เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 452 งานแฟนซีหน้ากาก

บทที่ 452 งานแฟนซีหน้ากาก

บทที่ 452 งานแฟนซีหน้ากาก


หวังฮ่าวหรานกำลังบังคับตัวละครในเกมค้นหาของในบ้าน จู่ๆก็ได้รับข้อความแจ้งเตือนจากระบบถึงสองข้อความ ทำให้เขาชะงักไปครู่หนึ่ง

ที่แท้เจียงเกาเสวียนไม่ได้อู้งาน แต่กำลังเตรียมปล่อยท่าไม้ตายต่างหาก

ดูท่าแกะอย่างเซียวเย่คงจะโดนถอนขนจนเกลี้ยงแล้วสินะ

ผ่านไปสักพัก

หวืด... หวืด...

โทรศัพท์สั่นอีกครั้ง

หวังฮ่าวหรานก้มมองหน้าจอ แล้วเดินกลับเข้าไปรับสายในห้องพักแขกที่เขาเคยนอน

ในห้องโถงมีเพียงหลิวเยว่คนเดียว และเธอก็กำลังจดจ่ออยู่กับการเล่นโยคะจนไม่ได้สังเกตเห็นความเคลื่อนไหวของหวังฮ่าวหราน

“นายท่าน ข้าลงมือหนักเกินไปหน่อย เซียวเย่ดูเหมือนจะ... เหมือนจะกลายเป็นคนปัญญาอ่อนไปแล้วขอรับ ทำอย่างไรดี?” เจียงเกาเสวียนรายงานเสียงสั่น

“ปัญญาอ่อนก็ช่างมันเถอะ ไม่ต้องสนใจแล้ว ตอนนี้ฉันมีงานใหม่ให้นายทำ”

ตลอดเวลาที่เจียงเกาเสวียนคอยจับตาดูและป่วนการสตรีมเกมของเซียวเย่ หวังฮ่าวหรานกอบโกยแต้มวายร้ายและออร่ามาได้ไม่น้อย ถือว่าคุ้มค่าแล้ว

ต่อให้เจียงเกาเสวียนไม่โทรมา หวังฮ่าวหรานก็กะว่าจะติดต่อไปหาอยู่พอดีเพื่อสั่งงานสำคัญอีกชิ้น

“ภารกิจนี้ใช้เวลานานไหมขอรับ?” เจียงเกาเสวียนแม้ไม่กล้าขัดคำสั่ง แต่ก็อดถามไม่ได้

“ไม่นาน” หวังฮ่าวหรานตอบ

“นายท่านเชิญสั่งมาได้เลย” เจียงเกาเสวียนรีบรับคำ

“นายอยู่ในยุทธภพมานาน เคยทำเรื่องจำพวกชิงทรัพย์หรือลักพาตัวผู้หญิงบ้างไหม?”

หวังฮ่าวหรานยังไม่สั่งงานทันที แต่ถามหยั่งเชิงเพื่อความแน่ใจ

“ชิงทรัพย์ก็มีเพียงตอนที่เจอท่านนั่นแหละขอรับ ก่อนหน้านั้นไม่เคยทำ แต่เรื่องลักพาตัวหญิงสาวนี่... ข้าเชี่ยวชาญสุดๆ” เจียงเกาเสวียนตอบอย่างภาคภูมิใจ

หวังฮ่าวหรานหรี่ตามอง สมกับเป็นตัวร้ายจริงๆ เรื่องชั่วๆนี่ถนัดนัก

แต่ตอนนี้เจียงเกาเสวียนหมดสมรรถภาพทางเพศไปแล้ว คงทำเรื่องเกินเลยไม่ได้

มองในแง่ดีก็ถือว่าเขาได้ทำความดีไปในตัวหรือเปล่านะ?

หวังฮ่าวหรานคิดในใจขำๆ ก่อนจะเริ่มสั่งงานเจียงเกาเสวียน “มะรืนนี้ตอนค่ำ นายต้อง...”

