- หน้าแรก
- เกิดใหม่ทั้งที ดันกลายเป็นนายน้อยจอมวายร้ายไปซะได้
- บทที่ 328 ตัวเอกสายสลับเพศ
บทที่ 328 ตัวเอกสายสลับเพศ
บทที่ 328 ตัวเอกสายสลับเพศ
มันคือตัวเอกสายสลับเพศจริงๆด้วย!
หลังจากตรวจสอบข้อมูลของเหรินเจียวเจียว หวังฮ่าวหรานก็มั่นใจเต็มร้อยว่าข้อสันนิษฐานของเขาถูกต้อง
ท่าทางและการกระทำของเหรินเจียวเจียวไม่ใช่แค่ผู้หญิงห้าวธรรมดาๆ แต่ลึกๆแล้วมันคือกิริยาของชายเถื่อนชัดๆ
เพียงแค่มีเปลือกนอกที่สวยงามห่อหุ้มไว้เลยดูไม่ค่อยน่ารังเกียจเท่าไหร่นัก
‘สายสลับเพศ’ ที่ว่านี้ก็คือการที่วิญญาณของผู้ชายข้ามมิติมาอยู่ในร่างของผู้หญิง ส่วนเนื้อเรื่องหลักจะเป็นอย่างไรนั้นก็แล้วแต่ว่าใครจะเขียนบทแบบไหน
แต่สำหรับเนื้อเรื่องหลักของเหรินเจียวเจียวคนนี้ ทำเอาหวังฮ่าวหรานถึงกับกัดฟันกรอด
โชคดีที่เขาไหวตัวทัน ขืนปล่อยไว้นานกว่านี้ ให้เหรินเจียวเจียวสะสมฮาเร็มเพื่อนสาวครบสิบคน เรื่องคงบานปลายใหญ่โตแน่
เพราะเมื่อเธอ... ไม่สิ มันคืนร่างเป็นผู้ชาย ค่าความชอบของสาวสวยทั้งสิบคนจะพุ่งทะยานจนเต็มทันที!
“พวกเราจะไปว่ายน้ำกันแล้ว แต่ไม่มีที่สำหรับนายหรอกนะ อย่าตามมาล่ะ”
เสียงของเหรินเจียวเจียวดึงสติหวังฮ่าวหรานกลับมา
พูดจบ เหรินเจียวเจียวก็ทำท่าจะจูงมือฉินหยุนหานและมู่เจาเจาไปสระว่ายน้ำ
แต่หวังฮ่าวหรานไวกว่า เขาแอบซัดพลังลมปราณใส่ข้อเท้าของเหรินเจียวเจียวอย่างเงียบเชียบ
เหรินเจียวเจียวร้องเสียงหลง ล้มลงไปกองกับพื้นทันที
“ว้าย! เป็นอะไรหรือเปล่า?” ฉินหยุนหานและมู่เจาเจาร้องอุทานด้วยความตกใจ
“เหมือนข้อเท้าจะแพลงน่ะ โอ๊ย... เจ็บชะมัด” เหรินเจียวเจียวนั่งกุมข้อเท้า ร้องโอดโอย
“สงสัยคงอดไปว่ายน้ำแล้วมั้ง” หวังฮ่าวหรานพูดยิ้มๆอย่างสมน้ำหน้า
เหรินเจียวเจียวตวัดสายตามองค้อนขวับ ก่อนจะหันไปอ้อนสองสาว
“พวกเธอช่วยพยุงฉันไปห้องพยาบาลหน่อยสิ”
“เดี๋ยวฉันช่วยเอง” หวังฮ่าวหรานเสนอตัว
“คิดจะแต๊ะอั๋งฉันเหรอ? ฝันไปเถอะ ฉันไม่ให้นายพยุงหรอกย่ะ” เหรินเจียวเจียวปฏิเสธเสียงแข็ง
หวังฮ่าวหรานแค่นหัวเราะ หันไปสั่งฉินหยุนหานและมู่เจาเจาด้วยสีหน้าจริงจัง “พวกเธอสองคนก็ห้ามไปช่วยล่ะ”
