- หน้าแรก
- เกิดใหม่ทั้งที ดันกลายเป็นนายน้อยจอมวายร้ายไปซะได้
- บทที่ 348 มาเยือนถึงหน้าประตู
บทที่ 348 มาเยือนถึงหน้าประตู
บทที่ 348 มาเยือนถึงหน้าประตู
หลังจากวางสายอวี่หนิง หวังฮ่าวหรานก็โทรหาเฟิ่งซวนซู่ต่อทันที
"จะชวนข้าไปกินข้าวหรือ?"
เสียงรอสายดังขึ้นเพียงครั้งเดียว เฟิ่งซวนซู่ก็กดรับแทบจะในวินาทีนั้น น้ำเสียงของนางเต็มไปด้วยความตื่นเต้นดีใจ
"วันนี้คงไม่ว่าง เอาไว้วันหลังนะ" หวังฮ่าวหรานตอบปฏิเสธไปก่อนจะเข้าประเด็น เขาอ้างเหตุผลมั่วๆขึ้นมาข้อหนึ่งว่า
"ช่วงนี้ผมกำลังหัดวาดรูป อยากจะลองสเก็ตช์ภาพบ้านเรือนเก่าๆ คุณพอจะรู้ไหมว่าในเมืองชิงหลิงมีคฤหาสน์โบราณอยู่ที่ไหนบ้าง?"
เหตุผลนี้ฟังดูทะแม่งๆชอบกล เฟิ่งซวนซู่เป็นคนต่างถิ่น ส่วนเขาเติบโตที่เมืองชิงหลิงมาตั้งแต่เด็ก เฟิ่งซวนซู่จะไปรู้ดีกว่าเจ้าถิ่นอย่างเขาได้ยังไง?
แต่ทว่า เฟิ่งซวนซู่ไม่ได้สนใจรายละเอียดเล็กน้อยพวกนั้นเลย ในหัวของนางตอนนี้มีเพียงความคิดเดียว คือการได้ใช้เวลาอยู่ร่วมกับ 'สามี' ส่วนเรื่องอื่นนั้นนางโยนทิ้งไปหมดแล้ว
"มีสิ มีแน่นอน! หลานชายข้ามีคฤหาสน์ใหญ่อยู่หลังหนึ่ง" เฟิ่งซวนซู่รีบตอบกลับรัวเร็ว "เดี๋ยวข้าจะพาเจ้าไปเอง ที่นั่นเหมาะกับการวาดรูปสุดๆเลย"
"จะดีเหรอ รบกวนคุณแย่เลย" หวังฮ่าวหรานแกล้งทำเป็นเกรงใจตามมารยาท
"ไม่รบกวนเลย ไม่เลยสักนิด!" เฟิ่งซวนซู่เร่งเร้า "ตอนนี้เจ้าอยู่ที่ไหน? เราไปกันเถอะ"
"ผมขอเตรียมของก่อน เดี๋ยวติดต่อไปนะ" หวังฮ่าวหรานตอบกลับ
ในเมื่ออ้างว่าจะไปวาดรูป ย่อมต้องเตรียมอุปกรณ์วาดเขียนไปให้สมบทบาท
"ได้ แล้วเจอกันนะ" เฟิ่งซวนซู่ตอบรับ
หวังฮ่าวหรานเตรียมตัวออกจากบ้าน
เวลานี้เป็นช่วงเช้าตรู่ เฟิงอันนาที่ตรากตรำทำความสะอาดบ้านมาตั้งแต่เมื่อคืนจนถึงเช้า สภาพดูอิดโรยและเหนื่อยล้าสุดขีด
"ฉันทำความสะอาดเสร็จหมดแล้ว... ขอตัวไปพักผ่อนได้ไหมคะ?" เฟิงอันนาถามเสียงอ่อยอย่างหมดเรี่ยวแรง
"ไปเถอะ" หวังฮ่าวหรานเห็นว่าเธอทำตัวดี จึงไม่ได้กลั่นแกล้งอะไรต่อ
พอได้ยินคำอนุญาต เฟิงอันนาก็เหมือนได้รับนิรโทษกรรม รีบพาร่างอันอ่อนล้าเดินเข้าห้องนอนไปทันที
หวังฮ่าวหรานขับรถลัมโบร์กินีตัวท็อปออกจากวิลล่า แวะซื้ออุปกรณ์วาดรูปแถวๆมหาวิทยาลัยชิงหลิง จากนั้นจึงติดต่อเฟิ่งซวนซู่
หลังจากรับเฟิ่งซวนซู่ขึ้นรถ ทั้งสองก็มุ่งหน้าไปยังคฤหาสน์ของเหยียนหยุนเทียน
ระหว่างทาง เฟิ่งซวนซู่พยายามโทรหาเหยียนหยุนเทียน แต่เจ้าตัวไม่รับสาย นางจึงโทรหาอวี่หนิงแทน
เมื่อมาถึงหน้าคฤหาสน์ อวี่หนิงก็มายืนรอต้อนรับอยู่ที่ประตู
"ยินดีที่ได้พบเจ้าค่ะนายหญิงซวนซู่" อวี่หนิงทักทายด้วยรอยยิ้ม ก่อนจะแสร้งทำเป็นไม่รู้จักหวังฮ่าวหราน แล้วหันไปถามเฟิ่งซวนซู่ว่า "แล้วท่านนี้คือ...?"
