เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 320 จำสามีได้แล้ว

บทที่ 320 จำสามีได้แล้ว

บทที่ 320 จำสามีได้แล้ว


อาการของเฟิ่งซวนซู่ในตอนนี้เห็นได้ชัดว่าเกิดจากการระลึกถึงความทรงจำอันเจ็บปวดบางอย่างขึ้นมาได้อย่างกะทันหัน และจากเสียงร้องเรียกอันปวดร้าวนั้น ย่อมต้องเกี่ยวกับ ‘สามี’ ของเธออย่างแน่นอน

หวังฮ่าวหรานเห็นฉากนี้เข้า มีหรือจะเดาไม่ออกว่าเป็นเพราะอะไร

ลองคำนวณเวลาดู ตั้งแต่ใช้ ‘การ์ดกำหนดความสัมพันธ์ทางสังคม’ มาจนถึงตอนนี้ก็ครบ 24 ชั่วโมงพอดี เป็นเวลาที่เอฟเฟกต์ของการ์ดเริ่มทำงาน

ความผิดปกติของเฟิ่งซวนซู่ย่อมต้องเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ไม่ผิดแน่

“นาง... นางเป็นอะไรไป?” ลั่วชิงเฉียนมองเฟิ่งซวนซู่อย่างงุนงงอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะหันมาถามหวังฮ่าวหราน

หวังฮ่าวหรานผายมือออก ทำหน้าไม่รู้เรื่อง “แล้วผมจะไปรู้ได้ยังไง?”

ถ้าไม่มีลั่วชิงเฉียนอยู่ตรงนี้ เขาคงจะสวมบทบาทเล่นฉากซึ้ง ‘สามีภรรยาที่พลัดพรากกลับมาพบกัน’ กับเฟิ่งซวนซู่ไปแล้ว แต่ในเมื่อลั่วชิงเฉียนยืนหัวโด่อยู่แบบนี้... คงต้องพับเก็บไว้ก่อน

ลั่วชิงเฉียนอาจจะใจกว้างกับบรรดาน้องสาว แต่กับเฟิ่งซวนซู่นี่ไม่แน่

ยิ่งเฟิ่งซวนซู่ลัดคิวแซงหน้าทุกคนขึ้นแท่นเป็น ‘ภรรยา’ ของเขาแบบนี้ด้วยแล้ว ลั่วชิงเฉียนจะทำอะไรลงไปบ้างก็สุดจะคาดเดา

หวังฮ่าวหรานย่อมไม่โง่หาเรื่องใส่ตัวในเวลาหน้าสิ่วหน้าขวานแบบนี้

“สามี... สามี...” เฟิ่งซวนซู่นอนตะแคงอยู่กับพื้น ดวงตาที่เอ่อล้นไปด้วยน้ำตาสะท้อนภาพเงาร่างของหวังฮ่าวหรานที่อยู่ไกลออกไป นางพยายามยื่นมือไขว่คว้าหาเขา แต่ความเจ็บปวดที่ศีรษะนั้นรุนแรงเกินต้านทาน จนแขนเรียวตกลงสู่พื้นอย่างไร้เรี่ยวแรง และสิ้นสติไปในที่สุด

【ติ๊ง! ความสัมพันธ์ “สามีภรรยาที่พลัดพราก” เริ่มมีผล ค่าความชอบของนางเอก ‘เฟิ่งซวนซู่’ ที่มีต่อโฮสต์ เพิ่มขึ้นเป็น 90 (รักชั่วนิรันดร์)】

【ติ๊ง! โฮสต์ส่งผลกระทบต่อการดำเนินเรื่องอย่างรุนแรง ได้รับแต้มวายร้าย 4,000 แต้ม! ออร่าตัวเอกของเหยียนหยุนเทียน -200, ออร่าตัวร้ายของโฮสต์ +200!】