“ทำไมพวกเธอต้องฟังนายด้วย? ตลกชะมัด” เหรินเจียวเจียวทำเสียงเย้ยหยัน แล้วหันไปเร่งสองสาว
“เร็วเข้า มาช่วยพยุงฉันหน่อย”
ในหัวของเหรินเจียวเจียวเริ่มจินตนาการบรรเจิด
ฉินหยุนหานกับมู่เจาเจาช่วยพยุงแขนเธอคนละข้าง แล้วเธอก็จะแกล้งมือไม้อ่อนไปโดนหน้าอกหน้าใจของพวกหล่อนเพื่อลวนลาม
ด้วยความที่ตอนนี้เธออยู่ในร่างผู้หญิง พวกหล่อนคงไม่เอะใจคิดว่าเธอเป็นพวกโรคจิตแน่ๆ
แต่ทว่า... หลังจากมโนเสร็จสรรพ เหรินเจียวเจียวกลับพบว่าฉินหยุนหานและมู่เจาเจายังยืนนิ่ง ไม่ขยับเขยื้อน
“เกิดอะไรขึ้น? พวกเธอเชื่อฟังหมอนี่จริงๆเหรอเนี่ย?” เหรินเจียวเจียวถามด้วยความงุนงง
“เขาหล่อขนาดนี้ แฟนเขาก็ต้องสวยกว่าคุณแน่ๆ เขาจะอยากแต๊ะอั๋งคุณไปทำไม? เขาหวังดีแท้ๆแต่คุณกลับทำท่ารังเกียจ ไม่รู้จักรักษาน้ำใจคนอื่นบ้าง!” ฉินหยุนหานออกโรงปกป้องแฟนหนุ่มพร้อมกับถือโอกาสชมตัวเองไปในตัว
“ใช่ หวังฮ่าวหรานเขาหวังดี ทำไมรุ่นพี่ต้องพูดจาแบบนั้นกับเขาด้วย” มู่เจาเจาเข้าข้างหวังฮ่าวหรานอีกคน
เหรินเจียวเจียวถึงได้ตระหนักว่าสองสาวนี้ให้ความสำคัญกับหวังฮ่าวหรานไม่น้อย
แม้จะเหม็นขี้หน้าหวังฮ่าวหรานแค่ไหน แต่พอลองชั่งใจดูแล้ว เหรินเจียวเจียวก็จำต้องเปลี่ยนท่าที พูดกับหวังฮ่าวหรานด้วยน้ำเสียงอ่อนลง
“เมื่อกี้ขอโทษด้วยแล้วกัน นายมาช่วยพยุงฉันหน่อยสิ”
“ตอนนี้ฉันขี้เกียจแล้ว” หวังฮ่าวหรานยิ้มเย็น
เหรินเจียวเจียวหน้าชาเพราะโดนปั่นหัว ความโกรธพุ่งขึ้นมา แต่ติดที่ฉินหยุนหานและมู่เจาเจาอยู่ด้วยจึงไม่กล้าอาละวาด
โชคดีที่เธอเห็นเพื่อนร่วมชั้นสองคนเดินผ่านมาพอดี เลยร้องเรียกให้มาช่วย
สองสาวเพื่อนร่วมชั้นจึงเข้ามาช่วยพยุงเหรินเจียวเจียวไปห้องพยาบาล
“ตามไปดูอาการหน่อยไหม?” มู่เจาเจาหันถามความเห็นหวังฮ่าวหราน
“เอาสิ” หวังฮ่าวหรานพยักหน้า
ทั้งสามเดินตามไปที่ห้องพยาบาล
หลังจากตรวจอาการ หมอบอกว่าข้อเท้าแค่แพลงเล็กน้อย จึงจ่ายยานวดแก้ฟกช้ำให้
สองสาวเพื่อนร่วมชั้นจึงอาสาพาเหรินเจียวเจียวกลับหอพัก
“คุณถือขวดยาแล้วต้องพยุงคนเจ็บไปด้วยคงไม่สะดวก มาครับ เดี๋ยวผมช่วยถือให้” หวังฮ่าวหรานอาสาช่วยเพื่อนร่วมชั้นคนหนึ่ง
