เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 410 วาสนาฟ้าประทาน

บทที่ 410 วาสนาฟ้าประทาน

บทที่ 410 วาสนาฟ้าประทาน


เหยียนเฟยเผิงไม่ได้เห็นด้วยกับคำพูดของเหยียนหยุนเทียนเสียทีเดียว เขาอดแย้งขึ้นมาไม่ได้

“ตอนอยู่โรงพยาบาลคราวนั้นลูกก็เห็นกับตาตัวเองนี่ ไอ้ลูกเศรษฐีนั่นตอนจะกลับมันใช้สองมือจับ... แต่อาเหรากลับใจกว้างกับมันเป็นพิเศษ”

“ตอนแรกก็นึกว่าอาเหราแค่ไว้หน้าซวนซู่ถึงได้ยอมปล่อยมันไป แต่พอลองมาคิดดูดีๆ อาเหราออกตัวปกป้องไอ้เด็กนั่นชัดๆ”

ตอนที่พูดประโยคนี้ เหยียนเฟยเผิงรู้สึกขมขื่นในใจอย่างบอกไม่ถูก

เหยียนหยุนเทียนสีหน้าไม่เปลี่ยน ยังคงยืนกรานความคิดเดิม “ท่านพ่อ ท่านลองคิดดูนะ หากท่านแม่ต้องการมีทายาทจริงๆแล้วไม่เอาท่านแต่ไปหาผู้ชายคนอื่น ปัจจัยแรกที่ท่านแม่ต้องพิจารณาคืออะไร?”

“จุดประสงค์ของอาเหราคือต้องการทายาทสืบทอดเขาเฟิ่งซี แน่นอนว่าต้องให้ความสำคัญกับพรสวรรค์ด้านวรยุทธ์เป็นอันดับแรก” เหยียนเฟยเผิงตอบ

“ถูกต้อง” เหยียนหยุนเทียนพยักหน้า “แล้วไอ้ลูกเศรษฐีนั่นมีอะไรดี? ก็แค่รวยกับหน้าตาดี ท่านแม่ไม่ได้ขาดแคลนเงินทอง ส่วนเรื่องหน้าตา... ยิ่งน่าขำ ท่านพ่อคิดว่าแค่หน้าตาดีจะทำให้คนอย่างท่านแม่หลงหัวปักหัวปำได้หรือ?”

เหยียนเฟยเผิงฟังแล้วก็รู้สึกว่ามีเหตุผล แต่ยังอดระแวงไม่ได้ “แต่เมื่อกี้พออาเหรารู้ว่าไอ้เด็กนั่นมาก็ยิ้มร่าซะขนาดนั้น...”

“ข้าคิดว่าท่านแม่คงเกรงใจท่านน้ามากกว่า ถึงได้แสดงท่าทีต้อนรับขับสู้ขนาดนั้น ท่านพ่อก็เห็นนี่ว่าท่านแม่กับน้าเล็กถึงจะไม่ใช่พี่น้องแท้ๆแต่ก็รักกันเหมือนพี่น้องคลานตามกันมา” เหยียนหยุนเทียนให้เหตุผล

“ไอ้ลูกเศรษฐีนั่นกับน้าเล็กของลูกก็เป็นแค่เพื่อนกัน อาเหราไม่น่าจะต้องทำถึงขนาดนั้นมั้ง” เหยียนเฟยเผิงแย้ง

“มีเรื่องหนึ่งที่ท่านพ่ออาจจะยังไม่รู้” สีหน้าของเหยียนหยุนเทียนฉายแววริษยาอย่างปิดไม่มิด

“เรื่องอะไร?” เหยียนเฟยเผิงถามด้วยความอยากรู้อยากเห็น

“ไอ้ลูกเศรษฐีนั่น... จริงๆแล้วเป็น ‘สามี’ ของท่านน้า” เหยียนหยุนเทียนกัดฟันพูดประโยคนี้ออกมาอย่างยากลำบาก

“โฉมงามอันดับหนึ่งแห่งยุทธภพมีสามีแล้ว?!” เหยียนเฟยเผิงถึงกับอึ้ง

“ใช่ เป็นท่านน้าบอกข้าเอง” เหยียนหยุนเทียนค่อยๆเล่า “ในวันที่ท่านน้าแต่งงาน สำนักของนางถูกโจมตี ระหว่างต่อสู้กับศัตรู ท่านน้าได้รับบาดเจ็บจนสูญเสียความทรงจำบางส่วน ลืมเรื่องราวไปมากมาย รวมถึงเรื่องสามีของนางด้วย จนกระทั่งเมื่อไม่นานมานี้ที่พวกเขาได้กลับมาเจอกัน ท่านน้าถึงได้ฟื้นความทรงจำส่วนนี้”

“แต่ท่านน้าบอกว่าสามีของนางก็ความจำเสื่อมเหมือนกัน ช่วงก่อนหน้านี้ท่านน้าเลยดูเศร้าๆ ข้าเห็นท่าทางผิดปกติเลยลองถามดู นางก็เล่าให้ฟังหมดเปลือก”

เหยียนเฟยเผิงฟังเรื่องราวลับเฉพาะนี้แล้วก็รู้สึกตื่นตระหนกอยู่ลึกๆ “สามีของซวนซู่คือไอ้ลูกเศรษฐีนั่น?”

