เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 332 ต่างคนต่างมีแผนร้าย

บทที่ 332 ต่างคนต่างมีแผนร้าย

บทที่ 332 ต่างคนต่างมีแผนร้าย


“ขอบคุณที่ไม่ถือสากันนะคะ” เฟิงอันนายิ้มอย่างอ่อนโยน ก่อนจะเอ่ยต่อ “โบราณว่าไม่ตีกันย่อมไม่รู้จักกันจริง ถือโอกาสนี้ให้ฉันเป็นเจ้าภาพเลี้ยงข้าวสักมื้อเพื่อเป็นการขอโทษคุณกับพี่สาวจะได้ไหม?”

“สาวสวยออกปากชวนขนาดนี้ ผมย่อมไม่ปฏิเสธอยู่แล้ว” หวังฮ่าวหรานตอบรับทันที

“สะดวกวันไหนดี?”

“วันนี้เลยดีกว่า” หวังฮ่าวหรานไม่อยากรอช้า

“งั้นเป็นเย็นนี้เลยนะคะ” เฟิงอันนาสรุปรวบรัด

เมื่อเห็นทั้งสองตกลงกันเสร็จสรรพ เจิ้นซือหมินก็หน้าตื่น ร้อนรนขึ้นมาทันที

“ฮ่าวหราน! ฉันให้นายมาช่วยแก้แค้นนะ ไม่ได้ให้มาจีบ...”

หวังฮ่าวหรานรีบเอามืออุดปากพี่สาว แล้วลากไปมุมหนึ่ง กระซิบเสียงเบา

“พี่ซือหมิน วางใจเถอะ ผมบอกว่าจะช่วยแก้แค้นก็ต้องช่วยแน่นอน ผมมีแผนการของตัวเอง พี่อย่าเพิ่งทำเสียเรื่องสิ”

“แผนอะไร? แกล้งจีบมันก่อนฟันแล้วทิ้งเหรอ? ให้มันอกหักตายทั้งเป็น? เออ... แผนนี้ก็เข้าท่าดีนะ” เจิ้นซือหมินจินตนาการไปไกล กระซิบตอบอย่างตื่นเต้น

“พี่ฉลาดจริงๆ” หวังฮ่าวหรานแกล้งชมไปอย่างนั้นเอง จริงๆเขาคิดแผนอื่นไว้แล้ว แต่ขี้เกียจอธิบายให้มากความ จึงปล่อยเลยตามเลยไปก่อน

“เอางั้นก็ได้ แต่นายต้องทำให้มันเจ็บเจียนตายเลยนะ แล้วอย่าลืมถ่ายคลิปเยอะๆ ส่งมาให้ฉันดูด้วยล่ะ” เจิ้นซือหมินยังคงยึดติดกับความคิดเดิมไม่เลิก

“รู้แล้วๆ” หวังฮ่าวหรานรับปากส่งๆ

จากนั้นเขาก็กลับไปคุยตามมารยาทกับเฟิงอันนาอีกนิดหน่อย แลกเปลี่ยนชื่อแซ่กัน แล้วพาเจิ้นซือหมินกลับ

“อันนา ทำไมต้องไว้หน้าพวกมันขนาดนั้นด้วย?” จงลี่ถามด้วยความสงสัยเมื่อเห็นว่าไม่มีคนอื่นอยู่แล้ว

“ป้าคิดว่าหวังฮ่าวหรานคนนี้เป็นคนยังไง?” เฟิงอันนาไม่ตอบ แต่ถามกลับด้วยคำถามชวนงง

“ก็แค่ลูกเศรษฐีหน้าตาดีคนนึง ผู้ชายแบบนี้ปกติเธอเกลียดเข้าไส้ไม่ใช่เหรอ...” จงลี่พูดไปพูดมา จู่ๆก็เหมือนจะนึกอะไรขึ้นได้

เฟิงอันนาไม่พูดอะไรต่อ เพียงแค่ยิ้มมุมปากอย่างเจ้าเล่ห์

ยามเย็น

หวังฮ่าวหรานและเจิ้นซือหมินไปตามนัดที่โรงแรมหรู

ระหว่างมื้ออาหาร เฟิงอันนาแสดงท่าทีเป็นมิตรสุดขีด ชวนหวังฮ่าวหรานดื่มไม่หยุดหย่อน

หวังฮ่าวหรานยังเดาไม่ออกว่าอีกฝ่ายมาไม้ไหน จึงเล่นตามน้ำไปก่อน

เฟิงอันนาดื่มไปพอสมควร แก้มแดงระเรื่อ ดวงตาฉ่ำหวานเยิ้ม ดูงดงามเย้ายวนจนแทบไม่อาจละสายตา

