เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 454 เต้นรำ

บทที่ 454 เต้นรำ

บทที่ 454 เต้นรำ


ชายหนุ่มตรงหน้าสวมชุดสูทสากลคัตติ้งเนี้ยบ รูปร่างสูงใหญ่สมส่วนแทบจะไร้ที่ติ บนข้อมือสวมนาฬิกาหรูแบรนด์ Vacheron Constantin

แค่ราคาเครื่องแต่งกายคร่าวๆก็ปาเข้าไปหลักล้านหยวนแล้ว และชายผู้นี้ก็ดูเหมาะสมกับเครื่องแต่งกายหรูหราเหล่านี้อย่างยิ่ง

ราศีจับ เปล่งประกายความสูงศักดิ์ ดูปราดเดียวก็รู้ว่าไม่ใช่คนธรรมดา

น่าเสียดายเพียงอย่างเดียวคือ... เขาใส่หน้ากากปิดบังใบหน้า ทำให้มองไม่เห็นว่าหน้าตาแท้จริงเป็นเช่นไร

แต่ถึงกระนั้น ชายหนุ่มผู้นี้ก็ยังดึงดูดสายตาของผู้คนรอบข้างอยู่ดี

เพราะต่อให้ไม่เห็นหน้า แค่รูปร่างและบุคลิกอันโดดเด่นก็เพียงพอที่จะกระชากใจสาวๆให้หวั่นไหวได้แล้ว

หลิวเยว่จ้องมองเขาไม่วางตา แก้มสองข้างแดงระเรื่อ หัวใจเต้นแรงแทบจะกระดอนออกมานอกอก

คนที่คะนึงหาเฝ้าฝันถึงจนนอนไม่หลับ... ตอนนี้มายืนอยู่ตรงหน้าแล้ว

จะไม่ให้ตื่นเต้นได้ยังไง?

“ปะ... เป็นคุณจริงๆ?”

หลิวเยว่กลัวว่าตัวเองจะตื่นเต้นจนหน้ามืดตามัวจำคนผิด จึงเอ่ยถามเสียงแผ่วเบาอย่างไม่ค่อยอยากจะเชื่อสายตา

“จำเสียง ‘สามี’ ตัวเองไม่ได้แล้วเหรอ?” น้ำเสียงทุ้มลึกเปี่ยมเสน่ห์ดังขึ้นอีกครั้ง

พอได้ยินน้ำเสียงและสำเนียงที่คุ้นเคย หลิวเยว่ก็มั่นใจเต็มร้อย นี่แหละคือคนคนนั้นที่เธอรอคอย

“ฉันฝันไปหรือเปล่า?” หลิวเยว่จ้องมองผ่านหน้ากากเข้าไปในดวงตาของเขา ยังรู้สึกเหมือนอยู่ในความฝัน

ชายหนุ่มได้ยินดังนั้นก็ยื่นมือออกไปจับมือของหลิวเยว่เบาๆ แล้วนำมาวางทาบลงที่อกซ้ายของเขา

หลิวเยว่สะดุ้งเล็กน้อย สัมผัสได้ถึงไออุ่นและจังหวะการเต้นของหัวใจ แววตาที่พร่ามัวเริ่มฉายชัดขึ้น

วินาทีนี้ หลิวเยว่เชื่อสนิทใจแล้วว่า ชายที่เธอเฝ้าคิดถึง ยอมข้ามน้ำข้ามทะเลมาจากอีกซีกโลกหนึ่งเพื่อมาหาเธอจริงๆ

ความตื้นตันใจเอ่อล้นจนอธิบายเป็นคำพูดไม่ถูก

คำพูดมากมายที่เตรียมไว้ว่าจะพูดกับเขาจู่ๆก็ลืมไปหมดสิ้น

ปกติเธอเป็นถึงศาสตราจารย์ พูดจาฉะฉาน จิตใจมั่นคง

แต่ตอนนี้กลับกลายเป็นสาวน้อยไม่ประสีประสา พูดอะไรไม่ออกสักคำ

โชคดีที่เขาเป็นฝ่ายเอ่ยขึ้นก่อน

“คุณผู้หญิงครับ คำเชิญของผมเมื่อกี้ คุณยังไม่ได้ตอบเลยนะ”

“ยินดีอย่างยิ่งค่ะ”

หลิวเยว่รีบตอบรับ พร้อมส่งยิ้มยั่วยวนที่แอบซ้อมหน้ากระจกมาเป็นร้อยรอบในช่วงวันสองวันนี้

