เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 450 แผนเซอร์ไพรส์

บทที่ 450 แผนเซอร์ไพรส์

บทที่ 450 แผนเซอร์ไพรส์


“ศาสตราจารย์หลิว งั้นผมขอตัวก่อนนะครับ”

หลินโม่เห็นหลิวเยว่นั่งเหม่อลอย เข้าใจไปเองว่าเธอกำลังใช้ความคิดอย่างหนักเพื่อหาวิธีเจรจากับพ่อแม่ของหวังฮ่าวหราน จึงไม่กล้ารบกวน กล่าวลาเบาๆแล้วเดินออกจากห้อง พร้อมปิดประตูให้อย่างเบามือ

กว่าหลิวเยว่จะรู้สึกตัว หลินโม่ก็หายไปแล้ว

‘นี่ฉันเพ้ออะไรอยู่เนี่ย...’

หลิวเยว่สะบัดหัวแรงๆไล่ความคิดฟุ้งซ่านออกจากสมอง

ความเคลิบเคลิ้มเมื่อครู่จางหายไปอย่างรวดเร็ว

ยิ่งคาดหวังมากก็ยิ่งผิดหวังมาก ความจริงข้อนี้หลิวเยว่รู้ดีแก่ใจ

แม้หวังฮ่าวหรานจะรับปากเป็นมั่นเป็นเหมาะว่าจะเรียกอาจารย์มาให้ได้ แต่คำพูดนั้นก็เป็นแค่เช็คเปล่าที่ไม่มีอะไรการันตี

อีกอย่าง "สามี" ของเธอยุ่งหัวหมุนขนาดนั้น จะปลีกตัวมาได้ยังไง?

หวังฮ่าวหรานเป็นแค่ลูกศิษย์ หน้าจะใหญ่กว่าเธอได้ยังไง?

ขนาดเธอเองยังชวนเขามาไม่ได้ แล้วหวังฮ่าวหรานจะเอาปัญญาที่ไหนไปทำ?

เมื่อพิจารณาจากปัจจัยทั้งหมดแล้ว หลิวเยว่จึงค่อนข้างมั่นใจว่าหวังฮ่าวหรานน่าจะแค่โม้เฉยๆ

เธอไม่อยากตั้งความหวังลมๆแล้งๆแล้วต้องมานั่งเสียใจทีหลัง

เมื่อปรับอารมณ์ให้คงที่ได้ หลิวเยว่ก็กลับไปก้มหน้าก้มตาทำงานต่อ

เพราะการทุ่มเทให้กับงานเป็นวิธีเดียวที่จะช่วยกดทับความคิดถึงอันแสนทรมานนี้ได้

ณ ห้องเรียน คณะบริหารธุรกิจ ปี 1 ห้อง 13

หวังฮ่าวหรานนั่งเหม่อลอยอยู่บนเก้าอี้ สายตาเหม่อมองอย่างไร้จุดหมาย

ทันใดนั้นก็มีบางสิ่งบางอย่าง... ที่ใหญ่โตเตะตาเข้ามาบดบังทัศนวิสัย

สายตาของเขาค่อยๆปรับโฟกัส และพบกับส่วนเว้าส่วนโค้งที่อวบอัดเกินมาตรฐาน

เมื่อไล่สายตาขึ้นไปก็สบเข้ากับใบหน้าจิ้มลิ้มน่ารักราวกับตุ๊กตาของมู่เจาเจาที่กำลังจ้องมองเขาอยู่

“คิดอะไรอยู่เนี่ย เหม่อเชียว?” มู่เจาเจาทิ้งตัวลงนั่งเก้าอี้ข้างๆ เอ่ยถามด้วยความอยากรู้

“กำลังคิดว่า... เธอกินอะไรกันนะ ถึงได้...” หวังฮ่าวหรานไม่ใช่คนใสซื่อ จึงตอบกลับด้วยสายตาเจ้าเล่ห์ที่กวาดมองเรือนร่างของเธอ

“ตาบ้า” มู่เจาเจาค้อนขวับ แต่แก้มกลับแดงระเรื่อ “มะรืนนี้ที่มหาลัยจะมีงานแฟนซีหน้ากาก นายจะไปไหม?”

“ไม่สน” หวังฮ่าวหรานตอบทันทีโดยแทบไม่ต้องคิด เวลาของเขาเป็นเงินเป็นทอง จะให้เอาไปทิ้งกับงานไร้สาระแบบนี้ทำไม

แต่พูดยังไม่ทันขาดคำ เขาก็ฉุกคิดอะไรบางอย่างได้

“เดี๋ยวนะ งานแฟนซีหน้ากาก... แปลว่าใส่หน้ากากได้ใช่ไหม?”