หลังมื้ออาหารจบลงก็เป็นเวลาดึกแล้ว

จู่ๆจงลี่ก็ได้รับโทรศัพท์ด่วน จึงต้องขอตัวกลับไปก่อน

“วันนี้ดีใจมากเลยค่ะที่ได้รู้จักคุณ” เฟิงอันนาส่งสายตาหวานเชื่อมให้หวังฮ่าวหราน

“ผมก็เหมือนกัน” หวังฮ่าวหรานยิ้มตอบ

“ฉันพักอยู่ที่โรงแรมนี้ ขอตัวขึ้นห้องก่อนนะคะ” เฟิงอันนาลุกขึ้น แต่เพราะความเมาทำให้เธอยืนโงนเงนทรงตัวไม่อยู่

หวังฮ่าวหรานเอะใจทันที

พอมื้ออาหารจบ จงลี่ที่มีฝีมือร้ายกาจก็รีบชิ่งหนี ทิ้งเฟิงอันนาที่ไร้ทางสู้ไว้ลำพัง

ถ้าดูจากท่าทีหวงแหนคุณหนูของจงลี่ก่อนหน้านี้ การกระทำแบบนี้ถือว่าผิดปกติมาก

ที่สำคัญ เฟิงอันนายังเมามายไม่ได้สติอีกต่างหาก

นี่... นี่มันจงใจเปิดช่องให้เขาชัดๆ

มาดูกันซิว่าแม่นางคนนี้วางแผนอะไรไว้

เมื่อประมวลผลเสร็จ หวังฮ่าวหรานก็รีบแสดงความเป็นสุภาพบุรุษ

“คุณเมาแล้ว ให้ผมไปส่งที่ห้องเถอะ”

“จะดีเหรอคะ เกรงใจคุณแย่” เฟิงอันนาปฏิเสธพอเป็นพิธี

“ไม่เป็นไร ผมยินดี” หวังฮ่าวหรานยืนกราน

“งั้นรบกวนด้วยนะ” เฟิงอันนาพยักหน้าตกลง

หวังฮ่าวหรานเดินเข้าไปประคอง เฟิงอันนาวางมือบนไหล่เขาเพื่อพยุงตัว แล้วเดินนำไปที่ห้อง

ส่วนเจิ้นซือหมินที่ได้รับการอบรมทางความคิดจากหวังฮ่าวหรานมาแล้วก็ไม่ได้เข้าไปขัดจังหวะ แถมยังชูนิ้วโป้งให้กำลังใจอยู่ห่างๆ ก่อนจะแยกตัวกลับไปเงียบๆ

หวังฮ่าวหรานพาเฟิงอันนามาถึงหน้าห้องสวีตสุดหรู

เฟิงอันนาเปิดประตู แล้วเดินเซเข้าไปข้างใน

“พักผ่อนให้สบายนะ ผมขอตัวกลับก่อน” หวังฮ่าวหรานยืนส่งอยู่แค่หน้าประตู ไม่ได้ตามเข้าไป

“มาถึงขนาดนี้แล้ว คุณจะใจร้ายทิ้งฉันไปจริงๆเหรอคะ?” เฟิงอันนาหันมามอง ใบหน้าแดงระเรื่อเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์บวกกับน้ำเสียงกระเส่าเย้ายวน ช่างเป็นเสน่ห์ที่กระชากวิญญาณชายหนุ่ม

ได้ยินดังนั้น แม้ใจจริงหวังฮ่าวหรานจะนิ่งสนิท แต่ภายนอกเขารีบปั้นหน้าตื่นเต้นดีใจ ราวกับกลัวเธอจะเปลี่ยนใจ เขารีบก้าวเข้าไปในห้องและมายืนตรงหน้าเฟิงอันนาทันที

“ไม่ต้องรีบนักหรอกค่ะ” เฟิงอันนาถอยหลังก้าวหนึ่งเพื่อรักษาระยะห่าง แล้วเดินไปหยิบไวน์แดงจากชั้นมาเทใส่แก้วสองใบ

“เมื่อกี้ยังดื่มไม่สาแก่ใจเลย เรามาดื่มกันอีกสักแก้วดีไหมคะ” เฟิงอันนายื่นแก้วไวน์ส่งให้

หวังฮ่าวหรานรับแก้วไวน์มา แต่ในใจลอบยิ้มเยาะ

ที่ขอบแก้ว... มียาสลบป้ายไว้อยู่

มุกตื้นๆแบบนี้เขาเคยเจอมาแล้วตอนโดนถังปิงหยุนวางยา

แต่เจตนาของสองสาวนั้นต่างกันราวฟ้ากับเหว

คนหนึ่งทำเพราะรัก อีกคนทำเพราะมีแผนชั่วร้าย

เพื่อให้หวังฮ่าวหรานตายใจ เฟิงอันนาจึงยกแก้วของตัวเองขึ้นจิบก่อน แล้วหันมายิ้มถามเมื่อเห็นเขายังไม่ดื่ม

“คออ่อนกว่าฉันอีกเหรอคะ ทำไมไม่ดื่มล่ะ?”

