- หน้าแรก
- เกิดใหม่ทั้งที ดันกลายเป็นนายน้อยจอมวายร้ายไปซะได้
- บทที่ 360 คาบเรียนเต้นรำ
บทที่ 360 คาบเรียนเต้นรำ
บทที่ 360 คาบเรียนเต้นรำ
เมื่อได้ยินคำเตือนของจั่วซิว หวังฮ่าวหรานก็อดขำไม่ได้ แต่เขาไม่ได้ใส่ใจอะไรมากนัก
ลู่เหยียนเป็นนางเอก พฤติกรรมเย่อหยิ่งถือตัวแบบนั้นย่อมเป็นเรื่องปกติของนางเอกตามสูตรสำเร็จ
และเพราะแบบนี้แหละถึงยิ่งท้าทาย
ถ้าแค่กระดิกนิ้วเรียกแล้วสาวเจ้าวิ่งแจ้นเข้ามาหา แบบนั้นมันจะไปสนุกอะไร
จั่วซิวและเพื่อนๆนำทางหวังฮ่าวหรานไปยังห้องซ้อมเต้น
ตอนนี้ใกล้จะถึงเวลาเริ่มเรียนแล้ว เหล่านักศึกษาต่างทยอยมาถึง
หวังฮ่าวหรานทอดสายตามองไปที่ประตูทางเข้า หญิงสาววัยใสหน้าตาดีหลายคนเดินเข้ามาในห้องอย่างต่อเนื่อง
สมกับที่เป็นวิทยาลัยศิลปะ ระดับความสวยและรูปร่างโดยเฉลี่ยของสาวๆที่นี่สูงกว่ามหาวิทยาลัยทั่วไปแบบคนละชั้น
แต่ถึงอย่างนั้น เขาก็ยังไม่เห็นใครที่โดดเด่นสะดุดตาเป็นพิเศษ
กระทั่งในจังหวะที่เขากำลังคิดอยู่นั้นเอง กลุ่มนักศึกษาสาวกลุ่มใหม่ก็เดินเข้ามา หนึ่งในนั้นมีออร่าเปล่งประกาย หน้าตาสวยสดงดงาม รูปร่างสมส่วนไร้ที่ติ คะแนนความงามโดยรวมน่าจะแตะระดับ 97 ได้สบายๆ
ไม่ต้องถามให้เสียเวลา หวังฮ่าวหรานเดาได้ทันทีว่านี่แหละคือลู่เหยียน
และเหมือนจะยืนยันความคิดของเขา จั่วซิวที่ยืนอยู่ข้างๆรีบกระซิบกระซาบด้วยน้ำเสียงที่เจือความอิจฉาริษยาอย่างปิดไม่มิดว่า
"ยัยผู้หญิงตัวสูงๆผมยาวตรงสีดำคนนั้นแหละคือลู่เหยียน"
หวังฮ่าวหรานพยักหน้าเบาๆ "ดูเหมือนเธอจะไม่ค่อยชอบเขาเท่าไหร่นะ"
"ยัยนั่นชอบทำตัวแปลกแยก ไม่ค่อยสุงสิงกับใคร เพื่อนผู้หญิงในคณะส่วนใหญ่ก็ไม่ชอบหน้าทั้งนั้นแหละ" จั่วซิวตอบ
หวังฮ่าวหรานยิ้มบางโดยไม่พูดอะไร เขามองออกทะลุปรุโปร่งว่าจั่วซิวแค่อิจฉาที่ลู่เหยียนสวยกว่าตนก็เท่านั้น
ในคลาสนี้ ถ้าวัดกันที่หน้าตา รองจากลู่เหยียนลงมาก็คงเป็นจั่วซิวนี่แหละ
ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ก็คงเหมือนกับ 'จิวยี่กับขงเบ้ง' ในสามก๊ก อารมณ์ประมาณว่า 'เมื่อฟ้าส่งข้ามาเกิดแล้ว ไฉนจึงส่งคนเก่งกว่าอย่างเจ้ามาเกิดด้วย' และจั่วซิวก็คงรับบทเป็นจิวยี่ผู้คับแค้นใจนั่นเอง
"เอาล่ะ ถอยห่างจากฉันหน่อย อย่ามายืนใกล้เกินไป" หวังฮ่าวหรานกระซิบบอกจั่วซิวเสียงเบา
ในเมื่อจั่วซิวไม่ถูกกับลู่เหยียน ลู่เหยียนก็คงไม่ชอบหน้าจั่วซิวเหมือนกัน เขาไม่อยากให้ลู่เหยียนพาลเหม็นขี้หน้าเขาไปด้วยเพียงเพราะเห็นเขาสนิทสนมกับจั่วซิว
