เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 352 สามสาวเปิดศึก

บทที่ 352 สามสาวเปิดศึก

บทที่ 352 สามสาวเปิดศึก


ยามค่ำคืน

"กลับมาแล้วเหรอคะ อาหารเย็นเตรียมเสร็จพอดีเลย"

เมื่อได้ยินเสียงความเคลื่อนไหว เฟิงอันนาก็รีบร้อนมาเปิดประตู โค้งตัวต้อนรับหวังฮ่าวหรานด้วยความนอบน้อม

แต่ทว่า ทันทีที่เงยหน้าขึ้น เธอไม่ได้เห็นแค่หวังฮ่าวหราน แต่ยังมีหญิงสาวหน้าตาดีอีกสองคนยืนอยู่ข้างกายเขา

หนึ่งในนั้นเป็นใครไม่รู้ แต่สวยเสียจนเธอแอบรู้สึกอิจฉาไม่ได้

แต่เธอก็ไม่ได้จ้องมองนานนัก เพราะสายตาไปสะดุดเข้ากับคนคุ้นเคยที่ยืนอยู่ข้างๆ

"อ้าวเสวี่ย?"

"อันนา?"

ทั้งสองคนอุทานชื่อของอีกฝ่ายออกมาแทบจะพร้อมกันด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความประหลาดใจ

หนิงอ้าวเสวี่ยและเฟิงอันนาเป็นเหมือนเพื่อนร่วมชะตากรรมที่ "หัวอกเดียวกัน" ทั้งคู่รู้จักกันมานานแล้ว แต่ไม่ได้เจอกันพักใหญ่

ใครจะไปนึกว่าจะมาเจอกันในสถานการณ์แบบนี้

"ในบ้านเจ้าทำไมถึงมีหญิงอื่นอยู่ด้วยล่ะ?" เฟิ่งซวนซู่เห็นเฟิงอันนาก็เอ่ยถามด้วยความแปลกใจ

หวังฮ่าวหรานเตรียมคำตอบไว้ตั้งแต่ระหว่างทางแล้ว เมื่อเจอสายตาแห่งคำถามของเฟิ่งซวนซู่ เขาจึงตอบกลับอย่างใจเย็น

"นี่เพื่อนผมเอง ชื่อเฟิงอันนา คนที่ผมเคยขอให้คุณช่วยนั่นแหละ เธอซาบซึ้งใจที่ผมช่วยเลยอยากจะให้เงินตอบแทน แต่ผมไม่ขาดแคลนเงิน เธอเลยเสนอตัวมาเป็นแม่บ้านให้สองสามเดือน... ผมอยู่คนเดียว ทำอาหารก็ไม่เป็น กำลังต้องการคนช่วยดูแลบ้านพอดี"

เมื่อได้ยินคำอธิบาย เฟิ่งซวนซู่ก็พยักหน้ารับอย่างเข้าใจ

ก่อนหน้านี้หวังฮ่าวหรานเคยขอให้นางช่วยเฟิงอันนา ซึ่งนางก็ตอบตกลงทันทีโดยที่ยังไม่เคยเห็นหน้าค่าตาของอีกฝ่าย

"ขอบคุณมากนะคะที่ช่วยฉันไว้" เฟิงอันนาหัวไว พอได้ยินที่หวังฮ่าวหรานพูดก็รีบสวมบทบาท หันไปขอบคุณเฟิ่งซวนซู่ทันที

"ไม่จำเป็น ที่ข้าช่วยก็เพราะเห็นแก่หน้าฮ่าวหรานเท่านั้น" เฟิ่งซวนซู่ตอบอย่างไม่ใส่ใจ

"ยังไงก็ต้องขอบคุณอยู่ดีค่ะ" เฟิงอันนายิ้มอย่างเป็นมิตร

"อันนา เรื่องนั้นที่เจ้าพะวงมาตลอด..." หนิงอ้าวเสวี่ยถามหยั่งเชิง

"ฉันถอนหมั้นกับเหยียนหยุนเทียนเรียบร้อยแล้ว ตอนนี้ฉัน... ฉันเป็นอิสระแล้ว" เฟิงอันนาพูดถึงตรงนี้ก็ชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะฝืนยิ้มพูดต่อด้วยน้ำเสียงยินดี

แม้จะถอนหมั้นกับเหยียนหยุนเทียนสำเร็จ แต่ความเป็นจริงคือ... เธอไม่ได้เป็นอิสระเลยสักนิด เรียกว่าหนีเสือปะจระเข้ชัดๆ

แต่ความรู้สึกขมขื่นนี้ เฟิงอันนาไม่กล้าแสดงออกมาให้ใครเห็น เพราะกลัวจะไปสะกิดต่อมโมโหของหวังฮ่าวหรานจนตัวเองเดือดร้อน

เฟิงอันนาเก็บซ่อนความรู้สึกที่แท้จริงไว้ได้อย่างมิดชิด จนทั้งหนิงอ้าวเสวี่ยและเฟิ่งซวนซู่ดูไม่ออก

