- หน้าแรก
- เกิดใหม่ทั้งที ดันกลายเป็นนายน้อยจอมวายร้ายไปซะได้
- บทที่ 398 กองเชียร์ล้นสนาม
บทที่ 398 กองเชียร์ล้นสนาม
บทที่ 398 กองเชียร์ล้นสนาม
หลิวเยว่สีหน้าเคร่งเครียดเมื่อได้ยินเรื่องราวอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะค่อยๆผ่อนคลายลง
ถึงเธอจะไม่พอใจพฤติกรรมของหวังฮ่าวหราน แต่ก็ทำอะไรเขาไม่ได้มากนัก
ขืนไปหักหน้าหรือทำให้เขาไม่พอใจ แล้วเขาไปฟ้องน้องเจ็ดหรือ 'สามี' ของเธอขึ้นมา เธอเองนั่นแหละที่จะลำบากใจ
ในเมื่อทำอะไรไม่ได้ก็ช่างมันเถอะ
หลิวเยว่สลัดความคิดเรื่องหวังฮ่าวหรานทิ้ง แล้วหันไปถามด้วยความสงสัย
"หลินโม่ คุณเล่นบาสเป็นด้วยเหรอ?"
ในความทรงจำของเธอ หลินโม่เป็นเด็กเนิร์ดที่วันๆเอาแต่เรียน ไม่เคยเห็นเขาแตะลูกบาสเลยสักครั้ง
"พอเล่นเป็น 'นิดหน่อย' ครับ" หลินโม่ยิ้มตาหยี
"นิดหน่อยเหรอ... ตามใจคุณแล้วกัน" หลิวเยว่ไม่อยากดับฝันลูกศิษย์ เลยไม่ได้พูดอะไรมาก
หลินโม่เห็นปฏิกิริยาของศาสตราจารย์สาวก็แอบยิ้มกริ่มในใจ รอคอยช่วงเวลาที่จะได้โชว์สเต็ปเทพให้เธอเห็นจนต้องอ้าปากค้างด้วยความทึ่ง
...
คาบเรียนช่วงเช้าผ่านไปอย่างรวดเร็ว
หลังมื้อเที่ยง บรรยากาศรอบสนามบาสเกตบอลคึกคักไปด้วยผู้คน
นักศึกษาจำนวนมาก ทั้งจากคณะบริหารธุรกิจและคณะอื่นๆต่างพากันมาจับจองพื้นที่รอบสนามจนแน่นขนัด
ทุกคนต่างรู้ข่าวการแข่งนัดนี้และตั้งใจมาเชียร์
หรือพูดให้ถูกคือ... ตั้งใจมาดู "เดือนคณะ"
หวังฮ่าวหรานมีชื่อเสียงโด่งดังในมหาวิทยาลัยชิงหลิง มีแฟนคลับสาวๆ ติดตามมากมาย
และในบรรดาแฟนคลับเหล่านั้น... ก็มี "ดาวมหาลัย" รวมอยู่ด้วย
ฉินหยุนหานและสวี่มู่เหยียนต่างก็มารอจองที่นั่งติดขอบสนามตั้งแต่หัววัน
การปรากฏตัวของสองสาวงามระดับท็อปดึงดูดสายตาของหนุ่มๆทั้งสนามให้หันมามองเป็นตาเดียว
ฉินหยุนหานและสวี่มู่เหยียนชินชากับสายตาเหล่านี้แล้ว
หนุ่มๆรอบข้างต่างพากันตะโกนเรียกชื่อพวกเธอ หวังให้หันมาสนใจ
แน่นอนว่าทั้งสองสาวไม่สนใจใคร แต่ฉินหยุนหานกลับใช้โอกาสนี้เกทับเพื่อนสาวข้างกาย
