เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 358 ปิดฉากเย่ชิว

บทที่ 358 ปิดฉากเย่ชิว

บทที่ 358 ปิดฉากเย่ชิว


[ติ๊ง! โฮสต์บงการอยู่เบื้องหลัง เป็นเหตุให้ตัวเอก 'เย่ชิว' ถูกจับกุมและต้องเผชิญหน้ากับกระบวนการยุติธรรม ได้รับแต้มวายร้าย 1,600 แต้ม! ออร่าตัวเอกของเย่ชิว -80, ออร่าตัวร้ายของโฮสต์ +80!]

[ติ๊ง! เย่ชิวหมดหนทางรอดโดยสิ้นเชิง สูญเสียสถานะ 'ตัวเอก' อย่างเป็นทางการ]

[ติ๊ง! ขอแสดงความยินดี ออร่าตัวร้ายของโฮสต์ทะลุ 9,000 แต้ม! ระบบกำลังคำนวณรางวัล กรุณารอสักครู่]

หวังฮ่าวหรานได้รับข้อความแจ้งเตือนสามอันติด แต่เขาไม่ได้รู้สึกแปลกใจเลยสักนิดที่เย่ชิวถึงจุดจบ

ก่อนหน้านี้ตอนจับตัวเย่ชิวได้ น้ำที่เขากรอกปากอีกฝ่ายไปไม่ได้มีแค่ยาทำลายความเป็นชาย แต่ยังผสม "สารพิษทำลายระบบประสาท" ลงไปด้วย ซึ่งจะส่งผลให้กล้ามเนื้อเป็นอัมพาตถาวร รักษาไม่หาย

เมื่อเย่ชิวสูญเสียร่างกายที่แข็งแกร่งระดับยอดนักฆ่า บวกกับหลักฐานมัดตัวแน่นหนาที่ปู้เฟยเยียนรวบรวมมาได้ จุดจบของเขาก็คือคุกตารางอย่างไม่ต้องสงสัย

ความจริงแล้ว หวังฮ่าวหรานรู้สึกเสียดายนิดหน่อย

เพราะแผนเดิมคือจะเลี้ยงไข้เย่ชิวไว้ คอยขัดขวางไม่ให้หาคนเช่าบ้านได้ ค่อยๆรีดไถแต้มวายร้ายไปเรื่อยๆ แต่ใครจะไปนึกว่าเจ้าเย่ชิวจะใจร้อน วิ่งทะเล่อทะล่าเอาหัวมาพาดเขียงเอง

หวังฮ่าวหรานสลัดความรู้สึกเสียดายทิ้งไป แล้วหันมาตื่นเต้นกับรางวัลจากการที่ออร่าตัวร้ายทะลุ 9,000 แต้มแทน

ยกเว้นครั้งแรกที่รางวัลแอบเกลือไปหน่อย ครั้งต่อๆมาล้วนแต่เป็นของดีระดับเทพทั้งนั้น

รอบนี้จะได้อะไรนะ?

ระหว่างที่กำลังลุ้น ระบบก็เด้งข้อความแจ้งเตือนขึ้นมา

[ติ๊ง! คำนวณรางวัลสำเร็จ! ยินดีด้วย โฮสต์ได้รับ 'การ์ดทดลองจับกดไร้เงื่อนไข' 1 ใบ]

พอเห็นชื่อรางวัล หวังฮ่าวหรานก็เลิกคิ้วสูง รู้สึกคุ้นๆชื่อนี้ชอบกล

เขารีบกดเข้าไปดูรายละเอียดทันที

[การ์ดทดลองจับกดไร้เงื่อนไข (มูลค่า 60,000 แต้มวายร้าย)]

เมื่อใช้งาน จะเปิด 'โหมดจับกด' ทำให้สามารถรวบหัวรวบหางนางเอกคนใดก็ได้ และจะทำให้ค่าความชอบของนางเอกคนนั้นพุ่งขึ้นจนเต็มเปี่ยมทันที

(หมายเหตุ 1: การ์ดมีอายุการใช้งาน 3 ชั่วโมงหลังเปิดใช้ หากหมดเวลาจะถือเป็นโมฆะ)

(หมายเหตุ 2: การ์ด 1 ใบ ใช้ได้กับนางเอก 1 คนเท่านั้น)

พออ่านจบ หวังฮ่าวหรานก็เข้าใจ มิน่าล่ะถึงคุ้นๆ

นี่มันเวอร์ชันลดสเปคของ "ออร่าจับกดไร้สิ้นสุด" ของเหยียนหยุนเทียนชัดๆ!

