เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 336 ความคาดหวังของเฟิงอันนา

บทที่ 336 ความคาดหวังของเฟิงอันนา

บทที่ 336 ความคาดหวังของเฟิงอันนา


หวังฮ่าวหรานมองดูเลือดสดๆที่ซึมออกมาจากเสื้อบริเวณหน้าอกของเฟิงอันนาพลางหรี่ตาลง

ถ้าเขาช้าไปกว่านี้อีกนิดเดียว เฟิงอันนาคงได้กลายเป็นศพจริงๆ

ทว่าเฟิงอันนากลับมั่นใจว่าเขาจะต้องยื่นมือเข้ามาช่วย

ผู้หญิงคนนี้ช่างโหดร้ายและใจเด็ดนัก

แต่ถึงจะฉลาดแกมโกงแค่ไหน ต่อหน้าพลังอำนาจที่แท้จริง ทุกแผนการล้วนไร้ความหมาย

“ฉันรู้ว่าเธอกลัวเหยียนหยุนเทียน กลัววรยุทธ์ของเขา แต่ความจริงแล้ว... เธอควรจะกลัวฉันมากกว่า” หวังฮ่าวหรานเอ่ยด้วยความหมายลึกซึ้ง พลางค่อยๆปล่อยมือที่กุมด้ามมีดของเฟิงอันนาออก

“ต่อจากนี้ไปฉันจะเป็นสาวใช้ของคุณ ฉันย่อมต้องเกรงกลัวและเคารพคุณอยู่แล้ว” เฟิงอันนาปั้นหน้าประจบเอาใจ

ในความคิดของเธอ การที่หวังฮ่าวหรานมีเรื่องขัดแย้งกับเหยียนหยุนเทียน แสดงว่าเขาก็ต้องเป็นคนในยุทธภพเช่นกัน และฐานะคงไม่พ้นนายน้อยของสำนัก

แต่เฟิงอันนารู้สึกว่าเขาคงยังเทียบชั้นกับเหยียนหยุนเทียนไม่ได้ เพราะหวังฮ่าวหรานเลือกที่จะเล่นงานเหยียนหยุนเทียนในที่ลับ ไม่กล้าออกไปปะทะซึ่งหน้า

เธอยังประเมินไว้อีก ไม่ว่าจะเป็นฝีมือส่วนตัวหรือเบื้องหลังสำนัก หวังฮ่าวหรานคงเป็นรองเหยียนหยุนเทียนอยู่อย่างน้อยหนึ่งขั้น

แน่นอนว่าความคิดนี้เธอไม่กล้าพูดออกไปให้เขาได้ยิน

“เป็นสาวใช้ฉัน ไม่ต้องกลัวว่าจะลำบากหรอก อย่างน้อยนอกจากฉันแล้ว... ไม่มีใครในโลกนี้เอาชีวิตเธอได้” หวังฮ่าวหรานรู้ดีว่าเฟิงอันนาแค่แสร้งทำเป็นเคารพ จึงพูดเตือนสติ

เฟิงอันนายิ้มรับอย่างยินดี แต่ในใจกลับคิดว่าหวังฮ่าวหรานกำลังโม้

ถึงเธอจะไม่ได้ฝึกวรยุทธ์ แต่ก็เรียนรู้เรื่องราวในยุทธภพจากจงลี่มาไม่น้อย

ได้ยินมาว่าในยุทธภพมีการจัดอันดับ ‘ทำเนียบมังกรหงส์เร้นลับ’ ซึ่งรวบรวมรายชื่ออัจฉริยะรุ่นเยาว์อายุไม่เกิน 25 ปี

และในสิบอันดับแรก ไม่มีชื่อของหวังฮ่าวหรานปรากฏอยู่

ต่อให้เขาจะมีชื่อติดอันดับ แต่ก็คงห่างชั้นกับเหยียนหยุนเทียนลิบลับ

เพราะจงลี่บอกว่าเหยียนหยุนเทียนมีฝีมือเหนือกว่าเจียงเกาเสวียนที่เป็นอันดับหนึ่งในทำเนียบไปอีกขั้น

หวังฮ่าวหรานที่ยังไม่ติดอันดับจะเอาอะไรไปสู้เหยียนหยุนเทียนได้?

“อันนา?!”

