เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 428 คำแนะนำ

บทที่ 428 คำแนะนำ

บทที่ 428 คำแนะนำ


เมื่อได้ยินหวังฮ่าวหรานทักท้วง เปี่ยนซูเหวินก็ชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะกล่าวว่า

“ตอนที่ฉันจับชีพจรเหยียนหยุนเทียน ก็พบว่าเขามีกำลังภายในประมาณ 70 ถึง 80 ปี ซึ่งก็ตรงกับเงื่อนไขของคนร้ายที่ฆ่าเสี่ยวเฉินจริงๆ”

ดวงตาของตั้นไท่เหยาเยว่ฉายแววเย็นเยียบ “เหยียนหยุนเทียนคนนี้อยู่ที่ไหน?”

“เขาพักอยู่ที่คฤหาสน์เก่าแก่แห่งหนึ่งในเมืองชิงหลิง ตอนนี้บาดเจ็บสาหัสและอยู่ระหว่างการรักษา การจะเข้าถึงตัวเขาเป็นเรื่องง่ายมาก” เปี่ยนซูเหวินตอบ

ตั้นไท่เหยาเยว่พยักหน้ารับรู้ แต่ก็ยังไม่รีบร้อนจะออกไปทันที เธอต้องการใช้เวลาไว้อาลัยที่หน้าหลุมศพหลินเฉินต่ออีกสักหน่อย

ในเมื่อเปี่ยนซูเหวินบอกว่าเหยียนหยุนเทียนบาดเจ็บหนักและยังต้องรักษาตัวอยู่ ก็หมายความว่ามันหนีไปไหนไม่ได้แน่นอน

หลินเฉินจากไปได้สักพักแล้ว ลั่วชิงเฉียนและน้องสาวคนอื่นๆผ่านช่วงเวลาแห่งความเศร้าโศกและยอมรับความจริงไปแล้ว จึงไม่ได้เศร้าเท่าตั้นไท่เหยาเยว่

แต่เมื่อพี่ใหญ่ยังอยากอยู่ต่อ พวกเธอก็พร้อมจะอยู่เป็นเพื่อน

ฝ่ายหวังฮ่าวหรานเริ่มรู้สึกเบื่อ จึงเรียกฉิวเฉียนเว่ยออกมาคุยกันตามลำพัง

“เล่ามาให้ละเอียดสิว่าเมื่อกี้พ่อแม่ผมไปมีเรื่องกับพี่ใหญ่เธอได้ยังไง เอาตามความจริงนะ”

“เรื่องมันเป็นอย่างนี้...” ฉิวเฉียนเว่ยพยักหน้า แล้วเริ่มเล่าเหตุการณ์ทั้งหมดอย่างละเอียด

หวังฮ่าวหรานพอจะเดาได้อยู่แล้ว ฟังจบก็ไม่ได้แปลกใจอะไรมาก แต่กลับรู้สึกพูดไม่ออกบอกไม่ถูกมากกว่า

พฤติกรรมยั่วยุของเจิ้นหลี่และทัศนคติของหวังเซียงมันช่าง... ไร้สาระสิ้นดี

หวังเซียงเป็นประธานกลุ่มบริษัทหมื่นล้าน ส่วนเจิ้นหลี่ก็เป็นผู้บริหารบริษัทมหาชน ทั้งคู่เป็นบุคคลระดับแนวหน้าของเมืองชิงหลิง

แต่เจิ้นหลี่กลับทำตัวเหมือนแม่ค้าตลาดสด แค่เหม็นขี้หน้าก็บ้วนน้ำใส่คนอื่นดื้อๆ! ส่วนคำพูดของหวังเซียงก็ถอดแบบมาจากอันธพาลข้างถนนชัดๆ

การกระทำของทั้งคู่ช่างขัดแย้งกับสถานะทางสังคมอย่างสิ้นเชิง

แต่พอคิดไปคิดมา หวังฮ่าวหรานก็เข้าใจ

หวังเซียงและเจิ้นหลี่ถูกวางบทบาทให้เป็น "ตัวร้ายเกรดต่ำ" ในเส้นเรื่องของฉู่ไป๋ ตัวเอกสายตาทิพย์

ตามสูตรสำเร็จของนิยายแนวนี้ ตัวร้ายมักจะดูฉลาดเฉลียวเวลาอยู่กับคนทั่วไป แต่พอเจอกับฝ่ายตัวเอกปุ๊บ สติสตังจะหายไปทันที กลายเป็นคนโง่เง่าทำเรื่องบ้าบอคอแตกผิดวิสัยคนมีระดับ