จั่วซิวหน้าเจื่อนไปเล็กน้อย แต่ก็เข้าใจความหมายดี เธอไม่กล้าขัดใจลูกเศรษฐีตอนกำลังจะจีบสาว จึงรีบขยับตัวออกห่าง แสร้งทำเป็นไม่รู้จักกัน
ในห้องเรียนนอกจากนักศึกษาที่ลงทะเบียนแล้วยังมีนักศึกษาที่มานั่งเรียนร่วมอีกจำนวนหนึ่ง ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้หญิง ผู้ชายนับหัวได้เลย
ดังนั้นการมีผู้ชายมานั่งอยู่ในห้องนี้จึงตกเป็นเป้าสายตาอย่างช่วยไม่ได้
และด้วยรูปร่างหน้าตาที่หล่อเหลาบาดใจ บวกกับบุคลิกที่ดูดีมีระดับ หวังฮ่าวหรานจึงตกเป็นเป้าสายตาของสาวๆทั้งห้อง หลายคนแอบมองเขาด้วยความชื่นชม บ้างก็ซุบซิบกันแล้วหัวเราะคิกคักด้วยความเขินอาย
เมื่อลู่เหยียนเดินเข้ามาและสังเกตเห็นปฏิกิริยาของเพื่อนๆ เธอก็มองตามสายตาเหล่านั้นไปที่หวังฮ่าวหราน และเผลอจ้องมองใบหน้าหล่อเหลานั้นอยู่นานกว่าปกติเล็กน้อยราวกับต้องมนต์สะกด
แต่เพียงครู่เดียว เธอก็รีบดึงสติกลับมาและละสายตาออก
ลู่เหยียนเดินไปนั่งรวมกลุ่มกับเพื่อนที่สนิทกันตรงมุมห้องซ้อม
ไม่นานนัก อาจารย์สาวก็เดินเข้ามา
วิชานี้เป็นวิชา 'การเต้นรำตะวันตกคลาสสิก' อาจารย์เริ่มเกริ่นนำด้วยการบรรยายประวัติศาสตร์และทฤษฎีพื้นฐานของศิลปะการเต้นแขนงนี้
เนื่องจากนักศึกษาในห้องล้วนเป็นเด็กปีหนึ่ง และนี่เป็นคาบเรียนแรก จึงจำเป็นต้องปูพื้นฐานทฤษฎีก่อน
หลังจากอาจารย์บรรยายภาคทฤษฎีจบไปครึ่งคาบ ก็เริ่มเข้าสู่ภาคปฏิบัติ โดยสอนท่าพื้นฐานง่ายๆ
นักศึกษาที่นี่ล้วนมีพื้นฐานการเต้นติดตัวมาบ้างแล้ว จึงเรียนรู้ได้ไว พอสอนท่าพื้นฐานจบก็หมดเวลาเรียนในคาบแรกพอดี
ตารางเรียนช่วงบ่ายวันนี้เป็นวิชาการเต้นรำคลาสสิกยาวรวดเดียว
อาจารย์จึงปล่อยให้นักศึกษาพักเบรกสั้นๆ ก่อนจะเริ่มฝึกซ้อมท่าเต้นแบบต่อเนื่องในคาบต่อไป
ในช่วงพักเบรก อาจารย์ได้เรียกนักศึกษาชายสองสามคนออกไปข้างนอก เหมือนจะให้ไปช่วยยกของ
ลู่เหยียนนั่งพักผ่อนขัดสมาธิอยู่ที่พื้นตรงมุมห้อง
หวังฮ่าวหรานอยากจะเข้าไปทักทายทำความรู้จัก แต่สุดท้ายก็ล้มเลิกความคิด
ถึงจะหล่อแค่ไหน แต่การจะเดินดุ่มๆเข้าไปคุย แล้วหวังจะพิชิตใจนางเอกให้ได้ภายในไม่กี่ประโยคมันเป็นไปไม่ได้หรอก
แถมการบุกเข้าไปแบบไม่มีปี่มีขลุ่ยอาจจะดูรุกเร้าเกินไป จนลู่เหยียนระแวงว่าเขามีเจตนาแอบแฝงได้
หวังฮ่าวหรานลูบคางพลางครุ่นคิดหาแผนการที่แยบยลกว่านี้
ทันใดนั้นเอง อาจารย์ก็กลับเข้ามาพร้อมกับนักศึกษาชายที่ช่วยกันเข็นเปียโนหลังใหญ่เข้ามาในห้อง
และคนที่เดินตามขบวนมาด้วยคือนักศึกษาหนุ่มหน้าตาดีคนหนึ่ง
"ว้าว! นั่นมันฉือเริ่นเหลียง เดือนคณะดุริยางค์ศิลป์ปีสามนี่นา!"
"เดือนมหาลัยมาทำอะไรที่ห้องเรียนเราเนี่ย?"