ในขณะที่เฟิงอันนากำลังครุ่นคิด จงลี่ก็ผลักประตูเข้ามาพอดี และเห็นเลือดที่ซึมอยู่บนหน้าอกของคุณหนู

จงลี่เข้าใจผิดคิดว่าหวังฮ่าวหรานทำร้ายคุณหนู ด้วยความตกใจและโกรธจัด เธอจึงโคจรลมปราณเต็มกำลัง ซัดฝ่ามือใส่หวังฮ่าวหรานทันที

ทว่า... เมื่อจงลี่พุ่งเข้ามาถึงระยะครึ่งเมตรจากตัวหวังฮ่าวหราน เธอก็ถูกกำแพงลมปราณที่แข็งแกร่งดุจเหล็กกล้าขวางกั้นไว้ ไม่อาจขยับเข้าไปได้แม้แต่นิ้วเดียว

“อยากตายนักใช่ไหม?” หวังฮ่าวหรานตวาดเสียงแข็ง

ตอนเจอกันครั้งแรก จงลี่อวดดีเพราะคิดว่าตัวเองมีวรยุทธ์

ตอนนั้นมีคนอยู่เยอะ หวังฮ่าวหรานไม่อยากลงมือ แต่ตอนนี้ในห้องมีแค่เฟิงอันนา ไม่มีใครอื่น

เขาไม่จำเป็นต้องยั้งมืออีกต่อไป สิ้นเสียงตวาด กำแพงลมปราณก็สั่นสะเทือนอย่างรุนแรง

ร่างของจงลี่เหมือนถูกรถบรรทุกพุ่งชน ปลิวกระเด็นราวกับว่าวสายป่านขาด กระแทกกำแพงคอนกรีตหนาจนยุบเป็นหลุมลึก

อั๊ก!

จงลี่กระอักเลือดออกมาคำโต รู้สึกเหมือนกระดูกทั่วร่างจะแตกละเอียด เธอมองหวังฮ่าวหรานด้วยความหวาดกลัวสุดขีด ก่อนจะร้องออกมาเสียงหลง

“ปรมาจารย์ใหญ่! ท่านคือปรมาจารย์ใหญ่ฮวาจิ้น!”

เฟิงอันนารีบวิ่งไปดูอาการจงลี่ แต่พอได้ยินคำพูดนั้น ใบหน้าของเธอก็เปลี่ยนเป็นความตื่นตะลึง

เธอเคยฟังจงลี่เล่าเรื่องระดับขั้นของผู้ฝึกยุทธ์ จึงรู้ดีว่า ‘ปรมาจารย์ใหญ่ฮวาจิ้น’ นั้นยิ่งใหญ่เพียงใด

แต่ผู้ฝึกยุทธ์ระดับนี้ ส่วนใหญ่จะเป็นผู้อาวุโสที่มีอายุแล้วทั้งนั้น

แต่หวังฮ่าวหรานตรงหน้า... อายุน่าจะไม่ถึงยี่สิบปีด้วยซ้ำ?

ปรมาจารย์ใหญ่ฮวาจิ้นที่อายุไม่ถึงยี่สิบ!

ก่อนหน้านี้เฟิงอันนาคิดเสมอว่าเหยียนหยุนเทียนคือจุดสูงสุดของคนรุ่นเยาว์ในยุทธภพ

แต่ถ้าเทียบกับหวังฮ่าวหรานแล้ว... เหยียนหยุนเทียนไม่มีค่าพอแม้แต่จะหิ้วรองเท้าให้เขาด้วยซ้ำ

หลังจากหายตกใจ เฟิงอันนาก็หันกลับมาดูอาการบอดี้การ์ดคนสนิทด้วยความเป็นห่วง “ป้าจง เป็นยังไงบ้าง?”

“ยัง... ยังไม่ตาย” จงลี่ส่ายหน้าอย่างยากลำบาก

ร่างกายของผู้ฝึกยุทธ์นั้นแข็งแกร่งกว่าคนทั่วไป บวกกับมีลมปราณคุ้มกาย บาดแผลแค่นี้จึงไม่ถึงแก่ชีวิต

ได้ยินจงลี่ตอบ เฟิงอันนาก็โล่งใจไปเปราะหนึ่ง แต่แล้วความกลัวก็กลับมาเกาะกุมหัวใจอีกครั้ง เธอมองไปทางหวังฮ่าวหรานพลางอ้อนวอน

“ขอร้องล่ะค่ะ ได้โปรดเถอะ อย่าฆ่าป้าจงเลย ฉันขอโทษแทนเขาด้วย”

“อันนา ไม่ต้องหรอก ปรมาจารย์ใหญ่มิอาจลบหลู่ ป้าเป็นคนล่วงเกินเขาก่อน แม้ต้องตายก็ถือว่าสมควรแล้ว” จงลี่กล่าวด้วยน้ำเสียงสิ้นหวัง

เฟิงอันนาได้ยินดังนั้น ร่างกายก็สั่นเทา

แม้จงลี่จะเป็นแค่บอดี้การ์ด แต่ในใจของเฟิงอันนา เธอเปรียบเสมือนญาติผู้ใหญ่ที่สำคัญยิ่งกว่าคนในตระกูลเฟิงเสียอีก

เธอสูญเสียครอบครัวไปแล้ว เธอไม่อยากเสียจงลี่ไปอีกคน

“นายท่าน... ได้โปรดเถอะ อย่าฆ่าป้าจงเลย ถ้าคุณยอมไว้ชีวิต ฉันจะยอมเป็นวัวเป็นม้าตอบแทนคุณ ได้โปรดเถอะนายท่าน... ได้โปรด...” เฟิงอันนาโขกศีรษะลงกับพื้นซ้ำๆจนหน้าผากบวมแดง