เหมือนอย่างที่เจิ้นหลี่ไปหาเรื่องตั้นไท่เหยาเยว่แบบไม่มีปี่มีขลุ่ยนี่แหละ

พอเข้าใจกลไกนี้ หวังฮ่าวหรานก็นึกอยากจะกระโดดถีบคนแต่งเรื่องนี้ให้หน้าหงายสักที

ครั้งนี้หวังเซียงและเจิ้นหลี่ยังโชคดีที่รอดตายมาได้ แต่ครั้งหน้าอาจไม่โชคดีแบบนี้

ในเมื่อหวังฮ่าวหรานสวมบทบาทนี้เต็มตัวแล้ว เขาย่อมต้องนับว่าสองคนนี้เป็นพ่อแม่ผู้ให้กำเนิด เขาไม่อยากเห็นพ่อแม่ตัวเองต้องมาตายอนาถ

คิดได้ดังนั้น เขาจึงเดินเข้าไปหาหวังเซียงและเจิ้นหลี่

ทั้งสองคนไหว้บรรพบุรุษเสร็จแล้ว แต่เห็นลูกชายยังไม่กลับมา เลยยืนรออยู่

“จะกลับแล้วเหรอลูก?” เจิ้นหลี่เอ่ยถาม

“ยังครับ รอพวกเธอก่อน” หวังฮ่าวหรานพยักพเยิดไปทางกลุ่มฉิวเฉียนเว่ย แล้ววกเข้าเรื่องสำคัญ

“แม่ครับ แม่เป็นถึงผู้บริหารบริษัทใหญ่โต ทำไมจู่ๆถึงไปบ้วนน้ำใส่คนอื่นแบบนั้นล่ะ?”

“เปล่านะ แม่บอกแล้วไงว่าไม่ได้ตั้งใจ” เจิ้นหลี่ยังคงแก้ตัวน้ำขุ่นๆ

“แฟนผมเล่าให้ฟังหมดแล้ว” หวังฮ่าวหรานดักคอ

เจิ้นหลี่หน้าตึงขึ้นมาทันที “แฟนลูกนี่ปากสว่างจริงๆ”

“ผมเป็นคนสั่งให้เธอเล่าเอง อย่าไปโทษเธอเลย แล้วก็ห้ามไปหาเรื่องเธอด้วยนะครับ” หวังฮ่าวหรานปราม

“ลูกรัก ลูกชอบแม่หนูคนนี้มากเลยเหรอ?” เจิ้นหลี่เห็นลูกชายออกโรงปกป้องขนาดนี้ก็เสียงอ่อนลง

“เธอทั้งสวย นิสัยดี แถมยังตามใจผมทุกอย่าง ทำไมผมจะไม่ชอบล่ะ” หวังฮ่าวหรานตอบ

“แม่ก็นึกว่าแค่คบเล่นๆซะอีก” เจิ้นหลี่พึมพำ พลางชำเลืองมองไปทางฉิวเฉียนเว่ย

ฉิวเฉียนเว่ยที่แอบมองอยู่ไกลๆ พอเห็นสายตาของเจิ้นหลี่ก็รีบส่งยิ้มหวานหยดมาให้

เจิ้นหลี่ฝืนยิ้มตอบพอเป็นพิธี แล้วหันกลับมาหาหวังฮ่าวหราน

“โอเคๆ ลูกรัก แม่ไม่ไปหาเรื่องแฟนลูกหรอก วางใจเถอะ”

“แม่ครับ แม่เป็นผู้บริหารระดับสูง มีหน้ามีตาในสังคม ต่อไปอย่าทำตัวเหมือนพวกแม่ค้าปากตลาดอีกนะครับ เข้าใจไหม?” หวังฮ่าวหรานวกกลับมาสอนแม่

“แม่แค่หมั่นไส้พวกเธอเฉยๆ อารมณ์ชั่ววูบน่ะ ต่อไปจะไม่ทำแล้ว” เจิ้นหลี่ตอบเสียงอ้อมแอ้ม

หวังฮ่าวหรานรู้สึกว่าแม่รับปากส่งๆไปงั้น เลยเสนอทางออกใหม่ “แม่ครับ เอาอย่างนี้ ต่อไปถ้าแม่ไม่ชอบหน้าใคร แม่ไม่ต้องไปหาเรื่องเองนะ แค่จำหน้ามันไว้แล้วมาบอกผม เดี๋ยวผมจะไปจัดการให้เอง ดีไหม?”

