- หน้าแรก
- เกิดใหม่ทั้งที ดันกลายเป็นนายน้อยจอมวายร้ายไปซะได้
- บทที่ 402 มู่ไป๋
บทที่ 402 มู่ไป๋
บทที่ 402 มู่ไป๋
หลินโม่รู้สึกเพียงว่าท้องไส้ปั่นป่วนอย่างรุนแรง เขาต้องรวบรวมสมาธิทั้งหมดที่มีเพื่อ ‘ยับยั้ง’ เอาไว้อย่างสุดชีวิต ทุกย่างก้าวที่เดินนั้นแผ่วเบาและสั้นกุด เพราะกลัวว่าขืนก้าวขาพลาดไปแม้แต่นิดเดียว ‘ข้าศึก’ จะต้องทะลวงออกมาแน่นอน
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าวิ่งตึกตักก็ดังมาจากด้านหลัง และใกล้เข้ามาเรื่อยๆ
“เฮ้! ผู้ช่วยหลิน!”
ยังไม่ทันที่หลินโม่จะหันกลับไปมองว่าเป็นใคร เขาก็รู้สึกเหมือนมีฝ่ามืออรหันต์ฟาดเปรี้ยงเข้าที่ก้นอย่างจัง สิ่งที่เขาอุตส่าห์กลั้นไว้อย่างยากลำบากก็ไม่อาจควบคุมได้อีกต่อไป... มันทะลักทลายออกมาทันที!
หลี่หมิงได้กลิ่นเหม็นเน่าโชยมาเตะจมูกเข้าอย่างจัง เขารีบยกมือปิดจมูกโดยสัญชาตญาณ
เขาแค่ทำตามคำสั่งของหวังฮ่าวหรานที่ให้มาตบก้นหลินโม่สักที แต่ใครจะไปนึกว่าผลลัพธ์มันจะวินาศสันตะโรขนาดนี้
ไอ้เจ้าหลินโม่นี่มัน... ขี้แตก!
หลี่หมิงรู้สึกคลื่นไส้จนแทบอ้วก รีบกระโดดถอยหลังไปหลายเมตรเพื่อทิ้งระยะห่างจากตัวต้นเหตุ
หลินโม่ยังเดินไม่พ้นเขตสนามบาส เมื่อเกิดเหตุการณ์ชวนช็อกเช่นนี้ สายตานับร้อยคู่จึงจับจ้องมาเป็นตาเดียว
ทุกคนเข้าใจแจ่มแจ้งทันทีว่าเกิดอะไรขึ้นกับหลินโม่
มิน่าล่ะ... ตอนอยู่ในสนามถึงได้เคลื่อนไหวช้าเป็นเต่าคลาน แถมตัวเกร็งไปหมด ที่แท้ก็เพราะกำลัง "อั้น" อยู่นี่เอง...
เสียงหัวเราะครื้นเครงระเบิดดังขึ้นกลางฝูงชน
นักศึกษาบางคนที่นึกสนุกถึงกับหยิบมือถือขึ้นมาถ่ายคลิปวิดีโอเพื่อบันทึกช็อตเด็ดกีฬามันส์นี้ไว้
[ติ๊ง! โฮสต์บงการเบื้องหลัง ทำให้ตัวเอกหลินโม่ขายหน้าต่อธารกำนัล ได้รับแต้มวายว้าย 1,100 แต้ม, ออร่าตัวเอกของหลินโม่ -55, ออร่าตัวร้ายของโฮสต์ +55!]