"ได้ยินไหม? คนเรียกชื่อฉันเยอะกว่าเธออีก" ฉินหยุนหานยักคิ้วให้สวี่มู่เหยียนอย่างผู้ชนะ
"แต่เหมือนคนจะมองฉันเยอะกว่านะ" สวี่มู่เหยียนสวนกลับทันควัน
"เชอะ! นั่งติดกันขนาดนี้ เธอรู้ได้ไงว่าเขามองเธอไม่ได้มองฉัน?" ฉินหยุนหานเบ้ปาก
"ก็เพราะฉัน... ‘ใหญ่’ กว่าเธอไง" สวี่มู่เหยียนกระซิบข้างหูเพื่อนสาวเบาๆ
ปกติคนเรียบร้อยอย่างเธอไม่พูดจาแบบนี้หรอก แต่พอได้ปะทะคารมกับฉินหยุนหานทีไร เธอก็มักจะหลุดปากพูดอะไรที่คาดไม่ถึงออกมาทุกที
ฉินหยุนหานหน้าตึง ก้มมองหน้าอกตัวเองสลับกับของเพื่อน แล้วกัดฟันกรอดด้วยความเจ็บใจ เรื่องนี้เธอแพ้สวี่มู่เหยียนจริงๆ
เธอพยายามมองหามู่เจาเจาเพื่อจะเอามาข่มสวี่มู่เหยียนคืน แต่ก็ไม่เห็นอีกฝ่ายอยู่แถวนี้
"ฉันสูงร้อยเจ็ดสิบห้า สูงกว่าเธอ!" ฉินหยุนหานเปลี่ยนไปโจมตีเรื่องส่วนสูงแทน
"ร้อยหกสิบแปดก็ไม่ถือว่าเตี้ยซะหน่อย" สวี่มู่เหยียนเถียงสู้
"ฉัน ‘ทำ’ กับเขาแล้ว ส่วนเธอ... ยังล่ะสิ?" ฉินหยุนหานจนตรอก งัดไม้ตายก้นหีบออกมาเกทับ
สวี่มู่เหยียนสตั๊นไปสามวิ พอตั้งสติได้ก็หน้าแดงก่ำ กระซิบด่ากลับไปว่า "หน้าด้าน! ไม่อายปากบ้างหรือไง!"
"อิจฉาล่ะสิ?" ฉินหยุนหานถามเสียงเยาะเย้ย
"ตลก ใครจะไปอิจฉาเธอ" สวี่มู่เหยียนเชิดหน้าใส่
แต่ในใจลึกๆ... เธอก็แอบน้อยใจ
เธอบอกหวังฮ่าวหรานไปแล้วว่าพร้อม แต่เขาก็ยังไม่ทำอะไรสักที ปล่อยให้เธอรอเก้อมาตั้งนาน
กลุ้มใจก็ส่วนกลุ้มใจ แต่จะให้เธอหน้าด้านไปเสนอตัวก่อน... เธอก็ทำไม่ลง
"เฮ้ย! ดูนั่นดิ! ผู้หญิงคนนั้นโคตรสวย!"
"โอ้โห! สวยวัวตายควายล้ม! ฉันจะเป็นลม..."
"ใครวะนั่น?"
"เหมือนจะเป็นเด็กห้อง 112 นะ ชื่ออวี้ซือฉิงมั้ง"
"อวี้ซือฉิง? ยัยหน้าผีที่มีปานแดงคนนั้นน่ะนะ!?"
"ผีบ้านป้าแกสิ! ตอนนี้ปานหายหมดแล้ว สวยสุดๆเลยเห็นไหม!"
"ทำไมวะ! ทำไมสวรรค์กลั่นแกล้งกู! ถ้ารู้ว่าหายแล้วจะสวยขนาดนี้ กูจีบไปตั้งนานแล้ว!"
"ปีหนึ่งรุ่นนี้แม่งของจริงว่ะ มีดาวมหาลัยเพิ่มมาอีกคนแล้ว!"
...
