เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 330 กรุณาสำรวมด้วย

บทที่ 330 กรุณาสำรวมด้วย

บทที่ 330 กรุณาสำรวมด้วย


หวังฮ่าวหรานถึงกับพูดไม่ออกไปพักใหญ่

ตระกูลนี้มันยังไงกันแน่ มีแต่พวกตัวร้ายทั้งบ้านเลยหรือไง? เอะอะก็จะทำเรื่องชั่วๆตลอด

เดิมทีเขาตั้งใจจะปล่อยผ่านเรื่องเฟิงอันนาไปแล้วแท้ๆ

แต่กลายเป็นว่าญาติผู้พี่อย่างเจิ้นซือหมินดันไปแกว่งเท้าหาเสี้ยนเข้าจนได้

“ฮ่าวหราน พูดอะไรหน่อยสิ เงียบทำไม สัญญาณไม่ดีเหรอ?” เมื่อเห็นหวังฮ่าวหรานเงียบไปนาน ปลายสายอย่างเจิ้นซือหมินก็เริ่มเร่งเร้า

“ฟังอยู่ครับ” หวังฮ่าวหรานตอบกลับ

“งั้นรีบไปรวบรวมคนมาจัดการเลยนะ ฉันไม่ได้โกหก เฟิงอันนาคนนี้สวยจริงๆ” เจิ้นซือหมินยืนยันเสียงหนักแน่น แถมยังทวงบุญคุณอีกต่างหาก “ดูสิว่าฉันดีกับนายแค่ไหน มีเรื่องดีๆแบบนี้ก็นึกถึงนายเป็นคนแรก!”

หวังฮ่าวหรานกลอกตามองบน พี่สาวคนนี้โตแต่ตัวจริงๆ ยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าอีกฝ่ายมีเบื้องหลังยังไง ดันกล้าไปยุ่งกับเขา

โชคดีที่เขาไม่ใช่ตัวร้ายสมองกลวงไร้ฝีมือ ไม่งั้นคงโดนพี่สาวคนนี้พาซวยไปแล้ว

“โอเคๆ เดี๋ยวผมจัดการเอง” หวังฮ่าวหรานรับปากส่งๆ

“รีบหน่อยนะ อย่าลืมถ่ายคลิปไว้แบล็กเมล์ด้วยล่ะ” เจิ้นซือหมินกำชับ แล้วเว้นวรรคไปครู่หนึ่งก่อนจะเสริมว่า “แล้วอย่าลืมส่งสำเนามาให้ฉันดูด้วย ฉันอยากเห็นตอนนังเฟิงอันนาโดนสั่งสอน!”

หวังฮ่าวหรานถึงกับสะดุ้งกับความคิดของพี่สาว “พี่ซือหมิน วิธีนี้พักไว้ก่อนเถอะ เดี๋ยวผมหาทางจัดการเฟิงอันนาด้วยวิธีอื่นดีกว่า”

ในฐานะจอมวายร้าย จะให้ใช้วิธีตื้นเขินแบบที่เจิ้นซือหมินเสนอมามันเสียระดับเกินไป เขาไม่ลดตัวลงไปทำหรอก

อีกอย่าง รอบตัวเขาก็มีนางเอกที่พร้อมจะยอมทำทุกอย่างให้อยู่แล้ว จะไปทำเรื่องพรรค์นั้นทำไม?

“นายมีไอเดียอะไร บอกมาเร็วเข้า” เจิ้นซือหมินถาม

“ความลับครับ ไว้ถึงเวลาจะบอก” หวังฮ่าวหรานบ่ายเบี่ยง

“ฉันทนรอไม่ไหวหรอก ถ้าไม่ได้ระบายแค้นคืนนี้คงนอนไม่หลับแน่ ถ้านายไม่ช่วย งั้นเดี๋ยวฉันไปฟ้องน้าเล็ก น้าเล็กรักฉันจะตาย ต้องช่วยฉันแน่ๆ” เจิ้นซือหมินขู่

เจิ้นหลี่ แม่ของเขาเป็นน้องคนสุดท้องในบรรดาพี่น้องตระกูลเจิ้น และก็คือน้าเล็กที่เจิ้นซือหมินพูดถึง

หวังฮ่าวหรานรู้ดีถึงนิสัยอารมณ์ร้อนของแม่บังเกิดเกล้า ขืนเจิ้นซือหมินไปฟ้อง แม่เขาต้องกระโดดลงมาเล่นเรื่องนี้แน่ๆ

เมื่อคิดได้ดังนั้น หวังฮ่าวหรานจึงจำใจต้องรับปาก “ไม่ต้องไปกวนแม่หรอก เดี๋ยวผมจัดการให้เอง”