หวังฮ่าวหรานเห็นรอยยิ้มนั้นแล้วก็อดแขวะในใจไม่ได้

ถ้าไม่ได้สวมบทบาทร่างจำแลงนี้ ชาตินี้คงไม่มีวันได้เห็นหลิวเยว่ยิ้มแบบนี้แน่ๆ

เขาจูงมือหลิวเยว่เดินตรงเข้าสู่ฟลอร์เต้นรำ

บนฟลอร์มีคู่หนุ่มสาวประมาณสิบคู่กำลังเต้นรำตามจังหวะเพลงลีลาศ

“เอ่อ... สมัยเรียนฉันเคยซ้อมกับเพื่อนเพื่อแข่งเต้นลีลาศของโรงเรียน แต่นั่นก็นานมากแล้ว ถ้าฉันเต้นไม่เก่งอย่าหัวเราะนะคะ”

หลิวเยว่รู้สึกเหมือนลืมสเต็ปไปหมดแล้ว กลัวจะขายหน้า พอยืนจับมือเตรียมเริ่มเต้นก็รีบออกตัวไว้ก่อน

“มีผมอยู่ทั้งคน ไม่ต้องกลัวครับ” หวังฮ่าวหรานปลอบโยน

ในฐานะทายาทเศรษฐี เขาถูกส่งไปเรียนสารพัดคอร์สตั้งแต่เด็ก ทักษะการเข้าสังคมพื้นฐานอย่างลีลาศย่อมเป็นหนึ่งในนั้น

ถึงจะไม่ใช่ระดับโปร แต่ก็รับมือกับงานสังคมทั่วไปได้สบาย

“ผมอิจฉาผู้ชายที่เคยซ้อมเต้นรำกับคุณจัง”

หลังจากเต้นไปได้สักพัก ทุกอย่างราบรื่น หวังฮ่าวหรานเริ่มคล่องตัว จึงก้มลงกระซิบข้างหูหลิวเยว่

“เพื่อนผู้หญิงค่ะ คุณเป็นผู้ชายคนแรกที่ได้เต้นรำกับฉัน และจะเป็นคนเดียวด้วย” หลิวเยว่กระซิบตอบข้างหูเขาพร้อมรอยยิ้ม

“จริงเหรอครับ?” หวังฮ่าวหรานแกล้งทำเสียงแปลกใจ

“เมื่อก่อนฉันรังเกียจผู้ชายมาก จนเคยคิดว่า... ตัวเองผิดปกติหรือเปล่า แต่ตอนนี้ฉันรู้แล้วว่าฉันเป็นผู้หญิงปกติ” หลิวเยว่พูดด้วยน้ำเสียงจริงใจไร้การเสแสร้ง

หวังฮ่าวหรานฟังแล้วก็ไม่สงสัย

หลิวเยว่เป็นหนึ่งในเจ็ดนางเอกเทพธิดา ความบริสุทธิ์ผุดผ่องเป็นสเปกพื้นฐานอยู่แล้ว การไม่เคยใกล้ชิดผู้ชายมาก่อนจึงเป็นเรื่องปกติมาก

“ที่แท้ผมก็เป็นผู้ชายคนแรกที่ได้เต้นรำกับคุณ เป็นเกียรติอย่างยิ่งครับ” หวังฮ่าวหรานตอบกลับ

“แล้วฉันเป็นผู้หญิงคนแรกที่คุณเต้นรำด้วยหรือเปล่าคะ?” หลิวเยว่ถามกลับด้วยแววตาคาดหวัง

“คุณเป็นผู้หญิงคนแรก... ที่ทำให้ผมใจเต้นแรงเวลาเต้นรำด้วย” หวังฮ่าวหรานใช้เสียงหล่อกระซิบคำหวาน

ในความคิดของหลิวเยว่ เขาทำงานด้านการเงินอยู่ต่างประเทศ ย่อมต้องออกงานสังคมบ่อยครั้ง

ถ้าบอกว่าเธอเป็นคนแรกที่เขาเต้นด้วย หลิวเยว่คงไม่มีทางเชื่อ

หวังฮ่าวหรานจึงตอบตามคาแรคเตอร์ที่สร้างไว้

แม้คำตอบจะไม่ตรงกับความคาดหวังของหลิวเยว่เป๊ะๆ แต่ก็ไม่ได้ทำให้บรรยากาศเสีย

เพราะทันทีที่พูดจบ หวังฮ่าวหรานก็ได้รับแจ้งเตือนจากระบบ

[ติ๊ง! โฮสต์หว่านเสน่ห์ใส่นางเอกหลิวเยว่ได้สำเร็จ ได้รับแต้มวายร้าย 800 แต้ม!]

“ฉันขอดูหน้าคุณหน่อยได้ไหมคะ?”

