เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 354 สะกดรอย

บทที่ 354 สะกดรอย

บทที่ 354 สะกดรอย


รุ่งเช้าวันใหม่

ฉิวเฉียนเว่ยตื่นขึ้นมาด้วยใบหน้าเปล่งปลั่งสดใสราวกับดอกไม้ที่ได้รับน้ำค้างยามเช้า

เมื่อคืนเธอค้างที่นี่ และหลับสบายตลอดทั้งคืน

ผิดกับเฟิ่งซวนซู่และหนิงอ้าวเสวี่ยที่นอนอยู่ห้องข้างๆ ซึ่งแทบจะไม่ได้หลับไม่ได้นอน พลิกตัวไปมาทั้งคืน

สาเหตุก็เพราะ... เมื่อคืนพวกเธอได้ยินเสียงแปลกๆดังมาจากห้องของหวังฮ่าวหราน

พอได้ยินแบบนั้น ข้อสงสัยที่เฟิ่งซวนซู่เคยมีเกี่ยวกับ "สุขภาพ" ของสามีก็มลายหายไปจนสิ้น ในใจทั้งรู้สึกดีใจลึกๆ แต่ก็แอบหวั่นใจอยู่ไม่น้อย

ฉิวเฉียนเว่ยตื่นลงมาเจอสายตาแปลกๆของเฟิ่งซวนซู่และหนิงอ้าวเสวี่ย รู้สึกเขินอายจนหน้าแดง แต่ก็ต้องแข็งใจทำหน้านิ่ง แสร้งทำเป็นว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น

ท่องไว้... ตราบใดที่ฉันไม่เขิน คนที่เขินก็คือพวกหล่อน!

เฟิงอันนาตื่นแต่เช้าตรู่มาเตรียมอาหาร ทุกคนจึงมานั่งล้อมวงกินข้าวเช้าด้วยกัน

หลังมื้อเช้า หวังฮ่าวหรานก็ออกไปเรียนตามปกติอย่างสบายอารมณ์

พอมาถึงห้องเรียน หลี่หมิง ลูกน้องคนสนิทก็รีบวิ่งเข้ามารายงาน

"ลูกพี่! เมื่อกี้ผมเพิ่งเจอไอ้เย่ชิวมา"

"มันซ้อมนายอีกแล้วเหรอ?" หวังฮ่าวหรานกวาดตามองหลี่หมิงหัวจรดเท้า แต่ไม่เห็นร่องรอยบาดแผลอะไร

"เปล่าครับลูกพี่ ท่าทางมันดีมากเลย บอกว่าเรื่องคราวก่อนเป็นเรื่องเข้าใจผิด บอกให้ผมอย่าเก็บมาใส่ใจ" หลี่หมิงเล่า

หวังฮ่าวหรานหรี่ตาลงทันที คนอย่างเย่ชิวไม่มีทางไว้หน้าตัวประกอบเกรดบีอย่างหลี่หมิงแน่ๆ เรื่องนี้มีกลิ่นทะแม่งๆ

"นายโดนมันหลอกถามข้อมูลหรือเปล่า? ได้บอกมันไหมว่าฉันเป็นคนจ้างทนายไปฟ้องมัน?"

"ไม่มีทางครับลูกพี่! ผมไม่ใช่คนปากสว่าง เรื่องของลูกพี่ผมไม่หลุดปากพูดสักแอะ!" หลี่หมิงยืนยันหนักแน่นด้วยความมั่นใจ

หวังฮ่าวหรานจ้องตาหลี่หมิงเขม็ง สัมผัสได้ว่าอีกฝ่ายไม่ได้โกหก แต่เขาก็ยังไม่วางใจ

เย่ชิวเป็นถึงตัวเอกแนวนักฆ่า ย่อมมีลูกเล่นแพรวพราวที่คนธรรมดาคาดไม่ถึง

เป็นไปได้ว่า... เย่ชิวอาจจะใช้เทคนิคสะกดจิตหลี่หมิง เพื่อล้วงข้อมูลบางอย่างไปแล้ว

หลี่หมิงอาจจะพูดอะไรออกไปโดยที่เจ้าตัวไม่รู้ด้วยซ้ำ

...