“งั้นมาคุยกันต่อหน้าดีกว่า” เจิ้นซือหมินยังไม่วางใจ

“นัดสถานที่มาเลยครับ” หวังฮ่าวหรานตัดบท

แม้เจิ้นซือหมินจะร้ายกาจกับคนนอก แต่กับคนในครอบครัว เธอก็ดีด้วยเสมอ

งานนี้หวังฮ่าวหรานตั้งใจจะช่วย

ในเมื่อเขาเป็นตัวร้าย แถมยังเป็นลูกพี่ลูกน้องกับเจิ้นซือหมิน ย่อมต้องรวมหัวกันเป็นธรรมดา

อีกเหตุผลคือ เฟิงอันนามีสถานะเป็นนางเอก การเล่นงานเธอก็เท่ากับโจมตีไปที่ตัวเอกอย่างเหยียนหยุนเทียนทางอ้อมด้วย

หลังจากนัดแนะสถานที่เรียบร้อย หวังฮ่าวหรานก็วางสายและเตรียมตัวออกไปข้างนอก

ทว่าทันทีที่ก้าวออกจากวิลล่า เขาก็เห็นร่างระหงยืนสงบนิ่งอยู่ที่หน้าประตูใหญ่

แม้จะเห็นเพียงแผ่นหลัง แต่ความงามนั้นก็ยังสะกดสายตาให้จ้องมอง

และเมื่อเธอหันกลับมา ท่วงท่าและใบหน้าอันงดงามนั้นแทบจะกระชากวิญญาณของหวังฮ่าวหรานหลุดออกจากร่าง

ความงามระดับนี้ นอกจากเฟิ่งซวนซู่แล้วจะเป็นใครไปได้อีก?

เมื่อเห็นหวังฮ่าวหรานออกมา คิ้วเรียวสวยที่ขมวดมุ่นอยู่เล็กน้อยของเฟิ่งซวนซู่ก็คลายออก รอยยิ้มผุดขึ้นบนใบหน้าขาวเนียนละเอียด

เธอก้าวเข้ามาหาเขาด้วยท่วงท่าที่งดงามราวกับเทพธิดา

“เมื่อวานเสียมารยาทไปหน่อย หวังว่าเจ้าคงไม่ถือสานะ” เฟิ่งซวนซู่กล่าวขอโทษด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล

“ไม่เป็นไร” หวังฮ่าวหรานโบกมืออย่างไม่ใส่ใจ ก่อนจะถามด้วยความสงสัย “แล้วคุณรู้ได้ยังไงว่าผมอยู่ที่นี่?”

“เมื่อคืนข้าฝันถึงเจ้า ในฝันนั้นเจ้าเป็นคนบอกข้าเอง” เฟิ่งซวนซู่ส่งยิ้มหวานหยาดเยิ้มที่สามารถสะกดคนทั้งโลกได้

หวังฮ่าวหรานย่อมไม่เชื่อ แต่พอคิดดูดีๆก็เดาได้ไม่ยาก ว่าเธอคงไปหลอกถามมาจากฉินหยุนหาน

เจอสายตาเร่าร้อนของเฟิ่งซวนซู่เข้าไป หวังฮ่าวหรานไม่กล้าตอบสนองมากนัก

เพราะขืนยอมรับเฟิ่งซวนซู่เข้าฮาเร็ม ไฟนรกอาจจะลุกไหม้หลังบ้านได้

ต้องไม่ลืมว่าสถานะของเฟิ่งซวนซู่นั้นต่างจากแฟนสาวคนอื่น ถ้ายอมรับเมื่อไหร่ เธอจะกลายเป็น ‘ภรรยา’ ทันที

ถ้าฉิวเฉียนเว่ยและพี่น้องคนอื่นๆรู้เรื่องนี้เข้า คงได้บ้านแตกสาแหรกขาดกันไปข้าง

และต่อให้ปิดบังฉิวเฉียนเว่ยได้ แต่ถ้าเฟิ่งซวนซู่บุกไปหาฉิวเฉียนเว่ยล่ะ?

ในฐานะภรรยาหลวง เธอย่อมมีสิทธิ์ที่จะไปจัดการกับเมียน้อยอย่างฉิวเฉียนเว่ยได้เต็มที่

การไม่ตอบรับความรู้สึกของเฟิ่งซวนซู่จึงเป็นทางออกที่ดีที่สุดในตอนนี้

แต่แน่นอน... จะเย็นชาใส่เกินไปก็ไม่ได้

โฉมงามอันดับหนึ่งแห่งยุทธภพเชียวนะ จะทิ้งขว้างก็น่าเสียดายแย่

“อันที่จริงผมก็ฝันเห็นผู้หญิงคนหนึ่งบ่อยๆเหมือนกัน” หวังฮ่าวหรานสบตาเฟิ่งซวนซู่ แล้วแกล้งพูดขึ้นมาลอยๆ

