- หน้าแรก
- เกิดใหม่ทั้งที ดันกลายเป็นนายน้อยจอมวายร้ายไปซะได้
- บทที่ 342 ปรุงยาโกยเงิน
บทที่ 342 ปรุงยาโกยเงิน
บทที่ 342 ปรุงยาโกยเงิน
ลู่เฉินรู้สึกตัวได้ทันทีว่าจี้หยกที่เคยห้อยอยู่บนคอหายไป เขาจึงรีบชักมือที่กำลังจับกับหวังฮ่าวหรานกลับมา แล้วลูบคลำไปทั่วตัวด้วยความตื่นตระหนก ในใจยังแอบหวังลึกๆว่าตัวเองอาจจะเผลอถอดเก็บไว้ในกระเป๋าเสื้อหรือกางเกง
แต่ทว่า... ต่อให้คลำจนแทบจะถลกหนังตัวเองออกมาหาก็ยังไม่พบร่องรอยของจี้หยกแม้แต่น้อย
ใบหน้าของเขาพลันบิดเบี้ยวและซีดเผือดลงอย่างน่ากลัว
ความรู้สึกนี้มันเหมือนกับคนที่เพิ่งถูกลอตเตอรี่รางวัลที่หนึ่งเป็นเงินหลายร้อยล้าน แต่ดันทำลอตเตอรี่ใบนั้นหายไปเสียดื้อๆ
หวังฮ่าวหรานเห็นอาการนั้นก็ลอบยิ้มในใจ
เขาขโมยหยกของลู่เฉินมาพักใหญ่แล้ว ตลอดเวลาที่ผ่านมาลู่เฉินไม่รู้สึกตัวเลย แต่เพิ่งมารู้สึกตัวเอาตอนนี้ เห็นได้ชัดว่าเมื่อกี้ลู่เฉินคงคิดจะใช้หยกชิ้นนั้นเล่นงานเขาแน่ๆ
สรรพคุณของหยกชิ้นนั้น หวังฮ่าวหรานรู้ดีอยู่แล้ว
คนอย่างลู่เฉินไม่มีทางใช้หยกมารักษาเขาแน่นอน ดังนั้นคำตอบจึงมีเพียงหนึ่งเดียว... ลู่เฉินตั้งใจจะใช้หยกทำร้ายเขา
‘ไอ้ตัวเอกหมอเทวดานี่จิตใจอำมหิตใช้ได้เลยแฮะ’
เมื่อคิดได้ดังนั้น หวังฮ่าวหรานก็นึกอยากจะส่งลู่เฉินไปเกิดใหม่อีกสักรอบ แต่พอนึกขึ้นได้ว่าต้องถอนทุนคืนจากแต้มวายร้ายสามหมื่นที่เสียไป เขาจึงต้องข่มใจอดทนไว้ก่อน
"พวกเราไปกันเถอะ"
ในเมื่อเป้าหมายบรรลุแล้ว หวังฮ่าวหรานก็ไม่คิดจะอยู่ต่อ เขาคว้ามือจี้สุ่ยเหยาแล้วพาเธอเดินออกจากห้องไปทันที
…...
ทั้งสองเข้ามานั่งในรถ
จี้สุ่ยเหยาเก็บความขัดเขินเอาไว้ ก่อนจะเอ่ยถามด้วยความสงสัย "เอ่อ... เมื่อกี้ทำไมเธอถึงบอกเขาไปว่าเราเป็นแฟนกันล่ะ?"