“ท่านน้าไม่ได้บอกชื่อตรงๆ แค่บอกว่าเป็นลูกเศรษฐีในโลกปุถุชน แต่ดูจากรูปการณ์แล้ว ลูกเศรษฐีที่ท่านน้าพูดถึงต้องเป็นไอ้หมอนั่นแน่ๆ ไม่อย่างนั้นท่านน้าจะออกตัวปกป้องมันขนาดนั้นเหรอ ถึงขั้นยอมแตกหักกับเขาเฟิ่งซี” เหยียนหยุนเทียนวิเคราะห์

เหยียนเฟยเผิงพยักหน้าเห็นด้วย ความสงสัยที่ค้างคาใจเริ่มคลี่คลาย แต่จู่ๆเขาก็ฉุกคิดขึ้นมาได้

“แล้วลูกเศรษฐีธรรมดาๆคนนึงมีคุณสมบัติอะไรไปแต่งงานกับซวนซู่ได้?”

สำนักเดิมของเฟิ่งซวนซู่นั้นยิ่งใหญ่กว่าเขาเฟิ่งซีมากนัก ฐานะของเฟิ่งซวนซู่ที่เป็นถึงบุตรสาวจ้าวสำนักย่อมสูงส่งเทียมฟ้า คนละชั้นกับลูกเศรษฐีในโลกปุถุชนอย่างสิ้นเชิง

ความต่างชั้นของทั้งคู่เปรียบเหมือนองค์หญิงแห่งราชวงศ์กับชาวบ้านทั่วไป

“ตอนที่ข้าฟังท่านน้าเล่า ข้าก็สงสัยเหมือนท่าน ข้าเลยถามท่านน้าไป ซึ่งท่านน้าก็ให้คำตอบมา” สีหน้าของเหยียนหยุนเทียนยิ่งดูแย่ลงไปอีก

“โอ้? เพราะอะไรล่ะ?” เหยียนเฟยเผิงซักไซ้

“หลายปีก่อน ไอ้ลูกเศรษฐีนั่นไปเดินป่าแล้วหลงทาง พลัดหลงเข้าไปในเขตสำนักของท่านน้า แถมยังไปเจอกับสัตว์ร้ายเข้า” แววตาของเหยียนหยุนเทียนลุกโชนไปด้วยไฟริษยา

“ตอนที่มันกำลังจะกลายเป็นอาหารของสัตว์ร้าย ท่านน้าก็ผ่านมาช่วยไว้พอดี แล้วก็... ดันตกหลุมรักมันตั้งแต่แรกเห็น ถึงขั้นประกาศว่าจะแต่งงานกับคนนี้เท่านั้น ต่อมาถึงแม้บิดามารดาจะคัดค้านหัวชนฝา นางก็ยังดึงดันจะแต่งงานกับมันให้ได้!”

เหยียนเฟยเผิงฟังจบ ด้วยสัญชาตญาณความเป็นชาย ก็อดอิจฉาในความโชคดีของไอ้หนุ่มนั่นไม่ได้

วาสนาแบบนี้ คงหาไม่ได้อีกแล้วในใต้หล้า!

“หมายความว่าซวนซู่เล่าเรื่องนี้ให้อาเหราฟังด้วย แล้วอาเหราที่รักซวนซู่เหมือนน้องสาวก็เลยพลอยเอ็นดูสามีของน้องสาวไปด้วย เลยยอมผ่อนปรนให้เป็นพิเศษ?” เหยียนเฟยเผิงวนกลับมาที่ประเด็นเดิม

“ใช่” เหยียนหยุนเทียนพยักหน้า ก่อนพูดด้วยความคับแค้นใจ “ไอ้หมอนั่นไม่รู้ทำบุญมากี่ชาติภพ ชาตินี้ถึงได้โชคดีเป็นสามีของท่านน้า ส่วนเรื่องที่ว่าจ้าวสำนักผู้สูงส่งและมีสามีแล้วอย่างท่านแม่จะไปสนใจมันน่ะ เป็นไปไม่ได้เด็ดขาด!”

