- หน้าแรก
- เกิดใหม่ทั้งที ดันกลายเป็นนายน้อยจอมวายร้ายไปซะได้
- บทที่ 362 แผนร้ายของตัวประกอบ
บทที่ 362 แผนร้ายของตัวประกอบ
บทที่ 362 แผนร้ายของตัวประกอบ
พลบค่ำ
จั่วซิวพาลู่เหยียนและเพื่อนร่วมห้องอีกสองคนไปร้องคาราโอเกะที่ร้าน KTV แห่งหนึ่ง
สี่สาวผลัดกันโชว์ลูกคอ บรรยากาศเป็นไปอย่างสนุกสนานครื้นเครง
จู่ๆจั่วซิวก็บ่นว่ากระหายน้ำ ขอตัวออกไปซื้อเครื่องดื่ม และถามเพื่อนๆว่าจะรับอะไรไหม ก่อนจะหายไปครู่หนึ่งแล้วกลับมาพร้อมเครื่องดื่มเต็มไม้เต็มมือ
จั่วซิวยื่นขวดน้ำส้มที่ลู่เหยียนชอบให้อีกฝ่าย "เหยียนเหยียน ร้องเพลงมาตั้งนาน ดื่มน้ำส้มแก้คอแห้งหน่อยสิ"
"ขอบใจนะ" ลู่เหยียนยิ้มรับ เปิดฝาขวดแล้วกระดกไปหลายอึก
จั่วซิวแอบยิ้มมุมปากอย่างมีเลศนัย
ทั้งสี่คนร้องเพลงกันต่อได้สักพัก จู่ๆลู่เหยียนก็เริ่มรู้สึกไม่สบายตัว
"เหยียนเหยียน เป็นอะไรหรือเปล่า?" จั่วซิวแสร้งทำสีหน้าเป็นห่วงเป็นใย
"รู้สึกร้อนๆน่ะ แล้วก็เวียนหัวนิดหน่อย" ลู่เหยียนขมวดคิ้ว มือยกขึ้นกุมขมับ
"สงสัยแอร์คงไม่เย็น ฉันเองก็เริ่มร้อนเหมือนกัน" จั่วซิวผสมโรง ก่อนจะเสนอแนะว่า "เราร้องเพลงกันมานานแล้ว ในเมื่อเธอไม่สบาย งั้นพวกเรากลับกันเถอะ"
"ฉันกลับเองได้ พวกเธอร้องต่อเถอะ อย่าให้ฉันทำทุกคนหมดสนุกเลย" ลู่เหยียนเกรงใจ ไม่อยากเป็นตัวถ่วง
"ใช่ๆ เวลายังเหลืออีกเยอะ เพิ่งจะสามทุ่มเอง"
"พวกเราขอร้องต่ออีกหน่อย ลู่เหยียนกลับไปก่อนก็ได้นะ"
เพื่อนร่วมห้องอีกสองคนรีบสนับสนุน เพราะยังไม่อยากกลับ
"งั้นฉันจะไปเช็คบิลให้ก่อน พวกเธอร้องต่อไปเถอะ แต่เหยียนเหยียนกลับคนเดียวฉันไม่วางใจ เดี๋ยวฉันไปส่งเธอเอง" จั่วซิวอาสา
ลู่เหยียนชะงักไปเล็กน้อย รู้สึกแปลกใจที่จั่วซิวดูกระตือรือร้นผิดปกติ แต่ด้วยอาการมึนหัวที่รุมเร้า ทำให้สมองประมวลผลได้ช้า เธอจึงพยักหน้าตกลง
"งั้นรบกวนด้วยนะ"
"รบกวนอะไรกัน พี่น้องห้องเดียวทั้งนั้น" จั่วซิวยิ้มหวาน
หลังจากตกลงกันได้ จั่วซิวก็ประคองลู่เหยียนที่เริ่มเดินเซออกจากห้องคาราโอเกะ ท่าทางเหมือนเพื่อนรักที่คอยดูแลกันเป็นอย่างดี
พอออกมาถึงหน้าร้าน จั่วซิวก็เรียกแท็กซี่ ทำท่าจะพาลู่เหยียนกลับหอพัก
แต่รถเพิ่งเคลื่อนตัวไปได้ไม่ไกล จั่วซิวก็แกล้งคลำกระเป๋าตัวเอง แล้วร้องอุทานด้วยความตกใจ
"แย่แล้ว! ฉันลืมหยิบกุญแจห้องมา!"