"สายตาที่ลู่เฉินมองคุณมันไม่ปกติ เขาต้องคิดอะไรกับคุณแน่ๆ ที่ผมพูดไปแบบนั้นก็เพื่อจะตัดไฟแต่ต้นลม ให้เขาเลิกหวังในตัวคุณ" หวังฮ่าวหรานแต่งเรื่องโกหกหน้าตายได้อย่างแนบเนียน
"อ๋อ... เป็นอย่างนี้นี่เอง..." แววตาของจี้สุ่ยเหยาฉายความผิดหวังวูบหนึ่ง แต่เธอก็รีบปรับสีหน้าให้เป็นปกติอย่างรวดเร็ว
"จริงสิ ตอนที่คุณขับรถชนลู่เฉิน เหตุการณ์มันเป็นยังไง? ใครเป็นฝ่ายผิดมากกว่ากัน?" เมื่อเห็นว่าจี้สุ่ยเหยาไม่ติดใจเรื่องสถานะแฟนแล้ว หวังฮ่าวหรานก็เริ่มแผนการสร้างความเดือดร้อนให้ลู่เฉินต่อทันที
"จู่ๆเขาก็พุ่งพรวดออกมา ฉันตกใจมากเลยเผลอเหยียบคันเร่งแทนเบรก... ก็น่าจะผิดทั้งคู่มั้งนะ" จี้สุ่ยเหยาตอบเสียงอ่อยด้วยความรู้สึกผิด
"รถคุณมีกล้องไหม?"
เมื่อได้ยินน้ำเสียงที่ไม่มั่นใจของจี้สุ่ยเหยา หวังฮ่าวหรานจึงต้องการหลักฐานมายืนยัน
"มือใหม่หัดขับอย่างฉันต้องติดไว้อยู่แล้ว" จี้สุ่ยเหยาพยักหน้า แล้วรีบเปิดกล้องหน้ารถเพื่อย้อนดูเหตุการณ์ตอนที่ชนลู่เฉิน
หวังฮ่าวหรานเปิดดูคลิปวนซ้ำอยู่หลายรอบ ก่อนจะจับสังเกตบางอย่างได้ "ลู่เฉินคนนี้ดูเหมือนจงใจกระโดดออกมาให้ถูกรถชนเพื่อเรียกค่าเสียหายเลย"
"เขาเป็นแค่นักศึกษาคงไม่มาทำเรื่องต้มตุ๋นอาจารย์อย่างฉันหรอก อีกอย่าง... ใครจะกล้าเอาชีวิตตัวเองมาเสี่ยงเพื่อแลกเงินแบบนี้?" จี้สุ่ยเหยาแย้งเบาๆอย่างไม่ค่อยอยากจะเชื่อ
"ข้อแรก... ลู่เฉินไม่จำเป็นต้องรู้ว่าคนขับคือใคร เขาแค่เห็นโลโก้ 'Porsche' ก็พอแล้ว ส่วนข้อสอง... ต่อให้เขาฉลาดแค่ไหนก็คงคาดไม่ถึงหรอกว่าคนขับรถหรูขนาดนี้จะตกใจจนเหยียบคันเร่งแทนเบรก" หวังฮ่าวหรานวิเคราะห์เป็นฉากๆ
จี้สุ่ยเหยาฟังแล้วก็รู้สึกว่ามีเหตุผล เธอพยักหน้าเห็นด้วยอย่างเขินๆกับความผิดพลาดของตัวเอง
"เรื่องของลู่เฉิน ช่วงนี้คุณอย่าเพิ่งไปยุ่งกับเขาดีกว่า เรื่องอุบัติเหตุให้ทนายจัดการแทน ตัวเขาเองก็ไม่ได้บาดเจ็บอะไร แต่กันชนหน้ารถของคุณยุบไปขนาดนั้น สรุปแล้วใครต้องชดใช้ยังไม่รู้เลย" หวังฮ่าวหรานยุยง
"อืม ฉันเข้าใจแล้ว" จี้สุ่ยเหยาไม่ได้คัดค้าน
ถึงเธอจะเป็นคนจิตใจดี แต่เธอก็เป็นคนมีเหตุผล
การแกล้งถูกรถชนเพื่อเรียกค่าเสียหายเป็นพฤติกรรมที่เลวร้ายมาก ทำลายทั้งตัวเองและคนอื่น
ต่อให้ขัดสนเรื่องเงินแค่ไหนก็ไม่ควรใช้วิธีสกปรกแบบนี้
ถ้าสังคมนี้ใครเดือดร้อนเรื่องเงินแล้วทำแบบนี้กันหมด บ้านเมืองคงวุ่นวายพิลึก
หากเธอยอมปล่อยลู่เฉินไปโดยไม่เอาความ ก็เท่ากับส่งเสริมให้เขาทำผิด วันนี้เขาทำสำเร็จ วันหน้าเขาก็อาจจะไปทำกับคนอื่นอีก