ต่างกันตรงที่นี่เป็นแค่ "การ์ดทดลอง" มีเวลาจำกัด และใช้ได้แค่คนเดียว

ส่วนของเหยียนหยุนเทียนเป็น "สกิลติดตัว" ที่ใช้ได้ตลอดชีพ

เทียบกันแล้ว การ์ดใบนี้กระจอกกว่าของเหยียนหยุนเทียนหลายขุม

แต่ถ้ามองในแง่การใช้งาน มันก็ถือว่าเทพอยู่ เพราะสามารถพิชิตใจนางเอกได้ทันทีหนึ่งคน ไม่ว่าค่าความประทับใจเริ่มต้นจะติดลบแค่ไหน ก็สามารถดีดนิ้วเปลี่ยนให้เป็น 100 ได้ในพริบตา

ถึงอย่างนั้น หวังฮ่าวหรานกลับเบ้ปากด้วยความไม่ชอบใจ

ในฐานะจอมวายร้ายระดับบอส การใช้วิธีลัดแบบนี้ไปจัดการนางเอกมันดูเสียศักดิ์ศรีสุดๆ นี่มันวิถีของตัวร้ายเกรดต่ำชัดๆ!

...

บ่ายวันรุ่งขึ้น

หวังฮ่าวหรานแวะไปที่ร้านบาร์บีคิวของครอบครัวอวี้ซือฉิง

"เสื้อแห้งแล้วค่ะ เดี๋ยวฉันไปหยิบมาให้นะคะ"

ทันทีที่เห็นหน้าหวังฮ่าวหราน อวี้ซือฉิงก็รู้ทันทีว่าเขามาทำไม เธอรีบวิ่งขึ้นไปชั้นบน แล้วกลับลงมาพร้อมเสื้อแจ็คเก็ตตัวเมื่อวาน

หวังฮ่าวหรานรับเสื้อมาพาดบ่า แล้วเอ่ยชวน "ว่างไหม? ไปเดินเล่นกันหน่อยสิ"

อวี้ซือฉิงยืนอึ้ง นึกว่าหูฝาด "คะ... คุณว่าอะไรนะคะ?"

"ฉันถามว่า... พอจะให้เกียรติไปเดินเล่นเป็นเพื่อนฉันหน่อยได้ไหม?" หวังฮ่าวหรานย้ำคำเชิญ

"เอ่อ..." อวี้ซือฉิงทำตัวไม่ถูก เกิดมาไม่เคยมีผู้ชายคนไหนมาชวนเธอไปเดินเล่น ยิ่งเป็นหนุ่มหล่อระดับเทพบุตรแบบนี้ยิ่งไม่เคยฝันถึง

"ซือฉิง ไปเถอะลูก ที่ร้านตอนนี้ไม่ค่อยยุ่ง ไปเปิดหูเปิดตาบ้าง" แม่ของอวี้ซือฉิงที่ยืนฟังอยู่รีบส่งเสริม

จากเหตุการณ์เมื่อวาน แม่ของเธอรู้สึกดีกับหวังฮ่าวหรานมาก มองว่าเขาเป็นคนจิตใจดี ไม่ใช่คนเลวร้ายอะไร

อีกอย่าง แม่ของเธอก็ไม่คิดว่าหวังฮ่าวหรานจะมีเจตนาชู้สาวกับลูกสาวตัวเอง คิดว่าเป็นแค่เพื่อนร่วมสถาบันคุยกันตามประสาวัยรุ่น จึงอนุญาตเต็มที่

อวี้ซือฉิงเองก็เรียนปีหนึ่งเหมือนกัน ถือว่าเป็นรุ่นเดียวกัน แค่อยู่คนละคณะ

"งั้น... รอสักครู่นะคะ ขอไปเปลี่ยนชุดก่อน"

ใจจริงอวี้ซือฉิงก็อยากไปอยู่แล้ว แค่อายเฉยๆ พอแม่เปิดทางให้ เธอก็รีบตอบรับทันที

หวังฮ่าวหรานพยักหน้ายิ้มๆ

หายไปครู่ใหญ่ อวี้ซือฉิงก็กลับลงมาในชุดเดรสกระโปรงสไตล์หวานๆ ดูน่ารักสดใส

"เสร็จแล้วค่ะ... ไปกันเถอะ" เธอก้มหน้าตอบเสียงเบาหวิวจนแทบจะไม่ได้ยิน

หวังฮ่าวหรานพาอวี้ซือฉิงเดินออกจากร้าน ไปยังศาลาพักผ่อนอันเงียบสงบในสวนสาธารณะใกล้ๆ

ที่ม้านั่งในศาลา มีหญิงสาวคนหนึ่งนั่งรออยู่ก่อนแล้ว

"มาแล้วเหรอ" หญิงสาวคนนั้นหันมาทักทายเมื่อได้ยินเสียงฝีเท้า

อวี้ซือฉิงมองหญิงสาวผู้มีกิริยาสูงส่งและงดงามราวกับดอกบัวหิมะบนยอดเขาแล้วก็ต้องตะลึงงัน ความรู้สึกด้อยค่าถาโถมเข้ามาในใจ แต่เธอก็ยิ้มขื่นขมอย่างเข้าใจ... คนระดับเขาย่อมต้องคู่กับผู้หญิงสวยๆแบบนี้

"นี่เพื่อนฉันเอง เธอชื่อเปี่ยนซูเหวิน เป็นหมอ" หวังฮ่าวหรานสังเกตเห็นอาการน้อยเนื้อต่ำใจของอวี้ซือฉิงจึงรีบแนะนำตัวเพื่อไม่ให้เธอเข้าใจผิด

พอได้ยินคำว่า "หมอ" ความน้อยใจของอวี้ซือฉิงก็มลายหายไป แทนที่ด้วยความหวังอันริบหรี่

"ปานบนหน้าฉัน... เคยไปหาหมอมาหลายที่แล้วค่ะ แต่ก็..."