หลินโม่รู้สึกอับอายจนแทบอยากจะแทรกแผ่นดินหนี เขาหันขวับไปมองหลี่หมิงด้วยสายตาเคียดแค้น อยากจะพุ่งเข้าไปกระทืบมันให้ตายคาที่ แต่เพื่อไม่ให้ตัวเองต้องเป็นตัวตลกไปมากกว่านี้ เขาจึงทำได้เพียงรีบซอยเท้าเดินหนีไปให้เร็วที่สุด
วิ่งเหยาะๆไป พลางมีเสียงลมดังประกอบจังหวะไปตลอดทาง
ไม่ว่าเขาจะเดินผ่านไปทางไหน เหล่านักศึกษาต่างพากันปิดจมูกและวงแตกหนีกระเจิง ราวกับกำลังหลบหนีโรคระบาด
ในที่สุด ท่ามกลางเสียงหัวเราะเยาะเย้ย หลินโม่ก็พาตัวเองหนีรอดจากจุดเกิดเหตุไปได้
เมื่อละครจบ ความสนุกสิ้นสุด ฝูงชนรอบสนามก็เริ่มแยกย้าย
ได้เวลาเข้าเรียนคาบบ่าย นักศึกษาทยอยเดินกลับห้องเรียน
หวังฮ่าวหราน มู่เจาเจา และเหวินจิงเดินกลับทางเดียวกัน จึงเดินไปด้วยกัน
ระหว่างทาง
“นายเล่นบาสเก่งขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย! โดยเฉพาะตอนเลี้ยงลูกนะ พริ้วสุดๆ เท่มากเลย!” มู่เจาเจาเอ่ยชมไม่ขาดปาก
“ฉันว่าเธอเก่งกว่าอีกนะ” หวังฮ่าวหรานแกล้งชมกลับ
“ยังจะมาล้อกันอีก บอกแล้วว่าเล่นไม่เป็น นายก็ยังบังคับให้ลงอยู่นั่นแหละ” มู่เจาเจาทำหน้ามุ่ย เพราะตอนอยู่ในสนามเธอแทบไม่ได้ทำประโยชน์อะไรเลยนอกจากวิ่งไปวิ่งมา บอลก็แทบไม่ได้จับ
“ไม่ได้ล้อเล่นนะ ฉันคิดว่าเธอเก่งจริงๆ ลองคิดดูสิ ฉันน่ะเลี้ยงได้แค่ลูกเดียว แต่เธอน่ะเลี้ยงทีตั้ง 'สองลูก' จะไม่ให้เก่งกว่าฉันได้ยังไง” หวังฮ่าวหรานพูดด้วยสีหน้าจริงจังเหมือนกำลังวิเคราะห์เกม
มู่เจาเจาฟังแล้วก็นิ่งอึ้งไปครู่หนึ่ง สมองยังประมวลผลไม่ทัน แต่พอได้ยินเสียงเหวินจิงที่เดินอยู่ข้างๆป้องปากขำคิกคัก เธอก็เข้าใจทันที
“ตาบ้า! ทะลึ่ง!” ใบหน้าสวยหวานของมู่เจาเจาแดงก่ำ เธอฟาดฝ่ามือใส่แขนหวังฮ่าวหรานไปทีหนึ่งด้วยความเขินอาย
บ่ายวันเดียวกัน
ณ สนามบินชิงหลิง
“เร็วเข้า!”
...
ชายฉกรรจ์สวมสูทสีดำกว่าสิบคนวิ่งกรูกันไปยังทางออกผู้โดยสารขาเข้า ก่อนจะตั้งแถวเรียงหน้ากระดานอย่างเป็นระเบียบ แต่ละคนมีสีหน้าเคร่งขรึมจริงจัง
ผู้โดยสารคนอื่นๆที่เห็นภาพนั้นต่างตกใจและรีบหลีกทางให้โดยอัตโนมัติ พลางสงสัยว่าคนกลุ่มนี้มารอรับบุคคลสำคัญระดับไหนกันแน่
ไม่นานนัก ที่หน้าประตูทางออก ชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อโค้ทตัวยาวสีดำเดินออกมาอย่างเชื่องช้า
ชายผู้นี้มีบุคลิกทรงพลัง แผ่รังสีอำมหิตบางอย่างออกมา โครงหน้าคมเข้มราวกับรูปสลัก ดูดิบเถื่อนและเปี่ยมไปด้วยความเป็นชายชาตรี
ชายชุดดำนับสิบรีบเข้าไปต้อนรับ และแหวกทางให้ชายเสื้อโค้ทเดินตรงไปยังลีมูซีนที่จอดรออยู่
ขบวนรถหรูเคลื่อนตัวออกไปอย่างช้าๆ โดยมีรถตู้สีดำขับประกบหน้าหลังคุ้มกันแน่นหนา
ภายในรถลีมูซีน
“ลูกพี่ครับ เราเจอตัวคนที่คุณตามหาแล้ว” ชายชุดดำคนหนึ่งยื่นเอกสารและรูปถ่ายให้ชายหนุ่มในชุดเสื้อโค้ท
ชายหนุ่มผู้นี้มีนามว่า 'มู่ไป๋' เจ้าพ่อผู้ทรงอิทธิพลแห่งโลกใต้ดิน
มู่ไป๋มีสีหน้าเรียบเฉย เขาเมินเฉยต่อตัวอักษรบนเอกสาร แต่หยิบรูปถ่ายขึ้นมาพิจารณาแทน
ในรูปคือหญิงสาวหน้าตาสะสวยคนหนึ่ง