ก่อนที่เรื่องจะบานปลาย จำต้องตัดไฟแต่ต้นลม จัดการดัดนิสัยเสียตั้งแต่ตอนนี้
คุยกันไปเพลินๆ หวังฮ่าวหรานก็ขับรถมาส่งจี้สุ่ยเหยาถึงมหาวิทยาลัย
"บ่ายนี้ฉันมีสอน ขอตัวก่อนนะ" จี้สุ่ยเหยาบอก
"ครับ แล้วเจอกันใหม่" หวังฮ่าวหรานพยักหน้ารับ
จี้สุ่ยเหยาหมุนตัวทำท่าจะเดินจากไป แต่ก้าวไปได้เพียงไม่กี่ก้าว เธอก็หันขวับกลับมา "ถ้าฉันรู้สึก... ไม่สบายตัวขึ้นมาอีก เธอต้องช่วยรักษาฉันอีกนะ"
พอเห็นว่าปลอดคน จี้สุ่ยเหยาก็รีบกระซิบประโยคนั้นอย่างรวดเร็ว แล้ววิ่งหนีไปด้วยความเขินอาย
หวังฮ่าวหรานมองตามแผ่นหลังของจี้สุ่ยเหยาด้วยรอยยิ้ม จากนั้นก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทรหาเจียงเกาเสวียน
ไอ้ตัวเอกลู่เฉินนี่มันร้ายลึกจริงๆ เลวพอๆกับตัวร้ายอย่างเขาเลยทีเดียว
หวังฮ่าวหรานอยากจะรีบๆ ‘ถอนขนแกะ’ จากลู่เฉินให้หมดเกลี้ยงไวๆ แล้วส่งมันไปลงนรกซะ
และสำหรับตัวเอกชาย วิธีการถอนขนแกะที่สะใจที่สุดก็คงหนีไม่พ้นวิธีเดิมๆที่หวังฮ่าวหรานถนัด
เพียงแต่หวังฮ่าวหรานยังไม่รู้แน่ชัดว่าฝีมือการแพทย์ของลู่เฉินนั้นล้ำลึกเพียงใด เขาเกรงว่าถ้าใช้การวางยา ลู่เฉินอาจจะรู้ตัว จึงต้องพับแผนนั้นไปก่อน
อีกอย่าง ต่อให้วางยาสำเร็จ ลู่เฉินก็อาจจะรักษาตัวเองหายได้
ขึ้นชื่อว่าเป็นวิชาแพทย์โบราณ ย่อมต้องเหนือกว่าการแพทย์ทั่วไปแน่นอน
ดังนั้นหวังฮ่าวหรานจึงเลือกใช้วิธีทางกายภาพที่แน่นอนกว่า
"นายพักเรื่องทางฝั่งเซียวเย่ไว้ก่อน หาเวลาว่างไปจัดการเรื่องนี้ให้ฉัน..." ทันทีที่ปลายสายรับ หวังฮ่าวหรานก็สั่งงานทันที
หลังจากหยกหายไป ลู่เฉินก็ตระเวนตามหาในทุกที่ที่เขาเคยไป แต่ก็คว้าน้ำเหลว สุดท้ายจำต้องตัดใจยอมแพ้
ลู่เฉินจมอยู่กับความเศร้าไปถึงสองวัน กว่าจะปรับสภาพจิตใจได้
ถึงจะไม่มีหยกวิเศษชิ้นนั้นแล้ว แต่ในสมองของเขาก็ยังมีความรู้ทางการแพทย์โบราณอัดแน่นอยู่มากมาย
อาศัยความรู้พวกนี้ เขาก็สามารถสร้างเนื้อสร้างตัวให้รุ่งโรจน์ได้เหมือนกัน
คิดได้ดังนั้น ลู่เฉินก็หยิบนามบัตรของจี้สุ่ยเหยาออกมา ตั้งใจจะโทรนัดเธอมาคุยเรื่องค่าเสียหายจากอุบัติเหตุ แล้วถือโอกาสเป่าหูให้เธอเลิกยุ่งกับหวังฮ่าวหราน
แต่ยังไม่ทันจะได้กดโทรออก เขาก็ได้รับหมายจากทนายความเสียก่อน
ข้อหาที่ถูกฟ้องร้อง แน่นอนว่าเป็นเรื่องเจตนาทำให้เกิดอุบัติเหตุเพื่อเรียกค่าเสียหาย
หลังจากอ่านหมายจากทนายจนจบ ลู่เฉินก็ถึงกับเครียดหนัก
"อาจารย์จี้ทั้งสวยทั้งใจดี นี่ต้องไม่ใช่ความคิดของเธอแน่ๆ ต้องเป็นฝีมือของไอ้ลูกเศรษฐีนั่นชักใยอยู่เบื้องหลัง!"
