- หน้าแรก
- เกิดใหม่ทั้งที ดันกลายเป็นนายน้อยจอมวายร้ายไปซะได้
- บทที่ 340 ภารกิจขโมยจี้หยก
บทที่ 340 ภารกิจขโมยจี้หยก
บทที่ 340 ภารกิจขโมยจี้หยก
จี้สุ่ยเหยาใจหายวาบเหมือนขโมยที่โดนจับได้ แต่ด้วยความเป็นนักวิทยาศาสตร์ที่ต้องใช้สมาธิและความสุขุมเป็นทุนเดิม เธอจึงตั้งสติได้อย่างรวดเร็ว
“เราคุยธุระส่วนตัวกันนิดหน่อย” เธอตอบเลี่ยงๆ แล้วรีบเปลี่ยนเรื่อง “แล้วเธอเป็นยังไงบ้าง ไม่เป็นไรแล้วใช่ไหม?”
ช่วงที่จี้สุ่ยเหยามัวแต่วุ่นวายกับการให้ปากคำตำรวจ ลู่เฉินก็ไม่ได้อยู่เฉยๆ เขาแวะไปเปลี่ยนเสื้อผ้าที่เปื้อนเลือดจนดูเหมือนคนปกติทั่วไป
“ผมไปตรวจมาแล้วครับ เบื้องต้นไม่เป็นไร” ลู่เฉินส่ายหน้า แต่พอนึกขึ้นได้ว่าขืนตอบไปตามตรง โอกาสที่จะได้ใกล้ชิดกับจี้สุ่ยเหยาก็จะน้อยลง เขาจึงรีบเสริม “แต่หมอบอกว่าต้องรอสังเกตอาการสักระยะ แล้วค่อยกลับมาตรวจละเอียดอีกที ถึงจะยืนยันได้ร้อยเปอร์เซ็นต์”
จี้สุ่ยเหยาพยักหน้ารับรู้
ด้านหวังฮ่าวหราน เมื่อรู้ว่าชายหนุ่มตรงหน้าคือคู่กรณี เขาก็รีบสั่งระบบให้ตรวจสอบข้อมูลทันที
【ตัวเอก: ลู่เฉิน】
【พลังต่อสู้: 96】
【เสน่ห์: 67】
【ออร่าตัวเอก: 3,026 (กำลังเพิ่มขึ้น)】
【สกิล (นิ้วทองคำ): จี้หยกหยินหยางไท่จี๋ ภายในบรรจุมรดกแพทย์บรรพกาล และจะสร้าง 'ปราณมรณะและปราณชีวิต' ออกมาเป็นระยะ มรดกแพทย์บรรพกาลประกอบด้วยวิชาแพทย์ วรยุทธ์ คาถาอาคม และวิชาบำเพ็ญเซียน ความคืบหน้าการรับมรดกปัจจุบัน 10% (วิชาแพทย์โบราณ) ปราณชีวิตสามารถรักษาโรคร้ายแรงได้ทุกชนิด ส่วนปราณมรณะสามารถทำให้คนป่วยหนักถึงตายได้】
เห็นข้อมูลของลู่เฉินแล้ว หวังฮ่าวหรานถึงกับสูดปากด้วยความหนาวเหน็บ
ตอนแรกเขานึกว่าลู่เฉินเป็นแค่ตัวเอกสายหมอเทวดาธรรมดาๆ
ที่ไหนได้... ดันเป็นตัวเอกสายบำเพ็ญเพียรที่มีวิชาเซียนติดตัวมาด้วย!
