- หน้าแรก
- เกิดใหม่ทั้งที ดันกลายเป็นนายน้อยจอมวายร้ายไปซะได้
- บทที่ 434 ฉินฟาน วีรบุรุษช่วยสาวงาม
บทที่ 434 ฉินฟาน วีรบุรุษช่วยสาวงาม
บทที่ 434 ฉินฟาน วีรบุรุษช่วยสาวงาม
เมื่อเห็นฉินฟานตอบตกลง หม่าหงเซิงก็คลี่ยิ้มออกมา แล้วเอ่ยถามต่อ
"อาจารย์เพิ่งมาถึงเมืองชิงหลิง คงยังไม่มีที่พักใช่ไหมครับ?"
"ใช่" ฉินฟานตอบสั้นๆ
"ให้ฉันจัดการเรื่องนี้เองค่ะ" เฉิงรุ่ยรีบเสนอตัวอย่างรู้ใจโดยไม่ต้องรอให้สามีเอ่ยปาก
หม่าหงเซิงพยักหน้ายิ้มๆ "ช่วงที่ผมสลบไป คงลำบากเธอน่าดูเลยสินะ"
"เหนื่อยหน่อยแต่ก็เต็มใจค่ะ แต่คงเหนื่อยอีกไม่นานหรอก พอคุณหายดี งานที่บริษัททั้งหมดฉันก็จะคืนให้คุณ แล้วฉันจะได้พักผ่อนสบายๆสักที" เฉิงรุ่ยยิ้มหวาน แสดงจุดยืนชัดเจน
หม่าหงเซิงเห็นภรรยาไม่มีท่าทีจะยึดอำนาจหรือโลภในทรัพย์สินก็ยิ่งวางใจในตัวเธอมากขึ้นไปอีก
เฉิงรุ่ยหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาสั่งการลูกน้องให้จัดการเรื่องที่พักให้ฉินฟาน
เพียงครู่เดียว ปลายสายก็โทรกลับมารายงาน
"อาจารย์คะ รถจอดรออยู่ข้างนอกแล้ว คนขับจะพาอาจารย์ไปส่งที่พัก อาจารย์ลองไปดูก่อนว่าถูกใจไหม ถ้าไม่ชอบยังไงบอกฉันได้เลยค่ะ เดี๋ยวฉันจะหาที่ใหม่ให้" เฉิงรุ่ยพูดจาฉะฉานและมีมารยาท
ฉินฟานฟังแล้วรู้สึกพอใจเป็นอย่างมาก
หม่าหงเซิงที่พิษยังไม่หมดดีเริ่มรู้สึกง่วงงุน จึงผล็อยหลับไปอีกครั้ง
ไม่นานนัก
เฉิงรุ่ยลงไปส่งฉินฟานที่หน้าโรงพยาบาล ก่อนยิ้มส่งอีกฝ่ายขึ้นรถด้วยความนอบน้อม
แต่ทันทีที่รถหรูแล่นลับสายตา รอยยิ้มบนใบหน้าของเฉิงรุ่ยก็ค่อยๆเลือนหายไปจนหมดสิ้น
ฉินฟานนั่งเอนกายสบายใจเฉิบในรถหรู เปิดกระจกมองทิวทัศน์ข้างทางที่รถแล่นผ่าน
หลังจากหมกตัวอยู่ในป่าเขามานานนับสิบปี การได้กลับคืนสู่เมืองศิวิไลซ์ทำให้เขารู้สึกเหมือนบ้านนอกเข้ากรุง ตื่นตาตื่นใจไปเสียทุกอย่าง
โดยเฉพาะวันนี้อากาศค่อนข้างร้อน ฉินฟานจึงได้เห็นสาวๆแต่งตัววับๆแวมๆเดินผ่านไปมาไม่ขาดสาย หัวใจของเขาพลันเกิดความกระสับกระส่ายขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก
รถแล่นมาได้สักพักก็เข้าสู่เขตย่านการค้า การจราจรเริ่มคับคั่งจนรถติดยาวเหยียด
แต่ฉินฟานกลับไม่รู้สึกหงุดหงิด เพราะรถติดแต่คนเดินถนนไม่ติด ยิ่งรถหยุดนิ่งเขายิ่งมีเวลาส่องสาวได้เต็มตา
เพียงแต่สาวๆที่เดินผ่านไปมาแถวนี้หน้าตายังไม่ค่อยโดดเด่นสะดุดตานัก
หลังจากได้ยลโฉมสาวงามระดับล่มเมืองอย่างตั้นไท่เหยาเยว่มาแล้ว มาตรฐานความงามของฉินฟานก็สูงลิบลิ่ว
ถ้าไม่ใช่ระดับนางฟ้ามาจุติ เขาแทบจะไม่ชายตามอง
นั่งดูไปสักพัก ฉินฟานก็เริ่มเบื่อ เตรียมจะละสายตา