ลู่เฉินสบถด่าระบายอารมณ์อยู่พักใหญ่ ก่อนจะต้องก้มหน้ายอมรับความจริง
จำนวนเงินค่าเสียหายที่ระบุในหมายไม่ใช่น้อยๆเลย อย่างน้อยก็สำหรับลู่เฉินในตอนนี้
เขาไม่มีปัญญาหาเงินจำนวนนี้มาจ่ายได้หรอก
อย่างไรก็ตาม ลู่เฉินไม่ได้ตื่นตระหนกจนลนลาน เพราะในหัวของเขามีคลังความรู้ทางการแพทย์มหาศาล
และในความรู้นั้นก็มีสูตรยามหัศจรรย์อยู่เพียบ
ลู่เฉินนำเงินหนึ่งหมื่นหยวนที่เคยได้จากจี้สุ่ยเหยาไปซื้อสมุนไพรที่ร้านยาจีน
จากนั้นก็ใช้เวลาตลอดช่วงบ่ายปรุงและปั้นมันออกมาเป็นยาเม็ดลูกกลอนทรงกลมเกลี้ยงเกลา
พอตกดึก ลู่เฉินก็พกยาเม็ดพวกนี้ไปปูเสื่อตั้งแผงลอยที่ถนนคนเดิน
ยาเหล่านี้มีสรรพคุณเสริมสร้างสมรรถภาพทางเพศขั้นเทพ แถมไร้ผลข้างเคียง ถือเป็นสวรรค์ของเหล่าท่านชายโดยแท้
ลู่เฉินตั้งชื่อยาตัวนี้แบบตรงไปตรงมาว่า "เหนื่อยจนเอวหัก"
เมื่อตั้งแผงเสร็จ เขาก็ตะโกนเรียกลูกค้าอยู่สักพัก แต่คนส่วนใหญ่กลับมองว่าเขาเป็นพวกสิบแปดมงกุฎ ไม่มีใครเชื่อถือ ซ้ำร้ายยังมีชายหนุ่มคนหนึ่งตรงเข้ามาจะพังร้านเขาอีก
ชายหนุ่มคนนี้อายุยังดูน้อย แต่เพราะเคยหลงเชื่อกินยาปลุกเซ็กส์คุณภาพต่ำ จนทำให้ 'น้องชาย' แทบจะใช้การไม่ได้ พอมาเห็นคนขายยาเถื่อนอย่างลู่เฉินก็เลยของขึ้นด้วยความโมโห
ลู่เฉินมั่นใจในตัวยาของตัวเองมาก จึงท้าพนันกับอีกฝ่ายทันที ถ้าหากยาใช้ไม่ได้ผล งั้นเอาหัวเขาไปได้เลย
ชายหนุ่มที่สิ้นหวังกับตัวเองอยู่แล้วจึงรับคำท้าและกินยาเข้าไปเดี๋ยวนั้น
ผ่านไปไม่กี่นาที ชายหนุ่มก็สัมผัสได้ถึงความเปลี่ยนแปลงมหัศจรรย์ในร่างกาย ถึงขั้นแทบจะก้มลงกราบลู่เฉิน และขอเหมาซื้อยาทั้งหมดทันที
"เม็ดละห้าพัน!" ลู่เฉินเหลือบไปเห็นกุญแจรถเฟอร์รารี่ที่เหน็บอยู่ตรงเอวของชายหนุ่ม จึงถือโอกาสขูดรีดโก่งราคาแบบไม่เกรงใจทันที
*****