“ขะ...ขอบคุณค่ะ” หญิงสาวคนนั้นพอได้เห็นหน้าหล่อๆของหวังฮ่าวหรานใกล้ๆก็แทบจะเป็นลม รีบยื่นขวดยาให้ทันที
“ไม่เป็นไรครับ” หวังฮ่าวหรานรับขวดยามา แล้วเดินตามหลังกลุ่มสาวๆไป
อาศัยจังหวะที่ไม่มีใครสนใจ เขาแอบเปิดฝาขวดยาแล้วหยอด ‘ของดี’ บางอย่างลงไป
ก่อนหน้านี้เส้าหว่านหว่านได้จัดหายาแปลกๆมาให้เขาตามคำสั่ง
เขาใช้บางส่วนไปกับหลีหยุนซีแล้ว แต่ยังเหลือเก็บไว้อีกจำนวนหนึ่ง จึงพกติดตัวไว้เผื่อฉุกเฉิน
และตอนนี้... ก็ได้ฤกษ์งามยามดีที่จะเอามันออกมาใช้
ถือซะว่าเป็นการตอบแทนที่เหรินเจียวเจียวบังอาจวางกับดักในน้ำดื่มของเขาเมื่อตอนกลางวัน
ตอนแรกที่คิดว่าเหรินเจียวเจียวเป็นนางเอก หวังฮ่าวหรานยังพอจะหยวนๆให้ได้ ไม่ถือสาหาความ แต่พอรู้ความจริงว่าเป็นไอ้โรคจิตในคราบสาวสวย เขาก็ไม่จำเป็นต้องเกรงใจอีกต่อไป
สองสาวเพื่อนร่วมชั้นพาเหรินเจียวเจียวมาส่งถึงห้องพักของมู่เจาเจา
เหรินเจียวเจียวเจ็บข้อเท้ามาก บ่ายนี้จึงโดดเรียน หลังจากทายานวดเสร็จ เธอก็นอนพักผ่อนบนเตียง
หลับยาวไปจนถึงเย็น
พอตื่นขึ้นมา เหรินเจียวเจียวก็พบว่าอาการปวดข้อเท้าหายเป็นปลิดทิ้ง เธอดีใจจนเนื้อเต้น
ถึงเวลาอาหารเย็นพอดี เธอตั้งใจจะชวนมู่เจาเจาไปกินข้าวด้วยกัน แต่นั่งรออยู่นานก็ยังไม่เห็นมู่เจาเจากลับมา
เบอร์โทรก็ไม่มี ติดต่อไม่ได้ สุดท้ายเลยตัดสินใจออกไปหาอะไรกินคนเดียว
เธอสวมรองเท้า เดินออกจากห้องมาที่ระเบียงทางเดิน
นักศึกษาหญิงที่เดินสวนมา พอเห็นหน้าเหรินเจียวเจียวเข้าต่างก็ชะงักกึก ยืนตะลึงตาค้าง
“มองพ่อทำ... มองฉันทำไมยะ ไม่เคยเห็นคนสวยเหรอ?” เหรินเจียวเจียวเผลอหลุดปากคำหยาบ รีบแก้ตัวพลางเชิดหน้าใส่ แล้วเดินลงบันไดไปอย่างไม่แยแส
แต่ตลอดทางที่เดินผ่าน ผู้คนต่างพากันมองเธอด้วยสายตาแปลกประหลาดราวกับเห็นสัตว์ประหลาดจากยุคดึกดำบรรพ์
เหรินเจียวเจียวเริ่มสงสัย ยกมือขึ้นลูบคางตัวเองโดยอัตโนมัติ... แล้วก็ต้องสะดุ้งเฮือก เมื่อสัมผัสได้ถึงความสากระคายของหนวดเครา!
แวบแรกเธอยังไม่รู้สึกแปลกใจอะไร เพราะความเคยชินจากชาติก่อน แต่ผ่านไปไม่กี่วินาที เธอก็ฉุกคิดขึ้นได้
เดี๋ยวสิ... ตอนนี้ฉันอยู่ในร่างผู้หญิงนี่หว่า จะมีหนวดได้ยังไง?!
