- หน้าแรก
- เกิดใหม่ทั้งที ดันกลายเป็นนายน้อยจอมวายร้ายไปซะได้
- บทที่ 410 วาสนาฟ้าประทาน
บทที่ 410 วาสนาฟ้าประทาน
บทที่ 410 วาสนาฟ้าประทาน
เหยียนเฟยเผิงไม่ได้เห็นด้วยกับคำพูดของเหยียนหยุนเทียนเสียทีเดียว เขาอดแย้งขึ้นมาไม่ได้
“ตอนอยู่โรงพยาบาลคราวนั้นลูกก็เห็นกับตาตัวเองนี่ ไอ้ลูกเศรษฐีนั่นตอนจะกลับมันใช้สองมือจับ... แต่อาเหรากลับใจกว้างกับมันเป็นพิเศษ”
“ตอนแรกก็นึกว่าอาเหราแค่ไว้หน้าซวนซู่ถึงได้ยอมปล่อยมันไป แต่พอลองมาคิดดูดีๆ อาเหราออกตัวปกป้องไอ้เด็กนั่นชัดๆ”
ตอนที่พูดประโยคนี้ เหยียนเฟยเผิงรู้สึกขมขื่นในใจอย่างบอกไม่ถูก
เหยียนหยุนเทียนสีหน้าไม่เปลี่ยน ยังคงยืนกรานความคิดเดิม “ท่านพ่อ ท่านลองคิดดูนะ หากท่านแม่ต้องการมีทายาทจริงๆแล้วไม่เอาท่านแต่ไปหาผู้ชายคนอื่น ปัจจัยแรกที่ท่านแม่ต้องพิจารณาคืออะไร?”
“จุดประสงค์ของอาเหราคือต้องการทายาทสืบทอดเขาเฟิ่งซี แน่นอนว่าต้องให้ความสำคัญกับพรสวรรค์ด้านวรยุทธ์เป็นอันดับแรก” เหยียนเฟยเผิงตอบ
“ถูกต้อง” เหยียนหยุนเทียนพยักหน้า “แล้วไอ้ลูกเศรษฐีนั่นมีอะไรดี? ก็แค่รวยกับหน้าตาดี ท่านแม่ไม่ได้ขาดแคลนเงินทอง ส่วนเรื่องหน้าตา... ยิ่งน่าขำ ท่านพ่อคิดว่าแค่หน้าตาดีจะทำให้คนอย่างท่านแม่หลงหัวปักหัวปำได้หรือ?”
เหยียนเฟยเผิงฟังแล้วก็รู้สึกว่ามีเหตุผล แต่ยังอดระแวงไม่ได้ “แต่เมื่อกี้พออาเหรารู้ว่าไอ้เด็กนั่นมาก็ยิ้มร่าซะขนาดนั้น...”
“ข้าคิดว่าท่านแม่คงเกรงใจท่านน้ามากกว่า ถึงได้แสดงท่าทีต้อนรับขับสู้ขนาดนั้น ท่านพ่อก็เห็นนี่ว่าท่านแม่กับน้าเล็กถึงจะไม่ใช่พี่น้องแท้ๆแต่ก็รักกันเหมือนพี่น้องคลานตามกันมา” เหยียนหยุนเทียนให้เหตุผล
“ไอ้ลูกเศรษฐีนั่นกับน้าเล็กของลูกก็เป็นแค่เพื่อนกัน อาเหราไม่น่าจะต้องทำถึงขนาดนั้นมั้ง” เหยียนเฟยเผิงแย้ง
“มีเรื่องหนึ่งที่ท่านพ่ออาจจะยังไม่รู้” สีหน้าของเหยียนหยุนเทียนฉายแววริษยาอย่างปิดไม่มิด
“เรื่องอะไร?” เหยียนเฟยเผิงถามด้วยความอยากรู้อยากเห็น
“ไอ้ลูกเศรษฐีนั่น... จริงๆแล้วเป็น ‘สามี’ ของท่านน้า” เหยียนหยุนเทียนกัดฟันพูดประโยคนี้ออกมาอย่างยากลำบาก
“โฉมงามอันดับหนึ่งแห่งยุทธภพมีสามีแล้ว?!” เหยียนเฟยเผิงถึงกับอึ้ง
“ใช่ เป็นท่านน้าบอกข้าเอง” เหยียนหยุนเทียนค่อยๆเล่า “ในวันที่ท่านน้าแต่งงาน สำนักของนางถูกโจมตี ระหว่างต่อสู้กับศัตรู ท่านน้าได้รับบาดเจ็บจนสูญเสียความทรงจำบางส่วน ลืมเรื่องราวไปมากมาย รวมถึงเรื่องสามีของนางด้วย จนกระทั่งเมื่อไม่นานมานี้ที่พวกเขาได้กลับมาเจอกัน ท่านน้าถึงได้ฟื้นความทรงจำส่วนนี้”
“แต่ท่านน้าบอกว่าสามีของนางก็ความจำเสื่อมเหมือนกัน ช่วงก่อนหน้านี้ท่านน้าเลยดูเศร้าๆ ข้าเห็นท่าทางผิดปกติเลยลองถามดู นางก็เล่าให้ฟังหมดเปลือก”
เหยียนเฟยเผิงฟังเรื่องราวลับเฉพาะนี้แล้วก็รู้สึกตื่นตระหนกอยู่ลึกๆ “สามีของซวนซู่คือไอ้ลูกเศรษฐีนั่น?”
