- หน้าแรก
- เกิดใหม่ทั้งที ดันกลายเป็นนายน้อยจอมวายร้ายไปซะได้
- บทที่ 412 ขี้เมาลวนลาม
บทที่ 412 ขี้เมาลวนลาม
บทที่ 412 ขี้เมาลวนลาม
หวังฮ่าวหรานเก็บโทรศัพท์ แล้วหันไปมองเฟิ่งเหราที่กำลังเดินบิดสะโพกเยื้องย่างเข้ามาหา
ดวงตาคู่งามของเฟิ่งเหราเป็นประกายวิบวับ จ้องมองสำรวจเรือนร่างของหวังฮ่าวหรานอย่างเปิดเผย
หวังฮ่าวหรานรู้สึกหนังหัวชาหนึบ ถอยหลังไปครึ่งก้าวโดยสัญชาตญาณ
“ทำไม? ข้าน่ากลัวมากนักหรือ?” เฟิ่งเหราเห็นปฏิกิริยานั้นก็เลิกคิ้วถาม
“เปล่าครับ เปล่า” หวังฮ่าวหรานส่ายหน้าปฏิเสธ
“แล้วจะเกร็งทำไม?” เฟิ่งเหราถามย้ำ
“เห็นคุณสวยสง่าเปล่งประกายขนาดนี้ ผมรู้สึกต่ำต้อยด้อยค่า เลยประหม่าเป็นธรรมดา”
หวังฮ่าวหรานเผลอปากหวานชมไปตามความเคยชิน แต่พอพูดจบ เขาก็แทบอยากจะตบปากตัวเองสักฉาด
เฟิ่งเหราได้ยินคำชมก็หัวใจพองโต รู้สึกว่าคุ้มค่าที่เสียเวลาแต่งสวยมาตั้งนาน นางยิ้มหวานหยาดเยิ้ม พลางขยับเข้าไปใกล้หวังฮ่าวหรานอีกนิด
“ถ้าสวย งั้นก็ดูให้ชัดๆสิ” นางพูดพลางจ้องตาเขาไม่กะพริบ แถมยังโน้มตัวเข้ามาหาอีก
หวังฮ่าวหรานเหลือบตามองต่ำลงเล็กน้อย เห็นส่วนเว้าส่วนโค้งอันน่าภาคภูมิใจที่กำลังอวดโฉมท้าทายสายตา... แต่เขาไม่กล้าตอบรับ
“ใกล้ได้เวลาอาหารแล้ว ไปทานข้าวกันเถอะครับ” หวังฮ่าวหรานเบี่ยงตัวจะเดินเลี่ยงไป
“ไม่ต้องรีบหรอก ยังอีกพักใหญ่” เฟิ่งเหราก้าวมาขวางทางไว้ดื้อๆ
หวังฮ่าวหรานเริ่มเหงื่อตก ไม่รู้จะทำยังไงดี
“ฮ่าวหราน เจ้าอยู่ไหน?” เสียงเรียกของเฟิ่งซวนซู่ดังแว่วมา
หวังฮ่าวหรานได้ยินเสียงสวรรค์ อยากจะตะโกนกลับไปว่า ภรรยาจ๋าช่วยสามีด้วย!
แต่คิดดูแล้วคงไม่เหมาะ เลยตะโกนตอบไปแค่ว่า “ผมอยู่นี่!”
สิ้นเสียง เฟิ่งซวนซู่ก็เดินเลี้ยวมาจากมุมตึก ปรากฏตัวในสายตาของทั้งสอง
เฟิ่งเหรารีบยืดตัวตรง ปรับสีหน้ายิ้มแย้มให้เป็นปกติ แต่ก็ไม่วายส่งสายตาตัดพ้อไปให้หวังฮ่าวหรานแวบหนึ่ง
“ท่านพี่ ท่านก็อยู่ตรงนี้ด้วยหรือ” เฟิ่งซวนซู่เห็นเฟิ่งเหราก็แปลกใจเล็กน้อย “คุยอะไรกันอยู่?”
