- หน้าแรก
- เกิดใหม่ทั้งที ดันกลายเป็นนายน้อยจอมวายร้ายไปซะได้
- บทที่ 310 เหยียนหยุนเทียน
บทที่ 310 เหยียนหยุนเทียน
บทที่ 310 เหยียนหยุนเทียน
ไม่ถึงหนึ่งชั่วโมงให้หลัง หวังฮ่าวหรานก็เดินทางมาถึงบริเวณใกล้เคียงกับอพาร์ตเมนต์แห่งหนึ่ง เขาใช้ทักษะตาทิพย์มองทะลุเข้าไปจนพบเซียวเย่
ทันทีที่เห็นเป้าหมาย เขาก็สื่อสารกับระบบเพื่อตรวจสอบข้อมูล และได้ความว่าเซียวเย่ครอบครอง [ระบบสตรีมเกมขั้นเทพ]
รูปแบบการทำงานของระบบนี้คือการใช้การสตรีมเพื่อรวบรวม "แต้มความนิยม" จากนั้นก็นำแต้มที่ได้ไปสุ่มรางวัลหรือแลกเปลี่ยนไอเทมต่างๆ
ทว่า... ออร่าตัวเอกของเซียวเย่นั้นมีไม่ถึงหนึ่งพันแต้มด้วยซ้ำ ค่าโชคลาภจึงมีอยู่อย่างจำกัด
พูดง่ายๆก็คือ ถึงแม้เขาจะมีระบบ แต่ระบบนี้กลับมีข้อจำกัดมหาศาล ของที่สุ่มหรือแลกมาได้ล้วนแต่เป็นสิ่งที่เกี่ยวข้องกับเกมแทบทั้งสิ้น
เมื่อเทียบกันแล้ว ตัวเอกอย่างเซียวเย่ถือว่าห่างชั้นกับหลินเฉิน ตัวเอกสายอัจฉริยะลิบลับ
ต้องไม่ลืมว่าตอนนั้นหลินเฉินมีออร่าตัวเอกเกือบสามพันแต้ม
สำหรับหวังฮ่าวหราน ตัวเอกเกรดต่ำอย่างเซียวเย่แทบไม่มีพิษสงอะไรเลย เปรียบเสมือนแกะอ้วนพีที่รอให้เขา "รีดขน" กอบโกยผลประโยชน์ได้ตามใจชอบ
ติดอยู่แค่เรื่องเดียว... หวังฮ่าวหรานไม่มีเวลาว่างขนาดจะไปนั่งเฝ้าหน้าจอเกมทุกวันเพื่อจ้างหน้าม้าไปป่วนเซียวเย่แล้วรอเก็บแต้มวายร้าย
งานแบกหามแบบนี้คงต้องหาคนมาทำแทน
และหวยก็ไปออกที่เจียงเกาเสวียน ลูกสมุนคนใหม่ที่เพิ่งรับเข้ามา ตอนนี้หมอนั่นยังอยู่ที่เมืองชิงหลิง แถมยังว่างงานจนเสียของ
หวังฮ่าวหรานตัดสินใจโยนงานนี้ให้เจียงเกาเสวียนรับผิดชอบ
แน่นอนว่าเขาไม่ได้จะให้เจียงเกาเสวียนไปกดสุ่มจับคู่เล่นเกมแข่งกับเซียวเย่หรือไปจ้างหน้าม้ามาป่วนในเกม
เจียงเกาเสวียนเป็นตัวร้ายสายบู๊ที่มีวรยุทธ์สูงส่ง ขืนให้ไปทำเรื่องหยุมหยิมพวกนั้นคงทำไม่เป็น หรือพูดให้ถูกคือไม่เหมาะกับงาน
กุญแจสำคัญในการจัดการเซียวเย่อยู่ที่การขัดขวางไม่ให้หมอนั่นกวาดต้อนแต้มความนิยมจากการสตรีมได้
และวิธีก็ไม่ได้มีเพียงการส่งคนไปป่วนในเกมเสียหน่อย...
วิธีตัดแข้งตัดขาไม่ให้ดังมีร้อยแปดพันเก้า
อาทิเช่น... พอเซียวเย่เริ่มสตรีม เกมเพิ่งจะเริ่ม เน็ตก็ตัดไปดื้อๆ
หรือ... พอเซียวเย่เริ่มไลฟ์ หันไปมองหน้าต่างก็เห็นผีหน้าเละลอยผ่าน
......