"อ้าว แล้วจะเข้าห้องยังไงล่ะ? โทรหาเพื่อนๆให้กลับมาเปิดให้ไหม?" ลู่เหยียนถาม
กุญแจห้องมีแค่สองชุด ชุดหนึ่งอยู่กับจั่วซิว อีกชุดอยู่กับเพื่อนอีกคนที่ยังร้องเพลงอยู่ ลู่เหยียนไม่ได้พกกุญแจมา
"ช่างเถอะ พวกนั้นกำลังสนุก อย่าไปกวนเลย" จั่วซิวส่ายหน้า ก่อนจะเสนอทางออก "คืนนี้เราไปเปิดโรงแรมใกล้ๆนอนกันเถอะ"
"หา? เปลืองเงินแย่เลยนะ" ลู่เหยียนแย้ง
"ไม่เป็นไรน่า ถือซะว่าเลี้ยงวันเกิด ฉันออกเอง" จั่วซิวโชว์ป๋า
"เงินเธอก็เงินเหมือนกัน เก็บไว้เถอะ อย่าสิ้นเปลืองเลย" ลู่เหยียนยังคงเสียดาย
"เอาน่า ไม่กี่บาทหรอก ตามใจเจ้าของวันเกิดหน่อยสิ" จั่วซิวยืนกราน
"ก็ได้..." ลู่เหยียนที่ร่างกายอ่อนเปลี้ยเพลียแรง เริ่มรู้สึกไม่ไหว ยอมแพ้ในที่สุด
จั่วซิวสั่งคนขับแท็กซี่ให้เปลี่ยนเส้นทางไปยังโรงแรมใกล้ๆ
เมื่อมาถึงโรงแรม จั่วซิวเปิดห้องพักหนึ่งห้อง แล้วประคองลู่เหยียนขึ้นไป
ระหว่างที่ประคอง จั่วซิวสัมผัสได้ชัดเจนว่าตัวของลู่เหยียนร้อนผ่าวราวกับคนเป็นไข้สูง
ลู่เหยียนรู้สึกทรมานมากขึ้นเรื่อยๆ ความร้อนรุ่มแปลกประหลาดแล่นพล่านไปทั่วร่าง พอถึงห้องพัก เธอจึงรีบขอตัวไปอาบน้ำเย็นหวังจะดับความรุ่มร้อนในกาย
จั่วซิวหาข้ออ้างขอยืมโทรศัพท์มือถือของลู่เหยียนมาเก็บไว้ เพื่อตัดขาดการติดต่อจากโลกภายนอก และอาศัยจังหวะที่ลู่เหยียนอยู่ในห้องน้ำรีบกดโทรหาใครบางคน
...
หวังฮ่าวหรานกำลังนั่งเอนหลังสบายๆบนโซฟาในห้องรับแขก เล่นเกมกับสวี่มู่เหยียนอย่างเพลิดเพลิน
ข้างกายมีเฟิ่งซวนซู่และหนิงอ้าวเสวี่ยคอยปรนนิบัติ ป้อนผลไม้ให้กินแข่งกันอย่างเอาใจ ราวกับฮ่องเต้ที่มีนางสนมซ้ายขวา
ทันใดนั้น หน้าจอโทรศัพท์ก็เด้งแจ้งเตือนสายเรียกเข้าทางวีแชท
พอเห็นชื่อจั่วซิว เขาก็เดาได้ทันทีว่าต้องมีเรื่องเกี่ยวกับลู่เหยียน จึงแกล้งขอตัวไปเข้าห้องน้ำ แล้วกดรับสาย
"มีอะไร?"
"ฉันจะส่งโลเคชั่นให้คุณ รีบมาเดี๋ยวนี้เลยค่ะ เรื่องเกี่ยวกับลู่เหยียน" จั่วซิวพูดรัวเร็วด้วยความตื่นเต้น
"พูดมาให้ชัดๆ เกิดอะไรขึ้น?" หวังฮ่าวหรานถามเสียงเข้ม
"เรื่องดีค่ะ! เอาเป็นว่ารีบมาเถอะ ขืนช้าเดี๋ยวจะไม่ทันการณ์!" น้ำเสียงของจั่วซิวเจือความร้อนรน
"ถ้าหลอกฉัน เธอโดนดีแน่" หวังฮ่าวหรานระแวงว่ายัยนี่อาจจะวางแผนล่อลวงเขาไปทำมิดีมิร้าย จึงขู่ไว้ก่อน
"มาเถอะค่ะ รับรองว่าเป็นเซอร์ไพรส์ที่คุณต้องชอบแน่!" จั่วซิวยืนยันหนักแน่น
"ส่งโลเคชั่นมา" หวังฮ่าวหรานตัดบทแล้ววางสาย
ไม่กี่วินาที สถานที่ก็ถูกส่งมา
หวังฮ่าวหรานขมวดคิ้วเมื่อเห็นพิกัดเป็นโรงแรม แต่สุดท้ายก็ตัดสินใจว่าจะลองไปดูสักหน่อย
