- หน้าแรก
- เกิดใหม่ทั้งที ดันกลายเป็นนายน้อยจอมวายร้ายไปซะได้
- บทที่ 440 ต้องรีบคว้าไว้
บทที่ 440 ต้องรีบคว้าไว้
บทที่ 440 ต้องรีบคว้าไว้
ตั้นไท่เหยาเยว่เหลือบมองหวังฮ่าวหรานแวบหนึ่ง ก่อนจะหันกลับไปมองฉินฟานด้วยความประหลาดใจปนไม่เชื่อหู
"อาจารย์... อาจารย์ไม่ได้ล้อเล่นใช่ไหมคะ?"
"ฉันพูดเรื่องจริง ไม่ได้ล้อเล่น" ฉินฟานยืนยันเสียงหนักแน่น
เมื่อได้รับคำยืนยัน ตั้นไท่เหยาเยว่ก็รู้สึกดีใจขึ้นมาลึกๆ
เธอรู้ดีว่าฉินฟานมีความเชี่ยวชาญด้านโหงวเฮ้งและการดูดวง
ในเมื่ออาจารย์พูดเองแบบนี้ ก็คงเป็นเรื่องจริงแน่ๆ
ตั้นไท่เหยาเยว่เริ่มวาดฝันจินตนาการ ใบหน้าสวยหวานขึ้นสีระเรื่อ
แต่ด้วยความเขินอาย ปากเธอจึงพูดออกไปว่า
"อาจารย์คะ ศิษย์คนนี้มุ่งมั่นเพียงการฝึกฝนวรยุทธ์ ไม่เคยคิดเรื่องคู่ครองเลย"
ฉินฟานเห็นอาการก็ดูออกทันทีว่าลูกศิษย์คนสวยปากไม่ตรงกับใจ จึงพูดเตือนสติว่า
"เหยาเยว่ เรื่องของชะตาลิขิต เมื่อมันมาเยือนแล้วก็ต้องรีบคว้าเอาไว้ให้แน่น ไม่เช่นนั้นถ้าปล่อยให้หลุดมือไปเธออาจจะต้องมานั่งเสียใจภายหลังนะ"
ตั้นไท่เหยาเยว่ฟังแล้วก็คิดตาม
ฉินฟานสังเกตเห็นท่าทางของเธอก็ยิ่งมั่นใจว่าตั้นไท่เหยาเยว่ต้องมีคนที่แอบชอบอยู่แน่ๆ
แต่คนคนนั้นคือใครกันล่ะ? จะใช่เขาหรือเปล่า?
คิดได้ดังนั้น ฉินฟานจึงลองตะล่อมถามดู
"เหยาเยว่ ฉันก็ไม่ใช่คนอื่นคนไกล ถ้าเธอมีเรื่องไม่สบายใจอะไรก็ลองระบายให้อาจารย์ฟังได้นะ"
หวังฮ่าวหรานที่นั่งฟังอยู่ข้างๆใจเต้นตึกตัก
ตั้นไท่เหยาเยว่คงไม่หลุดปากบอกเรื่องที่แอบชอบเขาออกมาหรอกนะ?
แต่พอคิดดูดีๆ ก็คงเป็นไปได้ยาก
เพราะเขาเองก็นั่งหัวโด่อยู่ตรงนี้ ตั้นไท่เหยาเยว่คงไม่เลือกสารภาพรักในสถานการณ์แบบนี้แน่ๆ
ในเมื่อการบอกความในใจก็เท่ากับสารภาพรัก เธอคงไม่กล้าพูดต่อหน้าฉินฟานหรอก ถ้าจะพูดคงแอบไปพูดกับเขาตามลำพังมากกว่า
อีกอย่าง เธอยังแคร์ความรู้สึกของฉิวเฉียนเว่ยอยู่ คงไม่กล้าพูดเรื่องนี้ออกมาส่งเดช
"ชีวิตคนเราไม่สมหวังไปเสียแปดเก้าส่วน บางเรื่องฉันก็ไม่ได้ทำได้อย่างที่ใจต้องการหรอกค่ะ"
ตั้นไท่เหยาเยว่ถอนหายใจยาว ตอบเลี่ยงๆ
ฉินฟานฟังแล้วก็ตีความไปเองว่าคนที่ตั้นไท่เหยาเยว่แอบชอบนั้นต้องไม่ใช่คนธรรมดา
และดูเหมือนจะมีอุปสรรคบางอย่าง ไม่ว่าจะเป็นสถานะหรือปัจจัยภายนอก ที่ทำให้เธอไม่สามารถครองคู่กับคนคนนั้นได้อย่างเปิดเผย
ตั้นไท่เหยาเยว่อยู่ในป่ากับเขามาร่วมสามปี ไม่เคยเจอผู้ชายคนอื่นเลย
แถมตัวเขาเองก็เก่งกาจสารพัด ใต้หล้านี้จะหาผู้ชายที่เพอร์เฟกต์กว่าเขาได้ที่ไหน? ไม่มีทาง
ถ้าเธอไม่ชอบเขา แล้วเธอจะไปชอบใครได้?
