เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 424 ลูกรัก ช่วยพ่อกับแม่ด้วย

บทที่ 424 ลูกรัก ช่วยพ่อกับแม่ด้วย

บทที่ 424 ลูกรัก ช่วยพ่อกับแม่ด้วย


สุสานเขาชิงหลิงตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของเมืองชิงหลิง ทำเลที่ตั้งอิงเขาโอบล้อมด้วยสายน้ำ ทิวทัศน์งดงามตระการตา สร้างลดหลั่นตามแนวลาดเขาจากทิศตะวันตกสู่ทิศตะวันออก ทอดยาวขึ้นไปจนถึงยอด เรียกได้ว่าเป็นชัยภูมิฮวงจุ้ยอันล้ำเลิศ

ด้วยเหตุนี้ ผู้ที่ได้มานอนสงบ ณ สุสานแห่งนี้ หากไม่ใช่เศรษฐีผู้มั่งคั่งก็ต้องเป็นผู้มีอำนาจวาสนาสูงส่ง

ยามเช้าตรู่ สายหมอกบางๆยังคงปกคลุมไม่จางหาย

บริเวณลานจอดรถตีนเขาชิงหลิง รถยนต์จอดเรียงรายไปแล้วกว่าครึ่ง และรถทุกคันล้วนเป็นรถหรู ราคาถูกที่สุดในลานจอดนี้ก็ยังปาเข้าไปล้านกว่าหยวน

ผู้คนที่เดินทางมาสักการะบรรพบุรุษต่างพากันลงจากรถ หอบหิ้วธูปเทียนและของไหว้เดินเท้าขึ้นไปตามเส้นทางลาดชัน

คนขับรถประจำตระกูลหวังขับรถโรลส์รอยซ์คัลลิแนนนำครอบครัวหวังทั้งสามคนมาถึงที่หมาย

เพื่อแสดงความเคารพและความกตัญญูสูงสุด พวกเขาจึงปฏิบัติตามธรรมเนียมเดิม คือให้คนขับรถรออยู่ตีนเขา ส่วนทั้งสามคนพ่อแม่ลูกจะเดินเท้าขึ้นไปเอง

หวังฮ่าวหรานลงจากรถ ตั้งใจจะไปหยิบของไหว้จากท้ายรถ

“ส่งมาเถอะลูกรัก พ่อถือเอง” หวังเซียงรีบเข้ามาแย่งของ กลัวลูกชายจะเหนื่อย เอ่ยด้วยน้ำเสียงรักใคร่ตามใจสุดๆ

“ใช่แล้วลูก ให้พ่อเขาถือเถอะ ลูกจะมาทำงานหนักแบบนี้ได้ยังไง” เจิ้นหลี่ผู้เป็นแม่ก็รีบสำทับอีกแรง

หวังฮ่าวหรานถึงกับกลอกตามองบน ไม่ยอมส่งของให้หวังเซียง “พ่อครับ ดูพุงพ่อสิ แค่เดินตัวเปล่าขึ้นเขาก็จะแย่แล้ว ยังจะมาแบกของอีก ให้ผมถือเถอะ”

หลังจากใช้ชีวิตในร่างนี้มาสักพัก เขาก็เริ่มกลมกลืนกับบทบาทนี้ ยอมรับพ่อจอมเวอร์คนนี้ได้สนิทใจ เรียกอีกฝ่ายได้เต็มปากโดยไม่รู้สึกขัดเขิน

หวังเซียงเผลอลูบพุงกะทิของตัวเอง ยิ้มแก้มปริด้วยความปลื้มปริ่ม “ลูกชายพ่อโตแล้ว รู้จักกตัญญูจริงๆ”

“พูดอะไรของคุณ ลูกเรากตัญญูมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว” เจิ้นหลี่หัวเราะร่าอย่างมีความสุข

ครอบครัวสุขสันต์เดินคุยกันกระหนุงกระหนิงไต่เขาขึ้นไป

สุสานบรรพชนตระกูลหวังเพิ่งย้ายมาทีหลัง จึงตั้งอยู่เกือบบนยอดเขา การเดินทางไปกราบไหว้เลยต้องใช้เวลานานพอสมควร

เส้นทางขึ้นเขาสูงชัน มีบันไดหินทอดยาวเป็นช่วงๆ

ผู้คนจำนวนมากเดินไปได้ไม่ถึงครึ่งทางก็เริ่มเหนื่อยหอบ ต้องหยุดพักเป็นระยะ

แต่หวังฮ่าวหรานที่ร่างกาย(ควรจะ)ธรรมดากลับหิ้วของพะรุงพะรังเดินขึ้นเขาได้หน้าตาเฉย ไม่มีความเหน็ดเหนื่อยแม้แต่น้อย

ส่วนหวังเซียงและเจิ้นหลี่ที่วันๆเอาแต่ทำงานไม่ค่อยได้ออกกำลังกาย เดินไปได้หน่อยก็หอบแฮ่กๆ ต้องหยุดพัก