หลังจากเรียนเสร็จ หวังฮ่าวหรานนึกถึงซ่งเจินอวี่ขึ้นมาได้ จึงติดต่อหาเธอเพื่อถามไถ่สารทุกข์สุกดิบ

ทั้งสองคุยกันทางโทรศัพท์อยู่ครู่หนึ่ง ซ่งเจินอวี่อยากจะตอบแทนความช่วยเหลือของหวังฮ่าวหราน จึงชวนเขาไปหาอะไรกิน

หวังฮ่าวหรานเองก็ไม่ได้เจอเธอนานแล้ว จึงตอบตกลง

ไม่นานนัก ทั้งคู่ก็นัดเจอกันที่หน้ามหาวิทยาลัย

ซ่งเจินอวี่พาหวังฮ่าวหรานไปที่ร้านบาร์บีคิวปิ้งย่างข้างๆมหาวิทยาลัย

"ฉันเลี้ยงเธอได้แค่ร้านแบบนี้..." ซ่งเจินอวี่พูดอย่างเกรงใจ

"ร้านนี้ดีจะตาย ผมชอบนะ" หวังฮ่าวหรานโบกมืออย่างไม่ถือสา

ร้านนี้มู่เจาเจาเคยลากเขามากินหลายครั้งแล้ว สะอาดสะอ้าน รสชาติก็ใช้ได้เลยทีเดียว

ทั้งสองสั่งบาร์บีคิวปิ้งย่างมาหลายไม้ และสั่งผัดหมี่มาอีกสองจาน

ระหว่างรออาหาร หวังฮ่าวหรานก็ชวนคุย "เรื่องเรียนเป็นยังไงบ้างครับ ราบรื่นดีไหม?"

"ยิ่งกว่าราบรื่นอีก ต้องเรียกว่าฉลุยเลย" ซ่งเจินอวี่ยิ้มแก้มปริ

เพราะหวังฮ่าวหรานฝากฝังไว้ จี้สุ่ยเหยาจึงทุ่มเทถ่ายทอดวิชาความรู้ให้ซ่งเจินอวี่อย่างเต็มที่

บวกกับซ่งเจินอวี่เป็นคนหัวไว เรียนรู้อะไรได้เร็ว อีกไม่นานคงพร้อมสอบเลื่อนระดับแล้ว

"งั้นก็ดีเลย ขอให้สอบผ่านนะครับ" หวังฮ่าวหรานอวยพร

"ต้องขอบคุณเธอจริงๆ ถ้าไม่ได้อาจารย์ดีๆแบบศาสตราจารย์จี้ ฉันคงต้องนั่งงมไปอีกนาน" ซ่งเจินอวี่กล่าวด้วยความซาบซึ้งใจ

"คนกันเองครับ ไม่ต้องเกรงใจขนาดนั้นหรอก" หวังฮ่าวหรานยิ้ม

"อื้อ งั้นฉันไม่เกรงใจแล้วนะ" ซ่งเจินอวี่เลิกพิธีรีตอง

ตอนนี้ยังหัวค่ำอยู่ ลูกค้าในร้านยังไม่เยอะ ไม่นานบาร์บีคิวที่สั่งก็มาเสิร์ฟ

หวังฮ่าวหรานกำลังจะเริ่มกิน แต่สัญชาตญาณอันเฉียบคมก็เตือนว่ามีสายตาคู่หนึ่งกำลังจ้องมองเขาอยู่

เขาแสร้งทำเป็นกวาดตามองไปรอบๆร้าน แล้วก็สะดุดตากับบุคคลน่าสงสัยคนหนึ่ง

ชายคนนั้นสวมหมวกแก๊ปปีกกว้างปิดบังใบหน้าส่วนใหญ่ แต่ไม่อาจเล็ดรอดตาทิพย์ของเขาไปได้

เย่ชิว

หวังฮ่าวหรานสรุปได้ทันทีว่าเย่ชิวคงได้เบาะแสมาจากหลี่หมิงจริงๆ

อย่างน้อยเย่ชิวก็รู้แล้วว่าเขาคือคนบงการเรื่องฟ้องร้อง

และเผลอๆจากการที่ปู้เฟยเยียนโดนจับได้ เย่ชิวอาจจะปะติดปะต่อเรื่องราวได้แล้ว ว่าเหตุการณ์ไฟไหม้บ้านเก่าและการบุกรุกบ้านใหม่ล้วนเป็นฝีมือของเขา

หวังฮ่าวหรานรู้สึกขัดใจเล็กน้อย

เจ้าแกะตัวนี้แทนที่จะยืนนิ่งๆให้เขาถอนขน ดันกระโดดหนีออกจากคอกซะได้

"ทำไมไม่กินล่ะ?" ซ่งเจินอวี่เห็นหวังฮ่าวหรานถือไม้ปลาหมึกค้างไว้ก็ถามด้วยความสงสัย

"ก็ใครใช้ให้คุณสวยขนาดนี้ล่ะ มองหน้าคุณผมก็อิ่มอกอิ่มใจจนลืมกินแล้ว" หวังฮ่าวหรานหยอดคำหวานตามนิสัย

"ปากหวานนักนะ... ถ้าคนนั่งตรงข้ามไม่ใช่ฉัน เธอก็คงพูดแบบนี้เหมือนกันใช่ไหม?"