“ซวนซู่ ข้าดูออกว่าเจ้ากับเขาไม่ใช่เพียงสหายธรรมดา เลยอยากจะถามเขาเป็นการส่วนตัวน่ะว่าตกลงเป็นอะไรกัน”
จิตใจของเฟิ่งเหราสงบนิ่งมาก นางตอบคำถามน้องสาวได้หน้าตาเฉย แถมยังหาข้ออ้างเรื่องที่มาอยู่กับหวังฮ่าวหรานสองต่อสองได้อย่างแนบเนียน
“ท่านพี่ เรื่องนี้เดี๋ยวข้าเล่าให้ท่านฟังเองดีกว่า”
เฟิ่งซวนซู่กลัวว่าถ้าพูดถึงเรื่องในอดีตขึ้นมา จะไปกระตุ้นความทรงจำของหวังฮ่าวหรานจนปวดหัวรุนแรงเหมือนคราวก่อน
“งั้นผมไปดูข้าวก่อนนะว่าเสร็จรึยัง” หวังฮ่าวหรานสบโอกาสรีบชิ่งหนี
“เล่ามาสิ” พอหวังฮ่าวหรานลับสายตาไป เฟิ่งเหราก็หันมาถามน้องสาว
เฟิ่งซวนซู่ไม่ปิดบัง เล่าเรื่องราวทั้งหมดที่เคยบอกเหยียนหยุนเทียนไปแล้วให้เฟิ่งเหราฟังอีกรอบ
เฟิ่งเหราฟังจบก็ตกตะลึงไปพักใหญ่
เดิมทีนางเดาไว้ว่าเฟิ่งซวนซู่เพียงแอบชอบหวังฮ่าวหราน แต่ไม่นึกเลยว่าเรื่องราวมันจะลึกซึ้งถึงขั้นนี้
“ท่านพี่ คราวก่อนที่ฮ่าวหรานล่วงเกินท่านโดยไม่ตั้งใจ ขอบคุณมากนะที่เห็นแก่หน้าข้า ยอมยกโทษให้เขา” เฟิ่งซวนซู่กล่าวขอบคุณ
“เราเป็นพี่น้องกัน สามีของเจ้าก็ไม่ใช่คนอื่นคนไกล ไม่ต้องขอบคุณหรอก” เฟิ่งเหราโบกมืออย่างไม่ใส่ใจ
“ขอบคุณท่านพี่” เฟิ่งซวนซู่ยิ้มแก้มปริ
เฟิ่งเหรายิ้มตอบ แต่ในใจกลับถอนหายใจยาว
ถ้าเฟิ่งซวนซู่แค่ชอบหวังฮ่าวหรานเฉยๆ นางก็คงไม่ต้องเกรงใจอะไร ใครดีใครได้ แข่งกันด้วยเสน่ห์
แต่พอรู้ว่าทั้งคู่เป็นสามีภรรยากัน เฟิ่งเหราก็เริ่มรู้สึกละอายใจขึ้นมานิดๆ
แต่พอคิดอีกที... นางตัดใจจากเขาไม่ได้จริงๆ จะให้ฝืนใจตัวเองก็มีแต่จะทุกข์ทรมานเปล่าๆ
อีกอย่าง ของที่นางอยากได้ มีอะไรบ้างที่นางไม่เคยได้?