ในฐานะตัวร้าย เป็นธรรมดาที่พ่อแม่เขาจะไม่ถูกชะตากับพวกนางเอกหรือฝ่ายตัวเอก แต่ด้วยความกากด้านพลังฝีมือ ขืนไปเปรี้ยวใส่เองก็มีแต่ตายเปล่า สู้ให้เขาจัดการดีกว่า

“ได้เลยลูกรัก ต่อไปถ้าไม่ชอบใครแม่จะไม่ยุ่งกับมัน แม่จะมาฟ้องลูกแทน” เจิ้นหลี่รับคำอย่างว่าง่าย

“พ่อล่ะครับ?” หวังฮ่าวหรานหันไปถามพ่อ

“ลูกรักว่าไงพ่อก็ว่างั้นแหละ” หวังเซียงตอบตกลงทันทีไม่มีอิดออด

[ติ๊ง! โฮสต์ให้คำแนะนำแก่ตัวประกอบชายหวังเซียงและตัวประกอบหญิงเจิ้นหลี่สำเร็จ ส่งผลกระทบต่อเนื้อเรื่อง ได้รับแต้มวายร้าย 900 แต้ม!]

แจ้งเตือนจากระบบที่เด้งขึ้นมาทำให้หวังฮ่าวหรานชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะยิ้มออกมาด้วยความยินดี

ตอนแรกเขาก็กลัวว่าพ่อแม่จะรับปากส่งเดช แต่พอระบบแจ้งเตือนแบบนี้ แสดงว่าทั้งสองคนรับฟังคำแนะนำเขาจริงๆ

หวังฮ่าวหรานพยักหน้าอย่างพอใจ แล้วเดินกลับไปคุยกับฉิวเฉียนเว่ยต่อ

หวังเซียงและเจิ้นหลี่ซุบซิบกันอยู่ครู่หนึ่ง แล้วจู่ๆก็เดินตรงดิ่งมาทางฉิวเฉียนเว่ย

“คุณอา คุณน้า” ฉิวเฉียนเว่ยเห็นว่าที่พ่อแม่สามีเดินเข้ามาก็หยุดคุยกับหวังฮ่าวหราน แล้วยืนตัวตรงด้วยความประหม่า

“หนูชื่ออะไรจ๊ะ?” เจิ้นหลี่ถามยิ้มๆ

“ฉิวเฉียนเว่ยค่ะ”

“งั้นน้าเรียกหนูว่าเว่ยเว่ยนะ” เจิ้นหลี่ถอดกำไลหยกจากข้อมือตัวเอง แล้วยื่นให้ “วันนี้ไม่รู้ว่าจะได้เจอกัน เลยไม่ได้เตรียมของขวัญมา แต่เจอกันครั้งแรกทั้งทีจะไม่มีของรับขวัญก็กระไรอยู่ กำไลวงนี้หนูรับไว้เถอะนะ ถือว่าเป็นน้ำใจเล็กๆน้อยๆจากน้า พอกลับไปแล้วน้าจะหาของขวัญชิ้นใหม่ให้ทีหลัง”

“คุณน้าคะ... ไม่ได้หรอกค่ะ หนูรับไว้ไม่ได้” ฉิวเฉียนเว่ยตกใจ รีบปฏิเสธพัลวัน

“เว่ยเว่ย กำไลนี่ราคาแค่สองสามแสนเอง ถูกจะตาย รับๆไปเถอะ ถือว่าเป็นสินน้ำใจจากแม่เขา ไว้วันหลังค่อยหาของดีๆให้ใหม่อีกที” หวังเซียงช่วยพูดกล่อม

ถึงแม้ความประทับใจแรกที่มีต่อกลุ่มสาวๆจะไม่ดีนัก แต่พวกเขารักลูกชายมาก พอได้ยินลูกบอกว่าชอบฉิวเฉียนเว่ยจริงๆ ด้วยความรักลูก ก็เลยพลอยเอ็นดูแฟนลูกไปด้วย อยากจะผูกมิตรเอาไว้

ถึงจะเป็นตัวร้าย แต่พวกเขาก็เป็นนักธุรกิจชั้นนำ มีอีคิวสูงพอตัว ถ้าไม่โดนบทบังคับให้โง่ก็รู้จักการเข้าสังคมและการวางตัวเป็นอย่างดี

ฉิวเฉียนเว่ยรู้สึกว่าของมีค่าเกินไป ไม่กล้ารับ จึงหันไปมองหน้าหวังฮ่าวหรานเชิงขอความเห็น

“แม่เขาให้ด้วยใจจริง รับไว้เถอะ” หวังฮ่าวหรานยิ้มแล้วลูบหัวเธอเบาๆ

ฉิวเฉียนเว่ยถึงวางใจ ยื่นมือไปรับกำไลจากเจิ้นหลี่ด้วยความดีใจ “ขอบคุณค่ะคุณอา ขอบคุณค่ะคุณน้า!”

*****

จบบทที่ บทที่ 428 คำแนะนำ

คัดลอกลิงก์แล้ว