“ผู้หญิงคนนั้นเป็นใคร หน้าตาเป็นยังไง? ...เหมือนข้าหรือเปล่า?” เฟิ่งซวนซู่ตื่นเต้นขึ้นมาทันที ขยับตัวเข้าใกล้ คว้ามือหวังฮ่าวหรานไปกุมไว้แล้วถามรัวเร็ว

“ผมพยายามจะมองหน้าเธอให้ชัด แต่ก็มองไม่เห็นสักที แต่ลึกๆในใจมีเสียงบอกว่าเธอสำคัญกับผมมาก” หวังฮ่าวหรานตีหน้าขรึมพูดจริงจัง

สิ้นเสียง หวังฮ่าวหรานรู้สึกได้เลยว่ามือของเฟิ่งซวนซู่สั่นระริกด้วยความตื่นเต้น

“คนที่เจ้าฝันถึงคือภรรยาของเจ้า และข้า... ข้าก็คือภรรยาของเจ้า” ดวงตาของเฟิ่งซวนซู่รื้นไปด้วยน้ำตา นางไม่อาจเก็บกลั้นอารมณ์ได้อีกต่อไป โผเข้ากอดร่างตรงหน้าไว้แน่น

หวังฮ่าวหรานอยากจะกอดตอบใจจะขาด แต่วิลล่าของหลิวเยว่อยู่ใกล้แค่นี้ ถ้าฉิวเฉียนเว่ยหรือสาวๆคนอื่นมาเห็นเข้ามีหวังงานงอกแน่

“แม่นาง กรุณาสำรวมด้วย” หวังฮ่าวหรานจำใจผลักเฟิ่งซวนซู่ออกเบาๆ แสร้งวางมาดสุภาพบุรุษผู้ถือตัว

“ขะ...ข้าเผลอตัวไปหน่อย... ข้า... ข้าขอโทษ” เฟิ่งซวนซู่รู้ตัวว่าเสียอาการ รีบกล่าวขอโทษ

“ไม่เป็นไร” หวังฮ่าวหรานตอบอย่างใจกว้าง เขาไม่อยากยืนคุยกับเฟิ่งซวนซู่หน้าวิลล่า จึงรีบตัดบท

“ผมมีธุระต้องจัดการ คงคุยต่อไม่ได้แล้ว”

“งั้นข้าไม่รบกวนเจ้าแล้ว” เฟิ่งซวนซู่ไม่กล้าเซ้าซี้ รีบขอตัวกลับ แต่ก่อนจะไป นางก็หันกลับมาพูดทิ้งท้าย

“หากเจ้ามีปัญหาอะไร มาหาข้าได้ตลอดเวลาเลยนะ ต่อให้ยากแค่ไหนข้าก็จะยอมแลกด้วยชีวิตเพื่อทำให้สำเร็จ”

“ขอบคุณ” หวังฮ่าวหรานตอบรับ

เฟิ่งซวนซู่ส่งสายตาอาลัยอาวรณ์ให้เขาอีกครั้ง ก่อนจะเดินจากไปแบบเดินสามก้าวหันกลับมามองหนึ่งก้าว

หวังฮ่าวหรานขับรถลัมโบร์กินีมุ่งหน้าไปยังสถานที่นัดพบของเจิ้นซือหมินทันที

......

ณ ห้องส่วนตัวในร้านน้ำชาสุดหรู

หญิงสาวหน้าตาสะสวย แต่งกายหรูหราดูมีสง่าราศี กำลังจิบชาอย่างสบายอารมณ์

“อันนา เธอตัดสินใจเรื่องนี้โดยไม่ปรึกษาท่านผู้นำตระกูลเลย เธอไม่กลัวท่านจะโกรธทีหลังหรือ?”

หญิงวัยกลางคนอายุราวสี่สิบกว่าปีที่นั่งอยู่ตรงข้ามมีสีหน้ากังวลอย่างเห็นได้ชัด ไม่มีอารมณ์จะสุนทรีย์กับการดื่มชาเลยสักนิด

“ป้าจง ป้าเห็นฉันมาตั้งแต่เล็กจนโตน่าจะรู้นิสัยฉันดี ชีวิตของฉัน ฉันขอกำหนดเอง ไม่ต้องให้ใครมาบงการ... แม้คนคนนั้นจะเป็นพ่อของฉันก็ตาม!”

หญิงสาวหมุนถ้วยชาในมือเล่นเบาๆ แววตาที่ดูสงบนิ่งฉายประกายแหลมคมวูบหนึ่ง

*****

จบบทที่ บทที่ 330 กรุณาสำรวมด้วย

คัดลอกลิงก์แล้ว