“ก็ต้องได้สิ ถามทำไมเหรอ?”

“ฉันเริ่มสนใจขึ้นมาแล้วสิ” รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏขึ้นที่มุมปาก แผนการรับมือหลิวเยว่เริ่มก่อตัวขึ้นในหัว

“คิดอะไรอยู่เนี่ย?” มู่เจาเจารู้สึกว่ารอยยิ้มของเขาดูไม่น่าไว้ใจชอบกล

“กำลังคิดว่าเธอจะแต่งชุดอะไร แล้วจะออกมาน่ารักขนาดไหน” หวังฮ่าวหรานเปลี่ยนเรื่องเนียนๆเพื่อไม่ให้เธอสงสัย

มู่เจาเจาได้ยินคำชมก็ยิ้มแก้มปริ มองซ้ายมองขวาเหมือนกลัวใครได้ยิน แล้วกระซิบถามเสียงเบา

“แล้วนายอยากเห็นฉันแต่งชุดอะไรล่ะ?”

คำถามนี้แฝงความนัยลึกซึ้ง หวังฮ่าวหรานเข้าใจดี

แวบแรกเขานึกถึงชุดคอสเพลย์วาบหวิวบางชุด แต่พอคิดได้ว่างานนี้คนเห็นกันทั้งมหาลัย ไม่ใช่แค่เขาคนเดียว เลยต้องพับโครงการเก็บไป

“เธอลองบอกมาก่อนสิว่าอยากแต่งเป็นอะไร แล้วฉันค่อยช่วยแนะนำ” หวังฮ่าวหรานโยนหินถามทาง

“กระต่ายน้อย!”

มู่เจาเจาชูสองนิ้วขึ้นเหนือหัวทำท่าหูยาว ทำหน้าแบ๊วใส่เขาสุดฤทธิ์

“อืม... กระต่ายน้อยก็เข้าท่าดีนะ”

หวังฮ่าวหรานพยักหน้าเห็นด้วย

กระต่ายน้อยน่ารัก มู่เจาเจาเองก็น่ารัก เข้ากันเป็นปี่เป็นขลุ่ย

จังหวะนั้น เหวินจิงก็เดินเข้ามาในห้อง และนั่งลงข้างมู่เจาเจา

เธอจ้องมองหวังฮ่าวหรานตาแป๋วแต่ไม่ได้พูดอะไร นั่งฟังบทสนทนาของทั้งคู่เงียบๆ

“แล้วนายล่ะ? จะแต่งเป็นอะไร?” มู่เจาเจาถามกลับ

“ฉันเหรอ... เป็นแครอทแล้วกัน” หวังฮ่าวหรานตอบหน้าตาย

“แครอท? ฮ่าๆๆ กระต่ายน้อยชอบกินแครอท งั้น... งั่ม! ฉันจะกินนายให้เรียบเลยคอยดู!”

มู่เจาเจาทำปากกว้างงับอากาศ ทำท่าทางขู่ฟ่อแบบลูกแมวขู่ราชสีห์

หวังฮ่าวหรานยิ้มกริ่ม แววตาเป็นประกายเจ้าเล่ห์

เหวินจิงที่นั่งฟังอยู่ถึงกับหลุดขำ เอามือป้องปากหัวเราะคิกคัก

มู่เจาเจาเพิ่งรู้ตัวว่าพูดอะไรสองแง่สองง่ามออกไป หน้าแดงก่ำ ตีไหล่หวังฮ่าวหรานแก้เขิน

“ตาบ้า! ลามก!”

กริ๊งงง...

เสียงออดเข้าเรียนดังขึ้นขัดจังหวะ

คาบบ่ายเริ่มขึ้นแล้ว

หมดชั่วโมงเรียน หวังฮ่าวหรานตรงดิ่งไปที่ห้องทำงานของหลิวเยว่

และแน่นอน... ไม่เคาะประตูอีกตามเคย

แต่คราวนี้หลิวเยว่ขี้เกียจจะบ่นแล้ว ปล่อยเลยตามเลย

“ศาสตราจารย์หลิว มะรืนนี้มีงานแฟนซีหน้ากากของมหาลัย คุณจะไปไหม?” หวังฮ่าวหรานเปิดประเด็น