"สหายข้าเอง เขาอยากหาสถานที่วาดรูปน่ะ ข้าเลยพาเขามาที่นี่" เฟิ่งซวนซู่แนะนำ
อวี่หนิงพยักหน้ารับ ก่อนจะผายมือเชื้อเชิญ "เชิญด้านในเจ้าค่ะ" แล้วเดินนำทางเข้าไป
ทั้งสามเดินเข้ามาภายในคฤหาสน์หลังใหญ่
"เหยียนหยุนเทียนล่ะ?" เฟิ่งซวนซู่ถามขึ้นลอยๆ
"ช่วงนี้เขาอารมณ์ไม่ค่อยดี ตื่นสายตลอด เกือบเที่ยงนู่นแหละถึงจะลุก ตอนนี้น่าจะยังหลับอยู่เจ้าค่ะ"
อวี่หนิงตอบตามข้อมูลที่ได้มาจากคนรับใช้ชายที่ดูแลเหยียนหยุนเทียน ซึ่งเป็นการตอบคำถามที่เป็นธรรมชาติมาก
เฟิ่งซวนซู่พยักหน้าและไม่ได้สนใจอะไรอีก
ด้วยสถานะของเธอ การจะพาใครสักคนเข้ามาวาดรูปในบ้านหลานชายไม่จำเป็นต้องขออนุญาตเจ้าตัวด้วยซ้ำ
หวังฮ่าวหรานเดินสำรวจไปรอบๆคฤหาสน์ ก่อนจะเลือกมุมสวยๆมุมหนึ่งในสวน กางกระดาษวาดเขียน และเริ่มลงมือ 'สเก็ตช์ภาพ'
เฟิ่งซวนซู่ยืนเฝ้าอยู่ข้างๆ ไม่กล้ารบกวนสมาธิ ได้แต่จ้องมองทุกอริยาบถของหวังฮ่าวหรานเงียบๆ
ทั้งที่เป็นกิจกรรมอันน่าเบื่อหน่าย แต่ในสายตาของเฟิ่งซวนซู่ นางกลับเต็มไปด้วยความสุข
เพราะที่ตรงนี้มีแค่เขากับนาง ต่อให้ไม่ได้พูดคุยอะไรกัน แค่ได้อยู่ใกล้ๆ เฟิ่งซวนซู่ก็รู้สึกยินดีแล้ว
ทว่า หวังฮ่าวหรานกลับรู้สึกอึดอัดเล็กน้อย เพราะเขาไม่ได้มาวาดรูปจริงๆ แต่มีจุดประสงค์อื่นแอบแฝง
แต่ด้วย 'ทักษะการคัดลอกระดับปรมาจารย์' ฝีมือการวาดของเขาจึงดูดีมีระดับ หลังจากแกล้งวาดไปได้ไม่กี่นาที เขาก็หันไปบอกเฟิ่งซวนซู่ว่า
"ขอตัวไปเข้าห้องน้ำหน่อยนะ"
"เดี๋ยวข้าไปเป็นเพื่อน" เฟิ่งซวนซู่โพลงขึ้นทันที
"เอ่อ... มันจะดีเหรอ?" หวังฮ่าวหรานตาโตขึ้นเล็กน้อย
"มะ...หมายถึง ข้ากลัวเจ้าหาห้องน้ำไม่เจอ เลยจะเดินไปส่งเฉยๆ" เฟิ่งซวนซู่รู้ตัวว่าพูดอะไรออกไป รีบแก้ตัวด้วยความเขิน
"ไม่เป็นไร เมื่อกี้ตอนเดินเข้ามาผมเห็นผ่านๆแล้วว่าห้องน้ำอยู่ตรงไหน ไม่ต้องนำทางหรอก ผมไปเองได้" หวังฮ่าวหรานรีบปฏิเสธ เขาไม่อยากให้เธอตามมาวุ่นวาย
"งั้น... ก็ได้" เฟิ่งซวนซู่ไม่ได้ดึงดัน
หวังฮ่าวหรานเดินแยกตัวออกมาจนพ้นสายตาเฟิ่งซวนซู่ แล้วตรงเข้าไปยังสวนอีกด้านของคฤหาสน์
รออยู่สักพัก อวี่หนิงก็ตามมาสมทบ
"หยุนซวนยังไม่ตื่นเลยเจ้าค่ะ" อวี่หนิงรู้จุดประสงค์ของเจ้านายดี พอเห็นว่าปลอดคนก็รีบรายงาน
"ยังหลับอยู่เหรอ..." หวังฮ่าวหรานผิดหวังเล็กน้อย
อุตส่าห์มาถึงที่ กะว่าจะใช้ออร่าเสน่ห์ล่อหยุนซวนให้แปรพักตร์สักหน่อย แต่ถ้าเป้าหมายยังหลับอยู่ ก็คงทำอะไรไม่ได้
"ถ้าเขาตื่นเมื่อไหร่รีบส่งข่าวบอกฉันทันที" หวังฮ่าวหรานสั่งการ
ไหนๆก็มาแล้ว รออีกหน่อยจะเป็นไรไป
"เจ้าค่ะ" อวี่หนิงรับคำ
หวังฮ่าวหรานเดินออกจากสวน กลับไปยังจุดวาดรูป
เฟิ่งซวนซู่ยังคงยืนชะเง้อคอรออยู่ที่เดิม ราวกับภรรยาตัวน้อยที่ยืนรอสามีกลับบ้านอย่างไรอย่างนั้น
…...