แต่ทันใดนั้น ประตูร้านขายนาฬิกาหรูฝั่งตรงข้ามก็เปิดออก เผยให้เห็นหญิงสาวสวยสะพรั่งเดินออกมา
ฉินฟานตาค้าง จ้องมองเธอตาไม่กะพริบ อยากจะพุ่งเข้าไปทำความรู้จักใจจะขาด แต่ติดตรงที่หาข้ออ้างไม่ได้
"เขาจะชอบไหมนะ?" ถังปิงหยุนถือกล่องนาฬิกาหรูขึ้นมาพิจารณา พึมพำกับตัวเองเบาๆ ก่อนจะเดินไปที่รถซึ่งจอดอยู่ริมถนน เตรียมจะขับออกไป
แต่จู่ๆก็มีชายคนหนึ่งเดินมาขวางทางเธอไว้
"สวัสดีครับคนสวย สวยจังเลยนะเนี่ย ผมชื่อเจิ้นซ่วย(สุดหล่อเจิ้น) ยินดีที่ได้รู้จักนะ" ชายคนนั้นทำท่าทางกะล่อนเจ้าชู้ใส่เธอ
"ไม่สนใจค่ะ" ถังปิงหยุนมองเขาด้วยสายตารังเกียจ แล้วพยายามจะเดินเลี่ยงไป
แต่เจิ้นซ่วยขยับตัวมาขวางทางเธอไว้อีก
"ฉันดูเหมือนคนรังแกง่ายนักเหรอ?" ใบหน้าสวยคมของถังปิงหยุนเย็นชาลงทันที
เธอเป็นถึงผู้กุมบังเหียนธุรกิจตระกูลถัง เป็นคนดังระดับแถวหน้าของชิงหลิง จะมากลัวกุ๊ยข้างถนนพรรค์นี้ได้ยังไง
"คนสวย ดุซะด้วย แบบนี้ยิ่งถูกใจพี่เลย" เจิ้นซ่วยยิ่งคึกคะนอง กางแขนกั้นไม่ยอมให้เธอไปไหน
เขาไม่สนหรอกว่าผู้หญิงคนนี้จะเป็นใคร ในเมื่อน้าสาวและน้าเขยของเขาเป็นถึงผู้มีอิทธิพลในชิงหลิง น้าเขยเป็นเจ้าของกลุ่มธุรกิจหมื่นล้าน น้าสาวเป็นผู้บริหารบริษัทมหาชน มีคนหนุนหลังขนาดนี้ เขาจะไปกลัวใครหน้าไหนทำไม?
"จะหลบไม่หลบ?!" ถังปิงหยุนเริ่มโมโห
ฉินฟานที่มองเหตุการณ์อยู่ไกลๆยิ้มกริ่ม รู้ทันทีว่าโอกาสทองของเขามาถึงแล้ว
เฉิงรุ่ยกลับเข้าไปดูในห้องพักฟื้น เห็นหม่าหงเซิงหลับสนิท แต่ด้วยความรอบคอบ เธอจึงเดินไปหามุมสงบเงียบในโรงพยาบาล แล้วกดโทรศัพท์โทรออก
"หม่าหงเซิงฟื้นแล้ว" ทันทีที่ปลายสายรับ เฉิงรุ่ยก็รายงานด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียด
หวังฮ่าวหรานที่เพิ่งขับรถมาถึงหน้าประตูวิลล่าถึงกับชะงักด้วยความประหลาดใจ
"เธอว่าไงนะ หม่าหงเซิงฟื้นแล้ว?!"
"ใช่..." เฉิงรุ่ยเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมดให้ฟังอย่างละเอียด
หวังฮ่าวหรานฟังแล้วสีหน้าก็เคร่งเครียดขึ้น
ยาพิษที่ใช้เขาเป็นคนวางเองกับมือ รู้ดีว่ามันแก้ยากขนาดไหน แถมหมอเทวดาเสวียยังไปทำให้พิษกำเริบหนักขึ้นไปอีก
แต่อาจารย์ของหม่าหงเซิงคนนี้กลับสามารถขับพิษออกไปได้ถึงเจ็ดส่วนในเวลาสั้นๆ แถมยังการันตีว่าจะรักษาให้หายขาดได้ภายในสองเดือน
ฝีมือขนาดนี้เหนือชั้นกว่าหมอเทวดาเสวียแบบไม่เห็นฝุ่น
ถ้าเดาไม่ผิด คนคนนี้น่าจะมีวิชาแพทย์ระดับเดียวกับลู่เฉิน
"คนคนนั้นอายุเท่าไหร่ ชื่อแซ่อะไร?" หวังฮ่าวหรานถาม
"อายุประมาณสามสิบ ชื่อฉินฟาน ฉันแอบถ่ายรูปไว้แล้ว เดี๋ยวส่งให้ดู" เฉิงรุ่ยพูดจบก็ส่งรูปผ่านข้อความไป
ฉินฟาน?