ด้วยระดับฝีมือขั้นปรมาจารย์น้อยฮวาจิ้นของเจียงเกาเสวียน การจะไปมาอย่างไร้ร่องรอยเพื่อสร้างสถานการณ์เหล่านี้มันง่ายเสียยิ่งกว่าปลอกกล้วย
เมื่อวางแผนเสร็จสรรพ หวังฮ่าวหรานก็บุกไปหาเจียงเกาเสวียนเพื่อมอบหมายภารกิจทันที
กว่าจะจัดการธุระเสร็จ เวลาก็ล่วงเลยไปจนตีหนึ่งกว่าแล้ว
แต่หวังฮ่าวหรานกลับยังรู้สึกกระปรี้กระเปร่า เต็มเปี่ยมไปด้วยพลัง
นี่คืออานิสงส์ของกำลังภายในร้อยปี ในหนึ่งวันมียี่สิบสี่ชั่วโมง เขาต้องการเวลาพักผ่อนเพียงแค่ชั่วโมงเดียวก็เพียงพอที่จะฟื้นฟูพลังกายและพลังใจจนเต็มเปี่ยม
เพิ่งจะตีหนึ่ง... จะให้นอนตอนนี้ก็ดูจะเร็วเกินไป
สุภาษิตว่าไว้ "ชีวิตคือการเคลื่อนไหว"
เมื่อกลับถึงวิลล่า เขาจึงต่อสายเรียกฉิวเฉียนเว่ยที่อยู่ใกล้ที่สุดออกมา... ชวน "ออกกำลังกาย" สักหน่อย
ณ ห้องสไตล์โบราณอันหรูหราที่ถูกตกแต่งอย่างวิจิตรบรรจง
ชายหนุ่มรูปงามนามว่าเหยียนหยุนเทียนกำลังนั่งหลับตาทำสมาธิอยู่บนเบาะรอง
รอบกายของเขามีกระแสลมไร้สภาพหมุนวนไหลเวียน ยิ่งเวลาผ่านไป กระแสลมที่มองไม่เห็นนั้นก็ยิ่งควบแน่นจนแทบจะจับต้องได้
ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าใด เปลือกตาที่ปิดสนิทของเหยียนหยุนเทียนก็เบิกโพลงขึ้นอย่างฉับพลัน!
นัยน์ตาคู่นั้นสาดประกายเจิดจ้าดุจสายฟ้าแลบ ก่อนที่แสงนั้นจะค่อยๆสงบลงและเลือนหายไป
"ฮ่าๆๆๆๆ..."
เหยียนหยุนเทียนระเบิดเสียงหัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่ง ระบายความอัดอั้นที่สะสมมาเนิ่นนาน
บำเพ็ญเพียรอย่างยากลำบากมาตั้งนาน ในที่สุด... ในที่สุดเขาก็ทลายกำแพงก้าวข้ามสู่ระดับนี้ได้สำเร็จ!
ก๊อก ก๊อก ก๊อก...
เสียงเคาะประตูขัดจังหวะเสียงหัวเราะ เขาหยุดหัวเราะแต่รอยยิ้มเปี่ยมสุขยังคงประดับอยู่บนใบหน้า ก่อนจะเอ่ยอนุญาต
"เข้ามา"
ประตูถูกผลักเปิดออก หญิงสาวสองนางเดินเข้ามา คนหนึ่งงามสง่าดั่งจันทร์เพ็ญ อีกคนสดใสราวรุ่งอรุณ พวกนางคือสาวใช้ข้างกายเหยียนหยุนเทียน คนแรกคืออวี่หนิง คนหลังคือหยุนซวน
"ขอแสดงความยินดีกับนายน้อยที่ก้าวเข้าสู่ระดับปรมาจารย์น้อยฮวาจิ้นสำเร็จเจ้าค่ะ!" อวี่หนิงและหยุนซวนประสานเสียงกล่าวคำอวยพร ก่อนที่อวี่หนิงจะกล่าวเสริมว่า
"นายน้อยอายุยังไม่ถึงยี่สิบปีก็สามารถบรรลุถึงระดับปรมาจารย์น้อยฮวาจิ้น พรสวรรค์ในการบำเพ็ญเพียรเช่นนี้เรียกได้ว่าเป็นหนึ่งในใต้หล้าเหนือรุ่นเยาว์ทุกคน ต่อให้เป็นเจียงเกาเสวียนที่มีชื่อบนทำเนียบมังกรหงส์เร้นลับก็ยังต้องหลีกทาง"