เธอป้ายยาไว้แค่ที่แก้วของหวังฮ่าวหราน ส่วนแก้วของเธอปลอดภัยหายห่วง

“คุณรินให้ทั้งที ผมจะไม่ดื่มได้ยังไง” หวังฮ่าวหรานยิ้มแล้วยกแก้วขึ้นจิบ

ตอนนี้ร่างกายของเขาไม่เหมือนตอนเจอถังปิงหยุนอีกแล้ว เขามีกายาที่ต้านพิษนับร้อยชนิด

ต่อให้กินยาสลบเป็นกิโลก็ไม่สะเทือน นับประสาอะไรกับยาแค่ปลายแก้ว

“ฉันขอตัวไปอาบน้ำก่อนนะคะ” พอเห็นเหยื่อติดกับ เฟิงอันนาก็แอบยิ้มร้ายในใจ แล้วเดินเข้าห้องน้ำไป

ไม่นานเสียงน้ำไหลผ่านฝักบัวก็ดังขึ้น

หวังฮ่าวหรานกะเวลาออกฤทธิ์ของยา ผ่านไปสักสองสามนาที เขาก็แกล้งทำท่ามึนหัว แล้วล้มตัวลงนอนบนเตียง แสร้งทำเป็นสลบเหมือด

ผ่านไปสักพักใหญ่ เฟิงอันนาเดินออกมาจากห้องน้ำในชุดที่เรียบร้อยมิดชิด แววตาที่เคยฉ่ำเยิ้มด้วยฤทธิ์สุรากลับกลายเป็นแจ่มใสไร้แววเมามายโดยสิ้นเชิง

เธอโทรศัพท์หาใครบางคน ไม่นานจงลี่ก็เปิดประตูเข้ามา แล้วเริ่มจัดการ “สถานที่เกิดเหตุ”

ถึงขั้นหยดของเหลวสีแดงลงบนผ้าปูที่นอนขาวสะอาด

หวังฮ่าวหรานที่แกล้งหลับอยู่แอบใช้ตาทิพย์มองเหตุการณ์ทั้งหมดด้วยความงุนงง

แม่นางเฟิงอันนาคนนี้ลงทุนสร้างสถานการณ์เพื่อใส่ร้ายเขา... แต่เป้าหมายคืออะไรกันแน่?

คิดเท่าไหร่ก็คิดไม่ออก

เมื่อจงลี่จัดฉากเสร็จ ทั้งสองก็พากันออกจากห้องไป

เช้าวันรุ่งขึ้น

ฟ้าเริ่มสาง เฟิงอันนาย่องกลับเข้ามาในห้อง แล้วฝืนใจมุดตัวเข้าไปนอนใต้ผ้าห่มข้างๆหวังฮ่าวหรานด้วยความรังเกียจ

อันที่จริงหวังฮ่าวหรานตื่นอยู่แล้ว แต่แกล้งทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ ก่อนจะแอบซัดลมปราณใส่เฟิงอันนาจนเธอสลบไป

จากนั้นเขาก็หยิบมือถือขึ้นมาถ่ายรูปคู่กับเฟิงอันนาในอิริยาบถต่างๆ เก็บไว้เป็นหลักฐาน

แม้จะไม่รู้จุดประสงค์ของเฟิงอันนา แต่เขาไม่ยอมเป็นหุ่นเชิดให้เธอปั่นหัวเล่นฟรีๆแน่ ต้องมีอะไรติดไม้ติดมือไว้ต่อรองบ้าง

ถ่ายเสร็จเขาก็กลับมานอนท่าเดิม

ไม่นานนัก เฟิงอันนาก็รู้สึกตัว

เธอไม่รู้ตัวเลยว่าตนสลบไปด้วยลมปราณ คิดแค่ว่าเมื่อคืนคงนอนไม่พอเลยเผลอหลับลึกไปหน่อย

หวังฮ่าวหรานแกล้งทำเป็นเพิ่งตื่นตามจังหวะพอดี เขามองไปรอบๆห้อง แล้วหันมามองเฟิงอันนาที่นอนอยู่ข้างๆ

มือแอบกดบันทึกเสียงในโทรศัพท์ แล้วถามด้วยน้ำเสียงมึนงง

“พวกเรา...”

“ยังจะกล้าถามอีกหรอคะ ทำกับฉันตั้งขนาดนั้นแท้ๆ” เฟิงอันนาส่งสายตารักใคร่มาให้ แสร้งทำเป็นเขินอายหน้าแดง

*****

จบบทที่ บทที่ 332 ต่างคนต่างมีแผนร้าย

คัดลอกลิงก์แล้ว