เจียงเกาเสวียนตั้งใจฟังและจดจำทุกรายละเอียด

หลังจากวางสาย หวังฮ่าวหรานก็โทรหาแก๊งสามสมุน หลิ่วฮวา หลี่หมิง และเว่ยจื้อหาง

สั่งให้ทั้งสามคนไปปล่อยข่าวลือในมหาวิทยาลัยชิงหลิง

เนื้อหาของข่าวลือคร่าวๆคือ แถวมหาวิทยาลัยชิงหลิงมีไอ้โรคจิตออกอาละวาด ชอบดักฉุดนักศึกษาสาวสวยที่เดินในที่เปลี่ยวตอนกลางคืน

สั่งงานเสร็จ หวังฮ่าวหรานก็เดินกลับออกมาที่ห้องโถง

ช่วงที่คุยโทรศัพท์ ตัวละครในเกมของเขากลายเป็นกล่องไปเรียบร้อยแล้ว

ฉินหยุนหานกดออกจากเกมทันที แล้วชวนหวังฮ่าวหรานเริ่มเกมใหม่

คราวนี้ไม่มีใครมารบกวน หวังฮ่าวหรานโชว์ฝีมือเทพ พาฉินหยุนหานคว้าไก่กินมื้อค่ำได้สำเร็จ

หลังจากบอกลาฉินหยุนหาน เขาก็ปิดเกม PUBG แล้วเปิด HOK ต่อ

ส่งข้อความหาสวี่มู่เหยียน บอกว่าเล่นเสร็จแล้วให้ดึงเข้าทีมด้วย

แต่สวี่มู่เหยียนใจร้อน กดออกจากเกมที่เล่นค้างอยู่ทันที แล้วมากดเชิญหวังฮ่าวหราน

เล่นเกมกันอย่างสนุกสนานจบไปหนึ่งตา ได้เวลาอาหารเย็นพอดี

ความจริงหวังฮ่าวหรานกินข้าวเย็นมาแล้ว แต่จะปฏิเสธน้ำใจของฉิวเฉียนเว่ยได้ยังไง?

ระหว่างทานอาหาร เขาจงใจดื่มไวน์แดงเข้าไปเยอะหน่อย

พอกินเสร็จ หวังฮ่าวหรานก็ลุกขึ้น แกล้งเดินเซไปเซมา เตรียมตัวกลับ

ฉิวเฉียนเว่ยที่เป็นห่วงมีหรือจะยอมให้กลับ เธอรั้งให้เขาค้างคืนที่นี่ทันที

หวังฮ่าวหรานตอบตกลงตามน้ำ แล้วเดินเข้าห้องพักแขกไป

เวลายังหัวค่ำ หวังฮ่าวหราน ฉินหยุนหาน และสวี่มู่เหยียน ต่างคนต่างแยกย้ายไปเล่นเกมของตัวเอง

เผลอแป๊บเดียวก็ดึกสงัดอีกแล้ว

“นอนไม่หลับเลย...”

เห็นข้อความจากฉิวเฉียนเว่ย หวังฮ่าวหรานรู้สึกเหมือนเดจาวู

แต่ตั้นไท่เหยาเยว่เคยพลาดท่าไปแล้วครั้งหนึ่ง ครั้งนี้เธอคงไม่ยอมให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอยแน่ๆ เว้นแต่จะตกลงคบกันเป็นเรื่องเป็นราว

แต่นั่นจะทำให้ฉินฟานรู้เรื่องและกลายเป็นศัตรูกับเขา

หวังฮ่าวหรานจนปัญญา ได้แต่ดับไฟราคะในใจ

ช่างเถอะ วันพระไม่ได้มีหนเดียว ไม่ต้องรีบร้อน

อีกอย่าง ได้ลิ้มลองของดีไปแล้วครั้งหนึ่ง ถึงจะยังอยากอีกแต่ก็พอทนไหว

หวังฮ่าวหรานอ่านข้อความอีกครั้ง แล้วเดินออกจากห้องพักแขก

ที่ห้องโถง เขาบังเอิญเจอเปี่ยนซูเหวินที่ลุกมาเข้าห้องน้ำ

เปี่ยนซูเหวินมองเขาด้วยสายตาจับผิด เพราะทิศทางที่เขาเดินไปไม่ใช่ทางไปห้องน้ำรวม

“เมื่อเย็นดื่มไปเยอะ ตอนนี้ดีขึ้นหรือยัง?”

“ยังมึนๆอยู่นิดหน่อย” หวังฮ่าวหรานที่สติดีครบถ้วนแกล้งกุมขมับทำหน้ามึน

“เดี๋ยวฉันช่วยนวดให้ จะได้สร่างเมา” เปี่ยนซูเหวินเสนอตัว

“รบกวนพี่สามแล้ว” หวังฮ่าวหรานตอบรับอย่างนอบน้อม แล้วนั่งลงบนเก้าอี้

เปี่ยนซูเหวินเดินเข้ามา นวดขมับให้เขาเบาๆ ผ่านไปสักพักก็ถาม “เป็นไงบ้าง?”