เหรินเจียวเจียวรีบควักมือถือออกมา เปิดกล้องหน้าส่องดูตัวเอง
ใบหน้ายังคงเป็นผู้หญิง แต่กลับมีสิ่งที่ผู้หญิงไม่ควรมีโผล่ขึ้นมา ทั้งหนวดเครา ทั้งลูกกระเดือก...
ด้วยความตื่นตระหนก เธอรีบก้มสำรวจร่างกายตัวเองอย่างละเอียด แล้วก็แทบช็อก
ผิวพรรณที่เคยเนียนนุ่มกลับหยาบกร้าน แขนขาใหญ่โตล่ำสัน เอวหนาเตอะ แถมยังมีขนหน้าแข้งดกดำรุงรังงอกออกมา!
สภาพของเธอตอนนี้... ดูไม่ต่างอะไรกับสัตว์ประหลาด!
ผู้คนรอบข้างเริ่มหยิบมือถือขึ้นมาถ่ายรูปและอัดคลิปวิดีโอ แล้วโพสต์ลงในเว็บบอร์ดมหาวิทยาลัยอย่างสนุกสนาน
เหรินเจียวเจียวโกรธจนสติแตก ตะโกนด่ากราดใส่ฝูงชน ก่อนจะเอามือปิดหน้าวิ่งหนีกลับเข้าหอพักไป
ในเวลาเพียงชั่วอึดใจ เว็บบอร์ดมหาวิทยาลัยก็แทบระเบิด
แม้เหรินเจียวเจียวจะมีหนวดเคราและลูกกระเดือกโผล่มา แต่เค้าโครงหน้าเดิมก็ยังพอจำได้ว่าเป็นเหรินเจียวเจียว
ดาวมหาลัยผู้บอบบาง จู่ๆกลายสภาพเป็นสัตว์ประหลาดแบบนี้ ย่อมกลายเป็นข่าวใหญ่ที่สะเทือนวงการ
หวังฮ่าวหรานที่เฝ้าสังเกตการณ์ผ่านเว็บบอร์ด รีบสั่งการให้หลิ่วฮวา หลี่หมิง และผางจื่อหางสวมบท ‘เกรียนคีย์บอร์ด’ ปล่อยข่าวลือว่าเหรินเจียวเจียวติดโรคประหลาด ถ้าผู้หญิงคนไหนไปสัมผัสหรือเข้าใกล้ก็จะกลายร่างเป็นแบบนี้เหมือนกัน
แม้ข่าวลือจะฟังดูเหลวไหลไร้สาระ แต่กลับสร้างความหวาดผวาให้กับบรรดานักศึกษาหญิงจนขวัญหนีดีฝ่อ
ตกดึก
นักศึกษาหญิงที่พักอยู่ตึกเดียวกับเหรินเจียวเจียวแทบไม่มีใครกล้าเข้าไปในตึก ต่างพากันออกมายืนจับกลุ่มกันอยู่ข้างนอก
เมื่อทางมหาวิทยาลัยทราบเรื่อง จึงรีบประสานงานกับทางโรงพยาบาลให้ส่งเจ้าหน้าที่สวมชุดป้องกันเชื้อโรคอย่างมิดชิดมารับตัวเหรินเจียวเจียวออกไป
นักข่าวจากสื่อต่างๆที่ได้กลิ่นข่าวเด็ดก็แห่กันมารุมถ่ายภาพ
ภาพเหตุการณ์ขณะเหรินเจียวเจียวโดนหิ้วปีกออกไปถูกเผยแพร่ว่อนโลกโซเชียลทันที
ในยุคนี้ข้อมูลข่าวสารเดินทางไวยิ่งกว่าแสง
ข่าวลือเรื่องดาวมหาลัยแห่งเมืองชิงหลิงคนหนึ่งป่วยเป็นโรคประหลาดแพร่สะพัดไปทั่วโลกออนไลน์จนเป็นที่โจษจันกันทั่วบ้านทั่วเมือง
*****