เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 406 ภูเขาลึกไร้นาม

บทที่ 406 ภูเขาลึกไร้นาม

บทที่ 406 ภูเขาลึกไร้นาม


เมื่อทุกอย่างลงตัว หวังฮ่าวหรานก็ออกจากร้านอาหารทันที

ภายในห้องส่วนตัว เพื่อนๆเริ่มอิ่มหนำสำราญกันแล้ว

เมื่อเห็นกู่อวี้โหรวเดินกลับมา เพื่อนสาวคนสนิทก็รีบถามไถ่ด้วยความเป็นห่วงว่าเธอหายไปไหนมา

กู่อวี้โหรวโกหกว่าบังเอิญเจอคนรู้จักเก่าเลยคุยกันเพลินไปหน่อย ทำให้กลับมาช้า

เมื่อได้ยินดังนั้น เพื่อนๆก็ไม่ได้ติดใจสงสัยอะไร

“หนุ่มหล่อสองคนก็เดินตามเธอออกไปเหมือนกัน ตอนนี้พวกเขาหายไปไหนแล้วล่ะ?” เพื่อนผู้หญิงคนหนึ่งสังเกตเห็นว่าทั้งมู่ไป๋และหวังฮ่าวหรานหายตัวไป จึงอดไม่ได้ที่จะเอ่ยถาม

“ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน” กู่อวี้โหรวแกล้งทำหน้าซื่อส่ายหัวปฏิเสธ

เธอรู้อยู่เต็มอกว่าหวังฮ่าวหรานไปทำอะไร แต่สำหรับมู่ไป๋ เธอไม่รู้จริงๆว่าเขาหายไปไหน

แต่เอาเข้าจริง... เธอไม่ได้สนใจเลยสักนิดว่ามู่ไป๋จะเป็นตายร้ายดียังไง

เพราะตอนนี้ในสมองของเธอมีแต่ภาพรอยยิ้มร้ายกาจของหวังฮ่าวหรานก่อนที่เขาจะลงมือรังแกเธอ ภาพนั้นฝังแน่นจนไล่ไม่ไป ไม่มีที่ว่างเหลือให้ผู้ชายคนอื่นแทรกเข้ามาได้เลย

หลังจากทานอาหารเสร็จ ตามแผนเดิมคือทุกคนจะไปต่อกันที่ร้านคาราโอเกะ แต่ตอนนี้หัวสมองของกู่อวี้โหรวสับสนวุ่นวายไปหมด ไม่มีอารมณ์จะไปร้องรำทำเพลงที่ไหนอีก เธอจึงอ้างว่าปวดหัวและขอตัวกลับ

เมื่อเจ้าของวันเกิดไม่ไป คนอื่นๆก็หมดสนุก กิจกรรมต่อจากนั้นจึงเป็นอันยกเลิกไปโดยปริยาย

กู่อวี้โหรวแยกย้ายกับเพื่อนๆ แล้วเดินทางกลับหอพักนักศึกษา

“ใคร... ใครมันลอบกัดฉันวะ...”

ในห้องส่วนตัวอันเงียบเชียบชั้นบน มู่ไป๋ค่อยๆรู้สึกตัวตื่นขึ้นมาด้วยอาการมึนงง มือลูบต้นคอที่ปวดร้าว

แต่ไม่นานนัก ความเจ็บปวดแสนสาหัสจากจุดยุทธศาสตร์เบื้องล่างก็แล่นปราดขึ้นมาเล่นงาน

มู่ไป๋โกรธจนแทบคลั่ง แต่ ณ วินาทีนี้ การตามหาตัวคนร้ายไม่ใช่เรื่องสำคัญที่สุด เขาต้องรีบไปโรงพยาบาลก่อน

แค่ขยับตัวนิดเดียวก็เจ็บเจียนตาย เขาจึงต้องกัดฟันโทรเรียกลูกน้องให้รีบมารับ

ไม่นานลูกน้องก็บึ่งมารับตัวมู่ไป๋ส่งโรงพยาบาลอย่างเร่งด่วน

หลังจากการตรวจอย่างละเอียด แพทย์ก็วินิจฉัยออกมาว่า...