หยุนซวนรีบเสริมบ้าง "ไม่ใช่แค่พรสวรรค์ แม้ตอนนี้เจียงเกาเสวียนจะมีระดับกำลังภายในสูงกว่าเล็กน้อย แต่หากต้องประมือกันจริงๆ เขาไม่มีทางเป็นคู่มือของนายน้อยได้แน่นอน"
วิชาที่เหยียนหยุนเทียนฝึกฝนนั้นมีความพิเศษเฉพาะตัว แม้ปัจจุบันเขาจะมีกำลังภายในเทียบเท่าผู้ฝึกยุทธ์ 50 ปี แต่พลังการต่อสู้ที่แท้จริงกลับเทียบเคียงได้กับผู้มีกำลังภายในระดับ 70-80 ปีเลยทีเดียว
คนอย่างเจียงเกาเสวียน... ย่อมไม่ใช่คู่ต่อกร
"นายน้อยจะลองไปหาเจียงเกาเสวียนเพื่อชิงตำแหน่งอันดับหนึ่งของทำเนียบมังกรหงส์เร้นลับมาครองไหมเจ้าคะ? สำหรับท่านแล้ว เรื่องแค่นี้ง่ายเหมือนพลิกฝ่ามือ" อวี่หนิงเอ่ยถามพร้อมรอยยิ้ม
"ชื่อเสียงจอมปลอมพรรค์นั้นข้าไม่สนใจหรอก สิ่งที่ข้าต้องการคือ..." เหยียนหยุนเทียนพูดค้างไว้ สายตาโลมเลียกวาดมองเรือนร่างงดงามของอวี่หนิงและหยุนซวน
สองสาวใช้เข้าใจความหมายในแววตานั้นดี จึงก้มหน้าลงด้วยความขัดเขิน
"แต่ยังไม่ใช่ตอนนี้ พวกเจ้าไม่ต้องเกร็งไป" เหยียนหยุนเทียนยิ้มมุมปากอย่างชั่วร้ายและทรงเสน่ห์
เคล็ดวิชาที่เขาฝึกนั้นพิสดารนัก ก่อนที่จะบรรลุถึงระดับปรมาจารย์น้อยฮวาจิ้น ห้ามเขาแตะต้องอิสตรีโดยเด็ดขาด แม้แต่ความคิดฟุ้งซ่านก็ห้ามมี มิเช่นนั้นลมปราณจะแตกซ่าน
แต่เมื่อก้าวข้ามสู่ระดับปรมาจารย์แล้ว ข้อห้ามเหล่านั้นก็เป็นอันยกเลิก
ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อถึงระดับนี้ การฝึกฝนจะกลายเป็นเรื่องง่ายดายและ... หรรษาอย่างยิ่ง
เพราะนับจากนี้ เขาไม่จำเป็นต้องนั่งสมาธิบำเพ็ญเพียรอย่างยากลำบากอีกต่อไป เพียงแค่ใช้ศาสตร์แห่งการ "ผสานหยินหยาง" เขาก็สามารถเพิ่มพูนวรยุทธ์ได้อย่างรวดเร็ว
เหยียนหยุนเทียนมีชาติกำเนิดสูงส่ง ความฝันของเขาตั้งแต่เยาว์วัยคือการรวบรวมสาวงามทั่วหล้ามาไว้ในอ้อมอก เป็นจอมเสเพลผู้ยิ่งใหญ่แห่งยุค
ที่ผ่านมาต้องเก็บกดอดกลั้นเพราะติดเงื่อนไขการฝึกวิชา แต่บัดนี้ผนึกถูกปลดออกแล้ว ถึงเวลาที่จะสานต่อปณิธานนั้นให้เป็นจริง
ทว่า... อวี่หนิงกับหยุนซวนเป็นเพียงสาวใช้
เหยียนหยุนเทียนตั้งใจจะเก็บพวกนางไว้ทีหลัง
เพราะในใจของเขามีเงาร่างของสตรีผู้หนึ่งประทับอยู่อย่างเลือนรางมาเนิ่นนาน
เขาหวังให้ 'นาง' เป็นคนแรกของเขา
เมื่อคิดได้ดังนั้น เหยียนหยุนเทียนจึงเอ่ยถามขึ้น "เรื่องที่ข้าให้พวกเจ้าไปสืบได้ความว่าอย่างไร?"