หวังฮ่าวหรานทวนชื่อนี้ในใจ เมื่อได้รับรูปจากเฉิงรุ่ย เขาก็เปิดดูทันทีและจดจำใบหน้าของฉินฟานไว้อย่างแม่นยำ
"ตอนนี้ฉันควรทำยังไงต่อ?" เฉิงรุ่ยขอคำแนะนำ
"ทำหน้าที่ของเธอให้ดีที่สุด อย่าให้หม่าหงเซิงกับฉินฟานสงสัย ส่วนเรื่องเงินสดห้าร้อยล้านหาข้ออ้างดึงเวลาไปก่อน" หวังฮ่าวหรานสั่งการ
"เข้าใจแล้ว ถ้ามีความคืบหน้าฉันจะรีบแจ้งให้ทราบทันที" เฉิงรุ่ยรับคำแข็งขัน
"ดีมาก"
หวังฮ่าวหรานวางสาย ลงจากรถเตรียมจะสแกนลายนิ้วมือเปิดประตูรั้ววิลล่าเพื่อขับเข้าไป
ทันใดนั้น เขาก็ได้ยินเสียงฝีเท้าแผ่วเบาเดินเข้ามาจากด้านหลัง
หวังฮ่าวหรานหันกลับไปมอง พบว่าเป็นตั้นไท่เหยาเยว่ที่เดินนวยนาดเข้ามา
"ได้ยินน้องเจ็ดบอกว่านายพักอยู่ที่นี่ ฉันเลยถือวิสาสะแวะมาทักทายน่ะ" ตั้นไท่เหยาเยว่หยุดยืนอยู่ตรงหน้าเขา ริมฝีปากแดงอิ่มเอ่ยขึ้นเบาๆ
"ไม่ถือวิสาสะหรอกครับ คนกันเองทั้งนั้น" หวังฮ่าวหรานตอบกลับด้วยรอยยิ้ม
"ตรงโน้นวิวสวยดี ไปเดินเล่นเป็นเพื่อนฉันหน่อยได้ไหม?" ตั้นไท่เหยาเยว่รวบรวมความกล้าเอ่ยชวน
"ได้ครับ" หวังฮ่าวหรานพยักหน้า ทิ้งรถไว้หน้าประตู แล้วเดินเคียงคู่ไปกับตั้นไท่เหยาเยว่ตามถนนสายเล็กๆนอกวิลล่า
ความจริงเขาก็มีคำถามมากมายอยากจะถามตั้นไท่เหยาเยว่ แต่ก็เกรงใจที่จะบุกไปหาเธอถึงวิลล่า การที่เธอมาหาเขาเองแบบนี้ถือว่าเข้าทางพอดี
"เมื่อวาน... ท่าทางฉันน่ากลัวมากไหม?" เดินไปได้สักพัก จู่ๆตั้นไท่เหยาเยว่ก็หันมาถาม
"คุณทำไปเพราะน้องชาย ใครๆก็เข้าใจได้ครับ"
หวังฮ่าวหรานรู้ดีว่าเธอหมายถึงตอนที่สังหารสองพ่อลูกตระกูลเหยียนด้วยวิธีอันน่าสยดสยอง
"จริงๆแล้ว... ปกติฉันเป็นคนอ่อนโยนนะ แทบจะไม่เคยโกรธใครเลย" ตั้นไท่เหยาเยว่ยิ้มหวานหยาดเยิ้ม
หวังฮ่าวหรานเห็นรอยยิ้มนั้นก็อึ้งไปเล็กน้อย เพราะท่าทางที่เธอแสดงออกมันดูจงใจ แถมรอยยิ้มและแววตานั้น... มันช่างคุ้นตาเหลือเกิน
เหมือน... เหมือนฉิวเฉียนเว่ยไม่มีผิด
ตั้นไท่เหยาเยว่กำลังพยายามเลียนแบบกิริยาท่าทางของฉิวเฉียนเว่ย... เพื่อเอาใจเขา?
พอจับไต๋ได้ หวังฮ่าวหรานก็แอบยิ้มขำในใจ
*****