โชคดีชะมัดที่ไหวตัวทัน
ตอนนี้ลู่เฉินเพิ่งจะได้รับวิชาแพทย์ไปแค่ 10% ออร่าตัวเอกเลยอยู่ที่สามพันนิดๆ ยังน้อยกว่าเหยียนหยุนเทียนด้วยซ้ำ
แต่ไอ้ตรงหมายเหตุที่ว่า ‘กำลังเพิ่มขึ้น’ นี่แหละน่ากลัว
ถ้าปล่อยให้มันรับมรดกครบทุกอย่าง ออร่าตัวเอกคงพุ่งกระฉูดแซงหน้าเหยียนหยุนเทียนแบบไม่เห็นฝุ่น
หวังฮ่าวหรานไม่มีทางยอมให้เรื่องแบบนั้นเกิดขึ้นแน่
สกิล ‘หัตถ์มังกรเมฆา’ ที่เคยใช้ขโมยบัตรเครดิตของเทพสงครามซูหลาง วันนี้ได้ฤกษ์เอาออกมาปัดฝุ่นใช้งานอีกครั้ง
“อาจารย์จี้ครับ เมื่อกี้คุยอะไรกันเหรอ? ทำไมต้องเข้าไปคุยกันลับๆล่อๆในห้องนั้นด้วย ดูมีพิรุธชอบกล” ลู่เฉินยังคงติดใจสงสัย วกกลับมาถามเรื่องเดิม
เจอคำถามจี้จุด จี้สุ่ยเหยาก็อึกอัก หลบสายตาเลิ่กลั่ก ไม่รู้จะตอบยังไง
หวังฮ่าวหรานจึงออกโรงเอง “เราจะทำอะไรกันในห้องนั้นมันเกี่ยวอะไรกับนายด้วย? ยุ่งไม่เข้าเรื่อง”
ลู่เฉินเห็นท่าทีหลบเลี่ยงของจี้สุ่ยเหยา บวกกับหน้าตาของลูกเศรษฐีที่ดูยังไงก็ไม่ใช่คนดีอย่างหวังฮ่าวหราน เขาก็เริ่มมโนไปไกล ร้องถามจี้สุ่ยเหยาเสียงหลง
“อาจารย์จี้ครับ หรือว่าหมอนี่มันลวนลามอาจารย์?!”
คำว่า “ลวนลาม” สะกิดต่อมความอายของจี้สุ่ยเหยาเข้าอย่างจัง เธอจึงเลือกที่จะนิ่งเงียบไม่ตอบโต้อะไร
ลู่เฉินเห็นแบบนั้นก็ยิ่งมั่นใจว่าตัวเองเดาถูก หน้าซีดเผือด รีบพูดต่อ
“อาจารย์จี้ ทำไมไม่พูดอะไรเลยล่ะครับ? หรือว่าโดนมันข่มขู่? ไม่ต้องกลัวนะครับ เราต้องกล้าต่อสู้กับคนชั่ว การยอมก้มหัวให้มีแต่จะทำให้มันได้ใจ!”
หวังฮ่าวหรานยืนฟังแล้วก็ได้แต่ส่ายหัว สมกับเป็นความคิดตัวเอกนิยายจริงๆ เพิ่งเจอกันแท้ๆ หลักฐานอะไรก็ไม่มี ด่วนตัดสินคนอื่นว่าเป็นคนเลวซะแล้ว
ถึงมันจะเป็นเรื่องจริงก็เถอะ แต่อย่างน้อยก็น่าจะหาเหตุผลมาสนับสนุนหน่อยไหม?
จี้สุ่ยเหยาเห็นลู่เฉินตีโพยตีพายเกินเหตุก็รู้สึกว่าเด็กคนนี้ชักจะยุ่งวุ่นวายเกินไป แต่ด้วยความเป็นอาจารย์ จึงต้องรักษากิริยา
“นักศึกษา เธอคิดมากไปแล้ว ไม่มีอะไรแบบนั้นหรอก”
ลู่เฉินไม่เชื่อ คิดไปเองว่าจี้สุ่ยเหยาคงโดนหวังฮ่าวหรานกุมความลับอะไรไว้ จึงจำใจต้องสงบปากสงบคำไปก่อน
“เห็นบอกว่าคุณปู่จะผ่าตัด ตอนนี้เป็นยังไงบ้าง?” จี้สุ่ยเหยาถามไถ่ตามหน้าที่
“ตอนนี้ไม่เป็นไรแล้วครับ” ลู่เฉินตอบ
เดิมทีปู่ต้องผ่าตัดด่วน แต่บังเอิญเขาค้นพบความลับของจี้หยกหยินหยาง จึงใช้ ‘ปราณชีวิต’ รักษาปู่จนหายดี
“พักห้องไหนล่ะ พาครูไปเยี่ยมหน่อยสิ” มาถึงที่แล้ว จี้สุ่ยเหยาคิดว่าแวะไปดูอาการสักหน่อยคงไม่เสียหาย
“ตามผมมาเลยครับ” ลู่เฉินเดินนำทางอย่างกระตือรือร้น
“เดี๋ยวผมขอไปเข้าห้องน้ำก่อนนะ” หวังฮ่าวหรานบอกจี้สุ่ยเหยา แล้วปลีกตัวออกมา