"เพื่อนฉันคนนี้ไม่เหมือนหมอทั่วไปหรอก เชื่อใจฉันสิ" หวังฮ่าวหรานพูดตัดบทด้วยน้ำเสียงมั่นใจ

อวี้ซือฉิงพยักหน้า แล้วเดินตามหวังฮ่าวหรานเข้าไปนั่งในศาลาอย่างว่าง่าย

เปี่ยนซูเหวินส่งสายตาหวานเชื่อมให้หวังฮ่าวหรานแวบหนึ่ง แต่เมื่อนึกได้ว่ามีบุคคลที่สามอยู่ เธอจึงสงวนท่าที แล้วหันไปสนใจอวี้ซือฉิงแทน

โดนจ้องมองระยะประชิด อวี้ซือฉิงก็เผลอก้มหน้าหลบสายตาด้วยความประหม่า

"ไม่ต้องเกร็งหรอก ขอฉันตรวจดูหน่อย จะได้วินิจฉัยถูก" เปี่ยนซูเหวินพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน

อวี้ซือฉิงค่อยๆเงยหน้าขึ้น แต่ทว่ามือทั้งสองข้างยังกำชายกระโปรงแน่นด้วยความตื่นกลัว

เปี่ยนซูเหวินเอื้อมมือไปเปิดผมม้าของอวี้ซือฉิงขึ้น เธอสัมผัสได้ว่าร่างของอีกฝ่ายสั่นเทา แต่เพราะคำยืนยันของหวังฮ่าวหราน อวี้ซือฉิงจึงยอมอยู่นิ่งๆไม่ขัดขืน

เปี่ยนซูเหวินพิจารณาปานดำนั้นอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะปล่อยผมลง แล้วขมวดคิ้วน้อยๆ

"เป็นยังไงบ้าง?" หวังฮ่าวหรานเห็นสีหน้าไม่สู้ดีก็พอจะเดาคำตอบได้ แต่ยังถามเพื่อความแน่ใจ

"ปานนี้มันฝังรากลึกถึงเนื้อใน การจะกำจัดให้หายเกลี้ยงร้อยเปอร์เซ็นต์โดยไม่ทิ้งร่องรอย... ฉันทำไม่ได้" เปี่ยนซูเหวินตอบตามตรงด้วยความรู้สึกผิด

"ฉันทำได้แค่ทำให้มันจางลงมากๆ แต่ด้วยพื้นฐานผิวของเพื่อนคุณที่ขาวเนียนละเอียดมาก แม้จะเหลือรอยจางๆก็อาจจะยังมองเห็นได้ชัดอยู่ดี"

หวังฮ่าวหรานทำใจไว้แล้วจึงไม่ได้ผิดหวังอะไรมาก เขาเดาไว้แล้วว่าปานของอวี้ซือฉิงน่าจะเป็นเคสที่ต้องให้ลู่เฉินรักษาเท่านั้นถึงจะหายขาด

แต่ประเด็นคือ ตอนนี้ลู่เฉินเสียน้องชายไปแล้ว เขาคงไม่มีกะจิตกะใจจะมาสนใจเรื่องความสวยความงามของอวี้ซือฉิงหรอก แรงจูงใจในการรักษาคงหายไปแล้ว

ถ้าจะให้ลู่เฉินรักษาก็คงต้องจ้างด้วยเงินก้อนโต

ซึ่ง... หวังฮ่าวหรานไม่มีทางยอมเสียเงินให้ตัวเอกแน่ๆ!

ดูท่าคงต้องใช้เส้นสายแล้วสินะ

ต้องหาทางตีสนิทกับคนใกล้ชิดของลู่เฉิน แล้วให้คนนั้นเป็นสะพานพาอวี้ซือฉิงไปรักษา แบบนี้ถึงจะไม่ต้องเสียเงินสักแดง

และคนใกล้ชิดของลู่เฉินที่เขารู้จักก็มีอยู่สองคน ปู่แก่ๆของลู่เฉิน และ... น้องสาวแสนสวยของลู่เฉิน

ถามว่าจะเลือกตีสนิทใคร...

หึๆ คำถามนี้ต้องใช้สมองคิดด้วยเหรอ?

*****

จบบทที่ บทที่ 358 ปิดฉากเย่ชิว

คัดลอกลิงก์แล้ว