"เยี่ยมเลย! ในที่สุดเราสองคนก็สมหวังดั่งใจแล้ว" หนิงอ้าวเสวี่ยยิ้มกว้าง เดินเข้าไปจับมือแสดงความยินดีกับเฟิงอันนา

"เธอก็ถอนหมั้นกับเหยียนหยุนเทียนแล้วเหมือนกันเหรอ?" เฟิงอันนาถามด้วยความประหลาดใจ

"ใช่ เพิ่งจะเมื่อวันนี้เอง... เจ้าไม่รู้อะไร ตอนกลางวันเหยียนหยุนเทียนสภาพดูไม่ได้เลยล่ะ" หนิงอ้าวเสวี่ยเล่าอย่างขบขัน

"ยินดีด้วยนะ!" เฟิงอันนารู้ดีว่านี่คือความปรารถนาสูงสุดของหนิงอ้าวเสวี่ย เธอจึงแสดงความยินดีจากใจจริง

"ขอบใจนะ" หนิงอ้าวเสวี่ยตอบรับด้วยรอยยิ้ม

"อย่ามัวแต่ยืนคุยกันหน้าประตูเลย เข้าไปข้างในเถอะ" หวังฮ่าวหรานเอ่ยชวน

ทุกคนเดินเข้ามาในวิลล่า ตรงไปยังโต๊ะอาหาร

กับข้าวบนโต๊ะจัดวางไว้อย่างหรูหราอลังการ แม้ข้าวสวยที่หุงไว้อาจจะน้อยไปหน่อย แต่กับข้าวเยอะขนาดนี้ก็เพียงพอสำหรับสี่คนกินอิ่มสบายๆ

"อันนา ทำไมไม่นั่งล่ะ?" หนิงอ้าวเสวี่ยเห็นเฟิงอันนายืนเก้ๆกังๆก็ถามด้วยความสงสัย

เฟิงอันนาไม่ใช่ไม่อยากนั่ง แต่ ‘ไม่กล้า’ นั่งต่างหาก ทว่าเธอก็ยังแสร้งทำเป็นปกติ ตอบกลับไปว่า

"ฉันทานเรียบร้อยแล้ว เชิญพวกคุณทานกันเถอะ"

หวังฮ่าวหรานเริ่มลงมือทาน พอตักกับข้าวเข้าปากคำหนึ่ง เขาก็ต้องเลิกคิ้วด้วยความแปลกใจ "รสชาติดีนี่ สั่งมาจากภัตตาคารเหรอ?"

"สมัยเรียนหนังสือ ฉันเคยไปเรียนทำอาหารกับเชฟระดับโลกมาน่ะค่ะ" เฟิงอันนาตอบ

ในฐานะลูกสาวที่ถูกเลี้ยงดูมาเพื่อการแต่งงานเชื่อมสัมพันธ์ทางธุรกิจ ตั้งแต่เด็กพ่อแม่จึงให้เธอเรียนรู้ทักษะสารพัดอย่าง ทั้งดนตรี เต้นรำ และการทำอาหาร เพื่อปั้นให้เธอเป็นกุลสตรีที่เพียบพร้อม

จุดประสงค์ก็เพื่อให้ว่าที่สามีประทับใจ จะได้เป็นประโยชน์ต่อตระกูลเฟิงในภายภาคหน้า

หากวันหนึ่งเฟิงอันนาได้แต่งงานไป เธอจะเป็นภรรยาประเภทที่ 'ออกงานสังคมก็สง่า เข้าครัวก็มีเสน่ห์' อย่างแท้จริง

แน่นอน... ยกเว้นงานแบกหามหรืองานหยาบๆ เพราะเธอต้องถนอมมือคู่งามนี้ไว้ไม่ให้หยาบกร้าน

ฝีมือการทำอาหารของเฟิงอันนาทำให้หวังฮ่าวหรานประหลาดใจไม่น้อย

"มานั่งกินด้วยกันเถอะ พวกเธอรู้จักกันไม่ใช่เหรอ ถือโอกาสรำลึกความหลังกันซะหน่อยสิ"

หวังฮ่าวหรานรู้ดีว่าเฟิงอันนาไม่กล้ากินก่อนแน่นอน เพื่อเห็นแก่เซอร์ไพรส์เรื่องอาหารรสเลิศ เขาจึงใจดีอนุญาตให้เธอร่วมวง ไม่คิดจะกดขี่เธอจนอดข้าวอดน้ำ

"นั่นสินะคะ" เฟิงอันนารับคำอย่างเป็นธรรมชาติ

หลังมื้ออาหาร เฟิงอันนาเริ่มเก็บโต๊ะ

เฟิ่งซวนซู่กับหนิงอ้าวเสวี่ยก็เข้าไปช่วยเช่นกัน

"ไม่ต้องหรอกค่ะ ให้ฉันทำเองดีกว่า" เฟิงอันนารู้สถานะตัวเองดี จะกล้าให้แขกมาช่วยได้ยังไง