โดยเฉพาะหวังเซียงที่เข้าสู่วัยกลางคนแถมลงพุง อาการหนักกว่าใครเพื่อน

“ลูกรัก... เราก็คนเหมือนกัน... ทะ... ทำไมลูกถึง... ไม่เหนื่อยเลยล่ะ... หายใจ... ปกติเชียว?” หวังเซียงถามปนหอบด้วยความทึ่ง

“ผมไม่ใช่คนธรรมดาครับพ่อ ผมเป็นมนุษย์เหล็กไหล” หวังฮ่าวหรานตอบทีเล่นทีจริง

ถึงจะดูเหมือนคุยโม้ แต่ความจริงก็ใกล้เคียง เพราะถ้าไม่มีร่างกายแข็งแกร่งขนาดนี้ จะ ‘รับมือ’ กับบรรดานางเอกทั้งหลายได้ยังไง?

หวังฮ่าวหรานค้นความทรงจำ กะระยะทางไปยังสุสานบรรพบุรุษ แล้วลองคำนวณความเร็วในการเดินของพ่อกับแม่

กว่าจะไหว้เสร็จแล้วลงมา คงปาเข้าไปบ่ายแก่ๆแน่

คนรักเวลาอย่างเขาจะยอมเสียเวลาเปล่าประโยชน์แบบนี้ได้ยังไง?

“พ่อกับแม่นั่งพักตรงนี้ก่อนนะ เดี๋ยวผมเอาของขึ้นไปวางไว้ก่อน แล้วจะกลับมาแบกพ่อกับแม่ขึ้นไปทีละคน” หวังฮ่าวหรานเสนอ พูดจบก็ก้าวเท้าฉับๆเดินตัวปลิวขึ้นเขาไปอย่างรวดเร็ว

หลังหวังฮ่าวหรานจากไปได้ไม่นาน บนทางเดินขึ้นเขาก็ปรากฏกลุ่มสาวงามเจ็ดคนเดินเรียงรายขึ้นมา

ผู้คนที่เดินสวนทางต่างตกตะลึงในความงาม

สาวงามทั้งเจ็ดคนนี้ แค่แยกกันเดินคนเดียวยังหาตัวจับยาก แต่นี่มาพร้อมกันถึงเจ็ดคน กลายเป็นภาพระดับปรากฏการณ์ที่หาดูได้ยากยิ่ง

หวังเซียงที่นั่งพักอยู่ริมทางเห็นกลุ่มสาวงามเดินมาก็อดไม่ได้ที่จะมองด้วยความสนใจ แต่ดูไปได้ไม่กี่แวบก็ต้องสะดุ้งโหยง เพราะรู้สึกเจ็บจี๊ดที่เอว

หันไปมองก็เจอสายตาพิฆาตของเจิ้นหลี่

หวังเซียงยิ้มแห้งๆ รีบก้มหน้างุดหลบสายตาภรรยา กลัวโดนหยิกเนื้อเขียว

เจิ้นหลี่เห็นสามีสงบเสงี่ยมเจียมตัวดีแล้วก็พยักหน้าพอใจ ก่อนจะหันไปมองตามทิศทางที่สามีมองเมื่อครู่

ร่างระหงทั้งเจ็ดกำลังเดินเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อยๆ

เจิ้นหลี่กวาดสายตามองทั้งเจ็ดคน แล้วก็เกิดความรู้สึกหมั่นไส้ขึ้นมาตงิดๆ

เธอเกลียดผู้หญิงที่สวยกว่าตัวเองที่สุด

แต่นี่ดันโผล่มาทีเดียวถึงเจ็ด แถมสวยชนิดกินกันไม่ลงสักคน

ความริษยาพุ่งขึ้นสมอง จังหวะที่สาวงามทั้งเจ็ดเดินผ่าน เจิ้นหลี่ที่กำลังดื่มน้ำก็แกล้งบ้วนน้ำในปากใส่เรียวขาคู่สวยที่เดินผ่านหน้าเธอพอดี

แต่ทว่า... เจ้าของเรียวขาคู่นั้นกลับมีปฏิกิริยาว่องไวเหลือเชื่อ เบี่ยงตัวหลบได้อย่างง่ายดาย

เจ้าของเรียวขาคู่นั้นคือตั้นไท่เหยาเยว่ เธอหยุดเดินทันที หันขวับมามองเจิ้นหลี่ด้วยแววตาเย็นยะเยือก

ตั้นไท่เหยาเยว่เพิ่งทราบข่าวการตายอย่างน่าอนาถของหลินเฉิน อารมณ์กำลังขุ่นมัวสุดขีด จู่ๆก็มีคนมาพ่นน้ำใส่ เธอย่อมไม่พอใจเป็นธรรมดา

ถ้าเป็นเวลาปกติ เธออาจจะไม่ถือสาหาความ แต่ผู้หญิงคนนี้ดันมาหาเรื่องผิดเวลา

“ขอโทษซะ” ตั้นไท่เหยาเยว่พูดเสียงเรียบแต่เฉียบขาด

“อะไร? พูดบ้าอะไร? ฉันบ้วนน้ำของฉัน ใครใช้ให้เธอมาเดินเกะกะล่ะ ทำไมฉันต้องขอโทษ?” เจิ้นหลี่เบ้ปาก