“ท่านน้าไม่ได้บอกชื่อตรงๆ แค่บอกว่าเป็นลูกเศรษฐีในโลกปุถุชน แต่ดูจากรูปการณ์แล้ว ลูกเศรษฐีที่ท่านน้าพูดถึงต้องเป็นไอ้หมอนั่นแน่ๆ ไม่อย่างนั้นท่านน้าจะออกตัวปกป้องมันขนาดนั้นเหรอ ถึงขั้นยอมแตกหักกับเขาเฟิ่งซี” เหยียนหยุนเทียนวิเคราะห์
เหยียนเฟยเผิงพยักหน้าเห็นด้วย ความสงสัยที่ค้างคาใจเริ่มคลี่คลาย แต่จู่ๆเขาก็ฉุกคิดขึ้นมาได้
“แล้วลูกเศรษฐีธรรมดาๆคนนึงมีคุณสมบัติอะไรไปแต่งงานกับซวนซู่ได้?”
สำนักเดิมของเฟิ่งซวนซู่นั้นยิ่งใหญ่กว่าเขาเฟิ่งซีมากนัก ฐานะของเฟิ่งซวนซู่ที่เป็นถึงบุตรสาวจ้าวสำนักย่อมสูงส่งเทียมฟ้า คนละชั้นกับลูกเศรษฐีในโลกปุถุชนอย่างสิ้นเชิง
ความต่างชั้นของทั้งคู่เปรียบเหมือนองค์หญิงแห่งราชวงศ์กับชาวบ้านทั่วไป
“ตอนที่ข้าฟังท่านน้าเล่า ข้าก็สงสัยเหมือนท่าน ข้าเลยถามท่านน้าไป ซึ่งท่านน้าก็ให้คำตอบมา” สีหน้าของเหยียนหยุนเทียนยิ่งดูแย่ลงไปอีก
“โอ้? เพราะอะไรล่ะ?” เหยียนเฟยเผิงซักไซ้
“หลายปีก่อน ไอ้ลูกเศรษฐีนั่นไปเดินป่าแล้วหลงทาง พลัดหลงเข้าไปในเขตสำนักของท่านน้า แถมยังไปเจอกับสัตว์ร้ายเข้า” แววตาของเหยียนหยุนเทียนลุกโชนไปด้วยไฟริษยา
“ตอนที่มันกำลังจะกลายเป็นอาหารของสัตว์ร้าย ท่านน้าก็ผ่านมาช่วยไว้พอดี แล้วก็... ดันตกหลุมรักมันตั้งแต่แรกเห็น ถึงขั้นประกาศว่าจะแต่งงานกับคนนี้เท่านั้น ต่อมาถึงแม้บิดามารดาจะคัดค้านหัวชนฝา นางก็ยังดึงดันจะแต่งงานกับมันให้ได้!”
เหยียนเฟยเผิงฟังจบ ด้วยสัญชาตญาณความเป็นชาย ก็อดอิจฉาในความโชคดีของไอ้หนุ่มนั่นไม่ได้
วาสนาแบบนี้ คงหาไม่ได้อีกแล้วในใต้หล้า!
“หมายความว่าซวนซู่เล่าเรื่องนี้ให้อาเหราฟังด้วย แล้วอาเหราที่รักซวนซู่เหมือนน้องสาวก็เลยพลอยเอ็นดูสามีของน้องสาวไปด้วย เลยยอมผ่อนปรนให้เป็นพิเศษ?” เหยียนเฟยเผิงวนกลับมาที่ประเด็นเดิม
“ใช่” เหยียนหยุนเทียนพยักหน้า ก่อนพูดด้วยความคับแค้นใจ “ไอ้หมอนั่นไม่รู้ทำบุญมากี่ชาติภพ ชาตินี้ถึงได้โชคดีเป็นสามีของท่านน้า ส่วนเรื่องที่ว่าจ้าวสำนักผู้สูงส่งและมีสามีแล้วอย่างท่านแม่จะไปสนใจมันน่ะ เป็นไปไม่ได้เด็ดขาด!”