"ไม่เป็นไรหรอก ช่วยกันดีกว่า" เฟิ่งซวนซู่ยิ้ม

"ใช่ ไม่ต้องเกรงใจหรอก" หนิงอ้าวเสวี่ยก็เสริมขึ้นมา

ทั้งสองสาวต่างอยากโชว์ความเป็นแม่ศรีเรือน จึงยืนกรานจะช่วยให้ได้

เฟิงอันนาจนปัญญา ได้แต่ปล่อยเลยตามเลย

หลายคนช่วยกันประเดี๋ยวเดียวก็เสร็จ จานชามถูกลำเลียงเข้าเครื่องล้างจานอัตโนมัติ

เครื่องนี้เฟิงอันนาลงทุนไปซื้อมาเมื่อตอนกลางวันเพื่อปกป้องมือสวยๆของเธอโดยเฉพาะ

หลังจากนั่งพักผ่อนในห้องรับแขกกันสักพัก เฟิ่งซวนซู่และหนิงอ้าวเสวี่ยก็แยกย้ายไปเลือกห้องนอน

วิลล่ามีสองชั้น ชั้นล่างเป็นโซนใช้สอย ส่วนชั้นบนเป็นห้องนอนทั้งหมด หวังฮ่าวหรานและเฟิงอันนาจองไปคนละห้องแล้ว ตอนนี้สองสาวที่เหลือก็ต้องเลือกห้องของตัวเอง

เฟิ่งซวนซู่และหนิงอ้าวเสวี่ยต่างพร้อมใจกันเลือกห้องที่อยู่ขนาบซ้ายขวาของหวังฮ่าวหราน โดยให้เหตุผลเดียวกันเป๊ะว่า "จะได้สะดวกในการปกป้องเขา"

เฟิงอันนาแม้จะงงๆกับสถานการณ์ แต่ก็พอมองออกว่าสองคนนี้กะจะปักหลักอยู่ที่นี่

ซึ่งสำหรับเธอแล้ว นี่เป็นเรื่องน่ายินดีมาก

ถ้ามีคนอื่นอยู่ด้วย อีตาหวังฮ่าวหรานคงไม่กล้าทำอะไรบ้าๆกับเธอแน่

เฟิงอันนาแอบดีใจเงียบๆ แล้วเดินไปล้างผลไม้มาเสิร์ฟทุกคน

"สตรอว์เบอร์รีนี่หวานมากเลย ลองชิมสิ" เฟิ่งซวนซู่หยิบสตรอว์เบอร์รีลูกหนึ่งป้อนไปที่ปากของหวังฮ่าวหราน

"อืม หวานจริงๆด้วย" หวังฮ่าวหรานกัดไปครึ่งลูก แล้วทำท่าจะงับส่วนที่เหลือในมือเธอต่อ

แต่เฟิ่งซวนซู่ดันชักมือกลับ เอาสตรอว์เบอร์รีอีกครึ่งลูกที่เขากัดเหลือไว้ใส่ปากตัวเองหน้าตาเฉย

บรรยากาศรอบข้างพลันหยุดนิ่ง

ทั้งหนิงอ้าวเสวี่ยและเฟิงอันนาต่างเบิกตากว้าง จ้องมองเฟิ่งซวนซู่เป็นตาเดียว

[ติ๊ง! โฮสต์ทำให้นางเอก 'หนิงอ้าวเสวี่ย' เกิดความรู้สึกหึงหวง ได้รับแต้มวายร้าย 500 แต้ม!]

เฟิ่งซวนซู่วางมาดนิ่ง สงบเยือกเย็น ไม่สะทกสะท้าน เพราะในใจคิดว่า สามีภรรยาทำแบบนี้ก็ไม่แปลกอะไรนี่นา

แต่ในสายตาของหนิงอ้าวเสวี่ยมันคนละเรื่อง นางคิดว่าผู้หญิงคนนี้หน้าไม่อาย ทำตัวยั่วยวนผู้ชายชัดๆ!

หนิงอ้าวเสวี่ยไม่ถนัดเรื่องแบบนี้และไม่เคยทำมาก่อน แต่ในเมื่อเป็นผู้หญิงเหมือนกัน เรื่องแค่นี้ทำไมจะเลียนแบบไม่ได้?

นางหยิบสตรอว์เบอร์รีขึ้นมาลูกหนึ่ง แล้วเลียนแบบท่าทางของเฟิ่งซวนซู่แบบช็อตต่อช็อต

เฟิ่งซวนซู่ถึงกับตาโต จ้องเขม็งไปที่หนิงอ้าวเสวี่ย

[ติ๊ง! โฮสต์ทำให้นางเอก 'เฟิ่งซวนซู่' เกิดความรู้สึกหึงหวง ได้รับแต้มวายร้าย 500 แต้ม!]

*****

จบบทที่ บทที่ 352 สามสาวเปิดศึก

คัดลอกลิงก์แล้ว