ในอีกด้านหนึ่ง
หลังจากอวี่หนิงแยกกับหวังฮ่าวหราน มีคนรับใช้มารายงานว่ามีแขกมาขอพบ
นางเดินตามคนรับใช้ไปที่หน้าประตูใหญ่ พบหญิงสาวหน้าตาสะสวยสวมชุดคลุมยาวสีขาว ที่หว่างคิ้วมีจุดแต้มสีแดงชาด
ในมือของหญิงสาวคนนั้นถือกล่องของขวัญมาด้วย ไม่รู้ว่าข้างในคืออะไร
"ข้าชื่ออวี่หนิง เป็นสาวใช้ของที่นี่ ไม่ทราบว่าท่านคือ...?" อวี่หนิงไม่รู้จักคนตรงหน้า จึงเอ่ยถามตามมารยาท
"ตระกูลหนิงแห่งฉางโจว หนิงอ้าวเสวี่ย" ผู้มาเยือนแจ้งชื่อและที่มา
อวี่หนิงชะงักไปเล็กน้อย แม้จะไม่เคยเห็นหน้าค่าตา แต่นางก็รู้ดีว่าหนิงอ้าวเสวี่ยแห่งตระกูลหนิงคือหนึ่งในคู่หมั้นของเหยียนหยุนเทียน
"ไม่ทราบว่าแม่นางหนิงมาที่นี่ด้วยธุระอันใดหรือเจ้าคะ?" อวี่หนิงถามต่อ
"ข้าตั้งใจมาเยี่ยมเยียนคุณชายบ้านเจ้า... เหยียนหยุนเทียน" หนิงอ้าวเสวี่ยตอบพร้อมรอยยิ้มที่เป็นมิตร
อวี่หนิงสังเกตสีหน้าและแววตาของหนิงอ้าวเสวี่ย แล้วก็ต้องลอบขมวดคิ้วในใจ
นางสัมผัสได้ว่า ตอนที่หนิงอ้าวเสวี่ยเอ่ยชื่อเหยียนหยุนเทียน น้ำเสียงและท่าทีนั้นเต็มไปด้วยความสุข
ซึ่งสำหรับอวี่หนิงแล้ว นี่ไม่ใช่เรื่องน่ายินดีเลย
ในเมื่อนายท่านของนางอย่างหวังฮ่าวหรานเป็นศัตรูกับเหยียนหยุนเทียน อวี่หนิงย่อมไม่อยากเห็นเหยียนหยุนเทียนได้ดี หรือมีความสุข
การที่หนิงอ้าวเสวี่ยมาขอพบด้วยเจตนาดีแบบนี้... ย่อมไม่ใช่สิ่งที่อวี่หนิงอยากให้เกิดขึ้น
"รอก่อน" อวี่หนิงปรับน้ำเสียงให้เย็นชาลงเล็กน้อย บอกกล่าวหนิงอ้าวเสวี่ยสั้นๆ แล้วหันหลังเดินกลับเข้าไปในคฤหาสน์ทันที ทิ้งให้อีกฝ่ายยืนงง
หนิงอ้าวเสวี่ยรู้สึกไม่พอใจที่ถูกปฏิบัติอย่างละเลย แต่เมื่อนึกขึ้นได้ว่าตัวเองมาเพื่อขอขมา "คู่หมั้น" นางจึงจำต้องข่มอารมณ์อดทนรอ
…...
"นายท่าน คู่หมั้นคนหนึ่งของเหยียนหยุนเทียน หนิงอ้าวเสวี่ยจากตระกูลหนิงมาขอพบเหยียนหยุนเทียนเจ้าค่ะ แถมนางยังนำของขวัญมาด้วย ดูเหมือนตั้งใจจะเอามามอบให้เหยียนหยุนเทียน... ข้าควรทำยังไงดี? ให้ไล่ตะเพิดไปเลยไหมเจ้าคะ?"
อวี่หนิงรีบโทรศัพท์รายงานหวังฮ่าวหรานเพื่อขอคำชี้แนะทันที
*****