรียบร้อยหรือยัง?” หม่าหงเซิงถามต่อ

“ช่วงนี้กระแสเงินสดของบริษัทหมุนเวียนได้ไม่ค่อยดีค่ะ ฉันยังเตรียมไม่ทัน แต่พรุ่งนี้เช้าน่าจะเรียบร้อย” เฉิงรุ่ยตอบสามี แล้วหันไปบอกฉินฟาน

“เรื่องโอนรถพรุ่งนี้เช้าก็น่าจะเสร็จเหมือนกันค่ะ ประมาณแปดโมงเช้า ทั้งเงินทั้งรถน่าจะพร้อม อาจารย์จะให้คนเอาไปส่งหรือว่า...”

“เดี๋ยวฉันมารับเอง” ฉินฟานตอบอย่างกระตือรือร้น

“อาจารย์ครับ ไหนๆก็ค่ำแล้ว อยู่ทานข้าวเย็นด้วยกันก่อนสิ แล้วค่อยนอนค้างที่นี่สักคืน พรุ่งนี้เช้าจะได้ไม่ต้องเดินทางไปมาให้เสียเวลา” หม่าหงเซิงเสนอ

“เอาอย่างนั้นก็ได้” ฉินฟานตอบตกลงทันที

เฉิงรุ่ยแอบยิ้มมุมปาก ประกายเจ้าเล่ห์วาบขึ้นมาแวบหนึ่ง

ถ้าหม่าหงเซิงไม่เอ่ยปาก เธอก็เตรียมจะใช้ข้ออ้างนี้รั้งฉินฟานให้อยู่ค้างคืนเหมือนกัน ถือว่าหม่าหงเซิงช่วยเธอประหยัดแรงไปได้เยอะ

เดินชมบ้านกันต่ออีกสักพักก็ได้เวลาอาหารค่ำ

หม่าหงเซิงเชิญชวนหวังฮ่าวหรานและตั้นไท่เหยาเยว่อยู่ทานข้าวเย็นด้วยกัน

หลังมื้อค่ำ ตั้นไท่เหยาเยว่เตรียมตัวจะกลับพร้อมหวังฮ่าวหราน

“เหยาเยว่ ฟ้ามืดแล้ว ค้างที่นี่สักคืนไหม?”

ฉินฟานอยากมีเวลาอยู่กับลูกศิษย์คนสวยให้นานขึ้น จึงเอ่ยชวน

“นั่นสิศิษย์น้อง บ้านเรามีห้องว่างเยอะแยะ นอนที่นี่เถอะ” หม่าหงเซิงช่วยเสริม

“ขอบคุณสำหรับน้ำใจค่ะศิษย์พี่ แต่ฉันมีธุระต้องกลับไปจัดการที่บ้าน คงไม่สะดวกค้างคืน ไว้วันหลังค่อยมารบกวนใหม่นะคะ” ตั้นไท่เหยาเยว่ปฏิเสธอย่างนุ่มนวล

เธอมักจะสอนน้องๆเสมอว่าอย่าค้างคืนนอกบ้าน ในฐานะพี่ใหญ่ เธอต้องทำตัวเป็นแบบอย่าง

“งั้นก็ตามใจ” หม่าหงเซิงไม่เซ้าซี้

“น้องฮ่าวหราน ขับรถดีๆนะ ระวังตัวด้วย” ฉินฟานกำชับด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน ราวกับพี่เขยที่เป็นห่วงน้องภรรยา

หวังฮ่าวหรานรู้ทันความคิดของฉินฟาน แอบด่าบรรพบุรุษฝ่ายหญิงของมันในใจ แต่ใบหน้ายังคงยิ้มแย้มใสซื่อ

“ครับ ผมจะระวัง”

ตอบรับเสร็จ เขาก็หันไปหาตั้นไท่เหยาเยว่ “พี่สาว กลับกันเถอะ”

“อืม” ตั้นไท่เหยาเยว่พยักหน้า

ทั้งสองเดินออกจากคฤหาสน์ตระกูลหม่า

“วิวกลางคืนสวยจัง”

ขณะที่รถปากานีแล่นผ่านถนนเลียบแม่น้ำ ตั้นไท่เหยาเยว่มองเห็นแสงไฟระยิบระยับสะท้อนผิวน้ำ อดอุทานออกมาไม่ได้

ตั้งแต่กลับมาที่ชิงหลิง เธอแทบไม่ได้ออกมาเที่ยวตอนกลางคืนเลย นี่เป็นครั้งแรกที่ได้เห็นทิวทัศน์ยามค่ำคืนของเมือง