เขาเดินกลับไปที่ห้องรับแขก แกล้งทำท่าหาวหวอดๆ บอกทุกคนว่าง่วงนอน แล้วขอตัวกลับขึ้นห้อง จากนั้นก็แอบปีนหน้าต่างหนีออกมา
หนิงอ้าวเสวี่ยรู้ฝีมือเขาดี คงไม่ตามมาหรอก แต่เฟิ่งซวนซู่นี่สิ ถ้าให้รู้ว่าเขาออกไปข้างนอกตอนดึกดื่น มีหวังตามติดเป็นเงาแน่
นี่แหละคือเหตุผลที่ต้องเล่นละครตบตา
เพื่อไม่ให้เป็นที่สังเกต หวังฮ่าวหรานไม่ได้เอารถออกจากโรงรถ แต่เลือกจะเดินออกไปเรียกแท็กซี่ที่ถนนใหญ่ มุ่งหน้าไปยังพิกัดที่จั่วซิวส่งมา
ไม่นานนัก เขามาหยุดยืนอยู่หน้าห้องพักในโรงแรม เคาะประตูเบาๆ
"มาแล้วเหรอคะ เข้ามาเร็ว!" จั่วซิวเปิดประตูรับด้วยท่าทางลุกลี้ลุกลน
หวังฮ่าวหรานเดินเข้าไปในห้อง กวาดตามองเห็นแต่จั่วซิวคนเดียว เริ่มหงุดหงิดขึ้นมา แต่พอได้ยินเสียงน้ำไหลซู่ๆมาจากห้องน้ำ เขาก็ชะงัก
"ลู่เหยียนอยู่ข้างในค่ะ ที่เหลือก็... ฝากคุณจัดการต่อนะคะ" จั่วซิวชี้ไปทางห้องน้ำ ยิ้มอย่างมีเลศนัย
"หมายความว่าไง?" หวังฮ่าวหรานขมวดคิ้ว
จั่วซิวขยับเข้ามาใกล้ กระซิบอธิบายแผนการอันชั่วร้ายของเธอ
พอฟังจบ หวังฮ่าวหรานถึงกับตะลึง ก่อนจะระเบิดอารมณ์ออกมา
"ฉันแค่ให้เธอคอยส่งข่าว! ใครใช้ให้เธอทำเรื่องบ้าๆแบบนี้!?"
จั่วซิวสะดุ้งโหยงที่โดนด่า รีบแก้ตัวพัลวัน
"ก็ยัยลู่เหยียนมันเล่นตัว ถ้าคุณไปจีบดีๆ ชาตินี้คงไม่ได้แอ้มหรอกค่ะ แบบนี้ไม่ดีกว่าเหรอ? รวบหัวรวบหางทีเดียวจบ!"
"เธอใช้ส้นเท้าคิดหรือไง? ถ้าลู่เหยียนฟื้นขึ้นมาแล้วอาละวาดล่ะ?" หวังฮ่าวหรานกัดฟันกรอด
"ฉันคิดแผนไว้หมดแล้วค่ะ! ง่ายนิดเดียว คุณก็แค่อัดคลิปตอน...เอ่อ... ตอนทำภารกิจไว้ แล้วเอาไปข่มขู่ รับรองเธอไม่กล้าแจ้งความแน่นอน" จั่วซิวเสนอไอเดียอย่างภูมิใจ
หวังฮ่าวหรานนวดขมับด้วยความปวดหัว ทำไมพวกตัวร้ายเกรดต่ำมันถึงชอบใช้วิธีสิ้นคิดแบบนี้กันนักนะ? คราวก่อนก็เจิ้นซือหมิน คราวนี้ก็จั่วซิวอีก
"เรื่องนี้ฉันไม่เกี่ยว! ฉันไม่ใช่คนประเภทนั้น เธอเป็นคนก่อเรื่องก็เช็ดล้างเองแล้วกัน!"
หวังฮ่าวหรานไม่อยากเอาตัวไปเกลือกกลั้วกับเรื่องพรรค์นี้ ทิ้งประโยคเด็ดแล้วหันหลังเดินออกจากห้องไปทันที
จั่วซิวยืนเคว้งคว้าง หน้าซีดเผือด ซวยแล้ว...
ถ้าลู่เหยียนรู้ความจริง เธอตายแน่ จะพาไปโรงพยาบาลก็คงไม่ทันการณ์ แถมเสี่ยงโดนฟ้องอีก
ไม่ได้การ... ต้องชิงลงมือก่อน ในเมื่อทำไปแล้วก็ต้องทำให้สุด!
จั่วซิวเกลียดลู่เหยียนเข้าไส้อยู่แล้ว ถือโอกาสนี้ทำลายชีวิตมันซะเลย
ไอ้คุณชายหวังปอดแหกไม่กล้าทำ งั้นฉันหาคนกล้าๆมาแทนก็ได้!
คิดได้ดังนั้น จั่วซิวก็คว้าโทรศัพท์ขึ้นมา กดโทรหาผู้ชายคนหนึ่งทันที
*****