ลั่วชิงเฉียนเห็นปฏิกิริยาของเฟิ่งซวนซู่ แต่ไม่ได้เฉลียวใจเลยสักนิดว่า ‘สามี’ ที่อีกฝ่ายเพ้อถึงจะเกี่ยวข้องอะไรกับหวังฮ่าวหราน

ประการแรก ในยุทธภพต่างรู้กันทั่วว่าเฟิ่งซวนซู่ครองตัวเป็นโสด การที่จู่ๆนางเพ้อออกมาแบบนี้จึงน่าสงสัย

ประการสอง ต่อให้เป็นเรื่องจริง ด้วยฐานะและชื่อเสียงของเฟิ่งซวนซู่ในยุทธภพ จะมีสามีเป็นคนธรรมดาในโลกปุถุชนอย่างหวังฮ่าวหรานได้อย่างไร

ไม่นานนัก เปี่ยนซูเหวินและคนอื่นๆก็ทยอยเดินทางมาถึง

เมื่อเห็นร่างไร้วิญญาณของหลินเฉิน ทุกคนต่างโศกเศร้าเสียใจและร้องไห้ออกมา

จากนั้น เปี่ยนซูเหวินจึงเริ่มตรวจสอบสาเหตุการตาย และพบว่าหลินเฉินถูกซัดด้วยฝ่ามือเดียวจนเสียชีวิต อวัยวะภายในแหลกเหลวไม่มีชิ้นดี

ผู้ที่ทำเช่นนี้ได้ย่อมต้องมีกำลังภายในสูงส่ง

ตามการคาดการณ์ของเปี่ยนซูเหวิน คนร้ายน่าจะมีกำลังภายในไม่ต่ำกว่าห้าสิบปี

หวังฮ่าวหรานที่ยืนฟังอยู่แอบพยักหน้าเงียบๆ สมฉายาแพทย์เทวะจริงๆ มีฝีมือไม่เบา การวินิจฉัยถูกต้องเกือบทั้งหมด

แต่ทว่า... คนร้ายคือใครนั้น เปี่ยนซูเหวินและคนอื่นๆยังมืดแปดด้าน

และเมื่อจังหวะยังไม่เหมาะ หวังฮ่าวหรานจึงยังไม่พูดอะไรมาก เพียงแค่ชี้นำความคิดของทุกคนเล็กน้อย

โดยเปรยว่า... ช่วงนี้เมืองชิงหลิงมียอดฝีมือจากยุทธภพเข้ามาบ้างหรือเปล่า

ลั่วชิงเฉียนได้ฟังก็เริ่มครุ่นคิดตาม

หวังฮ่าวหรานเสนอให้โทรแจ้งตำรวจเพื่อลงบันทึกประจำวัน

ลั่วชิงเฉียนและคนอื่นๆก็ไม่คัดค้าน

แม้หลินเฉินจะตายด้วยฝีมือจอมยุทธ์ แต่ที่นี่คือโลกปุถุชน ทุกอย่างต้องว่ากันตามกฎหมาย

หลังจากเสร็จสิ้นขั้นตอนต่างๆก็จะได้จัดงานศพให้หลินเฉินต่อไป

กว่าเจ้าหน้าที่จะเคลื่อนย้ายศพของหลินเฉินเสร็จสิ้นก็ล่วงเข้าสู่ช่วงค่อนคืนแล้ว

ลั่วชิงเฉียนและคนอื่นๆเตรียมตัวกลับวิลล่า ขากลับลั่วชิงเฉียนตัดสินใจพาเฟิ่งซวนซู่กลับไปด้วย

เธอไม่ได้มีเรื่องบาดหมางรุนแรงอะไรกับเฟิ่งซวนซู่ และในเวลาดึกดื่นแบบนี้เฟิ่งซวนซู่ดันมานอนสลบไสลไม่ได้สติ ขืนเจอคนชั่วเข้าคงไม่ดีแน่