เมื่อเข้ามาในห้องน้ำ หวังฮ่าวหรานก็หยิบจี้หยกที่เพิ่งใช้สกิล ‘หัตถ์มังกรเมฆา’ ขโมยจากลู่เฉินออกมาดู
เขามองจี้หยกโบราณในมือด้วยความตื่นเต้น
ของสิ่งนี้บรรจุมรดกวิชาเซียนเอาไว้มากมาย ถ้าเขาได้ครอบครอง มีหวังได้กลายเป็นเทพเซียนเหาะเหินเดินอากาศแน่ๆ
หวังฮ่าวหรานพยายามพลิกดู ตรวจสอบทุกซอกทุกมุมอยู่นานสองนาน แต่ก็ไม่พบความผิดปกติใดๆ
“ดูท่าหยกนี่จะเลือกเจ้านายไปแล้ว อยู่กับฉันก็ไร้ประโยชน์”
เขาอ่านนิยายมาเยอะ รู้ทันพล็อตเรื่องพวกนี้ดี
ของที่ใช้ไม่ได้ เก็บไว้ก็รกกระเป๋า แถมถ้าเผลอทำหลุดมือกลับไปหาลู่เฉินอีกมีหวังงานเข้า
คิดได้ดังนั้น เขาจึงเดินไปที่โถส้วม เตรียมจะกดชักโครกส่งจี้หยกวิเศษลงนรกไป
ทว่าวินาทีนั้น จี้หยกเหมือนรู้ชะตากรรม มันเริ่มสั่นระริกและต่อต้านอย่างรุนแรง
หวังฮ่าวหรานรู้สึกเจ็บปวดที่สมองอย่างรุนแรง เสมือนมีเข็มนับพันเล่มทิ่มแทง เขาพยายามจะสลัดจี้หยกทิ้ง แต่ราวกับมันมีพลังดึงดูด สลัดยังไงก็ไม่หลุด
【ติ๊ง! เศษเสี้ยวจิตวิญญาณภายในหยกกำลังโจมตีจิตสำนึกของโฮสต์อย่างบ้าคลั่ง ในอีก 30 วินาที โฮสต์จะกลายเป็นคนปัญญาอ่อน】
【ติ๊ง! ตรวจพบว่าโฮสต์มีแต้มวายร้ายเพียงพอ โฮสต์สามารถเลือกจ่าย 30,000 แต้มวายร้ายเพื่อซื้อ ‘ออร่าต้านทานการโจมตีทางวิญญาณระดับกลาง’ จากร้านค้าได้】
การดองแต้มไว้เยอะๆนี่มันดีจริงๆ!
หวังฮ่าวหรานชื่นชมตัวเองในใจ แล้วรีบสั่งระบบแลกของทันที
พริบตาเดียว ความเจ็บปวดในหัวก็หายเป็นปลิดทิ้ง จี้หยกในมือกลับมาสงบนิ่งอีกครั้ง
แต่หวังฮ่าวหรานกลับสงบใจไม่ได้เลย
แต้มวายร้ายเก้าหมื่นกว่าหายวูบเหลือแค่หกหมื่นต้นๆ หายไปตั้งสามหมื่นแต้ม! จะให้ใจเย็นอยู่ได้ยังไง?!
ด้วยความโมโห หวังฮ่าวหรานรวบรวมลมปราณทั้งหมดที่มี ทุบจี้หยกหยินหยางไท่จี๋อย่างบ้าคลั่ง ปัง! ปัง! ปัง!
ไม่กี่ที จี้หยกในตำนานก็แหลกละเอียดเป็นผุยผง
จากนั้นเขาก็กวาดเศษซากลงโถส้วม กดชักโครกส่งมันลงท่อระบายน้ำไปอย่างไม่ไยดี
【ติ๊ง! โฮสต์ทำลายจี้หยกหยินหยางไท่จี๋ของตัวเอก ‘ลู่เฉิน’ ได้รับแต้มวายร้าย 6,000 แต้ม! ออร่าตัวเอกของลู่เฉิน -300, ออร่าตัวร้ายของโฮสต์ +300!】
ได้รับรางวัลปลอบใจมานิดหน่อย แต่ไฟแค้นในใจหวังฮ่าวหรานยังไม่มอดดับ
ลู่เฉินเพิ่งได้รับวิชาแพทย์ไปแค่ส่วนเดียว พอจี้หยกถูกทำลาย การถ่ายทอดวิชาส่วนที่เหลือก็เป็นอันจบกัน
ออร่าตัวเอกที่เคยพุ่งทะยานหยุดชะงักที่สามพันต้นๆ ไม่มีทางเพิ่มขึ้นได้อีก
ตอนนี้หวังฮ่าวหรานมีทางเลือกที่จะส่งลู่เฉินไปคุยกับรากมะม่วงได้เลย
แต่... แบบนั้นมันสบายเกินไป
เสียแต้มไปตั้งสามหมื่น ได้คืนมาแค่หกพัน ขาดทุนย่อยยับไปสองหมื่นกว่า
ความสูญเสียครั้งนี้... ต้องรีดไถคืนจากลู่เฉินทุกบาททุกสตางค์!
*****