และทุกรูป ล้วนเป็นการถ่ายจากที่ไกลๆทั้งสิ้น
เมื่อมู่ไป๋เห็นหน้าตาของหญิงสาวในรูป ความเย็นชาบนใบหน้าก็เริ่มมีร่องรอยของอารมณ์บางอย่างปรากฏขึ้น
แม้รูปร่างหน้าตาของเธอจะเปลี่ยนไปมาก แต่ดวงตาคู่นั้น... มู่ไป๋จำได้แม่นยำไม่มีวันลืม
ในอดีต พวกเขาเคยเป็นเพื่อนร่วมห้องกัน มู่ไป๋เป็นแค่นักเลงกระจอกที่ไม่เอาถ่าน ส่วนเธอคือคุณหนูตระกูลร่ำรวย
มู่ไป๋หลงรักเธอมาก คอยตามตื๊อตามจีบไม่เลิกรา จนคุณหนูคนนั้นรำคาญและนำเรื่องไปฟ้องพ่อแม่
วันหนึ่ง ระหว่างทางกลับบ้าน มู่ไป๋ถูกรุมซ้อมปางตาย และถูกข่มขู่ว่าให้เลิกยุ่งกับคุณหนูคนนั้นซะ
หลังจากเหตุการณ์นั้น มู่ไป๋ลาออกจากโรงเรียนพร้อมกับความแค้นที่ฝังลึกในใจ เขาหายตัวไปหลายปี ต่อสู้ดิ้นรนจนไต่เต้าขึ้นมาเป็นเจ้าพ่อผู้ยิ่งใหญ่ในโลกใต้ดิน
วันนี้ เขากลับมาเพื่อทวงคืน และเป้าหมายมีเพียงหนึ่งเดียว... ครอบครองเธอเพื่อเติมเต็มความปรารถนาในวัยเยาว์และระบายความแค้นที่สั่งสมมา
“ตอนนี้เธออยู่ที่ไหน?” มู่ไป๋เอ่ยถามเสียงเรียบ
“เรียนอยู่ที่วิทยาลัยครูชิงหลิงครับ แต่ตอนนี้บ้านเธอล้มละลาย ไม่ใช่คุณหนูผู้ร่ำรวยอีกต่อไปแล้ว ถ้าพี่มู่จะจัดการเธอก็ง่ายเหมือนพลิกฝ่ามือ” ลูกน้องรายงาน
“มีแฟนหรือยัง?” มู่ไป๋ถามต่อ
“ยังไม่มีครับ” ลูกน้องตอบ แต่ชะงักไปเล็กน้อยก่อนเสริมว่า “แต่... ช่วงนี้เห็นเธอสนิทกับผู้ชายคนหนึ่ง ถึงขั้นไปเดินเล่นด้วยกันในมหาลัย นักศึกษาหลายคนก็เห็นครับ”
“มันเป็นใคร?” นัยน์ตาของมู่ไป๋ฉายประกายอำมหิตวาบขึ้นมา
“เอ่อ... ยัง... ยังไม่ทราบครับ” ลูกน้องเห็นสีหน้าเจ้านายก็เริ่มกลัวจนเสียงสั่น
“ภายในสามชั่วโมง ฉันต้องรู้เรื่องทั้งหมด” น้ำเสียงของมู่ไป๋เย็นเยียบจับขั้วหัวใจ
“ทราบแล้วครับ!” ลูกน้องรับคำเสียงหนักแน่น
แววตาของมู่ไป๋วาวโรจน์ด้วยความมุ่งมั่น ผู้หญิงคนนั้นต้องเป็นของเขาเพียงคนเดียว เขาไม่ยอมให้ใครหน้าไหนมาแตะต้องเด็ดขาด ใครกล้ายุ่ง... มันต้องตาย!
สำหรับเขาแล้ว การกำจัดคนสักคนมันง่ายดายไม่ต่างกับกินข้าว
คณะอักษรศาสตร์ วิทยาลัยครูชิงหลิง
กู่อวี้โหรวนั่งอยู่ในห้องเรียน อาจารย์หน้าชั้นกำลังสอนอย่างออกรสออกชาติ แต่จิตใจของเธอไม่อยู่กับเนื้อกับตัวเลยแม้แต่น้อย
“อีตานั่น... ก่อนหน้านี้คุยกันดีๆอยู่แท้ๆ ทำไมจู่ๆก็เงียบหายไปเลย?”
กู่อวี้โหรวพึมพำในใจด้วยสีหน้ากลัดกลุ้ม
แน่นอนว่าที่เธอกระวนกระวายใจไม่ใช่เพราะเธอชอบพออะไรหวังฮ่าวหรานหรอก เธอแค่เสพติดความรู้สึกที่มีคนหล่อๆมาคอยรุมล้อมเอาใจก็เท่านั้น
แต่ในเมื่อหวังฮ่าวหรานไม่ทักมา แล้วเธอจะทำยังไงได้?
จะให้ทักไปหาก่อนเหรอ? ไม่มีทาง! คนอย่างกู่อวี้โหรวศักดิ์ศรีค้ำคอ จะให้ลดตัวไปง้อผู้ชายก่อน... ฝันไปเถอะ เธอยอมตายดีกว่า
กู่อวี้โหรวเปลี่ยนแผน เธอแอบหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาใต้โต๊ะ แล้วโพสต์ข้อความลงในไทม์ไลน์
ข้อความสั้นๆว่า: "Happy Birthday to me"
“ถ้ารู้ว่าเป็นวันเกิดฉันแล้วยังไม่ทักมาอีก ผู้ชายแบบนี้ก็ไม่มีค่าพอให้รู้จัก บล็อกทิ้งไปเลยดีกว่า!” กู่อวี้โหรวหมายมั่นปั้นมือในใจ
*****