- หน้าแรก
- เกิดใหม่ทั้งที ดันกลายเป็นนายน้อยจอมวายร้ายไปซะได้
- บทที่ 446 ความลับกำลังจะถูกเปิดโปง
บทที่ 446 ความลับกำลังจะถูกเปิดโปง
บทที่ 446 ความลับกำลังจะถูกเปิดโปง
ฉินฟานต่อสู้กับความคิดของตัวเองอยู่พักใหญ่ ในที่สุดก็ตัดสินใจได้ว่าเขาจะรอต่อไปไม่ได้แล้ว
เขาไม่มีเงินสดติดตัวเลยสักหยวนเดียว ตลอดหลายวันที่ผ่านมาก็เลยไปไหนไม่ได้นอกจากกินข้าวฟรีที่โรงแรม แล้วก็กลับมาหมกตัวอยู่ในคฤหาสน์หรู
การรอคอยมันช่างน่าเบื่อหน่าย แถมเขายังติดนิสัยบางอย่างมาจากการอยู่ในป่าลึกเป็นสิบปี พอคิดถึงใครสักคนมากๆ บวกกับความว่าง เขาเลยต้องหาอะไรทำแก้เหงาด้วยการ "ปลดปล่อย" ทุกวัน
ฉินฟานไม่อยากตกอยู่ในสภาพแบบนี้อีกต่อไป เขาต้องการเปลี่ยนแปลงสถานการณ์
เขาจึงยกหูโทรศัพท์บ้าน กดโทรออกไปยังเบอร์ที่ตั้นไท่เหยาเยว่ทิ้งไว้ให้
เสียงรอสายดังอยู่ไม่กี่ครั้ง ก่อนปลายทางจะกดรับ
“ฮัลโหล อาจารย์เหรอคะ?” เสียงของตั้นไท่เหยาเยว่ดังขึ้น
“อาจารย์เอง” ฉินฟานตอบเสียงเรียบ รักษามาดยอดคนเหนือโลก ก่อนจะถามเข้าเรื่อง
“เหยาเยว่ คราวก่อนที่อาจารย์ทำนายดวงความรักให้ ตอนนี้เป็นยังไงบ้าง? เจอเทพบุตรในดวงใจหรือยัง?”
เขาแกล้งทำเป็นไม่รู้ว่าลูกศิษย์คิดอะไร ถามไถ่เหมือนอาจารย์ที่เป็นห่วงลูกศิษย์ธรรมดาๆ
ปลายสายเงียบกริบไปนาน
หลายวันมานี้ จิตใจของตั้นไท่เหยาเยว่สงบลงมากแล้ว
แต่พอถูกอาจารย์จี้ถาม ความทรงจำในคืนนั้นก็ผุดขึ้นมาในหัวอีกครั้ง
ความสุข ความคิดถึง ความสับสน และความอัดอั้นตันใจผสมปนเปกันไปหมด
ฉินฟานเห็นลูกศิษย์เงียบไปนานก็แอบยิ้มในใจ
เขาคิดว่าเธอกำลังเขินอาย ไม่กล้าสารภาพความในใจ ก็เลยลังเล
คิดได้ดังนั้น ฉินฟานจึงรีบรุกต่อ
“เหยาเยว่ อาจารย์เคยเตือนแล้วนะ โอกาสมักจะผ่านเข้ามาเพียงชั่วพริบตา... หรือว่าเธอเจอคนที่ใช่แล้ว แต่เพราะมัวแต่รักษามาด เลยปล่อยให้เขาหลุดมือไป?”
