เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 338 มรดกแพทย์บรรพกาล

บทที่ 338 มรดกแพทย์บรรพกาล

บทที่ 338 มรดกแพทย์บรรพกาล


ทันทีที่เสียงลึกลับดังก้องในหัว สติที่เลือนรางของลู่เฉินก็ค่อยๆแจ่มชัดขึ้น

เขาเริ่มสัมผัสได้ถึงกระแสความอบอุ่นที่แผ่ซ่านออกมาจากบริเวณหน้าอก ไหลเวียนไปทั่วร่าง ช่วยบรรเทาความเจ็บปวดจากการถูกกระแทกอย่างรุนแรงให้ทุเลาลง

เมื่อความอบอุ่นนั้นจางหายไป ลู่เฉินก็พบว่าความเจ็บปวดทั้งมวลอันตรธานหายไปจนสิ้น สมองของเขากลับมาปลอดโปร่งแจ่มใสดังเดิม

“นี่มันเกิดอะไรขึ้น... หรือจะเป็นเพราะจี้หยกเส้นนี้?”

ลู่เฉินงุนงงไปชั่วขณะ มือยกขึ้นลูบคลำจี้หยกรูปหยินหยางที่ห้อยอยู่บนหน้าอกโดยสัญชาตญาณ

ตอนแรกเขาคิดว่าเสียงในหัวเป็นเพียงภาพหลอน แต่ตอนนี้... เห็นได้ชัดว่ามันคือเรื่องจริง

ยิ่งไปกว่านั้น พร้อมกับเสียงปริศนา ข้อมูลความรู้ทางการแพทย์อันลึกล้ำมหาศาลก็หลั่งไหลเข้ามาในสมองของเขา

แม้จะต้องใช้เวลาอีกสักพักกว่าจะซึมซับได้ทั้งหมด แต่เขาก็รู้ได้ทันทีว่านี่คือวิชาแพทย์ชั้นเซียน

“หรือว่าฟ้าจะประทานพรในคราวเคราะห์ ให้เราได้รับมรดกแพทย์บรรพกาล?!”

เมื่อปะติดปะต่อเรื่องราวได้ ลู่เฉินก็ตื่นเต้นจนตัวสั่น

จี้หยกชิ้นนี้เป็นมรดกตกทอดจากบรรพบุรุษ

ปู่เคยเล่าว่าต้นตระกูลของเขามีหมอเทวดาอยู่

แต่ก่อนเขาไม่เคยเชื่อถือเรื่องพวกนี้ แต่ตอนนี้... ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อแล้ว

“นั่นลู่เฉิน เด็กคณะแพทย์ไม่ใช่เหรอ? น่าสงสารชะมัด โดนชนกระเด็นไปไกลขนาดนั้นคงไม่รอดแล้วมั้ง”

“คนชนนั่นใช่ศาสตราจารย์จี้เทพธิดาแห่งคณะวิทยาศาสตร์ทางทะเลหรือเปล่า? งานเข้าแล้วสิเนี่ย”

“ไอ้ลู่เฉินนั่นแหละผิด เดินไม่ดูตาม้าตาเรือ อยู่ๆก็พุ่งพรวดออกมากลางถนน ทำคนอื่นเขาเดือดร้อนไปด้วย”

...

เสียงวิพากษ์วิจารณ์ดังเซ็งแซ่จากเหล่านักศึกษาที่มุงดูเหตุการณ์

แต่ทว่า... ในขณะที่ทุกคนกำลังพูดคุยกันอย่างออกรส ลู่เฉินที่นอนแน่นิ่งอยู่บนพื้นจู่ๆก็ลุกพรวดขึ้นมายืน

เสียงจ้อกแจ้กจอแจเงียบกริบลงทันที ทุกคนต่างอ้าปากค้างด้วยความตกตะลึง

ลู่เฉินยืดเส้นยืดสาย บิดขี้เกียจไปมาราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น

ทุกคนเบิกตาโพลงแทบถลนออกจากเบ้า

โดนชนกระเด็นไปหลายเมตรขนาดนั้น... ยังลุกขึ้นมาเดินปร๋อได้อีก?!