เฟิ่งซวนซู่ถูกพาตัวไปยังวิลล่าของหลิวเยว่และจัดให้นอนในห้องรับแขก

แพทย์เทวะเปี่ยนซูเหวินตรวจอาการดูแล้วไม่พบโรคร้ายแรงอะไร จึงสอบถามลั่วชิงเฉียนเพิ่มเติม

ลั่วชิงเฉียนจึงเล่าถึงอาการผิดปกติก่อนที่เฟิ่งซวนซู่จะหมดสติให้ฟัง

เปี่ยนซูเหวินวินิจฉัยอย่างรวดเร็วว่า เฟิ่งซวนซู่น่าจะหวนนึกถึงความทรงจำที่เจ็บปวดบางอย่าง ทำให้อารมณ์แปรปรวนอย่างรุนแรงจนเป็นลมไป ไม่มีอันตรายร้ายแรง

ไม่นานหลังจากเปี่ยนซูเหวินพูดจบ เฟิ่งซวนซู่ก็ส่งเสียงครางเบาๆ และค่อยๆฟื้นคืนสติ

เมื่อกวาดสายตามองไปรอบๆและเห็นสภาพแวดล้อมที่ไม่คุ้นเคย นางก็ตื่นตัวระวังภัยทันที

“วางใจเถอะ หากพวกเราคิดร้ายกับเจ้า คงไม่ปล่อยให้เจ้าตื่นขึ้นมาหรอก” ลั่วชิงเฉียนกล่าวเสียงเย็น

เฟิ่งซวนซู่ได้ยินดังนั้น ร่างกายที่เกร็งเขม็งก็ค่อยๆผ่อนคลายลง สายตาไล่มองผู้คนในห้อง จนกระทั่งมาหยุดอยู่ที่ร่างของหวังฮ่าวหราน

ในยามนี้ อารมณ์ความรู้สึกอันรุนแรงถูกเก็บซ่อนไว้ภายใน ภายนอกนางดูสงบนิ่งยิ่งนัก

“ข้าขอคุยกับเจ้าหน่อยได้ไหม?”

คำพูดทำนองนี้ เฟิ่งซวนซู่เคยพูดกับหวังฮ่าวหรานมาแล้วครั้งหนึ่ง แต่น้ำเสียงในครั้งนี้แตกต่างจากเดิมราวฟ้ากับเหว

ครั้งก่อนคือการออกคำสั่ง แต่ครั้งนี้... ช่างอ่อนโยนปานสายน้ำ

“มีอะไรจะคุยกับเขาก็คุยตรงนี้สิ” ลั่วชิงเฉียนเอ่ยอย่างไม่พอใจ

“ใช่ จะพูดอะไรก็พูดตรงนี้แหละ” ฉิวเฉียนเว่ยก็ก้าวออกมาขวาง คล้องแขนหวังฮ่าวหรานไว้แน่น มองเฟิ่งซวนซู่ด้วยสายตาหวาดระแวง ราวกับกลัวว่าอีกฝ่ายจะมาแย่งหวังฮ่าวหรานไป

“เจ้า... เจ้าเป็นอะไรกับเขา?” เฟิ่งซวนซู่เห็นภาพนั้นก็ถามด้วยความตะลึงงัน

“ย่อมต้องเป็นแฟนเขาอยู่แล้ว” เรื่องนี้พี่น้องทุกคนรู้กันหมดแล้ว ฉิวเฉียนเว่ยจึงไม่จำเป็นต้องปิดบัง ประกาศความเป็นเจ้าของต่อหน้าเฟิ่งซวนซู่เสียเลย

ก็แหม... เฟิ่งซวนซู่คนนี้สวยหยาดเยิ้มปานเทพธิดาในตำนานขนาดนี้ จะไม่ให้ระแวงได้ยังไง