เห็นภาพนี้ หวังฮ่าวหรานก็งุนงงไปพักหนึ่ง

พูดตามตรง เขาไม่เคยได้ยินคำว่า “ปรมาจารย์ใหญ่มิอาจลบหลู่” มาก่อน ไม่เข้าใจเรื่องพวกนี้เลยสักนิด

หลังจากซัดจงลี่กระเด็นไปแล้ว เขาก็ไม่ได้คิดจะฆ่าแกงอะไรต่อ

ข้อแรก เขาไม่ใช่ตัวเอกที่มีออร่าคุ้มกะลาหัว ที่เมื่อฆ่าคนกลางวันแสกๆแล้วจะลอยนวลได้

ข้อสอง ในฐานะตัวร้าย แค่ทำเลวลับๆล่อๆยังเสี่ยงโดนจับได้ จะให้มาฆ่าคนโต้งๆยิ่งหาเรื่องใส่ตัวเข้าไปใหญ่

เฟิงอันนาเห็นหวังฮ่าวหรานเงียบกริบก็ยิ่งใจเสีย คลานเข่าเข้าไปกอดขาเขา ร้องไห้อ้อนวอนเสียงสั่นเครือให้ไว้ชีวิตจงลี่

“ลุกขึ้นเถอะ ฉันไม่ฆ่าเขาหรอก” หวังฮ่าวหรานเห็นเธอน่าสงสาร ประกอบกับไม่ได้มีเจตนาจะฆ่าใครแต่แรก จึงเอ่ยปาก

เฟิงอันนาไม่คิดว่าหวังฮ่าวหรานจะยอมง่ายๆขนาดนี้ เธอนิ่งอึ้งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะระเบิดความดีใจออกมา

“ขอบคุณค่ะนายท่าน!”

คำเรียกขานนี้ เฟิงอันนาเปล่งออกมาจากใจจริง ฟังแล้วรื่นหูหวังฮ่าวหรานเป็นที่สุด

ต้องยอมรับเลยว่า... ฟังแล้วรู้สึกดีพิลึก

ในขณะเดียวกัน...

【ติ๊ง! นางเอก ‘เฟิงอันนา’ เพิ่มค่าความประทับใจที่มีต่อโฮสต์ 20 แต้ม ระดับความประทับใจปัจจุบันคือ 40 (สนิทสนมมาก)】

【ติ๊ง! โฮสต์ส่งผลกระทบต่อเนื้อเรื่อง ได้รับแต้มวายร้าย 2,000 แต้ม!】

ได้ยินเสียงแจ้งเตือนจากระบบ หวังฮ่าวหรานก็แอบยิ้มในใจ แต่ภายนอกยังคงวางมาดเย็นชา

เดิมทีเขาแค่อยากมาสมน้ำหน้าเฟิงอันนา แต่เรื่องราวกลับตาลปัตรจนมาจบลงแบบนี้ เกินความคาดหมายไปไม่น้อย

แต่ผลลัพธ์ก็ถือว่าน่าพอใจทีเดียว

เมื่อเรื่องราวคลี่คลาย หวังฮ่าวหรานก็ไม่รั้งรอ เดินจากไปทันที

เฟิงอันนาเห็นเจ้านายคนใหม่จากไปแล้วก็ผ่อนคลายความตึงเครียดลง รีบพยุงจงลี่ขึ้นมา แล้วโทรเรียกรถพยาบาล

ระหว่างรอรถพยาบาล จงลี่ถามถึงเหตุการณ์ตอนที่เธอไม่อยู่

เฟิงอันนาเล่าทุกอย่างให้ฟังอย่างละเอียด

เมื่อได้ยินว่าคุณหนูผู้สูงศักดิ์ต้องลดตัวลงไปเป็นสาวใช้ จงลี่ก็รู้สึกโกรธเคืองแทนวูบหนึ่ง แต่แล้วก็ทำใจได้

“อันนา การได้เป็นสาวใช้ของปรมาจารย์ใหญ่ฮวาจิ้นนั้นเป็นโอกาสที่หาได้ยากยิ่ง แค่ว่าเธอไม่เคยลำบากมาก่อน... ป้ากลัวเธอจะทนไม่ไหว”

“แค่รอดตายมาได้ก็ถือว่าโชคดีในโชคร้ายแล้ว ฉันจะพยายามทำหน้าที่สาวใช้ให้ดีที่สุด หวังว่าเขาจะเมตตาบ้าง” เฟิงอันนาเอ่ยเสียงแผ่ว

*****

จบบทที่ บทที่ 336 ความคาดหวังของเฟิงอันนา

คัดลอกลิงก์แล้ว