หลายปีก่อน เหยียนหยุนเทียนเคยพบนาง
ตอนนั้นนางอายุเพียงสิบสองปี แต่ถึงจะเยาว์วัยเพียงนั้น ความงามของนางก็ฉายแววเจิดจรัสจนน่าตกตะลึง จินตนาการได้เลยว่าเมื่อโตขึ้นจะงดงามเพียงใด
ในยามที่เหยียนหยุนเทียนเก็บตัวฝึกวิชา เงาของนางก็ฝังรากลึกอยู่ในใจ
และเมื่อเวลาผ่านไป เงาร่างนั้นก็กลายเป็น 'ความยึดติด' ของเขา
นางคือบุตรสาวของน้าสาวคนที่สองของเขากับชายสามัญชนแซ่ฉิน นามว่าฉินหยุนหาน
ในทางสถานะ นางคือลูกพี่ลูกน้องของเขา
แต่คนอย่างเหยียนหยุนเทียนไม่เคยสนจารีตประเพณี เขามักกระทำตามใจปรารถนา ดั่งเช่น 《คัมภีร์สราญรมย์ไร้ขอบเขตต》 ที่เขาฝึกฝน... ตัวข้าคืออิสระ อยากทำสิ่งใดย่อมต้องได้กระทำ
ศีลธรรมคร่ำครึของปุถุชนในสายตาเขามันก็แค่เรื่องไร้สาระ
อวี่หนิงรายงาน "เราสืบมาเรียบร้อยแล้วเจ้าค่ะ ลูกพี่ลูกน้องที่นายน้อยเฝ้าคะนึงหาตอนนี้กำลังศึกษาอยู่ที่มหาวิทยาลัยชิงหลิงในโลกปุถุชน"
"แล้วไงต่อ?" เหยียนหยุนเทียนขมวดคิ้วเมื่อยังไม่ได้ข้อมูลที่ต้องการที่สุด
อวี่หนิงรีบกล่าวต่อ "นายน้อยอย่าเพิ่งร้อนใจไปเจ้าค่ะ ข้ายังพูดไม่จบ แม่นางผู้นี้วางตัวดีมาก สังคมรอบตัวก็ขาวสะอาด แทบไม่มีเพื่อนผู้ชายเลยสักคน"
เหยียนหยุนเทียนให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มาก จึงถามย้ำ "เป็นเรื่องจริง? ข้าได้ยินมาว่าการคบหาของชายหญิงในโลกปุถุชนนั้นเสรีและฉาบฉวยยิ่งนัก"
อวี่หนิงยืนยันเสียงหนักแน่น "นายน้อยวางใจได้เลยเจ้าค่ะ ข้อมูลเชื่อถือได้แน่นอน ข้าสืบมาอย่างละเอียดแล้ว ตั้งแต่โตมาจนป่านนี้ แม่นางฉินยังไม่เคยมีแฟนเลยสักคน"
"เช่นนั้นก็ประเสริฐสุด" เหยียนหยุนเทียนถอนหายใจอย่างโล่งอก แต่เมื่อตรึกตรองดูอีกที เขาก็สั่งว่า "อวี่หนิง เจ้าไปกับข้า"
"เจ้าค่ะ" อวี่หนิงรับคำ นางเข้าใจความหมายของเขาดี
นางมีความสามารถพิเศษอย่างหนึ่ง คือสามารถมองปราดเดียวก็รู้ว่าสตรีผู้นั้นยังเป็น "ผ้าขาว" อยู่หรือไม่
เจตนาของเหยียนหยุนเทียนชัดเจน เขาต้องการให้นางไปพิสูจน์ด้วยตาตัวเองว่าฉินหยุนหานยังบริสุทธิ์อยู่จริงหรือไม่
"นายน้อยวางใจเถิดเจ้าค่ะ ความจริงต้องเป็นอย่างที่นายน้อยคาดหวังแน่นอน" หยุนซวนกล่าวเสริม
"อืม" นัยน์ตาของเหยียนหยุนเทียนทอประกายวาววับ เต็มไปด้วยความคาดหวังและความตื่นเต้น
เขาเป็นคนนิสัยประหลาด ยึดตัวเองเป็นศูนย์กลางอย่างถึงที่สุด และที่สำคัญ... เขาไม่อาจทนรับตำหนิใดๆในสิ่งที่เขาหมายปองได้
ยกตัวอย่างเช่น ก่อนหน้านี้เขาเลี้ยงไม้ดอกกระถางหนึ่ง มีคนนอกเผลอไปแตะมันเข้าแค่นิดเดียว เหยียนหยุนเทียนถึงกับคลุ้มคลั่งอาละวาด
เพราะเขาถือว่าดอกไม้ที่เขาเลี้ยง คนนอกอย่าว่าแต่จับ แม้แต่จะมองก็ยังไม่มีสิทธิ์
เมื่อไหร่ที่ถูกแตะต้องหรือถูกจ้องมอง ดอกไม้นั้นก็ถือว่า "สกปรก" ไปแล้ว
กับดอกไม้ยังขนาดนี้ นับประสาอะไรกับคน
แต่ในเมื่ออวี่หนิงสืบมาละเอียดขนาดนั้นแล้วก็คงไม่มีปัญหาอันใด...
*****