"หล่อจังเลย... ฉันจะเป็นลมแล้ว..."
ทันทีที่หนุ่มหล่อคนนั้นปรากฏตัว สาวๆในห้องก็ส่งเสียงกรี๊ดกร๊าดกันเกรียวกราว
"เพื่อให้ทุกคนเข้าถึงอารมณ์เพลงและเรียนรู้การเต้นรำคลาสสิกได้ดียิ่งขึ้น รุ่นพี่ฉือเริ่นเหลียงอาสาจะมาบรรเลงเปียโนประกอบการสอนให้พวกเราด้วยตัวเองเลย" อาจารย์รีบอธิบายเมื่อเห็นนักศึกษาแตกตื่น
สิ้นเสียงอาจารย์ เสียงเฮก็ดังกระหึ่มขึ้นไปอีก ห้องเรียนแทบจะกลายเป็นตลาดสด
หวังฮ่าวหรานหรี่ตามองไอ้หนุ่มฉือเริ่นเหลียงคนนั้น... กล้าดียังไงมาแย่งซีนฉัน?
ฉือเริ่นเหลียงยิ้มกว้างรับเสียงเชียร์ วางมาดรุ่นพี่ผู้แสนดี กล่าวทักทายทุกคนอย่างเป็นกันเอง เรียกคะแนนนิยมได้อีกโข
จากนั้น เขาก็เดินตรงดิ่งไปหาลู่เหยียนพร้อมรอยยิ้มกระชากใจ
"สวัสดีครับน้องลู่เหยียน"
สาวๆคนอื่นเห็นแบบนั้นก็มองด้วยความอิจฉาตาร้อน
ลู่เหยียนมีสีหน้าเรียบเฉย ไม่ได้พูดตอบโต้อะไร เพียงแค่ส่งยิ้มแห้งๆกลับไปตามมารยาท
จั่วซิวเห็นหวังฮ่าวหรานจ้องมองฉือเริ่นเหลียงอยู่จึงรีบขยับเข้ามาใกล้ แล้วกระซิบรายงานเพื่อเอาใจ
"อีตาฉือเริ่นเหลียงเนี่ยบ้านรวยมาก ครอบครัวเป็นนักดนตรี ฝีมือเปียโนก็เทพสุดๆ แต่เปลี่ยนแฟนบ่อยยิ่งกว่าเปลี่ยนเสื้อผ้า แฟนคนล่าสุดเพิ่งโดนเทไปเมื่อวานนี้เอง ดูท่าทางแล้ว... เป้าหมายต่อไปคงเป็นลู่เหยียนแน่ๆ คุณเจอคู่แข่งตัวฉกาจเข้าแล้วล่ะ!"
เธอหยุดเล็กน้อย ก่อนจะเสนอตัว "แต่ฉันมีวิธีแฉความเลวของหมอนี่ให้ลู่เหยียนรู้นะ รับรองว่าลู่เหยียนเกลียดขี้หน้ามันแน่ สนใจให้ฉันช่วยไหม?"
"ไม่จำเป็น" หวังฮ่าวหรานส่ายหน้า
วิธีของจั่วซิวมันช้าเกินไป อย่างน้อยก็ต้องใช้เวลาหลายวัน เขาไม่อยากรอ
อีกอย่าง ไอ้ฉือเริ่นเหลียงนี่ก็แค่ตัวประกอบเกรดบี บทบาท 'หนุ่มเจ้าชู้' ดาษดื่น ลู่เหยียนไม่มีทางแลหรอก
หวังฮ่าวหรานไม่จำเป็นต้องลดตัวลงไปแข่งกับคนพรรค์นี้
แต่ถึงอย่างนั้น... เขาก็ไม่ยอมให้ใครมา 'เก๊กหล่อ' ข้ามหน้าข้ามตาเขาเด็ดขาด
กริ่งบอกเวลาเริ่มเรียนดังขึ้น
นักศึกษาต่างแยกย้ายเข้าประจำที่ ฉือเริ่นเหลียงจัดแจงเสื้อผ้าหน้าผม เตรียมเดินไปนั่งที่เปียโนเพื่อเริ่มโหมดโชว์ออฟจีบสาว
ทว่า... ขณะที่กำลังเดินอย่างมาดมั่น ขาของเขากลับเหมือนถูกอะไรบางอย่างเกี่ยวจนสะดุด
ร่างสูงโปร่งเสียหลักคะมำ หน้าคว่ำลงกระแทกพื้นอย่างแรง!
พลั่ก!
ใบหน้าหล่อเหลาจูบพื้นเต็มรัก ฟันหน้าสองสามซี่กระเด็นหลุดออกมาจากปาก กลิ้งหลุนๆไปกับพื้น!
*****