หลังจากฟังการวิเคราะห์ของเหยียนหยุนเทียน เหยียนเฟยเผิงก็ปัดความคิดที่ว่าเฟิ่งเหราจะมีใจให้หวังฮ่าวหรานทิ้งไปจนหมดสิ้น
“พ่อรู้ว่าลูกไม่ถูกกับไอ้ลูกเศรษฐีนั่น แต่ในเมื่อแม่แกอุตส่าห์ยอมลงให้มันขนาดนี้ ต่อไปก็อย่าไปหาเรื่องมันอีกเลย อีกอย่าง นับตามศักดิ์แล้ว แกต้องเรียกมันว่าน้าเขยด้วยซ้ำ ถือว่าเป็นคนกันเองแล้ว” เหยียนเฟยเผิงพยายามไกล่เกลี่ย
เหยียนหยุนเทียนแค่นเสียงเฮอะ
จะให้ญาติดีกับมันเหรอ? ไม่มีวันซะหรอก
ไอ้เศรษฐีเวรตะไลนี่แย่งเฟิ่งซวนซู่ที่เขาหมายปองไปไม่พอ ยังไปสนิทสนมกับอดีตคู่หมั้นอย่างหนิงอ้าวเสวี่ยและเฟิงอันนาอีก ถึงขั้นไปอยู่อาศัยด้วยกัน
ความแค้นนี้ต่อให้ตายเขาก็ไม่มีวันกลืนลง
ก่อนหน้านี้เหยียนหยุนเทียนยังมีความหวังว่าอาการบาดเจ็บลับของตัวเองจะหายดี จึงคิดจะแย่งเฟิ่งซวนซู่กลับมา เขาไม่อยากแตกหักกับเฟิ่งซวนซู่ เลยยังไม่ลงมือฆ่าหวังฮ่าวหราน
แต่ตอนนี้... เหยียนหยุนเทียนรู้แล้วว่าอาการของเขาไม่มีวันหาย
นั่นหมายความว่า ต่อให้แย่งเฟิ่งซวนซู่กลับมาได้ก็ไร้ประโยชน์
เหยียนหยุนเทียนตัดสินใจเด็ดขาดแล้วว่า... ต้องฆ่าหวังฮ่าวหรานทิ้งซะ
เพียงแต่ตอนนี้เขายังเจ็บหนัก ทำอะไรไม่ได้
แต่ไม่เป็นไร ด้วยฝีมือการรักษาของหมอเทวดาเปี่ยนซูเหวิน ไม่เกินหนึ่งเดือนเขาจะหายเป็นปลิดทิ้ง
ถึงตอนนั้น... จะเป็นวันตายของไอ้ลูกเศรษฐีนั่น!
จิตสังหารพวยพุ่งขึ้นในแววตาของเหยียนหยุนเทียน
เหยียนเฟยเผิงจับอารมณ์ของลูกชายได้ กำลังจะอ้าปากเตือนสติ แต่จู่ๆก็ได้ยินเสียงฝีเท้าดังมาจากด้านนอก จึงต้องหุบปากฉับ
ไม่นาน เฟิ่งเหราก็นำเฟิ่งซวนซู่และหวังฮ่าวหรานเดินเข้ามาในห้องนอน
เหยียนหยุนเทียนตีหน้าเครียด จ้องมองหวังฮ่าวหรานเขม็ง
“ฟื้นตัวได้ดีนี่นา” หวังฮ่าวหรานเห็นสีหน้าของเหยียนหยุนเทียนดูดีขึ้นกว่าเมื่อก่อนมาก ก็ส่งยิ้มที่มีความหมายลึกซึ้งไปให้
“หยุนเทียน อาการดีขึ้นหรือยัง?” เฟิ่งซวนซู่เดินไปข้างเตียง เอ่ยถามตามมารยาท
เพราะเรื่องของหวังฮ่าวหราน นางจึงค่อนข้างไม่ชอบหน้าเหยียนหยุนเทียน แต่ด้วยความสัมพันธ์น้าหลานเก่าก่อน และยังไม่ได้แตกหักกันอย่างเป็นทางการ ในเมื่อมาเยี่ยมถึงถิ่นก็ต้องมาดูอาการคนป่วยเสียหน่อย
เหยียนหยุนเทียนไม่ได้โง่ เขาพอจะเดาเจตนาของเฟิ่งซวนซู่ออก ดังนั้นเมื่อได้ยินคำถามเขาจึงไม่ได้รู้สึกดีใจอะไร แต่เพื่อรักษามารยาท เลยจำต้องตอบกลับ
“ขอบคุณท่านน้าที่เป็นห่วง”
*****