พอสรุปได้แบบนี้ ฉินฟานก็ยิ้มร่าในใจ
เขาเป็นอาจารย์ของเธอ สถานะศิษย์อาจารย์มันค่อนข้างละเอียดอ่อน
ถ้าคบหากัน คงหนีไม่พ้นขี้ปากชาวบ้านนินทา
สิ่งที่ตั้นไท่เหยาเยว่กังวลคงหนีไม่พ้นเรื่องศีลธรรมจรรยาพวกนี้แหละ
และอีกอย่าง เธอคงไม่แน่ใจว่าเขาชอบเธอหรือเปล่า
เพราะตอนอยู่ในป่า ระบบห้ามไม่ให้เขายุ่งกับผู้หญิง เขาเลยต้องแกล้งทำตัวเป็นสุภาพบุรุษทุกกระเบียดนิ้ว ปฏิบัติต่อเธอเหมือนลูกศิษย์ธรรมดาๆ
ตั้นไท่เหยาเยว่เลยอาจจะเข้าใจผิดว่าเขาไม่ได้คิดอะไรกับเธอในเชิงชู้สาว
คิดได้ดังนั้น ฉินฟานอยากจะตะโกนบอกเธอใจจะขาดว่า อาจารย์แอบชอบเธอมานานแล้ว คิดถึงเธอจนนอนไม่หลับทุกคืนเลย
แต่ติดที่หวังฮ่าวหรานนั่งอยู่ด้วย และติดที่ภาพลักษณ์อาจารย์ผู้ทรงภูมิ เลยพูดออกไปตรงๆไม่ได้
ฉินฟานคิดครู่หนึ่ง แล้วตัดสินใจพูดให้กำลังใจ
"เหยาเยว่ เธอเป็นผู้ฝึกยุทธ์ ตัดขาดจากทางโลกแล้ว ไม่จำเป็นต้องสนใจสายตาชาวบ้านหรอก การทำตามเสียงหัวใจเรียกร้องต่างหากคือวิถีที่ถูกต้อง ไม่อย่างนั้นความทุกข์ในใจจะกลายเป็นมารขัดขวางการฝึกฝนของเธอได้นะ"
ตั้นไท่เหยาเยว่ได้ฟังปรัชญาคมคาย แววตาที่สับสนก็เริ่มกระจ่างใสขึ้น แต่ก็ยังมีความลังเลหลงเหลืออยู่
"อาจารย์ ฉันเข้าใจแล้ว" ตั้นไท่เหยาเยว่รับคำอย่างจริงจัง เธอแอบชำเลืองมองหวังฮ่าวหรานด้วยหางตา แล้วถามฉินฟานด้วยน้ำเสียงประหม่า
"แล้วฉันควรจะปล่อยไปตามธรรมชาติ หรือว่า... ควรจะเป็นฝ่ายรุกดี?"