“ไม่ไป” หลิวเยว่ตอบทันควัน เธอไม่สนใจงานสังคมไร้สาระพวกนี้อยู่แล้ว

งานนี้จัดมาหลายปี อาจารย์ก็เข้าร่วมได้ แต่เธอไม่เคยไปเหยียบเลยสักครั้ง

“แน่ใจนะครับว่าจะไม่ไป?” หวังฮ่าวหรานถามย้ำอย่างมีนัยยะ

เขารู้ดีว่าการจะลากตัวแม่ชีจำศีลอย่างหลิวเยว่ออกไปงานรื่นเริงไม่ใช่เรื่องง่าย เลยต้องใช้ลูกล่อลูกชนหน่อย

หลิวเยว่เริ่มเอะใจ มองหน้าหวังฮ่าวหรานอย่างจับผิด

“ทำไมจู่ๆถึงมาชวนฉันไปงาน มีแผนอะไร?”

“ไม่มีเลยครับ! ไม่มีแผนอะไรทั้งนั้น! แค่เห็นว่างานน่าจะสนุกดีเลยอยากชวนไปเปิดหูเปิดตาเฉยๆ!” หวังฮ่าวหรานรีบปฏิเสธเสียงสูง ย้ำแล้วย้ำอีก

ยิ่งปฏิเสธ หลิวเยว่ก็ยิ่งสงสัย สมองอันชาญฉลาดเริ่มประมวลผล

ไอ้เด็กนี่เพิ่งจะรับปากเป็นมั่นเป็นเหมาะว่าจะตาม "สามี" เธอมาให้

แน่นอนว่าเธอไม่เชื่อ

แต่แล้วทำไมหวังฮ่าวหรานถึงมั่นใจขนาดนั้น?

หรือว่า... หวังฮ่าวหรานรู้ล่วงหน้าอยู่แล้วว่า "สามี" จะกลับมา?

แต่ทำไม "สามี" ไม่บอกเธอล่ะ?

ตอนนี้จู่ๆหวังฮ่าวหรานก็มาชวนไปงานแฟนซีหน้ากากแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย หรือว่า... นี่เป็นแผนของ "สามี" ที่ร่วมมือกับหวังฮ่าวหราน... เพื่อจะเซอร์ไพรส์เธอ?!

พอคิดได้แบบนี้ ปริศนาทุกอย่างก็กระจ่างแจ้ง หลิวเยว่เข้าใจทันที

มิน่าล่ะหวังฮ่าวหรานถึงได้มั่นใจนักหนา

ร้ายนักนะ... อาศัยจังหวะที่รู้ความลับนี้มาต่อรองกับเธอเรื่องหลินโม่

หลิวเยว่รู้สึกเหมือนตัวเองฉลาดล้ำเลิศ มองเกมออกทะลุปรุโปร่ง

แต่เธอเลือกที่จะไม่กระโตกกระตาก

ในเมื่อ "สามี" อุตส่าห์เตรียมเซอร์ไพรส์ และคงติดต่อประสานงานกับหวังฮ่าวหรานอยู่อย่างลับๆ เพื่อไม่ให้แผนแตก เธอต้องแกล้งทำเป็นไม่รู้เรื่องและรักษาความสัมพันธ์อันดีกับ "พ่อสื่อ" จำเป็นคนนี้ไว้

“งานแฟนซีหน้ากากสินะ... ได้สิ ฉันจะเข้าร่วม” หลิวเยว่ตอบตกลงด้วยน้ำเสียงที่พยายามคุมให้ดูปกติที่สุด

“เยี่ยมเลยครับ”

หวังฮ่าวหรานยิ้มมุมปาก เดินออกจากห้องไปพร้อมปิดประตูให้

ทันทีที่แน่ใจว่าไม่มีใครอยู่ หลิวเยว่ก็ดีดตัวลุกจากเก้าอี้ กระโดดโลดเต้นไปรอบห้องด้วยความดีใจเหมือนเด็กได้ของเล่น

หวังฮ่าวหรานที่ใช้ตาทิพย์เห็นภาพนั้นถึงกับกลั้นขำแทบไม่อยู่

รอดูเถอะ... ตอนที่เห็น "เซอร์ไพรส์" นั้นจริงๆ ปฏิกิริยาของเธอจะเป็นยังไง ฉันล่ะตื่นเต้นแทนจริงๆ

*****

จบบทที่ บทที่ 450 แผนเซอร์ไพรส์

คัดลอกลิงก์แล้ว