- หน้าแรก
- เกิดใหม่ทั้งที ดันกลายเป็นนายน้อยจอมวายร้ายไปซะได้
- บทที่ 408 ต่างคนต่างวาระ
บทที่ 408 ต่างคนต่างวาระ
บทที่ 408 ต่างคนต่างวาระ
เหยียนหยุนเทียนนอนทอดร่างอยู่บนเตียงภายในห้องนอนอันเงียบสงบในสวนหลังคฤหาสน์
เมื่อเทียบกับเมื่อก่อน ผ้าพันแผลตามตัวเขาลดลงไปมาก ไม่ได้ดูเหมือนมัมมี่อีกต่อไปแล้ว
แม้จะยังขยับตัวไม่ได้ แต่ความเจ็บปวดก็บรรเทาลงไปมากเมื่อเทียบกับช่วงแรกๆ
ใบหน้าที่เคยซีดเซียวของเหยียนหยุนเทียนเริ่มมีเลือดฝาดจางๆกลับคืนมาให้เห็นบ้างแล้ว
ทั้งหมดนี้ต้องยกความดีความชอบให้ยาของเปี่ยนซูเหวิน
ไม่อย่างนั้น เหยียนหยุนเทียนคงไม่มีทางฟื้นตัวได้เร็วขนาดนี้ภายในเวลาไม่ถึงครึ่งเดือน
แน่นอนว่า "ค่าตอบแทน" ที่ต้องจ่ายก็แพงระยับ
เหยียนเฟยเผิงได้จ่ายเงินค่ารักษาจำนวนมหาศาลจากยอดแสนล้านให้กับเปี่ยนซูเหวินไปแล้วเกินครึ่ง
รอเพียงเหยียนหยุนเทียนหายดีเป็นปกติก็จะจ่ายส่วนที่เหลือให้ครบ
ตึก... ตึก...
เสียงฝีเท้าดังมาจากด้านนอก
เหยียนหยุนเทียนได้ยินเสียงความเคลื่อนไหวจึงเหล่ตาไปมอง ไม่นานก็เห็นหยุนชูหรานผู้เลอโฉมเดินเข้ามาในห้อง ความยินดีผุดขึ้นในใจวูบหนึ่ง แต่ไม่นานก็มอดดับลง
ด้วยสภาพร่างกายของเขาตอนนี้ ต่อให้คู่หมั้นจะสวยหยาดเยิ้มแค่ไหน เขาก็ทำได้แค่มองตาปริบๆเท่านั้น
หรือพูดให้ถูกกว่านั้น คู่หมั้นคนนี้ก็กำลังจะชิ่งหนีไปแล้ว
เพราะหยุนชูหรานไม่ใช่คนธรรมดา เบื้องหลังนางคือสำนักใหญ่ที่มีอิทธิพลไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าเขาเฟิ่งซี
เมื่อรู้ถึงสภาพร่างกายของเขาแล้ว ต่อให้หยุนชูหรานไม่อยากถอนหมั้น ทางสำนักของนางก็ต้องบีบบังคับให้ทำอยู่ดี
ตอนนี้หยุนชูหรานมีสีหน้าอมทุกข์ คิ้วเรียวสวยขมวดมุ่นราวกับมีความกลัดกลุ้มที่ยากจะสลัดออก ดูซูบซีดอิดโรยไปมาก
คงเป็นเพราะเรื่องราวร้ายแรงที่เกิดขึ้นกับเขาแน่ๆที่ทำให้นางเสียใจจนกินไม่ได้นอนไม่หลับขนาดนี้
เหยียนหยุนเทียนค่อนข้างชอบพอในตัวหยุนชูหรานอยู่ไม่น้อย
“เรื่องมันเกิดขึ้นแล้ว อย่าเสียใจไปเลย เห็นเจ้าเป็นแบบนี้ข้าก็ปวดใจ” เหยียนหยุนเทียนเอ่ยปลอบโยนหยุนชูหราน
หยุนชูหรานชะงักไปเล็กน้อย แววตาฉายความประหลาดใจวูบหนึ่ง จริงอยู่ที่ช่วงนี้นางอารมณ์ไม่ดีสุดๆ แต่มันไม่ได้เกี่ยวกับเหยียนหยุนเทียนเลยสักนิด
แต่เรื่องนี้นางพูดออกไปไม่ได้ เมื่อเห็นเหยียนหยุนเทียนเข้าใจผิดแบบนั้น นางเลยต้องเล่นตามน้ำไป
“ถึงยังไงเราก็เคยมีสัญญาหมั้นหมายกัน เห็นท่านสภาพแบบนี้ ข้าก็อดรู้สึกแย่ไม่ได้”