ใช้เวลาเพียงชั่วครู่ เฟิ่งเหราก็สลัดความคิดที่จะถอยทิ้งไป
แม้จะยังรู้สึกผิดอยู่บ้าง แต่ก็คิดปลอบใจตัวเองว่า เอาเถอะ เดี๋ยวข้าจะยอมลดตัวให้เฟิ่งซวนซู่เป็นพี่ใหญ่ ส่วนข้ายอมเป็นเมียน้อย เอ้ย น้องเล็กก็ได้
แค่นี้ก็นับว่าให้เกียรติเฟิ่งซวนซู่มากพอแล้ว
เมื่อคิดตก เฟิ่งเหราก็ตัดสินใจเดินหน้าตามแผนเดิมต่อไป
ไม่นานนักก็ถึงเวลาอาหารกลางวัน
หยุนชูหรานอ้างว่าไม่สบาย ขอตัวพักผ่อนในห้อง ไม่มาร่วมโต๊ะ
หวังฮ่าวหราน เฟิ่งซวนซู่ เหยียนเฟยเผิง เฟิ่งเหรา และเหยียนหยุนเทียนที่นอนบนเก้าอี้มารวมตัวกันที่โต๊ะอาหาร
เหยียนหยุนเทียนขยับมือไม่ได้ จึงต้องให้คนรับใช้คอยป้อนข้าว
อวี่หนิงและหยุนซวนยืนคอยรับใช้อยู่ข้างๆ เฟิ่งเหราคอยสั่งให้ทั้งสองเติมเหล้าให้แขกไม่ขาดสาย
หรือพูดให้ถูกคือ... เติมให้หวังฮ่าวหราน
เพิ่งเริ่มกินข้าวไปไม่ถึงสิบนาที หวังฮ่าวหรานก็ถูกความกระตือรือร้นของเฟิ่งเหราบังคับให้กระดกเหล้าไปแล้วถึงห้าแก้วใหญ่
โชคดีที่หวังฮ่าวหรานไม่ใช่คนธรรมดา ไม่อย่างนั้นป่านนี้คงเมาหัวทิ่มมองอะไรไม่เห็นแล้ว
“อวี่หนิง เติมให้เขาอีกแก้ว”
พอเห็นแก้วของหวังฮ่าวหรานว่าง เฟิ่งเหราก็รีบสั่งทันที
“ท่านพี่ เขาดื่มไปเยอะแล้ว พอก่อนเถอะ!” เฟิ่งซวนซู่รีบห้าม
“วันดีๆแบบนี้ดื่มเยอะหน่อยจะเป็นไรไป!” เหยียนหยุนเทียนที่แค้นฝังหุ่นอยากเห็นหวังฮ่าวหรานเมาเละเป็นหมา สบโอกาสตอนว่างเว้นจากการป้อนข้าวพูดแทรกขึ้นมาทันที
หวังฮ่าวหรานหรี่ตามองเหยียนหยุนเทียน ไอ้เวรนี่ ข้าวอุดปากอยู่ยังจะปากดีอีกนะ?
เดิมทีหวังฮ่าวหรานกะว่าจะเรียกเปี่ยนซูเหวินมา จึงวางแผนให้เหยียนหยุนเทียนมาร่วมโต๊ะเพื่อจะใช้เรื่องหยุนชูหรานปั่นหัว
แต่น่าเสียดายที่แผนเปลี่ยน เปี่ยนซูเหวินมาไม่ได้
หวังฮ่าวหรานเลยกะว่าจะปล่อยผ่านเหยียนหยุนเทียนไป
แต่ในเมื่อมันไม่เจียมตัว ยังกล้าปากดีราดน้ำมันเข้ากองเพลิงแบบนี้ หวังฮ่าวหรานก็ชักจะหงุดหงิดขึ้นมาแล้ว
“อวี่หนิง เร็วเข้า รินเหล้า” เฟิ่งเหราเร่ง
“เอ่อ... คุณชายดื่มไปเยอะแล้ว พอก่อนเถิดเจ้าค่ะ” อวี่หนิงก็อดสงสารไม่ได้ ไม่อยากให้เขาดื่มต่อ
เฟิ่งเหราวางแผนมาดิบดี จะยอมให้ใครมาขัดขวางได้ยังไง?
เห็นอวี่หนิงชักช้า เฟิ่งเหราก็คว้าขวดเหล้ามาเอง รินให้หวังฮ่าวหรานจนปริ่มแก้ว แล้วก็รินให้ตัวเองด้วย
“ข้าดื่มให้เจ้าหนึ่งแก้ว”
เฟิ่งเหราใจถึงพึ่งได้ ยกแก้วขึ้นกระดกจนหมดรวดเดียว แล้วส่งสายตาให้หวังฮ่าวหรานดื่มตาม
เหยียนหยุนเทียนแสยะยิ้มอยู่ข้างๆ ภาวนาให้หวังฮ่าวหรานเมาตายคาโต๊ะไปซะ
หวังฮ่าวหรานเหลือบมองเหยียนหยุนเทียนแวบหนึ่ง จับสังเกตสีหน้าได้
ภายใต้สายตาจับจ้องของเหยียนหยุนเทียน หวังฮ่าวหรานยกแก้วเหล้าขึ้นดื่มจนหมด แล้วแกล้งทำเป็นเมามาย
“ฮ่าวหราน เจ้าเมาแล้ว พอเถอะ” เฟิ่งซวนซู่พูดเสียงอ่อนโยน
“ม่ายมาววว... ผมจะมาววว... ด้ายยางงงงาย... ผม... ผมยังไหว... อึก... ดื่ม... อุ๊ย... คนสวย... สวยจางเลยยยย...”