หลิวเยว่จ้องมองดวงตาภายใต้หน้ากากของหวังฮ่าวหราน แล้วเอ่ยขอเสียงอ่อน

“ถ้าผมสะดวกเปิดเผยหน้าตาในที่สาธารณะคงไม่ใส่หน้ากากมาหรอกครับ” หวังฮ่าวหรานตอบอย่างใจเย็น

นั่นเป็นเรื่องจริง เขาเปิดเผยใบหน้าไม่ได้จริงๆ

ก็แม่กระต่ายน้อยทั้งห้ายังยืนหัวโด่อยู่ตรงนั้นเลย

ขืนให้พวกเธอเห็นหน้า มีหวังรถไฟชนกันวินาศสันตะโร

“ฉันคิดน้อยไปเอง ขอโทษนะคะ” หลิวเยว่กล่าวขอโทษ

เธอเข้าใจไปเองว่า "สามี" คงเป็นคนดังที่มีชื่อเสียงมากในต่างประเทศ เลยต้องระมัดระวังตัว

พอคิดได้แบบนี้ เธอก็ยิ่งอยากรู้ว่า "สามี" แท้จริงแล้วเป็นใครกันแน่

หลิวเยว่ในฐานะหนึ่งในสามศาสตราจารย์สาวสวยแห่งมหาวิทยาลัยชิงหลิงย่อมมีชื่อเสียงโด่งดังไม่แพ้กลุ่มดาวมหาวิทยาลัยอย่างฉินหยุนหาน

การที่หลิวเยว่เปิดเผยใบหน้าเต้นรำกับชายหนุ่มสวมหน้ากากย่อมดึงดูดความสนใจจากรอบข้างไม่น้อย

บางคนมองหลิวเยว่ บางคนจ้องมองชายหนุ่มปริศนาคนนั้น

ไกลออกไป

“เธอว่าผู้ชายใส่สูทคนนั้นรูปร่างคุ้นๆไหม?” ฉินหยุนหานกระซิบถามสวี่มู่เหยียนพลางชี้ไปที่ชายหนุ่มสวมหน้ากาก

“เธอจะบอกว่าเหมือนเขาก็พูดมาเถอะ” สวี่มู่เหยียนกระซิบตอบ

“เธอสังเกตเห็นนานแล้วเหรอ?” ฉินหยุนหานแปลกใจ

“แค่เหมือนเฉยๆ ไม่ใช่เขาอยู่แล้ว” สวี่มู่เหยียนแย้ง

ฉินหยุนหานพยักหน้า แล้วกวาดตามองหาพ่อหนุ่มหมวกหมาป่า แต่ก็หาไม่เจอ

“เอ๊ะ เขาหายไปไหนแล้วเนี่ย?”

“ฉันก็อยากรู้เหมือนกัน” สวี่มู่เหยียนตอบ

ขณะที่สองสาวซุบซิบกัน มู่เจาเจาและเหวินจิงก็คุยกันเสียงเบาอยู่ข้างๆ

“จิงจิง เธอว่าผู้ชายคนนั้นรูปร่างเหมือนหวังฮ่าวหรานไหม?” มู่เจาเจาถาม

“ไม่เหมือนเลยสักนิด” เหวินจิงตอบปฏิเสธเสียงแข็ง

ในฐานะเด็กสาวเชื่อฟังที่ไม่ชอบสร้างปัญหา ต่อให้เธอคิดว่าเหมือนก็จะไม่มีวันพูดออกมา

อวี้ซือฉิงเองก็สังเกตเห็นชายหนุ่มที่เต้นรำกับหลิวเยว่ และรู้สึกว่ารูปร่างคล้ายหวังฮ่าวหรานอย่างแปลกประหลาด แต่เธอไม่มีคู่หูให้ซุบซิบด้วย เลยได้แต่เก็บความสงสัยไว้ในใจ

พอมองดูสักพัก เธอก็สรุปว่าคงแค่คล้าย ไม่น่าจะใช่หวังฮ่าวหราน

เพราะเมื่อกี้หวังฮ่าวหรานเพิ่งจะใส่หมวกหมาป่าโผล่มาทักทาย แล้วผู้ชายใส่สูทคนนั้นจะเป็นหวังฮ่าวหรานได้ยังไง?

อีกอย่าง หลิวเยว่เป็นถึงศาสตราจารย์คณะบริหารธุรกิจ ฐานะทางสังคมสูงส่ง แถมยังรวยระดับหมื่นล้าน จะมามีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับนักศึกษาเหรอ? เป็นไปไม่ได้หรอก

*****

จบบทที่ บทที่ 454 เต้นรำ

คัดลอกลิงก์แล้ว