เหยียนหยุนเทียนฟังแล้วซาบซึ้งใจน้ำตาแทบไหล อยากจะยื่นมือไปกอดนางไว้ แต่ติดที่ขยับตัวไม่ได้ เลยต้องจำใจนอนแน่นิ่ง
“เรื่องสัญญาหมั้น...” หยุนชูหรานไม่มีอารมณ์จะมานั่งเว้าวอน จึงรีบวกเข้าเรื่องสำคัญ
สาเหตุที่นางมาที่นี่ไม่ใช่เพื่อมาเยี่ยมไข้ แต่เพื่อมาเจรจาขอถอนหมั้นต่างหาก
“ข้าเข้าใจ” เหยียนหยุนเทียนเจ็บจี๊ดที่หัวใจ แต่ก็ไม่มีหน้าจะยื้อนางไว้ “ข้าไม่อยากเป็นตัวถ่วงอนาคตของเจ้า ข้าตกลงถอนหมั้น”
“ขอบคุณท่านที่เข้าใจ” หยุนชูหรานถอนหายใจโล่งอก “ข้าจะกลับไปแจ้งผู้อาวุโส แล้วค่อยมาคุยกับท่านน้าเพื่อยกเลิกสัญญาอย่างเป็นทางการอีกที”
“ถอนหมั้นก็ส่วนถอนหมั้น แต่เรื่องอาการบาดเจ็บลับของข้า... ขอให้ช่วยปิดเป็นความลับด้วย” เหยียนหยุนเทียนรีบกำชับด้วยความกังวล
ตอนนี้เรื่องนี้มีคนรู้แค่ไม่กี่คน
เหยียนหยุนเทียนไม่อยากให้ข่าวรั่วไหล ไม่อย่างนั้นต่อไปเวลาเดินเหินในยุทธภพคงโดนคนนินทาจนหน้าชาแน่ๆ ซึ่งเขาทนรับไม่ได้
“ข้าจะบอกคนภายนอกเพียงว่าเราเข้ากันไม่ได้ ท่านวางใจเถอะ” หยุนชูหรานเข้าใจความหมายของเขา จึงรีบรับปาก
“ต้องรบกวนเจ้าแล้ว” เหยียนหยุนเทียนกล่าวด้วยความซาบซึ้ง
“ไม่เป็นไร... อุ๊บ... อ้วก...” ยังพูดไม่ทันจบประโยค จู่ๆหยุนชูหรานก็ยกมือปิดปาก แล้วทำท่าจะอาเจียนออกมา
สักพักใหญ่กว่าอาการจะสงบลง แต่หยุนชูหรานกลับเริ่มตื่นตระหนกในใจ
เมื่อเช้าตื่นนอนมา นางก็อาเจียนไปรอบหนึ่งแล้ว แต่ตอนนั้นไม่ได้คิดอะไร นึกว่าเป็นเรื่องบังเอิญ
แต่พอมาเป็นอีกรอบแบบไม่มีปี่ขลุ่ย ทำให้หยุนชูหรานอดคิดไปถึงเรื่องน่ากลัวเรื่องหนึ่งไม่ได้
เหยียนหยุนเทียนมองดูด้วยความตกใจระคนสงสัย จึงถามขึ้น
“เจ้า... ไม่สบายตรงไหนหรือเปล่า?”
“เมื่อคืนคงตากลมเย็นนานไปหน่อย เช้านี้เลยไม่ค่อยสบายนัก” หยุนชูหรานหลบสายตา พยายามตอบเลี่ยงๆ
“แค่ไม่สบายเพราะอากาศเย็นจริงๆ?” เหยียนหยุนเทียนสังเกตเห็นท่าทีพิรุธ จึงเริ่มระแคะระคายคำพูดของนาง
หยุนชูหรานใจเต้นรัวด้วยความกลัว แต่ภายนอกพยายามปั้นหน้านิ่ง ฝืนยิ้มออกมา “ย่อมเป็นเช่นนั้น ท่านคิดว่าเป็นอะไรได้?”
เหยียนหยุนเทียนจ้องมองหยุนชูหรานเขม็ง เกือบหลุดปากพูดไปว่า ข้าคิดว่าเจ้ากำลังตั้งครรภ์
แต่พอคิดดูอีกที มันจะเป็นไปได้ยังไง
หยุนชูหรานเป็นถึงบุตรสาวทายาทสำนักใหญ่ ได้รับการอบรมสั่งสอนมาอย่างเคร่งครัด กิริยามารยาทเรียบร้อยดั่งผ้าพับไว้ ขนาดคุยกับบุรุษยังเว้นระยะห่าง จะไปแอบมีสัมพันธ์ลึกซึ้งจนตั้งครรภ์ได้ยังไง?
