- หน้าแรก
- เกิดใหม่ทั้งที ดันกลายเป็นนายน้อยจอมวายร้ายไปซะได้
- บทที่ 444 ทำนายแม่นราวจับวาง
บทที่ 444 ทำนายแม่นราวจับวาง
บทที่ 444 ทำนายแม่นราวจับวาง
ผ้าม่านหนาทึบบดบังหน้าต่างกั้นแสงจันทร์ไม่ให้ลอดผ่าน ภายในห้องจึงตกอยู่ในความมืดมิด
แม้ตาทิพย์ของหวังฮ่าวหรานจะมีโหมดมองเห็นในที่มืด แต่มันก็ทำได้เพียงแค่เห็นเค้าโครงห้องและระบุตำแหน่งคน ไม่สามารถมองเห็นรายละเอียดเล็กๆน้อยๆได้ชัดเจน
“เว่ยเว่ย?”
ถึงจะค่อนข้างมั่นใจว่าคนในห้องคือใคร แต่เพื่อความไม่ประมาท หวังฮ่าวหรานจึงลองกระซิบเรียกเบาๆ
คนที่นอนอยู่เดิมทีหลับไปแล้ว แต่พอได้ยินเสียงเรียกแผ่วเบาก็สะดุ้งตื่น
ตั้นไท่เหยาเยว่ไม่ใช่คนธรรมดา แม้ในยามหลับลึก สัญชาตญาณระวังภัยก็ยังคงทำงานอยู่
เธอตื่นตั้งแต่ตอนที่หวังฮ่าวหรานแง้มประตูเข้ามาแล้ว เพียงแต่ความมืดทำให้เธอมองไม่เห็นว่าเป็นใคร
แต่ในบ้านนี้มีคนอยู่ไม่กี่คน แวบแรกเธอจึงเข้าใจว่าเป็นน้องสาวคนใดคนหนึ่ง
เนื่องจากห้องนอนที่จัดใหม่ไม่ได้มีห้องน้ำในตัวทุกห้อง เธอจึงคิดว่าคงเป็นน้องสาวสักคนที่ลุกมาเข้าห้องน้ำแล้วเดินกลับผิดห้อง
เธอกำลังจะเอ่ยถามออกไปว่า “ใคร” แต่พอได้ยินเสียงกระซิบเรียก คำถามนั้นก็ถูกกลืนหายลงไปในลำคอ
น้ำเสียงนี้คุ้นหูมาก ตั้นไท่เหยาเยว่รู้ทันทีว่าเป็นใคร
และเธอก็เดาเจตนาของเขาออก
ห้องนี้เป็นห้องที่เล็กที่สุด เดิมทีเป็นห้องของน้องเจ็ด
แต่เพราะเธออยากเอาใจน้องเล็ก เลยสลับห้องกัน
เขาคงมีความคิดเจ้าเล่ห์ ถึงได้ย่องมาที่ห้องนี้
ตั้นไท่เหยาเยว่ตั้งใจจะกระแอมไอให้รู้ตัวเพื่อบอกให้เขารู้ว่าเข้าผิดห้อง จะได้หลีกเลี่ยงสถานการณ์กระอักกระอ่วนใจของทั้งสองฝ่าย
“ดาวหงหลวนกำลังเคลื่อนไหว... เรื่องมงคลกำลังจะมาเยือน”
“โอกาสมักจะผ่านเข้ามาเพียงชั่วพริบตา”
แต่ทันทีที่ความคิดนั้นผุดขึ้น คำทำนายของฉินฟานก็ดังก้องเข้ามาในหัว
ตอนนี้เธอยังไม่ได้ส่งเสียง อีกฝ่ายยังไม่รู้ตัว
ถ้าเธอแกล้งเงียบต่อไป เขาต้องเข้าใจผิดคิดว่าเธอคือน้องเจ็ดแน่ๆ
ถ้าปล่อยให้ความเข้าใจผิดดำเนินต่อไป เรื่องราวก็จะลื่นไหลไปจนถึงขั้น...
เช่นนั้น คำทำนายของอาจารย์ก็จะกลายเป็นจริงไม่ใช่เหรอ?
พอคิดได้แบบนี้ ตั้นไท่เหยาเยว่ก็นึกเลื่อมใสฉินฟานขึ้นมาจับใจ
อาจารย์พูดถูกจริงๆ ดวงความรักกำลังมาเยือน
แต่จะคว้าไว้ได้หรือไม่ขึ้นอยู่กับตัวเธอเอง
สถานการณ์ตอนนี้จะสำเร็จหรือล้มเหลว อยู่ที่การตัดสินใจของเธอเพียงคนเดียว
“เว่ยเว่ย?”