จี้สุ่ยเหยารีบตรงเข้าไปหา ถามด้วยน้ำเสียงร้อนรน “ได้ยินเขาว่าเธอคือลู่เฉิน นักศึกษาแพทย์ใช่ไหม? ลู่เฉิน เธอเป็นยังไงบ้าง เจ็บตรงไหนหรือเปล่า?”

เมื่อได้เห็นหน้า ‘ศาสตราจารย์เทพธิดา’ ชัดๆ หัวใจของลู่เฉินก็สั่นระรัวด้วยความตื่นเต้น

เขาเป็นนักศึกษาแพทย์ ย่อมรู้จักจี้สุ่ยเหยาดี

ตอนที่สติเลือนราง เขาเห็นแค่ว่าเป็นผู้หญิงขับรถ ไม่นึกเลยว่าจะเป็นถึงเทพธิดาเดินดินคนนี้

“อาจารย์จี้ ผมสบาย...” ลู่เฉินกำลังจะฉีกยิ้มบอกว่าสบายดี แต่พอนึกถึงเป้าหมายที่แท้จริงของการ ‘แกล้งโดนชน’ เขาก็รีบเปลี่ยนสีหน้าและคำพูดทันควัน

“อาจารย์ดูสภาพผมสิครับ เหมือนคนสบายดีเหรอ?” พูดพลางชี้ไปที่คราบเลือดเกรอะกรังบนเสื้อผ้า

“แต่ฉันเห็นเธอ...” จี้สุ่ยเหยาทำหน้าประหลาดใจ เพราะเขาดูแข็งแรงดี แถมยังยืนตัวตรงเป๊ะเหมือนคนปกติ

“ภายนอกอาจดูไม่เป็นไร แต่ข้างในผมเจ็บมาก อาจจะช้ำในก็ได้ครับ” ลู่เฉินแก้ตัวน้ำขุ่นๆ แสร้งทำหน้าบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวด

“งั้นอย่าเพิ่งขยับตัวนะ ฉันเรียกรถพยาบาลแล้ว” จี้สุ่ยเหยากล่าว

ลู่เฉินรู้ตัวดีว่าไม่ได้เป็นอะไร ขืนไปโรงพยาบาลก็เสียเวลาเปล่า เขาจึงตัดสินใจเลิกแสดงละคร แล้วกลับมาทำตัวปกติ

“ปู่ผมกำลังจะผ่าตัดที่โรงพยาบาลมหาวิทยาลัย ผมต้องรีบไปหาท่าน อาจารย์ช่วยจ่ายค่าเสียหายเบื้องต้นมาให้ผมก่อนได้ไหมครับ แล้วค่อยมาตกลงกันทีหลังว่าจะเอายังไงต่อ”

“เธอไหวแน่นะ?” จี้สุ่ยเหยาถามด้วยความเป็นห่วง

“ไหวครับ สบายมาก” ลู่เฉินยืนยันหนักแน่น

เมื่อเห็นว่าเขาดูไม่เป็นไรจริงๆ จี้สุ่ยเหยาก็ไม่ขัดศรัทธา เธอหยิบเงินสดทั้งหมดที่มีในกระเป๋าออกมา

“ฉันมีติดตัวแค่หมื่นเดียว รับไปก่อนนะ” พร้อมกับยื่นนามบัตรให้ “มีอะไรติดต่อฉันได้ตลอดเวลา ส่วนเรื่องค่าเสียหายเพิ่มเติมค่อยมาคุยกันวันหลัง”

ลู่เฉินรับเงินและนามบัตรมาอย่างไม่เกรงใจ สายตากวาดมองสำรวจเรือนร่างของศาสตราจารย์สาวสวยอย่างหยาบคาย พลางคิดในใจ

แค่เงินหมื่นเดียวมันจะไปพออะไร ต้องเอาตัวอาจารย์มาชดใช้สิถึงจะคุ้ม

เมื่อก่อนเขาเป็นแค่นักศึกษาจนๆ ไม่มีปัญญาจะเอื้อมเด็ดดอกฟ้าอย่างจี้สุ่ยเหยา ได้แค่แอบมองอยู่ห่างๆ

แต่ตอนนี้ไม่เหมือนเดิมแล้ว เขาได้วิชาแพทย์บรรพกาลมาครอง ความรุ่งโรจน์อยู่แค่เอื้อม

ในเมื่อสถานะเปลี่ยน ความทะเยอทะยานก็เปลี่ยนตาม

อุตส่าห์ลงทุนเจ็บตัวเพื่อให้ได้ใกล้ชิดเทพธิดาขนาดนี้ จะให้จบแค่รับเงินแล้วแยกย้ายได้ยังไง

แค่คิดว่าจะได้จีบศาสตราจารย์สาวที่หนุ่มๆทั้งมหาลัยหมายปอง เลือดในกายเขาก็สูบฉีด!

