- หน้าแรก
- เกิดใหม่ทั้งที ดันกลายเป็นนายน้อยจอมวายร้ายไปซะได้
- บทที่ 422 การเทศนาของพี่ใหญ่
บทที่ 422 การเทศนาของพี่ใหญ่
บทที่ 422 การเทศนาของพี่ใหญ่
“ยังไม่รีบโทรตามเว่ยเว่ยกลับมาอีก?”
ตั้นไท่เหยาเยว่เห็นลั่วชิงเฉียนยืนบื้ออยู่ จึงเอ็ดขึ้นเสียงดัง
“ขะ...เข้าใจแล้วค่ะ” ลั่วชิงเฉียนรีบพยักหน้ารัวๆ มือไม้สั่นขณะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาต่อสาย
แต่ทว่าโทรไปไม่กี่วิ ปลายสายก็กดตัด
ลั่วชิงเฉียนโทรซ้ำเป็นครั้งที่สอง แต่ยังคงโดนตัดสายทิ้งเหมือนเดิม เธออยากจะยอมแพ้ ทว่าพอเหลือบไปเห็นสายตาพิฆาตของตั้นไท่เหยาเยว่ ก็จำต้องกลั้นใจโทรต่อ
โชคดีที่ครั้งสามปลายสายยอมรับสักที
“น้องเจ็ด พี่เองนะ รีบกลับบ้านด่วนเลย” ลั่วชิงเฉียนพูดเสียงเบาลงไป
ปลายสายพอได้ยินว่าเป็นเสียงลั่วชิงเฉียน ก็ตอบกลับมาอย่างไม่ใส่ใจนัก
“พี่รอง... มะ... ไม่ใช่บอก... บอกไปแล้วเหรอ... ว่า... ว่าคืนนี้ฉันไม่กลับ” เสียงของฉิวเฉียนเว่ยขาดๆหายๆ ฟังดูแปลกๆ
ลั่วชิงเฉียนชะงักกึก ทันใดนั้นก็เข้าใจสถานการณ์ได้ทันที นึกโทษตัวเองในใจว่าทำไมไม่แอบไปคุยที่อื่น
เธอไม่กล้าหันไปมองหน้าตั้นไท่เหยาเยว่ แต่ก็พอจะจินตนาการได้ว่าสีหน้าของพี่ใหญ่น่ากลัวขนาดไหน
“น้องเจ็ด พี่ใหญ่มา! พี่ใหญ่สั่งให้เธอกลับบ้านเดี๋ยวนี้” ลั่วชิงเฉียนรีบพูดแทรก
“หา?!” เสียงของฉิวเฉียนเว่ยสูงปรี๊ดด้วยความตกใจ “ทราบแล้ว จะรีบกลับเดี๋ยวนี้เลย เดี๋ยวนี้แหละค่ะ”
หลังจากวางสาย ลั่วชิงเฉียนก็หันไปรายงานตั้นไท่เหยาเยว่อย่างกล้าๆกลัวๆ
“น้องเจ็ดบอกว่าจะรีบกลับมา แล้วน้องสามล่ะคะ? จะให้โทรตามด้วยไหม?”
“โทร! ถ้าไม่มีธุระคอขาดบาดตายให้กลับมาให้หมด” ตั้นไท่เหยาเยว่สั่ง
“ได้ค่ะๆ” ลั่วชิงเฉียนรีบรับคำ คราวนี้เธอเดินเลี่ยงออกไปไกลหน่อยเพื่อโทรศัพท์
ช่วงนี้เปี่ยนซูเหวินมักจะออกไปรักษาคนไข้ตอนกลางคืนแล้วกลับมาตอนเช้า ปกติลั่วชิงเฉียนก็ไม่ได้โทรตาม เพราะรู้อยู่แล้วว่าน้องสามมีวรยุทธ์พอตัว แถมยังมีวิชาแพทย์ติดตัว คนทั่วไปทำอะไรเธอไม่ได้หรอก
แต่ในเมื่อพี่ใหญ่สั่งมาก็ต้องทำตาม
“น้องสาม ตรวจคนไข้เสร็จหรือยัง? พี่ใหญ่กลับมาแล้วนะ ถ้าทางนั้นไม่มีเรื่องด่วนอะไรก็กลับมานอนบ้านเถอะ” ลั่วชิงเฉียนบอก
“ฉันจะรีบกลับค่ะ” น้ำเสียงของเปี่ยนซูเหวินราบเรียบ ไม่ได้แสดงอาการตกใจที่รู้ว่าพี่ใหญ่กลับมาเลยสักนิด
ลั่วชิงเฉียนฟังแล้วก็รู้สึกทะแม่งๆ
พี่น้องเจ็ดคนรักใคร่กลมเกลียวกันมาก ตามปกติแล้ว พอรู้ข่าวว่าพี่ใหญ่กลับมา เปี่ยนซูเหวินน่าจะต้องดีใจออกนอกหน้า แต่นี่กลับนิ่งเฉยเหมือนรู้อยู่แล้วซะงั้น
หรือว่า... น้องสามอยู่กับน้องเจ็ด? ตอนที่เธอคุยโทรศัพท์กับน้องเจ็ดเมื่อกี้ น้องสามเลยได้ยินด้วย?