หวังฮ่าวหรานแกล้งทำตัวเป็นขี้เมาลิ้นไก่สั้น เริ่มอยู่ไม่สุข วาดแขนไปโอบไหล่เฟิ่งซวนซู่ มือไม้เริ่มอยู่ไม่นิ่ง ลูบไล้ไปทั่วร่างกาย
เฟิ่งซวนซู่ตกใจเล็กน้อย จะผลักเขาออกตามสัญชาตญาณ แต่ก็ยั้งมือไว้ทัน
ปกติหวังฮ่าวหรานทำตัวเป็นสุภาพบุรุษ รักษาระยะห่างกับนางตลอด นานๆทีจะเมาแล้วสติหลุดแบบนี้... โอกาสทองชัดๆ ทำไมต้องห้ามด้วยล่ะ?
คนรอบข้างต่างมองหวังฮ่าวหรานที่กำลังอาละวาดเพราะฤทธิ์เหล้าด้วยสีหน้าต่างกันไป
เหยียนหยุนเทียนตาแทบถลนออกมาด้วยความโกรธแค้น ไฟริษยาลุกโชนในดวงตา
[ติ๊ง! โฮสต์ทำให้เหยียนหยุนเทียนจิตใจปั่นป่วนอย่างหนัก ได้รับแต้มวายว้าย 1,300 แต้ม, ออร่าตัวเอกของเหยียนหยุนเทียน -65, ออร่าตัวร้ายของโฮสต์ +65!]
ส่วนเหยียนเฟยเผิงทำตัวลอยชาย ไม่รู้ร้อนรู้หนาว แกล้งทำเป็นมองไม่เห็น นั่งจิบเหล้าสบายใจเฉิบ
เฟิ่งเหรารู้สึกอิจฉานิดๆ เฟิ่งซวนซู่สวยก็จริง แต่นางก็สวยมาก ทำไมเมาแล้วไม่มาวอแวนางบ้าง?
เหยียนหยุนเทียนโกรธจนหน้าเขียว แต่สักพักก็เริ่มปลง ก็สองคนนั้นเป็นสามีภรรยากัน เมาแล้วจะนัวเนียกันหน่อยมันก็เรื่องปกติ
หวังฮ่าวหรานแกล้งเมาไปพลาง สังเกตสีหน้าเหยียนหยุนเทียนไปพลาง เขาดูออกว่าขืนเล่นบทลวนลามเฟิ่งซวนซู่ต่อ ก็คงปั่นหัวเหยียนหยุนเทียนไม่ได้แล้ว
เขาจึงกลอกตาเยิ้มๆ หันไปมองเฟิ่งเหราที่นั่งอยู่ข้างๆ
เฟิ่งซวนซู่ที่กำลังเขินอายหน้าแดงก้มหน้างุด ไม่กล้ามองใคร จึงไม่เห็นสายตาและท่าทางของหวังฮ่าวหราน
แต่คนอื่นเริ่มรู้สึกถึงรังสีความหายนะ
เหยียนเฟยเผิงที่กำลังยกแก้วเหล้าขึ้นจิบถึงกับชะงักค้าง
เฟิ่งเหรายิ้มกว้าง ดวงตาเต็มไปด้วยความคาดหวังรอคอย
เหยียนหยุนเทียนเบิกตากว้าง สังหรณ์ร้ายแรงผุดวาบขึ้นมาในใจ เขาอ้าปากจะตะโกนห้าม
ทว่า... ช้าเกินไป! ในเสี้ยววินาทีที่เสียงยังไม่ทันหลุดจากลำคอ
หวังฮ่าวหรานผู้ ‘เมามาย’ ก็กางนิ้วทั้งห้าเป็นกรงเล็บมังกร ตะปบเข้าใส่ส่วนนูนเด่นของเฟิ่งเหราอย่างแม่นยำและรวดเร็วปานสายฟ้าแลบ!
*****