“ความอดทนฉันมีขีดจำกัด” น้ำเสียงของตั้นไท่เหยาเยว่เย็นชาขึ้นอีกระดับ

“คิดว่าพวกเยอะแล้วจะมารังแกกันได้? ไม่รู้ซะแล้วว่าฉันเป็นใคร! รีบไสหัวไปก่อนที่ฉันจะโมโห ไม่งั้นพวกหล่อนเจอดีแน่” เจิ้นหลี่ไม่เพียงไม่กลัว ยังลุกขึ้นยืนข่มขู่กลับ

“เธอมีเวลาคิดอีกห้าวินาที” ตั้นไท่เหยาเยว่หน้านิ่งสนิท

“เด็กสมัยนี้ปากดีจริงๆ เหอะ อย่าว่าแต่เมียฉันไม่ได้พ่นโดนเธอเลย ต่อให้พ่นโดนจริงๆแล้วจะทำไม?” หวังเซียงลุกขึ้นยืนปกป้องภรรยา ส่งเสียงฮึดฮัด

“รีบไสหัวไปซะ ขืนยังไม่ไป รอให้ลูกชายฉันกลับมาก่อน ฉันจะให้เขาจับพวกเธอแก้ผ้าให้หมด! ไหนๆก็สวยกันขนาดนี้ ลูกชายฉันคงชอบใจน่าดู!”

เดิมทีมีแค่ตั้นไท่เหยาเยว่คนเดียวที่โกรธ แต่พอสิ้นเสียงคำพูดหยาบคายของหวังเซียง... ลั่วชิงเฉียน เปี่ยนซูเหวิน ปู้เฟยเหยียน หลิวเยว่ จี้สุ่ยเหยา และฉิวเฉียนเว่ยต่างก็เดือดดาลขึ้นมาทันที

ผัวเมียคู่นี้ดูยังไงก็ไม่ใช่คนดี ลูกชายของพวกมันต้องเลวร้ายกว่านี้แน่

แต่ในเมื่อพี่ใหญ่อยู่ตรงนี้ พวกเธอก็ไม่จำเป็นต้องลงมือเอง

“ครบห้าวินาทีแล้ว... ไปลงนรกซะ” ตั้นไท่เหยาเยว่จ้องมองหวังเซียงด้วยโทสะที่พุ่งถึงขีดสุด

เพราะเธอสัมผัสได้ว่าชายวัยกลางคนคนนี้ไม่ได้แค่ขู่เล่นๆ แต่คงทำจริงแน่ๆ

“อยากตายรึไง? กล้าพูดจาแบบนี้กับฉัน? ไปถามทั่วเมืองชิงหลิงดู ใครไม่รู้จักหวังเซียงคนนี้บ้าง” หวังเซียงก็โมโหเลือดขึ้นหน้าเหมือนกัน

เป็นถึงประธานบริษัทยักษ์ใหญ่หมื่นล้าน จะมายอมให้เด็กปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมมาถอนหงอกได้ไง

แต่ทันทีที่พูดจบ... จู่ๆเขาก็รู้สึกหัวใจเต้นแรงผิดจังหวะ และเจ็บแปลบที่หน้าอกอย่างรุนแรง

ตุบ... ตุบ... ตุบ...

หวังเซียงหน้าซีดเผือด เอามือกุมหน้าอก ล้มฟุบลงกับพื้น

“คุณคะ! คุณเป็นอะไร?!” เจิ้นหลี่ตกใจสุดขีด รีบประคองสามีไว้ แล้วหันไปตะคอกใส่ตั้นไท่เหยาเยว่ “เธอทำอะไรสามีฉัน?!”

สัญชาตญาณบอกเธอว่าอาการผิดปกติของสามีต้องเกี่ยวกับผู้หญิงคนนี้แน่

แต่เมื่อสบตากับตั้นไท่เหยาเยว่เข้าอย่างจัง เจิ้นหลี่ก็รู้สึกหัวใจเต้นกระหน่ำรุนแรง และเจ็บจี๊ดที่หน้าอกขึ้นมาเหมือนกัน

เจิ้นหลี่หน้าบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวด มือสั่นเทาควานหาโทรศัพท์ กดโทรออกอย่างทุลักทุเล

“ลูกแม่... ชะ... ช่วยด้วย... ช่วยพ่อกับแม่ด้วย...” เจิ้นหลี่กดเปิดลำโพง วางมือถือลงบนพื้น แล้วร้องขอความช่วยเหลือด้วยความทรมาน

“ฮัลโหล! แม่! เกิดอะไรขึ้น?!” เสียงร้อนรนของหวังฮ่าวหรานดังออกมาจากโทรศัพท์

ทันทีที่ได้ยินเสียงที่คุ้นเคย หญิงสาวทั้งหกยกเว้นตั้นไท่เหยาเยว่ต่างก็ตกตะลึงจนตาค้าง

*****

จบบทที่ บทที่ 424 ลูกรัก ช่วยพ่อกับแม่ด้วย

คัดลอกลิงก์แล้ว