“ดีขึ้นเยอะเลย ขอบคุณพี่สาม”

“หายก็ดีแล้ว ยังมีตรงไหนไม่สบายอีกไหม?”

“ไม่มีแล้ว”

เปี่ยนซูเหวินพยักหน้า เตรียมเดินกลับห้อง แต่ก่อนไป จู่ๆเธอก็โน้มตัวมากระซิบข้างหูหวังฮ่าวหราน

“เสร็จแล้วมาหาฉันด้วยนะ”

พูดจบ เธอก็เดินออกจากห้องโถง หายเข้าไปในห้องเบอร์ 2

หวังฮ่าวหรานทำหน้าประหลาดใจ สายตาของหมอเทวดานี่เฉียบคมจริงๆ มองทะลุปรุโปร่งจนหมด

เอ๊ะ... เปี่ยนซูเหวินปกตินอนห้องเบอร์ 3 ไม่ใช่เหรอ?

หลังจากหายตกใจ หวังฮ่าวหรานก็นึกอะไรขึ้นมาได้

เขาลองใช้ตาทิพย์ส่องดู ในห้องเบอร์ 3 ของเปี่ยนซูเหวิน... ไม่มีคนอยู่

สีหน้าของหวังฮ่าวหรานเริ่มมีเลศนัย

......

เช้าวันรุ่งขึ้น

ทุกคนมาทานมื้อเช้ากันพร้อมหน้า

ลั่วชิงเฉียน เปี่ยนซูเหวิน และฉิวเฉียนเว่ยหน้าตาสดใสเปล่งปลั่ง ผิวพรรณดูมีน้ำมีนวลผิดปกติ ทั้งที่ไม่ได้แต่งหน้าแต่กลับดูสวยสะพรั่งจนละสายตาไม่ได้

ทานมื้อเช้าเสร็จ หวังฮ่าวหรานก็ไปเรียนตามปกติ

แต่พอพ้นประตูวิลล่ามา เขาก็อดถอนหายใจด้วยความโล่งอกไม่ได้

โชคดีที่กำลังภายในของเขาตอนนี้แตะระดับสองร้อยปีแล้ว สมรรถภาพร่างกายทุกด้านเลยแข็งแกร่งขึ้นเป็นเท่าตัว

ไม่งั้น... มีหวังได้ตายคาเตียงแน่ๆ

เวลาล่วงเลยไปอย่างรวดเร็วจนมาถึงวันงานแฟนซีหน้ากาก

หลังเลิกเรียนช่วงบ่าย เริ่มเห็นนักศึกษาบางส่วนสวมชุดแฟนตาซีเดินไปมาในมหาวิทยาลัย เตรียมพร้อมสำหรับงานคืนนี้

งานจัดขึ้นที่โรงยิมของมหาวิทยาลัยชิงหลิง

เมื่อฟ้ามืด โรงยิมก็คลาคล่ำไปด้วยผู้คน บรรยากาศคึกคัก

ทุกคนแต่งกายด้วยชุดแฟนตาซีแปลกตา บ้างก็สวมหน้ากาก บ้างก็เปิดเผยใบหน้า

แต่ส่วนใหญ่คนที่ใส่หน้ากากมักจะเป็นพวกที่หน้าตาธรรมดา ส่วนพวกหนุ่มหล่อสาวสวยมักจะเลือกเปิดหน้าโชว์รูปลักษณ์

กลุ่มเพื่อนฝูงจับกลุ่มคุยกันอย่างสนุกสนาน

ในวงสนทนาของหนุ่มๆ หัวข้อหลักหนีไม่พ้นเรื่องสาวคนไหนสวยสาวคนไหนเด็ด

ส่วนในวงสาวๆก็เม้าท์มอยเรื่องหนุ่มหล่อประจำงาน

แน่นอนว่าสี่สาวดาวมหาวิทยาลัยปี 1 อย่างฉินหยุนหาน สวี่มู่เหยียน มู่เจาเจา และอวี้ซือฉิงย่อมเป็นจุดสนใจที่ดึงดูดสายตาผู้คนมากที่สุด

*****

จบบทที่ บทที่ 452 งานแฟนซีหน้ากาก

คัดลอกลิงก์แล้ว