หลังจากฟังการวิเคราะห์ของเหยียนหยุนเทียน เหยียนเฟยเผิงก็ปัดความคิดที่ว่าเฟิ่งเหราจะมีใจให้หวังฮ่าวหรานทิ้งไปจนหมดสิ้น

“พ่อรู้ว่าลูกไม่ถูกกับไอ้ลูกเศรษฐีนั่น แต่ในเมื่อแม่แกอุตส่าห์ยอมลงให้มันขนาดนี้ ต่อไปก็อย่าไปหาเรื่องมันอีกเลย อีกอย่าง นับตามศักดิ์แล้ว แกต้องเรียกมันว่าน้าเขยด้วยซ้ำ ถือว่าเป็นคนกันเองแล้ว” เหยียนเฟยเผิงพยายามไกล่เกลี่ย

เหยียนหยุนเทียนแค่นเสียงเฮอะ

จะให้ญาติดีกับมันเหรอ? ไม่มีวันซะหรอก

ไอ้เศรษฐีเวรตะไลนี่แย่งเฟิ่งซวนซู่ที่เขาหมายปองไปไม่พอ ยังไปสนิทสนมกับอดีตคู่หมั้นอย่างหนิงอ้าวเสวี่ยและเฟิงอันนาอีก ถึงขั้นไปอยู่อาศัยด้วยกัน

ความแค้นนี้ต่อให้ตายเขาก็ไม่มีวันกลืนลง

ก่อนหน้านี้เหยียนหยุนเทียนยังมีความหวังว่าอาการบาดเจ็บลับของตัวเองจะหายดี จึงคิดจะแย่งเฟิ่งซวนซู่กลับมา เขาไม่อยากแตกหักกับเฟิ่งซวนซู่ เลยยังไม่ลงมือฆ่าหวังฮ่าวหราน

แต่ตอนนี้... เหยียนหยุนเทียนรู้แล้วว่าอาการของเขาไม่มีวันหาย

นั่นหมายความว่า ต่อให้แย่งเฟิ่งซวนซู่กลับมาได้ก็ไร้ประโยชน์

เหยียนหยุนเทียนตัดสินใจเด็ดขาดแล้วว่า... ต้องฆ่าหวังฮ่าวหรานทิ้งซะ

เพียงแต่ตอนนี้เขายังเจ็บหนัก ทำอะไรไม่ได้

แต่ไม่เป็นไร ด้วยฝีมือการรักษาของหมอเทวดาเปี่ยนซูเหวิน ไม่เกินหนึ่งเดือนเขาจะหายเป็นปลิดทิ้ง

ถึงตอนนั้น... จะเป็นวันตายของไอ้ลูกเศรษฐีนั่น!

จิตสังหารพวยพุ่งขึ้นในแววตาของเหยียนหยุนเทียน

เหยียนเฟยเผิงจับอารมณ์ของลูกชายได้ กำลังจะอ้าปากเตือนสติ แต่จู่ๆก็ได้ยินเสียงฝีเท้าดังมาจากด้านนอก จึงต้องหุบปากฉับ

ไม่นาน เฟิ่งเหราก็นำเฟิ่งซวนซู่และหวังฮ่าวหรานเดินเข้ามาในห้องนอน

เหยียนหยุนเทียนตีหน้าเครียด จ้องมองหวังฮ่าวหรานเขม็ง

“ฟื้นตัวได้ดีนี่นา” หวังฮ่าวหรานเห็นสีหน้าของเหยียนหยุนเทียนดูดีขึ้นกว่าเมื่อก่อนมาก ก็ส่งยิ้มที่มีความหมายลึกซึ้งไปให้

“หยุนเทียน อาการดีขึ้นหรือยัง?” เฟิ่งซวนซู่เดินไปข้างเตียง เอ่ยถามตามมารยาท

เพราะเรื่องของหวังฮ่าวหราน นางจึงค่อนข้างไม่ชอบหน้าเหยียนหยุนเทียน แต่ด้วยความสัมพันธ์น้าหลานเก่าก่อน และยังไม่ได้แตกหักกันอย่างเป็นทางการ ในเมื่อมาเยี่ยมถึงถิ่นก็ต้องมาดูอาการคนป่วยเสียหน่อย

เหยียนหยุนเทียนไม่ได้โง่ เขาพอจะเดาเจตนาของเฟิ่งซวนซู่ออก ดังนั้นเมื่อได้ยินคำถามเขาจึงไม่ได้รู้สึกดีใจอะไร แต่เพื่อรักษามารยาท เลยจำต้องตอบกลับ

“ขอบคุณท่านน้าที่เป็นห่วง”

*****

จบบทที่ บทที่ 410 วาสนาฟ้าประทาน

คัดลอกลิงก์แล้ว