"อาวุธคู่กาย" ของมู่ไป๋ถูกกระแทกด้วยของแข็งอย่างรุนแรงจนเกิดความเสียหายถาวร เรียกง่ายๆว่า "ใช้งานไม่ได้อีกต่อไป"

ลูกน้องคนสนิทที่ได้ยินคำวินิจฉัยถึงกับอ้าปากค้างด้วยความตกตะลึง

ก็ไหนพี่มู่บอกว่าจะเอา "ของขวัญล้ำค่า" ไปมอบให้สาวไม่ใช่เหรอ? ไหงกลายเป็นว่าเครื่องมือส่งของขวัญดันพังยับเยินซะเองล่ะเนี่ย?

แน่นอนว่าคำถามนี้เขาไม่กล้าเอ่ยปากถามออกไปเด็ดขาด

ไฟแค้นลุกโชนท่วมท้นจิตใจมู่ไป๋ เขาตะคอกสั่งลูกน้องเสียงดังลั่น:

“ไปตรวจสอบมาเดี๋ยวนี้! ฉันต้องรู้ให้ได้ว่าไอ้สารเลวตัวไหนมันลอบกัดฉัน!”

ด้วยสถานะเจ้าพ่อโลกใต้ดินอย่างเขา ต่อให้ถูกทำร้ายปางตายก็ไม่มีทางพึ่งพาตำรวจ

เขาจะใช้วิธีของตัวเอง... ล้างแค้นให้สาสม!

เวลาเกือบเที่ยงคืน

ณ ภูเขาลึกแห่งหนึ่งที่ไร้ชื่อเรียกขาน

“ท่านอาจารย์... ท่าน... เหตุใดท่านต้องไล่ข้าไปตอนนี้?”

หน้ากระท่อมไม้ซอมซ่อ หญิงสาวผู้มีนามว่า 'ตั้นไท่เหยาเยว่' ยืนนิ่งงันด้วยความสับสน ถามชายหนุ่มวัยประมาณสามสิบปีตรงหน้า

“ข้าถ่ายทอดเคล็ดวิชาโบราณให้เจ้าจนหมดสิ้นแล้ว บัดนี้เจ้าสำเร็จวิชา ถึงเวลาต้องจากไปเสีย” ชายหนุ่มเอ่ยด้วยน้ำเสียงแก่กล้าเกินวัย

“แต่... แต่นี่มันดึกมากแล้ว ศิษย์ขอรอให้ฟ้าสางก่อนค่อยไปไม่ได้หรือ?”

ตั้นไท่เหยาเยว่รู้เรื่องนี้มานานแล้ว อาจารย์เคยบอกไว้ตั้งแต่ต้นว่าเมื่อฝึกสำเร็จ นางจะต้องลงเขา นางจึงทำใจไว้บ้างแล้ว แต่การที่อาจารย์มาเร่งให้ไปกลางดึกเช่นนี้ทำนางไม่เข้าใจ

“คำสั่งอาจารย์ เจ้าไม่ฟังแล้วรึ?” น้ำเสียงของชายหนุ่มเข้มขึ้น เจือความเร่งร้อนและกดดัน

ตั้นไท่เหยาเยว่เคารพอาจารย์ดุจพ่อบังเกิดเกล้า จึงมิกล้าขัดคำสั่ง นางจำใจตอบรับ “เช่นนั้น... ศิษย์ขอกราบลา ศิษย์จะลงจากเขาเดี๋ยวนี้”

กล่าวจบ นางก็ค่อยๆถอยหลังออกจากหน้ากระท่อม

ตลอดสามปีที่อาศัยอยู่ที่นี่ นางผูกพันกับสถานที่แห่งนี้ไม่น้อย แต่ในเมื่ออาจารย์เอ่ยปากไล่ นางก็ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องจากไป

ตั้นไท่เหยาเยว่สูดหายใจลึก ปรับอารมณ์ให้คงที่ แล้วเริ่มครุ่นคิดว่าจะไปที่ใดต่อดี ทันใดนั้น แววตาของนางก็เป็นประกายขึ้นมา

“สามปีแล้วที่ไม่ได้เจอกัน... ไม่รู้ว่าพวกน้องๆกับเสี่ยวเฉินจะเป็นอย่างไรบ้าง...”