ฉินฟานเริ่มใช้สมองประมวลผล
ถ้าบอกให้ปล่อยตามธรรมชาติ ก็ต้องรอให้เขาเป็นฝ่ายเริ่มก่อน แต่ถ้าทำแบบนั้น ภาพลักษณ์สุภาพบุรุษที่สร้างมาก็จะพังทลายลงทันที
ตั้นไท่เหยาเยว่อาจจะระแวงว่าเขาแอบคิดไม่ซื่อมาตั้งนานแล้ว และมองว่าเขาเป็นคนเสแสร้ง
ในเวลาอันสั้น ฉินฟานก็ตัดสินใจเลือกทางที่ฉลาดที่สุด
"วิชาโหงวเฮ้งถึงจะทำนายอนาคตได้ แต่มันก็เป็นแค่ลางบอกเหตุ ไม่ได้การันตีผลลัพธ์ร้อยเปอร์เซ็นต์
ปัจจัยที่ส่งผลต่ออนาคตมีมากมายนับไม่ถ้วน ถ้าปล่อยไปตามธรรมชาติ เนื้อคู่ก็อาจจะมา แต่โอกาสมันน้อยกว่าการที่เราเป็นฝ่ายรุกเข้าหามาก"
"สรุปก็คือ ดาวแห่งความรักของเธอกำลังพุ่งแรง ข่าวดีกำลังจะมาเยือน แต่เธอจะคว้าโอกาสนั้นไว้ได้หรือไม่... มันเป็นเรื่องที่ยังไม่แน่นอน"
เพื่อไม่ให้โป๊ะแตก ฉินฟานจึงตอบตามหลักวิชาการเป๊ะๆ
แต่คำพูดเหล่านี้กลับไปจุดประกายความคิดบางอย่างในหัวของตั้นไท่เหยาเยว่ แววตาของเธอฉายแววมุ่งมั่น ราวกับกำลังวางแผนว่าจะ "รุก" ยังไงดี
ฉินฟานสังเกตเห็นปฏิกิริยานั้นก็แอบดีใจจนเนื้อเต้น
ตลอดสามปีที่สอนตั้นไท่เหยาเยว่ เขาต้องแสร้งทำเป็นพระอิฐพระปูน ไม่กล้ามองเธอตรงๆ ทั้งที่ในใจแทบคลั่งตาย
ตกดึกต้องไปนั่งระบายอารมณ์อยู่คนเดียว
ชายหนุ่มสุขภาพดีวัยกลัดมันต้องมาเก็บกดอยู่ในป่าตั้งสิบปี ทรมานแค่ไหนคงไม่มีใครเข้าใจ
แต่ในที่สุดฟ้าก็มีตา
รอให้ลูกศิษย์สาวคนสวยเป็นฝ่ายเข้ามาสารภาพรัก เขาจะแกล้งเล่นตัวปฏิเสธพองาม แล้วค่อยตอบตกลง
เมื่อถึงเวลานั้น... สวรรค์ก็อยู่แค่เอื้อม
หวังฮ่าวหรานนั่งสังเกตการณ์เงียบๆตลอดเวลา จับตาดูปฏิกิริยาของทั้งคู่ไม่วางตา
เขาดูออกทะลุปรุโปร่งว่าฉินฟานกำลังคิดอะไรอยู่
น่าสงสารฉินฟานที่ไม่รู้เลยว่าคนที่ตั้นไท่เหยาเยว่หมายปองไม่ใช่ตัวเอง
สิ่งที่ตั้นไท่เหยาเยว่กังวลไม่ใช่เรื่องศิษย์อาจารย์ที่ฉินฟานมโนไปเอง แต่เป็นเรื่องฉิวเฉียนเว่ยและสถานะพี่สาวน้องชายต่างหาก
หวังฮ่าวหรานแอบขำในความหลงตัวเองของฉินฟาน แต่ก็อดกังวลเรื่องตัวเองไม่ได้
ถ้าตั้นไท่เหยาเยว่เกิดบ้าดีเดือดสารภาพรักขึ้นมาจริงๆ เขาจะทำยังไงดี?
ถ้าตอบตกลง สถานะพี่น้องก็จบเห่ ฉินฟานจะกลายเป็นศัตรูหัวใจและจ้องเล่นงานเขา
แผนการทั้งหมดที่วางไว้ก็จะพังครืน
แต่ถ้าปฏิเสธ... ก็น่าเสียดายแย่
ตั้นไท่เหยาเยว่เป็นนางเอกระดับท็อป ออร่านางเอกสูงลิ่ว
ถ้าได้เคลม... เอ้ย ได้คบหากับเธอ เขาจะได้แต้มวายร้ายและแต้มออร่ามหาศาล
แถมยังเป็นแบบยั่งยืน เก็บเกี่ยวได้เรื่อยๆ เหมือนต้นหอมที่ตัดแล้วก็งอกใหม่
ยิ่งเขายกระดับตัวเองได้มากเท่าไหร่ ออร่าตัวเอกของฉินฟานก็จะยิ่งลดลง เป็นการตัดกำลังศัตรูไปในตัว
จะมีวิธีไหนไหมนะ... ที่จะเก็บเกี่ยวผลประโยชน์จากตั้นไท่เหยาเยว่ได้โดยที่ยังรักษาความสัมพันธ์พี่สาวน้องชายไว้ได้?
หวังฮ่าวหรานพยายามหาทางออกที่วิน-วินทั้งสองฝ่าย
แต่จะทำยังไงล่ะ?
ตั้นไท่เหยาเยว่เป็นพี่สาวคนโต มีความเป็นผู้นำสูง และมีความมั่นใจในตัวเองมาก
จะไปเอาเปรียบเธอแล้วเช็ดปากทำไม่รู้ไม่ชี้... มันเป็นไปได้เหรอ?
*****