ในขณะที่ตั้นไท่เหยาเยว่กำลังลังเล เสียงเรียกที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นอีกครั้ง และครั้งนี้... ฟังดูใกล้มาก เหมือนอยู่ตรงหน้า
สมองของตั้นไท่เหยาเยว่ประมวลผลอย่างรวดเร็ว เธอตัดสินใจที่จะเชื่อคำสอนของอาจารย์
โอกาสมักจะผ่านเข้ามาเพียงชั่วพริบตา!
เธอยื่นมือออกไปสัมผัสโดนแขนเขา แล้วดึงเขาเข้ามาหาตัวช้าๆ
หวังฮ่าวหรานรู้สึกถึงสัมผัสนั้น ก็ยิ่งมั่นใจว่าตัวเองเดาถูก
เขามาไม่ผิดห้อง
......
[ติ๊ง! โฮสต์ครอบครองนางเอกตั้นไท่เหยาเยว่เป็นครั้งแรก ได้รับแต้มวายร้าย 12,000 แต้ม, ออร่านางเอกของตั้นไท่เหยาเยว่ -600, ออร่าตัวเอกของฉินฟาน -600, ออร่าตัวร้ายของโฮสต์ +1,200!]
......
หวังฮ่าวหรานเกือบจะสติแตก
ตอนแรกเขาคิดว่ามาถูกห้องแล้ว แต่พอทำไปได้สักพักเขาก็รู้ตัวว่าผิด ผิดแบบมหันต์
ถึงอีกฝ่ายจะเงียบตลอดเวลา แต่พอเครื่องร้อนเข้าที่ มันก็มีเสียงเล็ดลอดออกมาจนได้
หูเขาไม่ได้ตึง ทำไมจะแยกแยะน้ำเสียงไม่ออก
แต่จะให้หยุดกลางคัน? เป็นไปไม่ได้หรอก
ไหนๆก็ผิดแล้ว ผิดครึ่งหนึ่งก็คือผิด งั้นก็ผิดให้มันสุดทางไปเลย
แต่ปัญหาคือ... จะทำยังไงต่อ?
ตั้นไท่เหยาเยว่คงไม่ยอมเสียตัวฟรีๆแน่ ขืนเรื่องถึงหูฉินฟาน เขาตายศพไม่สวยแน่นอน
หรือว่าเส้นทางตัวร้ายของเขาจะต้องมาจบเห่ด้วยน้ำมือฉินฟานคนนี้?
หวังฮ่าวหรานไม่ยอมแพ้
สมองของเขาแล่นเร็วจี๋ พยายามหาทางออกที่สวยงามที่สุด
แต่คนข้างกายดูเหมือนจะไม่ให้เวลาเขาคิดมากนัก
“กะ... แกเป็นใคร?” ในความมืด จู่ๆตั้นไท่เหยาเยว่ก็ถามขึ้นด้วยน้ำเสียงที่แกล้งทำเป็นตกใจและสับสน
หวังฮ่าวหรานอยากจะกลอกตามองบนเป็นเลขแปด รู้ทั้งรู้ว่าเธอแกล้งถามเพื่อรักษาหน้าตัวเอง
“เว่ยเว่ย?” หวังฮ่าวหรานจำต้องเล่นตามน้ำ
“ฉันไม่ใช่เว่ยเว่ย” น้ำเสียงของตั้นไท่เหยาเยว่เริ่มแฝงความโกรธเกรี้ยวอันเย็นชา
ความโกรธนั้นส่วนใหญ่เป็นการเสแสร้ง แต่ก็มีความจริงปนอยู่บ้าง
ถึงจะดีใจที่ได้สมหวัง แต่เธอก็เคืองเหมือนกัน
น้องเจ็ดคงชินแล้ว แต่เธอเป็นครั้งแรก...
ไอ้บ้านี่...
ตั้นไท่เหยาเยว่อยากจะทุบเขาให้หายแค้น แต่ใจหนึ่งก็ทำไม่ลง
“หา? คุณคือ... คุณคือ...” หวังฮ่าวหรานแกล้งทำเสียงตกใจสุดขีดเหมือนเพิ่งค้นพบความจริงที่น่าสะพรึงกลัว “คุณคือพี่ใหญ่?!!”
พูดจบเขาก็เริ่มตีโพยตีพาย “ทำไมคุณไม่รีบบอกผมล่ะ?!”