“อุ๊บ... อ้วก...” หยุนชูหรานเริ่มคลื่นไส้อีกครั้ง
คราวนี้เหยียนหยุนเทียนไม่ได้คิดสงสัยอะไรอีก แต่กลับแสดงความห่วงใย
“เดี๋ยวหมอเทวดาจะมาตรวจอาการข้า เจ้าลองให้นางช่วยดูอาการให้สิ เจ้าเป็นผู้ฝึกยุทธ์ ร่างกายแข็งแรงฟื้นตัวเร็วอยู่แล้ว แต่หากได้หมอเทวดาช่วยรักษา น่าจะหายเร็วขึ้น ได้ไม่ต้องทรมานเช่นนี้”
หยุนชูหรานแทบจะสำรอกลมออกมา นานกว่าจะตั้งสติได้ “เดี๋ยวข้าจะลองให้นางตรวจดู”
ความผิดปกติของร่างกายทำให้นางเริ่มสงสัยว่าตนเองอาจจะตั้งครรภ์ ถ้าไม่ตรวจให้รู้แน่ชัดคงนอนไม่หลับแน่ๆ
เปี่ยนซูเหวินมีชื่อเสียงโด่งดังในยุทธภพ แถมยังมีจรรยาบรรณแพทย์สูงส่ง ถ้าให้นางตรวจแล้วพบว่าตั้งครรภ์จริง ย่อมขอให้ช่วยปิดเป็นความลับได้
แต่ถ้าผลออกมาว่าไม่ได้ตั้งครรภ์ก็ยิ่งดีใหญ่ จะได้ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
“ท่านพักผ่อนเถอะ ข้าไปก่อนนะ” หยุนชูหรานกล่าวลาตามมารยาท แล้วค่อยๆเดินออกจากห้องไป
หลังจากหยุนชูหรานออกไปได้ไม่นาน เหยียนหยุนเทียนมองลอดช่องประตูออกไป เห็นประตูห้องฝั่งตรงข้ามเปิดออก
เฟิ่งเหราผู้เลอโฉมเดินออกมาจากห้องนั้น
นางสวมรองเท้าส้นสูง ชุดเดรสสีแดงสดขับเน้นส่วนเว้าส่วนโค้งเย้ายวนตา ใบหน้าแต่งแต้มเครื่องสำอางอย่างประณีตงดงาม เรือนผมยาวสลวยดัดลอนพาดผ่านไหล่ เปล่งประกายรัศมีความงามสง่าและสูงส่ง
เหยียนหยุนเทียนเห็นแล้วก็รู้สึกขัดใจขึ้นมาทันที
เขาเจ็บหนักปางตายขนาดนี้ เฟิ่งเหราในฐานะมารดา ไม่เพียงไม่มาดูแลเอาใจใส่ แม้แต่จะโผล่หน้ามาเยี่ยมที่ห้องสักครั้งยังไม่มี
น่าสงสารตัวเองที่ต้องมาเจอเคราะห์กรรมหนักหนาสาหัสทั้งกายและใจ แต่มารดาของเขากลับไม่หลั่งน้ำตาให้สักหยด หนำซ้ำยังแต่งตัวสวยพริ้ง เดินยิ้มระรื่นอย่างมีความสุข!
เหยียนหยุนเทียนอยากจะตะโกนด่า แต่ก็กลัวทั้งฝีมือและอารมณ์ของเฟิ่งเหรา จึงได้แต่เก็บความน้อยเนื้อต่ำใจไว้ในอก
ฝั่งตรงข้าม
เฟิ่งเหราไม่สนใจเหยียนหยุนเทียนแม้แต่น้อย นางเดินย่ำส้นสูงไปมาในลานกว้างหลังบ้านเพื่อฝึกการทรงตัวให้ชิน
ตอนอยู่เขาเฟิ่งซี นางสวมแต่ชุดจีนโบราณหรือไม่ก็กระโปรงยาว แทบไม่เคยแต่งตัวแนวสมัยใหม่แบบนี้เลย
แต่วันนี้เป็นวันพิเศษ
“เขาใช้ชีวิตอยู่ในโลกปุถุชน แต่งตัวแบบนี้ต้องถูกใจเขาแน่ๆ! ไม่เชื่อหรอกว่าจะไม่หลงเสน่ห์ข้า!” เฟิ่งเหราพึมพำกับตัวเองด้วยความตื่นเต้นและคาดหวัง
“ว้าว... ที่รัก... คุณ... คุณสวยจังเลย”
ขณะที่เฟิ่งเหรากำลังตกอยู่ในภวังค์ความคิด เสียงของเหยียนเฟยเผิงก็ดังแทรกเข้ามา
เฟิ่งเหราหันไปมอง เห็นเหยียนเฟยเผิงยืนยิ้มหน้าบานเป็นจานดาวเทียมเดินปรี่เข้ามาหา มุมปากมีน้ำลายไหลย้อยออกมานิดๆ
ความรังเกียจขยะแขยงพุ่งขึ้นมาจากก้นบึ้งหัวใจของเฟิ่งเหรา
“ผมบอกแล้วว่าคุณแต่งแบบนี้ต้องสวยมากแน่ แต่คุณไม่เคยยอมใส่เลย วันนี้ทำไมจู่ๆถึงแต่งตัวสวยขนาดนี้? แต่งให้ผมดูเป็นพิเศษใช่ไหม?”
เหยียนเฟยเผิงตื่นเต้นดีใจจนตัวสั่น คิดเข้าข้างตัวเองว่าโครงการผลิตทายาทคนใหม่เพื่อมาแทนเหยียนหยุนเทียนคงใกล้ความเป็นจริงแล้ว
หึหึ ภรรยายังไงก็คือผู้หญิง ปล่อยให้สามีอย่างเราแห้งเหี่ยวมานาน สุดท้ายก็ทนไม่ไหวสินะ?!
*****