น้องเจ็ดอยู่กับแฟน ถ้าอย่างนั้นน้องสามก็...
แน่นอนว่านี่เป็นแค่การคาดเดา
แต่อยากรู้ความจริงก็ไม่ยาก ลั่วชิงเฉียนหมายมั่นปั้นมือ รอเปี่ยนซูเหวินกลับมา เธอจะแอบลากตัวไปซักไซ้ให้รู้เรื่อง
คราวก่อนเธอเคยตรวจร่างกายน้องๆทุกคนรวมถึงเปี่ยนซูเหวินด้วย
ตอนนั้นเปี่ยนซูเหวินยังบริสุทธิ์ผุดผ่อง
ถ้าลองตรวจอีกรอบแล้วพบว่าไม่บริสุทธิ์แล้ว... ก็แสดงว่าข้อสันนิษฐานของเธอถูกต้อง
หลังจากโทรศัพท์เสร็จ ลั่วชิงเฉียนและพี่น้องคนอื่นๆก็นั่งรออย่างใจจดใจจ่อ
ผ่านไปพักใหญ่ มีเสียงความเคลื่อนไหวที่หน้าประตู
ฉิวเฉียนเว่ยและเปี่ยนซูเหวินเดินตามกันเข้ามาในบ้าน
ลั่วชิงเฉียนมองทั้งสองคนด้วยสายตามีเลศนัย ยิ่งมั่นใจว่าที่เดาไว้น่าจะถูกเผง
เพียงแต่... เธอไม่คิดจะพูดเรื่องนี้ออกไป
เธอเคยคุยเปิดอกกับฉิวเฉียนเว่ยเรื่องหวังฮ่าวหรานแล้ว แถมฉิวเฉียนเว่ยยังยอมรับสถานะแบบ "หยวนๆ" กันได้ คือต่อหน้าคนอื่นเธอก็เป็นพี่รอง แต่ลับหลังก็ยอมเป็นน้องเล็กให้ฉิวเฉียนเว่ย
แต่เรื่องนี้ลั่วชิงเฉียนไม่กล้าแพร่งพรายให้ใครรู้เด็ดขาด
ขืนพี่ใหญ่รู้เข้า... มีหวังหวังฮ่าวหรานโดนพี่ใหญ่ฆ่าหมกป่าแน่ๆ
แล้วนี่ยิ่งแย่เข้าไปใหญ่ ดูเหมือนน้องสามเปี่ยนซูเหวินก็จะเข้าร่วมขบวนการนี้ด้วยอีกคน
สามคนพี่น้องรุมผู้ชายคนเดียว ตั้นไท่เหยาเยว่ที่รักและหวงแหนน้องสาวยิ่งชีพจะทนเรื่องแบบนี้ได้เหรอ? ไม่มีทาง!
ลั่วชิงเฉียนตัดสินใจเด็ดขาด... เรื่องนี้ต้องเหยียบให้มิด เก็บลงโลงไปกับตัว!
“พี่ใหญ่!”
“พี่ใหญ่!”
ในขณะที่ลั่วชิงเฉียนกำลังคิดฟุ้งซ่าน เปี่ยนซูเหวินและฉิวเฉียนเว่ยก็เดินยิ้มร่าเข้ามาทักทายพี่ใหญ่ด้วยความดีใจ
ตั้นไท่เหยาเยว่ยิ้มตอบรับ แต่พอทักทายกันเสร็จ สีหน้าของเธอก็เปลี่ยนเป็นเคร่งขรึมทันที
เปี่ยนซูเหวินและฉิวเฉียนเว่ยรู้หน้าที่ รีบไปยืนเรียงแถวหน้ากระดานกับพวกลั่วชิงเฉียนอย่างว่าง่าย
สายตาของตั้นไท่เหยาเยว่จับจ้องไปที่ฉิวเฉียนเว่ยเป็นคนแรก แล้วเริ่มเปิดฉากเทศนา
“เว่ยเว่ย เรื่องที่เธอมีแฟน พี่ไม่ห้าม แต่ฟังพี่ให้ชัดๆนะ ไม่ว่าก่อนหน้านี้เธอจะทำตัวยังไง แต่หลังจากนี้ต้องรู้จักรักนวลสงวนตัว รักษาระยะห่างให้เหมาะสม เรื่องหนีเที่ยวไม่กลับบ้านกลับช่องแบบนี้พี่ไม่อยากเห็นเป็นครั้งที่สอง”
“รับทราบค่ะพี่ใหญ่ ต่อไปฉันจะไม่ทำอีกแล้ว” ฉิวเฉียนเว่ยก้มหน้ารับผิดเสียงอ่อย
ตั้นไท่เหยาเยว่เห็นน้องสำนึกผิดก็ไม่ได้ซ้ำเติม เลื่อนสายตาไปยังจี้สุ่ยเหยา