ตั้นไท่เหยาเยว่พูดไม่ออก แถมยังรู้สึกละอายใจนิดๆ
ความจริงถ้าเธอส่งเสียงพูดสักคำ เรื่องนี้ก็คงไม่เกิดขึ้น แต่ตั้นไท่เหยาเยว่ดันเชื่อคำทำนายของอาจารย์หัวปักหัวปำ
โอกาสมักจะผ่านเข้ามาเพียงชั่วพริบตา นี่นา
แต่เรื่องน่าอายแบบนี้เธอจะพูดออกไปได้ยังไง?
“ฉะ... ฉันนึกว่าตัวเองกำลังฝัน” ตั้นไท่เหยาเยว่อ้างเหตุผลข้างๆคูๆ ฟังดูไร้สาระสิ้นดี แต่ก็พอจะช่วยกลบเกลื่อนความอับอายได้บ้าง
เพื่อไม่ให้หวังฮ่าวหรานซักไซ้ไล่เลียงเรื่องความฝัน เธอรีบโยนคำถามสำคัญใส่เขาทันที
“เรื่องมันเกิดขึ้นแล้ว นายจะเอายังไง? อยากตายหรือมีชีวิตอยู่?”
คำถามนี้เป็นเหมือนคำขู่กลายๆ
หวังฮ่าวหรานวิเคราะห์ได้ทันทีว่าถ้าเลือก "อยู่" เขาต้องรับผิดชอบทุกอย่าง และต้องไปอธิบายกับฉิวเฉียนเว่ยจนปากเปียกปากแฉะ
ส่วนตั้นไท่เหยาเยว่ก็จะลอยตัวในฐานะผู้เสียหาย รักษาหน้าตาไว้ได้ แถมยังได้ตำแหน่งที่เธอต้องการแบบเนียนๆ
เธอก็แค่ไปบอกฉิวเฉียนเว่ยประมาณว่า “น้องเจ็ด เพราะเห็นแก่ความเป็นพี่น้องของเรา พี่เลยไว้ชีวิตแฟนเธอนะ”
ความหมายแฝงคือ: น้องเจ็ด รู้ใช่ไหมว่าต้องทำยังไงต่อ?
ฉิวเฉียนเว่ยที่ทั้งรู้สึกผิดและเคารพพี่ใหญ่ คงยอมยกตำแหน่งแฟนตัวจริงให้พี่ใหญ่แต่โดยดี
สมกับเป็นพี่ใหญ่ของเจ็ดสาวเทพธิดา วางแผนได้แยบยลจริงๆ
แต่ถ้าเรื่องจบแบบนั้น หวังฮ่าวหรานรู้ดีว่าเขาจะซวยหนัก
เลือก "อยู่" แล้วรอดตายก็จริง แต่จะถูกฉินฟานหมายหัว และตกอยู่ในอันตรายที่ใหญ่หลวงกว่าเดิม
ถ้าฉินฟานเข้าใจผิดแล้วไปถามเรื่องดวงความรักกับตั้นไท่เหยาเยว่...
ตั้นไท่เหยาเยว่ที่สมหวังแล้วมีแนวโน้มสูงที่จะเล่าความจริงให้อาจารย์ที่เคารพฟัง
ถึงตอนนั้น หวังฮ่าวหรานก็เตรียมนับถอยหลังสู่ปรโลกได้เลย
แต่ถ้าเลือก "ตาย"... อาจจะเป็นการพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาส
เพราะหวังฮ่าวหรานรู้ดีว่า… ตั้นไท่เหยาเยว่ไม่มีทางฆ่าเขาจริงๆ
งั้นก็ไม่มีอะไรต้องกลัว
ในเมื่อเป็นแบบนี้... ขอเสี่ยงดวงหน่อยแล้วกัน!
“ขอโทษครับ... ผมขอโทษ... ผมไม่คิดเลยว่าจะเกิดเรื่องบ้าๆแบบนี้ขึ้น ทั้งหมดเป็นความผิดของผมเอง... ฆ่าผมเถอะ มีแต่ความตายเท่านั้นที่จะชดเชยบาปของผมได้”
ในขณะที่ตั้นไท่เหยาเยว่กำลังรอคำตอบอย่างมีความหวัง จู่ๆเธอก็ได้ยินน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดและรู้สึกผิดอย่างรุนแรง ตามมาด้วยเสียงตบหน้าตัวเองและทุบอกชกตัวดังตุบตับ
รอยยิ้มแห่งผู้ชนะที่ซ่อนอยู่ในความมืดบนใบหน้าของตั้นไท่เหยาเยว่... แข็งค้างไปในทันที
*****