พอฉิวเฉียนเว่ยพูดโพล่งออกมา หวังฮ่าวหรานก็ร้องโอดครวญในใจ

เอาแล้วไง... งานเข้า

เมื่อได้ยินคำตอบของฉิวเฉียนเว่ย ใบหน้าของเฟิ่งซวนซู่ที่ซีดเซียวอยู่แล้วยิ่งขาวซีดลงไปอีก แต่ถึงกระนั้นนางก็สูดหายใจเข้าลึกๆ และหันไปพูดกับหวังฮ่าวหรานอีกครั้ง

“ข้ามีเรื่องอยากจะถามเจ้าจริงๆ ไม่ได้มีเจตนาร้ายใดๆ ขอเวลาแค่ไม่กี่นาที ได้ไหม...?”

หวังฮ่าวหรานพยักหน้าตกลง

ลั่วชิงเฉียนและคนอื่นๆเห็นดังนั้นจึงยอมถอยออกไปจากห้องชั่วคราว

เมื่อประตูห้องปิดลง เหลือเพียงหวังฮ่าวหรานและเฟิ่งซวนซู่ตามลำพัง

“เจ้า... เจ้าจำข้าไม่ได้จริงๆหรือ?” เฟิ่งซวนซู่ถามเสียงสั่นเครือแฝงความเจ็บปวดรวดร้าว

จำได้สิ! ฉันก็คือสามีเธอไง ฉันตามหาเธอมานานแสนนานเหลือเกิน!

หวังฮ่าวหรานอยากจะตะโกนออกไปแบบนั้น แล้วสวมบทบาทสามีภรรยาพบหน้ากันให้น้ำตาแตก ก่อนจะซึมซับความอบอุ่นนุ่มนิ่มจากอ้อมกอดของโฉมงามอันดับหนึ่งแห่งยุทธภพให้ชื่นใจ

แต่ติดตรงที่... บรรดา ‘พี่น้อง’ ทั้งหลายกำลังแนบหูแอบฟังอยู่หน้าประตูน่ะสิ!

หวังฮ่าวหรานลอบถอนหายใจ แล้วแสร้งตีหน้าซื่อถามกลับ “เราเคยเจอกันมาก่อนเหรอ?”

“เจ้าจำข้าไม่ได้จริงๆเหรอ?” ใบหน้าสวยหวานของเฟิ่งซวนซู่ซีดเผือดลงไปอีก คิ้วเรียวขมวดเข้าหากัน ดูแล้วน่าทะนุถนอมจับใจ

“ขอโทษครับ ผมไม่รู้จักคุณจริงๆ และไม่เคยเจอคุณมาก่อนเลย” หวังฮ่าวหรานตอบด้วยสีหน้าจริงจัง

อันที่จริงเขาก็ไม่ได้โกหก

เขาไม่เคยเจอเฟิ่งซวนซู่มาก่อนและไม่มีความทรงจำใดๆเกี่ยวกับเธอเลย

เพราะเอฟเฟกต์ของการ์ดความสัมพันธ์มันไปสร้างความทรงจำให้แค่เฟิ่งซวนซู่ฝ่ายเดียว

“ไม่... เจ้าต้องรู้จักข้าสิ ลองคิดดูดีๆ ลองนึกดูดีๆเถอะนะ...” เฟิ่งซวนซู่อ้อนวอนเสียงอ่อน ดูไร้ที่พึ่งพิงราวกับเด็กน้อยที่หลงทาง

ได้ยินดังนั้น หวังฮ่าวหรานก็แกล้งทำท่าครุ่นคิด... แล้วทันใดนั้น เขาก็ยกมือกุมหัว แสดงสีหน้าเจ็บปวดทรมานขึ้นมาทันที

ท่าทางเหมือนกับที่เฟิ่งซวนซู่เป็นก่อนหน้านี้ไม่มีผิดเพี้ยน!

*****

จบบทที่ บทที่ 320 จำสามีได้แล้ว

คัดลอกลิงก์แล้ว