ซ่งเจินอวี่แอบดีใจจนเนื้อเต้น แต่ก็แกล้งทำปากแข็ง

"ไม่มีทาง ถ้าเป็นผู้หญิงน่าเกลียด ผมไม่แม้แต่จะชายตามองหรอก" หวังฮ่าวหรานเบ้ปาก แล้วเสริมต่อ "ถ้าน่าเกลียดจริง ผมคงไม่มานั่งกินข้าวด้วยตั้งแต่แรกแล้ว"

จังหวะนั้นเอง ลูกสาวเจ้าของร้านกำลังเดินถือจานผัดหมี่มาเสิร์ฟที่โต๊ะพอดี พอได้ยินคำว่า "น่าเกลียด" ร่างของเธอก็สะดุ้งเฮือก มือไม้อ่อนจนทำจานผัดหมี่หลุดมือ เทกระจาดใส่เสื้อแจ็คเก็ตราคาแพงของหวังฮ่าวหรานเต็มๆ

คราบน้ำมันและซอสเปรอะเปื้อนเสื้อสวยๆจนดูไม่ได้

"ขอโทษค่ะ! ขอโทษจริงๆค่ะ! ขอโทษ..." ลูกสาวเจ้าของร้านก้มหัวขอโทษรัวๆ ตัวสั่นงันงก

จังหวะที่ก้มหน้า ผมหน้าม้าที่ยาวลงมาปิดหน้าปิดตาก็แหวกออก เผยให้เห็นปานดำขนาดใหญ่ที่กินพื้นที่ไปเกือบครึ่งหน้า

หวังฮ่าวหรานสะดุ้งเล็กน้อย

เขาเคยมาที่นี่หลายครั้ง เคยเห็นลูกสาวเจ้าของร้านคนนี้ผ่านๆ นึกว่าเธอเป็นสาวติสท์ที่ชอบไว้ผมปิดหน้า ที่แท้ก็เพื่อปกปิดปานดำนี่เอง

หวังฮ่าวหรานเผลอขมวดคิ้ว เพราะปานนั่นมันดูน่ากลัวจริงๆ

คนพูดไม่คิด แต่คนฟังเจ็บจริง เมื่อกี้เขาเพิ่งพูดคำว่า "น่าเกลียด" ออกไป เธอคงได้ยินเข้าแล้วกระทบจิตใจ จนมือไม้สั่นทำของหกใส่เขา

"โห... น่าเกลียดชะมัด! หน้าตาโคตรสยองเลย ข้าวแทบพุ่ง!"

"เกิดมาขี้เหร่ไม่ใช่ความผิด แต่เสนอหน้าออกมาหลอกหลอนคนอื่นนี่สิผิดมหันต์!"

"ยัยหน้าผี! ทำเสื้อคุณชายหวังเลอะหมดแล้ว ยังไม่รีบคุกเข่าขอโทษอีก!?"

...

โต๊ะข้างๆซึ่งเป็นกลุ่มนักศึกษาปีหนึ่งที่จำหวังฮ่าวหรานได้ เริ่มปากดี ตะโกนด่าทอถากถางลูกสาวเจ้าของร้านอย่างสนุกปาก

หวังฮ่าวหรานได้ยินแล้วก็ชะงัก

ฉากแบบนี้มัน... คุ้นๆแฮะ เหมือนพล็อตนางเอกโดนตัวร้ายรังแกเปี๊ยบเลย?

แต่ลูกสาวเจ้าของร้านหน้าตาอัปลักษณ์ขนาดนี้ จะเป็นนางเอกได้ไง?

เอ๊ะ... เดี๋ยวนะ... เป็นไปได้แฮะ

หวังฮ่าวหรานฉุกคิดขึ้นมาได้ ลองเพ่งพินิจลูกสาวเจ้าของร้านดูดีๆ

รูปร่างของเธอซ่อนรูป แต่ส่วนเว้าส่วนโค้งชัดเจน โครงหน้าและเครื่องหน้าสวยสมบูรณ์แบบมาก

ถ้าไม่มีปานดำนั่น... เธอก็นางฟ้าดีๆนี่เอง!

หวังฮ่าวหรานหรี่ตาลง จมูกเริ่มได้กลิ่นตุๆของ 'พล็อตสำเร็จรูป' ลอยมาแต่ไกล

*****

จบบทที่ บทที่ 354 สะกดรอย

คัดลอกลิงก์แล้ว