“พี่ใหญ่ ฉันไม่ได้มีแฟนนะ!” จี้สุ่ยเหยารีบออกตัวก่อนจะโดนบ่น
“พี่ไม่ได้ห้ามเรื่องมีแฟน แค่อยากเตือนสติว่าเวลาจะเลือกใครดูให้ดีๆ อย่าให้เขาหลอกเอาได้ ไม่สิ... ทางที่ดีก่อนจะตกลงคบใครเป็นแฟน พามาให้พี่ดูตัวก่อนจะดีที่สุด” ตั้นไท่เหยาเยว่สั่ง
จี้สุ่ยเหยาแอบกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก... ต่อให้เขาอยากมา ฉันก็ไม่กล้าพามาหรอก
ตั้นไท่เหยาเยว่หันไปมองหลิวเยว่
“พี่ใหญ่ ฉันมีแฟนแล้ว แต่เป็นแฟนออนไลน์ ยังไม่เคยเจอกัน” หลิวเยว่ไม่กล้าโกหก รายงานตามตรง
“แฟนออนไลน์?” ตั้นไท่เหยาเยว่ขมวดคิ้ว รู้สึกว่าไม่น่าเชื่อถืออย่างแรง “ตอนจะนัดเจอกันบอกพี่ด้วย พี่จะไปช่วยดูให้”
“เอ่อ...” หลิวเยว่ทำหน้าลำบากใจ
“หือ?” ตั้นไท่เหยาเยว่เลิกคิ้ว
“ไม่มีปัญหาค่ะ!” หลิวเยว่รีบกลับคำทันควัน
ตั้นไท่เหยาเยว่พยักหน้าพอใจ “น้องสี่ แล้วเธอล่ะ?”
“ผู้ชายมีแต่จะทำให้ดาบของฉันช้าลง ในฐานะนักฆ่ามืออาชีพ ฉันไร้ซึ่งความรู้สึก!” ปู้เฟยเหยียนกลัวโดนสวด เลยแกล้งตีหน้าตายตอบแบบเท่ๆ
“จะอยู่คนเดียวไปจนแก่ตายเลยหรือไง? ถ้าเจอคนที่ชอบก็อย่าไปฝืนความรู้สึกตัวเอง เดี๋ยวจะมานั่งเสียใจทีหลัง” ตั้นไท่เหยาเยว่กลายเป็นฝ่ายเกลี้ยกล่อมซะงั้น
ปู้เฟยเหยียนชะงักไป แอบเหลือบมองฉิวเฉียนเว่ยนิดหน่อย เธอก็มีคนที่ชอบอยู่หรอก แต่กลัวน้องเจ็ดจะว่าเอาน่ะสิ
“น้องสาม เธอเป็นหมอเทวดา รู้จักคนเยอะแยะ น่าจะรู้จักหนุ่มๆโปรไฟล์ดีๆบ้าง ตอนนี้มีแฟนหรือยัง?” ตั้นไท่เหยาเยว่ถามเปี่ยนซูเหวิน
“มีแล้วค่ะ” เปี่ยนซูเหวินตอบสั้นๆ
ฉิวเฉียนเว่ยและจี้สุ่ยเหยารู้อยู่แล้วเลยไม่แปลกใจ ลั่วชิงเฉียนก็พอจะเดาได้ เลยยังตีหน้านิ่งอยู่
ส่วนหลิวเยว่กับปู้เฟยเหยียนแอบบ่นอุบอิบว่าน้องสามใจร้าย มีแฟนแล้วก็ไม่ยอมบอกพวกเธอ
“ว่างๆก็พามาแนะนำให้พี่รู้จักด้วย” ตั้นไท่เหยาเยว่ค่อนข้างวางใจในตัวเปี่ยนซูเหวิน คิดว่าน้องสาวคนนี้มีความคิดความอ่านดี คงไม่เหลวไหลเหมือนฉิวเฉียนเว่ย
“ไว้มีโอกาสนะคะ” เปี่ยนซูเหวินตอบแบ่งรับแบ่งสู้ ใครจะกล้าพามาล่ะ ขืนพามาตอนนี้มีหวังบ้านแตกแน่
ฉิวเฉียนเว่ยได้ยินดังนั้นก็นึกอยากอวดแฟนขึ้นมาบ้าง เลยโพล่งออกไปว่า “พี่ใหญ่ ให้ฉันพาแฟนมาแนะนำให้รู้จักไหม?”
เธอเป็นตัวจริงเสียงจริง เปี่ยนซูเหวินไม่กล้าแต่เธอกล้า อีกอย่าง นอกจากพี่ใหญ่พี่น้องคนอื่นก็รู้กันหมดแล้วนี่นา
*****