ตั้นไท่เหยาเยว่พึมพำกับตัวเองเบาๆ พลางเงยหน้ามองท้องฟ้ายามราตรี

คืนนี้เดือนมืด แสงจันทร์ริบหรี่ บรรยากาศรอบข้างมืดมิดวังเวง

เส้นทางลงเขาในหุบเขาลึกแห่งนี้ทั้งคดเคี้ยวและสูงชัน อันตรายอย่างยิ่ง

หากเป็นคนธรรมดา คิดจะลงเขาในยามวิกาลเช่นนี้... มีหวังได้เอาชีวิตไปทิ้งไว้ก้นเหวแน่นอน

ทว่า... ตั้นไท่เหยาเยว่เป็นผู้ฝึกยุทธ์โบราณ อาศัยเพียงแสงดาวแสงจันทร์เพียงน้อยนิดก็เพียงพอให้นางมองเห็นเส้นทางได้ชัดเจนราวกับกลางวัน

ร่างบางกระโจนขึ้นสู่ยอดไม้ เพียงปลายนิ้วเท้าแตะใบไม้แผ่วเบา ร่างของนางก็พุ่งทะยานไปข้างหน้า

ใบไม้ไม่ไหวติง แต่ร่างของตั้นไท่เหยาเยว่กลับไปปรากฏอยู่ไกลออกไปหลายร้อยเมตร กลืนหายไปในความมืดมิดของรัตติกาล

ทันทีที่ศิษย์หญิงจากไป เสียงตะโกนอันบ้าคลั่งก็ดังออกมาจากกระท่อมไม้ซอมซ่อนั้น

“ว้ากกกกกก! สิบปี! สิบปีเต็มๆ! ในที่สุดก็เป็นอิสระแล้วโว้ยยยย!!!”

ภายในกระท่อม ชายหนุ่มวัยสามสิบปีที่เมื่อครู่ยังวางมาดเป็นปรมาจารย์ผู้เคร่งขรึม ตอนนี้กลับกระโดดโลดเต้นเหมือนคนบ้า หลุดโลกไปแล้วเรียบร้อย

ชายผู้นี้มีนามว่า 'ฉินฟาน' เขาคือผู้ที่ข้ามมิติมาจากโลกอื่น พร้อมกับ "ระบบ" สุดโกงตามสูตรสำเร็จ

ระบบของเขาคือ "ระบบบ่มเพาะศิษย์" เริ่มต้นมาก็มอบสารพัดวิชาเทพๆให้เขาทันที

แต่ยังไม่ทันได้ดีใจ ระบบก็ยัดเยียดภารกิจบังคับให้เขาต้องเก็บตัวอยู่ในภูเขาลึกแห่งนี้ และต้องปั้นลูกศิษย์ให้เก่งระดับสะเทือนโลกให้ครบ 99 คนภายในเวลา 10 ปี หากทำไม่สำเร็จ... บทลงโทษคือ "ถูกลบตัวตน" ทิ้ง

ฉินฟานไม่มีทางเลือก จึงต้องก้มหน้าก้มตาสอนสั่งศิษย์

แม้จะอยู่กลางป่าเขา แต่ก็มักจะมีคนหลงทางเข้ามาเรื่อยๆ

ฉินฟานงัดวิชาความรู้ที่มีออกมาโชว์นิดๆหน่อยๆก็หลอกล่อให้คนพวกนั้นตื่นตะลึงจนก้มกราบขอฝากตัวเป็นศิษย์ได้ไม่ยาก

ลูกศิษย์ของเขามีหลากหลายสาขา บ้างก็ได้วิชาแพทย์ไปเป็นหมอเทวดา บ้างก็ได้วิชาดูโหงวเฮ้งไปเป็นซินแสชื่อดัง บ้างก็ได้วิชาทำเงินไปเป็นมหาเศรษฐี หรือบางคนก็ได้วิชาลอบสังหารไปเป็นนักฆ่าระดับโลก...