เสียงฮือฮาดังระงมไปทั่วสนาม
สายตาทุกคู่ที่เคยจับจ้องฉินหยุนหานและสวี่มู่เหยียนย้ายไปโฟกัสที่จุดเดียว
ฉินหยุนหานและสวี่มู่เหยียนหยุดเถียงกัน แล้วหันไปมองตามเสียงลือเสียงเล่าอ้าง
หญิงสาวรูปร่างหน้าตางดงามราวกับนางฟ้าเดินดินกำลังเดินเข้ามาในสนาม
ต่างจากสองสาวรุ่นพี่ที่ชินกับแสงสี อวี้ซือฉิงดูประหม่าและขัดเขินเมื่อตกเป็นเป้าสายตา เธอเดินก้มหน้าเล็กน้อยด้วยความไม่มั่นใจ
ท่ามกลางสายตานับร้อยคู่ อวี้ซือฉิงเดินมานั่งลงห่างจากฉินหยุนหานและสวี่มู่เหยียนไปไม่กี่เมตร
"ชื่ออวี้ซือฉิงเหรอ? สวยมากเลยนะเนี่ย" สวี่มู่เหยียนอดชื่นชมไม่ได้
ฉินหยุนหานพยักหน้าเห็นด้วย "โดนแย่งซีนซะแล้วสิเรา"
"โดนแย่งซีนก็ช่างเถอะน่า ไม่ได้โดนแย่งแฟนสักหน่อย" สวี่มู่เหยียนผู้ไม่ชอบเป็นจุดเด่นอยู่แล้วรู้สึกเฉยๆ
"ปากเสีย! เดี๋ยวก็เป็นลางหรอก" ฉินหยุนหานดุ
"บ้าน่า เธอคิดว่าเขาเป็น 'นักล่าดาวมหาลัย' หรือไง? เป็นดาวมหาลัยปุ๊บต้องเสร็จเขาปั๊บเลย? เป็นไปไม่ได้หรอก" สวี่มู่เหยียนขำ
"ก็จริงของเธอ" ฉินหยุนหานพยักหน้าเห็นด้วย
ถึงหวังฮ่าวหรานจะมีเสน่ห์แค่ไหน แต่มีแฟนระดับดาวมหาลัยตั้งสองคนแล้ว จะไปจีบติดคนที่สามอีก... มันจะเวอร์เกินไปไหม?
ทั้งสองสาวแอบมองอวี้ซือฉิงอีกครั้ง
อวี้ซือฉิงรู้สึกตัวว่าถูกจ้อง จึงหันมาสบตา แล้วยิ้มทักทายให้อย่างเป็นมิตร ก่อนจะหันกลับไปมองหาสิ่งที่สำคัญกว่าในสนาม... แฟนหนุ่มของเธอ
"ดูเป็นคนเฟรนด์ลี่ดีนะ ไปทำความรู้จักกันหน่อยไหม?" ฉินหยุนหานชวน
"เธออยากไปก็ไปสิ" สวี่มู่เหยียนตอบ
เธอเป็นคนโลกส่วนตัวสูง ไม่ค่อยชอบเข้าหาใครก่อน
ฉินหยุนหานลุกเดินเข้าไปหาอวี้ซือฉิง ชวนคุยไม่กี่คำ ก่อนพาเธอมาร่วมวงสนทนา
อวี้ซือฉิงยิ้มทักทายสวี่มู่เหยียนอย่างนอบน้อม
สวี่มู่เหยียนยิ้มตอบ แนะนำตัวกันพอเป็นพิธี
"นี่ๆ เธอมีแฟนหรือยัง?" ฉินหยุนหานผู้ชอบเมาท์มอยเปิดประเด็นถามเรื่องส่วนตัวทันทีที่เห็นหน้าสวยหวานของผู้มาใหม่
"มีแล้วค่ะ" อวี้ซือฉิงตอบพร้อมรอยยิ้มเขินอาย
ได้ยินคำตอบ สวี่มู่เหยียนก็หันไปยักคิ้วให้เพื่อนสาว "เห็นไหม? ฉันไม่ได้ปากเสียซะหน่อย"
ฉินหยุนหานยิ้มกว้างอย่างโล่งอก
มีแฟนแล้ว... ก็แปลว่าหมดสิทธิ์มาแย่งสามีพวกเธอ ปลอดภัยหายห่วง!
อวี้ซือฉิงมองสองสาวด้วยความงุนงง ไม่เข้าใจว่าพวกเธอยิ้มอะไรกัน
"แล้ว... แฟนเธอเป็นใครเหรอ?" ฉินหยุนหานถามต่อด้วยความอยากรู้อยากเห็น
*****