หวังฮ่าวหรานเหลือบมองใบหน้าด้านข้างของตั้นไท่เหยาเยว่ที่จ้องมองวิวอย่างเพลิดเพลิน เขาจึงชะลอความเร็วรถ แล้วจอดเทียบข้างทางอย่างนิ่มนวล

ตั้นไท่เหยาเยว่หันมามองเขาด้วยความสงสัย

“พี่สาว ในเมื่อวิวสวยก็ลงไปดูให้เต็มตาดีกว่า” หวังฮ่าวหรานเดินลงจากรถไปเปิดประตูให้เธอ

ตั้นไท่เหยาเยว่ไม่ขัดข้อง ก้าวลงจากรถมายืนรับลม

ทั้งสองยืนพิงระเบียงริมแม่น้ำ ตั้นไท่เหยาเยว่ทอดสายตามองแสงสีกลางแม่น้ำ ส่วนหวังฮ่าวหรานเหม่อมองเสี้ยวหน้าอันงดงามของเธอ

แรกๆตั้นไท่เหยาเยว่ไม่ได้สังเกต แต่สักพักเธอก็เริ่มรู้สึกตัว จึงหันกลับมาสบตาเขา

“มะ... มองอะไร หน้าฉันมีอะไรติดอยู่เหรอ?”

เธอถามด้วยความประหม่า สายตาหลุกหลิกเล็กน้อย

“ไม่มีอะไรติดหรอก ผมแค่รู้สึกว่า... พี่สาวสวยกว่าวิวพวกนั้นเป็นพันเท่า มองเท่าไหร่ก็ไม่เบื่อ” หวังฮ่าวหรานพูดด้วยสีหน้าจริงจัง

คำพูดนี้ออกมาจากใจจริงๆ เสี้ยวหน้าของตั้นไท่เหยาเยว่นั้นงดงามยิ่งกว่าแสงสีใดๆในเมืองยามค่ำคืน

[ติ๊ง! โฮสต์หว่านเสน่ห์ใส่นางเอกตั้นไท่เหยาเยว่ได้สำเร็จ ได้รับแต้มวายร้าย 1,000 แต้ม!]

แม้ตั้นไท่เหยาเยว่จะเป็นพี่ใหญ่ที่เข้มงวด แต่ด้วยประสบการณ์ชีวิตที่ผ่านมา เธอไม่เคยได้ยินผู้ชายคนไหนมาพูดยกยอหวานหูใส่แบบนี้มาก่อน

ยิ่งคนพูดเป็นคนที่เธอมีใจให้อยู่แล้ว หัวใจของเธอจึงเต้นแรงไม่เป็นจังหวะ

“นาย... นายพูดแบบนี้หมายความว่ายังไง?” ตั้นไท่เหยาเยว่ถามเสียงสั่น ในใจลึกๆแอบคาดหวัง

หวังฮ่าวหรานเห็นแววตาคู่นั้นก็เริ่มตื่นตระหนก

เขารีบเตือนตัวเองว่าต่อไปนี้ต้องเพลาๆเรื่องปากหวานลงบ้างแล้ว

“ไม่มีความหมายอะไรพิเศษหรอก ผมแค่พูดตามความจริง พี่สาวสวยกว่าวิวพวกนั้นจริงๆนี่นา”

หวังฮ่าวหรานไม่กล้าตอบรับความรู้สึกของเธอ จึงแกล้งทำเป็นซื่อบื้อต่อไป

“เลิกเรียกฉันว่าพี่สาวสักทีได้ไหม?!”

ตั้นไท่เหยาเยว่ได้ยินคำว่า ‘พี่สาว’ แล้วรู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก

“ก็พี่เป็นพี่สาวผม จะให้เรียกว่าอะไรล่ะครับ?” หวังฮ่าวหรานทำหน้ามึน แต่ในใจก็จนปัญญา

ฉินฟานเก่งเกินไป ตอนนี้เขายังสู้ไม่ได้

เพื่อความปลอดภัย เขาต้องรักษาความสัมพันธ์แบบพี่น้องกับตั้นไท่เหยาเยว่ไว้ก่อน

ต่อให้เธองามล่มเมืองแค่ไหนก็ต้องอดทนไว้

ตั้นไท่เหยาเยว่ได้ยินคำตอบกวนประสาทก็โกรธจนหน้าแดง เธอนึกภาพตัวเองจับเขาโยนลงแม่น้ำให้หายแค้น

เธอสะบัดหน้าหนี ก่อนพูดกระแทกเสียงใส่สองคำ

“กลับบ้าน!”

พูดจบเธอก็เดินบิดเอวกลับขึ้นรถ นั่งหน้าบึ้งอยู่ที่เบาะข้างคนขับ

*****

จบบทที่ บทที่ 460 เอารถฉันไปแจกคนอื่นเนี่ยนะ?

คัดลอกลิงก์แล้ว