และในบรรดาวิชาทั้งหมด "วรยุทธ์โบราณ" คือศาสตร์ที่ลึกล้ำและฝึกยากที่สุด

ตั้นไท่เหยาเยว่คือศิษย์ที่เรียนรู้วิชานี้

และวันนี้... ก็ครบกำหนด 10 ปีพอดีเป๊ะ

เมื่อตั้นไท่เหยาเยว่สำเร็จวิชา ภารกิจของฉินฟานก็ถือว่าลุล่วง เขาจึงต้องรีบไล่เธอลงเขาไปให้เร็วที่สุด

เพราะถ้าเธออยู่ต่อจนเลยเที่ยงคืน ภารกิจอาจจะล้มเหลวได้

แต่ตอนนี้ ฉินฟานเพิ่งได้รับแจ้งเตือนจากระบบว่า... ภารกิจเสร็จสิ้น!

นั่นหมายความว่าเขาเป็นอิสระแล้ว! สามารถออกจากป่าเขาลำเนาไพรแห่งนี้ได้เสียที!

“ฉิบหาย! เมื่อกี้รีบไปหน่อย ลืมถามเหยาเยว่เลยว่าจะไปไหน!” หลังจากดีใจจนหนำใจ ฉินฟานก็นึกขึ้นได้ ตบต้นขาฉาดใหญ่ด้วยความเสียดาย

ในบรรดาลูกศิษย์ 99 คน มีศิษย์หญิงระดับสาวงามล่มเมืองอยู่หลายคน และตั้นไท่เหยาเยว่ก็คือตัวท็อปในกลุ่มนั้น ความงามของนางเรียกได้ว่าเป็น "หายนะ" สำหรับผู้ชายเลยทีเดียว ถ้าอยู่ในยุคโบราณ นางคงเป็นต้นเหตุให้ฮ่องเต้ลืมออกว่าราชการจนบ้านเมืองล่มสลายได้ง่ายๆ

ตอนที่สอนพวกนาง ฉินฟานก็มีจิตใจวอกแวก คิดลึกคิดไกลอยู่บ่อยครั้ง

แต่ติดที่กฎเหล็กของระบบ ห้ามอาจารย์มีสัมพันธ์เกินเลยกับลูกศิษย์เป็นอันขาด แม้แต่จะแตะเนื้อต้องตัวเกินงามยังทำไม่ได้ ทำเอาฉินฟานอัดอั้นตันใจแทบระเบิดมาตลอด

แต่ตอนนี้ภารกิจจบแล้ว กฎข้อห้ามทั้งหมดถูกยกเลิก ฉินฟานสามารถทำอะไรก็ได้ตามใจปรารถนา

ตั้นไท่เหยาเยว่คือศิษย์รักที่เขาโปรดปรานที่สุด เมื่อเป็นอิสระแล้ว เขาย่อมอยากจะไป "กระชับความสัมพันธ์" กับนางใจจะขาด

แต่เพราะความรีบร้อนกลัวภารกิจล่ม เขาเลยลืมถามซะสนิทว่านางจะไปที่ไหน

“ช่างเถอะ โลกมันกลม เดี๋ยวก็คงได้เจอกัน”

ฉินฟานบ่นอุบอิบอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะกลับมายิ้มร่าเริง

ทนทรมานมาตั้งสิบปี ถึงเวลาที่จะได้ออกไปใช้ชีวิตเสพสุขให้หนำใจ!

คืนนั้น ฉินฟานตื่นเต้นจนนอนไม่หลับทั้งคืน วาดฝันถึงชีวิตอันแสนสุขในวันพรุ่งนี้

*****

จบบทที่ บทที่ 406 ภูเขาลึกไร้นาม

คัดลอกลิงก์แล้ว