คำพูดของเขาเต็มไปด้วยการยุยงส่งเสริม
พูดจบ ฉินฟานก็รอฟังคำตอบอย่างใจจดใจจ่อ รอให้ตั้นไท่เหยาเยว่ตัดสินใจสารภาพรักออกมา
แล้วเขาจะได้แกล้งทำเป็นตกใจ ปฏิเสธพอเป็นพิธี แล้วค่อยตอบตกลง
ทุกอย่างก็จะจบแบบแฮปปี้เอนดิ้ง
“ใช่ค่ะอาจารย์... ฉันพลาดไปแล้วจริงๆ” น้ำเสียงของตั้นไท่เหยาเยว่ฟังดูซับซ้อนและเจ็บปวด
ฉินฟานอึ้งไปพักใหญ่ นี่มันไม่เหมือนบทที่เขาเขียนไว้ในหัวเลยสักนิด
“เหยาเยว่ เธอเจอเนื้อคู่แล้วจริงๆเหรอ?” ฉินฟานถามเสียงสั่นด้วยความตระหนก
จากน้ำเสียงของตั้นไท่เหยาเยว่ ฉินฟานเริ่มรู้ตัวแล้วว่า เขาอาจจะ... เข้าใจผิดไปเอง คนที่เธอชอบไม่ใช่เขา
“อาจารย์ทำนายถูกจริงๆค่ะว่าดวงความรักกำลังมา แต่น่าเสียดาย... ที่เรื่องราวกลับตาลปัตร ไม่สมหวังดั่งใจ” พูดจบ ตั้นไท่เหยาเยว่ก็ถอนหายใจเฮือกใหญ่
ฉินฟานได้ยินเต็มสองหู มั่นใจแล้วว่าตัวเองแห้วรับประทาน
ลูกศิษย์สาวสวยระดับนางงามล่มเมืองคนนี้ไม่ได้ชอบเขา แต่ไปชอบไอ้หนุ่มที่ไหนก็ไม่รู้
[ติ๊ง! โฮสต์บงการเบื้องหลัง ส่งผลให้จิตใจของตัวเอกฉินฟานได้รับความเสียหาย ได้รับแต้มวายร้าย 2,000 แต้ม, ออร่าตัวเอกของฉินฟาน -100, ออร่าตัวร้ายของโฮสต์ +100!]
“เหยาเยว่ เล่าให้ฟังหน่อยสิว่าเกิดอะไรขึ้น เผื่ออาจารย์จะช่วยแก้ปัญหาให้ได้”
ฉินฟานแกล้งทำเป็นห่วงใย แต่ในใจกำลังวางแผนชั่วร้าย
‘ขอแค่รู้ว่ามันเป็นใคร พ่อจะไปทำลายความเป็นชายของมันซะ ให้มันทำอะไรเหยาเยว่ไม่ได้ แล้วค่อยยุให้แตกกัน’
“อาจารย์คะ เรื่องมันผ่านไปแล้ว ฉันไม่อยากพูดถึงอีก” เรื่องน่าอายแบบนั้น ขนาดน้องสาวแท้ๆยังไม่กล้าเล่า มีหรือจะกล้าบอกอาจารย์
ตั้นไท่เหยาเยว่รักศักดิ์ศรีเป็นที่สุด เธอตั้งใจจะเหยียบเรื่องนี้ให้จมดิน กลับฝังลงหลุมไปพร้อมกับตัวเธอ
“อาจารย์ไม่ใช่คนอื่นคนไกล มีอะไรที่บอกไม่ได้กัน? เล่ามาเถอะ เดี๋ยวอาจารย์ช่วยคิดหาทางออกให้” ฉินฟานพยายามเกลี้ยกล่อม
“อาจารย์คะ เรื่องความรักพลาดแล้วก็ให้มันแล้วกันไป ตอนนี้ฉันอยากตั้งใจฝึกวิชา ไม่อยากสนใจเรื่องทางโลก”
เพื่อตัดบทไม่ให้อาจารย์เซ้าซี้ ตั้นไท่เหยาเยว่จึงจำใจโกหก
ฉินฟานได้ยินแบบนั้นก็ค่อยรู้สึกดีขึ้นมาหน่อย
ถึงจะไม่รู้ว่าไอ้หนุ่มนั่นเป็นใคร แต่ดูทรงแล้วความสัมพันธ์คงไปไม่รอด
ตั้นไท่เหยาเยว่ดูเหมือนจะถอดใจไปแล้ว
แบบนี้เขาก็ยังมีโอกาส
คุยกันต่ออีกสองสามประโยค ตั้นไท่เหยาเยว่ที่อารมณ์ไม่ค่อยดีก็ขอวางสาย
ฉินฟานถอนหายใจด้วยความเสียดาย
อุตส่าห์เฝ้าโทรศัพท์มาตั้งหลายวัน สุดท้ายคว้าน้ำเหลว มันน่าหงุดหงิดชะมัด
แสงแดดนอกหน้าต่างเจิดจ้า ฉินฟานอยากออกไปเดินเล่นสูดอากาศ
แต่พอคิดดูดีๆก็ต้องกลุ้มใจอีกรอบ
อยู่ในเมืองใหญ่ ไม่มีเงินสักแดง จะไปไหนได้?