แต่นึกขึ้นได้ว่าปู่ยังรอความช่วยเหลืออยู่ ลู่เฉินจึงต้องตัดใจรีบไปก่อน เขาเก็บความคิดสกปรกไว้ในใจ แหวกฝูงชนแล้ววิ่งเหยาะๆออกไป

จังหวะที่พ้นกลุ่มคนมาได้ เขาเกือบจะชนเข้ากับใครบางคน

ชายคนนี้คือดาวเด่นของปีหนึ่ง เป็นทายาทมหาเศรษฐี เรียนเก่ง หน้าตาดี สมฉายา ‘เดือนคณะปีหนึ่ง’

ลู่เฉินแม้อยู่ปีสองก็ยังรู้จักดี... หวังฮ่าวหราน

แต่ทว่า ทันทีที่เห็นหน้าหวังฮ่าวหราน ลู่เฉินกลับรู้สึกเกลียดขี้หน้ามันขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตุ

เขาเคยได้ยินข่าวลือว่าหวังฮ่าวหรานสนิทสนมกับสามดาวมหาลัยปีหนึ่งอย่างฉินหยุนหาน สวี่มู่เหยียน และมู่เจาเจา ถึงขั้นกินข้าวด้วยกันบ่อยๆ

ลู่เฉินเคยเห็นภาพบาดตานั้นด้วยตัวเอง ตอนนั้นเขาอิจฉาแทบกระอักเลือด อยากจะเข้าไปสิงร่างหวังฮ่าวหรานให้รู้แล้วรู้รอด

แต่ตอนนี้... ความอิจฉาเหล่านั้นมลายหายไปจนสิ้น

เขามีวิชาแพทย์บรรพกาลติดตัว เปรียบเสมือนปลาหลีฮื้อที่กระโจนข้ามประตูมังกร

ลูกเศรษฐีพวกนี้... ในสายตาเขาก็แค่ขยะ!

ต่อให้รวยล้นฟ้าแค่ไหนก็หนีความเจ็บป่วยไม่พ้นหรอก

คิดได้ดังนั้น ลู่เฉินก็ไม่เสียเวลาเสวนา รีบมุ่งหน้าไปโรงพยาบาลทันที

หวังฮ่าวหรานมองตามหลังชายหนุ่มเลือดท่วมตัวที่วิ่งผ่านไปอย่างงุนงง แต่ก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรมากนัก

เขาแค่ผ่านทางมา ไม่ได้กะจะมามุงดูเหตุการณ์ตั้งแต่แรก

แต่พอเขากำลังจะเดินจากไป ฝูงชนก็เริ่มสลายตัว

เผยให้เห็นร่างระหงของจี้สุ่ยเหยาที่ยืนพิงรถอยู่ด้วยสีหน้าตื่นตระหนก

หวังฮ่าวหรานรีบเดินเข้าไปหา ถามด้วยความตกใจ “อาจารย์จี้ เมื่อกี้คุณขับรถชนคนเหรอ?”

“ฮ่าวหราน!” พอเห็นหน้าชายหนุ่มที่เฝ้าคะนึงหา จี้สุ่ยเหยาก็ยิ้มออก ความกังวลคลายลงไปเปราะหนึ่ง “ใช่ ฉันเพิ่งได้ใบขับขี่มาไม่นาน ไม่คิดเลยว่าจะเกิดเรื่องแบบนี้ แต่แปลกมากเลยนะ คนโดนชนกระเด็นไปตั้งเจ็ดแปดเมตร เลือดท่วมตัวขนาดนั้น แต่กลับลุกเดินเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย”

*****

จบบทที่ บทที่ 338 มรดกแพทย์บรรพกาล

คัดลอกลิงก์แล้ว