“ผ่านไปตั้งหลายวันแล้ว เงินห้าร้อยล้านของเฉิงรุ่ยยังไม่เรียบร้อยอีกเหรอ?”
ฉินฟานเริ่มร้อนใจ
ครั้นจะโทรไปทวงก็กลัวเสียมาด
คิดไปคิดมา ฉินฟานเลยตัดสินใจว่าจะอดทนรออีกสักสองวัน
บ่ายวันเดียวกัน
แสงแดดกำลังดี
หวังฮ่าวหรานนอนหลับตาพริ้มอย่างสบายใจอยู่บนสนามหญ้าในมหาวิทยาลัย อาบแดดยามบ่าย
ผ่านไปสักพัก จู่ๆความอบอุ่นบนใบหน้าก็หายไป
เขาลืมตาขึ้น พบว่ามีเงาคนยืนบังแสงแดดอยู่
สายตาของเขาไล่ขึ้นไปตามเรียวขาขาวสวย จนกระทั่งถึงใบหน้า
ใบหน้าสวยคมที่แผ่รังสีเย็นชาปรากฏสู่สายตา
หยุนชูหราน
“มีธุระอะไรหรอครับ?” หวังฮ่าวหรานยิ้มถาม
“ทำอะไรไว้ย่อมรู้อยู่แก่ใจ” หยุนชูหรานพูดเสียงแข็ง
“ฉันทำเรื่องดีๆไว้มากมาย ไม่รู้ว่าเธอหมายถึงเรื่องไหน ช่วยใบ้หน่อยสิ” หวังฮ่าวหรานลุกขึ้นนั่ง ปัดเศษหญ้าออกจากเสื้อผ้า
หยุนชูหรานยืนค้ำหัวมองเขาด้วยสายตาเย็นเยียบ “ความผิดปกติในร่างกายข้า ฝีมือเจ้าใช่ไหม?”
“ความผิดปกติ?” หวังฮ่าวหรานพอจะเดาได้ แต่แกล้งทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้
“ข้า... อุ๊บ...” หยุนชูหรานกำลังจะอธิบาย แต่จู่ๆก็รู้สึกคลื่นไส้จนต้องเอามือปิดปาก พอตั้งสติได้ นางก็กัดฟันกรอด “แบบนี้ไง!”
“อย่ามาใส่ร้ายกันสิ เธอท้องแล้วเกี่ยวอะไรกับฉัน? หรือกะจะโยนขี้ให้ฉันเป็นพ่อเด็ก? ฉันดูเหมือนคนหน้าโง่ที่จะยอมเป็นพ่อเลี้ยงเหรอ?” หวังฮ่าวหรานทำท่าเหมือนได้ยินเรื่องตลก
“ข้าไม่ได้ตั้งครรภ์” หยุนชูหรานสวนกลับเสียงเย็น
เสียงหัวเราะของหวังฮ่าวหรานหยุดลง เขาหรี่ตามองเธอ
ผู้หญิงคนนี้... เหมือนจะรู้ความจริงแล้ว
“หมอเทวดาตรวจชีพจรเธอแล้วนี่ ฝีมือระดับนั้นคงไม่พลาดหรอกมั้ง” หวังฮ่าวหรานตกใจอยู่ลึกๆ แต่ภายนอกยังคงแสร้งทำเป็นสงสัย
“คนตั้งครรภ์ที่ไหนจะมีวันนั้นของเดือน?”
หยุนชูหรานงัดไม้ตายออกมาถาม
สิ้นประโยคนั้น หวังฮ่าวหรานก็รู้ทันทีว่าความลับแตกแล้ว
ของปลอมยังไงก็คือของปลอม ต่อให้เนียนแค่ไหน สุดท้ายก็ต้องมีพิรุธจนได้
*****