- หน้าแรก
- เกิดใหม่ทั้งที ดันกลายเป็นนายน้อยจอมวายร้ายไปซะได้
- บทที่ 155 หมอเทวดารักษาโรค
บทที่ 155 หมอเทวดารักษาโรค
บทที่ 155 หมอเทวดารักษาโรค
ยามดึกสงัด
ภายในห้องใต้ดินที่สว่างไสวไปด้วยแสงไฟ
ห้องนี้เต็มไปด้วยขวดแก้วโปร่งใสสารพัดชนิด บรรจุของเหลวหลากสีสันและสารเคมีแปลกตา
มองเผินๆที่นี่เหมือนกับห้องแล็บวิจัยทางวิทยาศาสตร์
ซึ่งความจริงก็ใกล้เคียง เพราะนี่คือห้องแล็บส่วนตัวสำหรับวิจัยและปรุงยาของหวังฮ่าวหราน
การจะเข้ามาในห้องนี้ต้องใช้ทั้งกุญแจและลายนิ้วมือ มีระบบรักษาความปลอดภัยขั้นสูงสุด
อีกทั้งยังตั้งอยู่ในคฤหาสน์ส่วนตัวของตระกูลหวัง นอกจากหวังฮ่าวหรานแล้วก็ไม่มีใครสามารถย่างกรายเข้ามาได้
ยาพิษที่ใช้เล่นงานเซียวอี้เฟิง เหยียนกุยซาน และหม่าหงเซิงล้วนถูกปรุงขึ้นจากที่นี่
ในขณะนี้ หวังฮ่าวหรานกำลังง่วนอยู่กับการปรุงยาที่จะใช้กระตุ้นพิษของ 'บัวเจ็ดสี'
แม้ตอนนี้หม่าหงเซิงจะหลับใหลเป็นส่วนใหญ่ แต่ในแต่ละวันเขายังมีช่วงตื่นรู้สติประมาณ 7-8 ชั่วโมง ซึ่งเพียงพอที่จะสั่งการและบริหารงานได้
ตอนนี้หวังฮ่าวหรานได้บรรลุข้อตกลงร่วมมือกับเฉิงรุ่ยแล้ว
และทางด้านหม่าเว่ยไฉก็เพิ่งก่อเรื่องใหญ่จนติดคุกหัวโต คงออกมาวุ่นวายไม่ได้อีกนาน
หวังฮ่าวหรานตั้งใจจะใช้ยาตัวใหม่นี้เร่งปฏิกิริยาพิษในตัวหม่าหงเซิง ให้เขานอนหลับลึกและยาวนานขึ้นไปอีก
เมื่อหม่าหงเซิงหมดสภาพ การบริหารจัดการธุรกิจตระกูลหม่าก็จะตกอยู่ในมือของเฉิงรุ่ยโดยสมบูรณ์
ไม่นานนัก ยากระตุ้นพิษก็ถูกปรุงเสร็จเรียบร้อย
เพียงแค่ให้หม่าหงเซิงได้รับยาตัวนี้เข้าไป สถานการณ์ทุกอย่างก็จะตกอยู่ในกำมือเขา
ส่วนเรื่องที่ว่าจะมีใครมาแก้พิษให้หม่าหงเซิงได้หรือไม่นั้น...
หวังฮ่าวหรานเตรียมการป้องกันไว้แล้ว
ตอนที่เขาปรุงยาพิษบัวเจ็ดสี เขาได้ผสมสมุนไพรพิษหายากชนิดอื่นลงไปด้วยอย่างแนบเนียน เพื่อให้โครงสร้างพิษซับซ้อนซ่อนเงื่อน
นี่คือเทคนิคระดับปรมาจารย์ด้านพิษ แม้แต่หมอเทวดาระดับเซียวอี้เฟิงยังยากที่จะตรวจพบ
หากใครสุ่มสี่สุ่มห้าพยายามแก้พิษโดยไม่รู้วิธีถอนพิษแทรกซ้อนพวกนี้ มีแต่จะยิ่งทำให้อาการทรุดหนักลงจนกู่ไม่กลับ
หวังฮ่าวหรานเก็บยาใส่ขวดอย่างมิดชิด เตรียมส่งต่อให้เฉิงรุ่ยนำไปวางยาหม่าหงเซิง
แต่ตอนนี้ดึกมากแล้ว เขาจึงวางแผนจะติดต่อเธอในวันรุ่งขึ้น
——
เช้าวันรุ่งขึ้น
ซูหลางทำอาหารเช้าเสร็จเรียบร้อย ควบมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าคู่ใจออกจากบ้าน
แต่ครั้งนี้จุดหมายไม่ใช่ตลาดสดเหมือนเคย แต่เป็นการไปหา 'หมอเทวดาเสวีย'
ซูหลางตั้งมั่นว่าจะต้องจัดงานแต่งให้สมบูรณ์แบบที่สุด และหม่าหงเซิงคือกุญแจสำคัญที่จะช่วยเนรมิตงานนี้ให้เขาได้
แต่ตอนนี้หม่าหงเซิงดันมาป่วยเป็นโรคประหลาด ทำให้ช่วยงานเขาได้ไม่เต็มที่
เหลือเวลาอีกแค่สิบวันก่อนจะถึงวันงาน
ซูหลางจึงรอช้าไม่ได้ ต้องรีบพาหมอเทวดาเสวียไปรักษาหม่าหงเซิงให้หายวันหายคืน
ซูหลางพาหมอเทวดาเสวียมาถึงคลินิกเทียนฮุย
โชคดีที่หม่าหงเซิงตื่นอยู่พอดี เมื่อเห็นซูหลาง เขาจึงรีบลุกขึ้นทักทายด้วยความเคารพ ก่อนจะมองไปยังผู้มาเยือนอีกคนด้วยความสงสัย
"ท่านเทพสงคราม ท่านนี้คือ?"
"หมอเทวดาเสวีย ฉายาคู่ปรับพญายม" ซูหลางแนะนำสั้นๆ
"หมอเทวดาเสวียผู้เลื่องชื่อแห่งเมืองหลวง? ผมได้ยินชื่อเสียงมานานแล้ว ยินดีที่ได้พบครับ!" หม่าหงเซิงตกตะลึง รีบทักทายด้วยความนอบน้อม
เขาเคยได้ยินกิตติศัพท์ความเก่งกาจของหมอเทวดาท่านนี้มาบ้าง ไม่นึกเลยว่าวันนี้จะได้เจอตัวจริง
"ท่านเทพสงครามพาหมอเทวดาเสวียมา หรือว่าเพื่อ..." หม่าหงเซิงพอจะเดาจุดประสงค์ได้ จึงลองหยั่งเชิงถาม
"พามารักษานาย" ซูหลางตอบเรียบๆ
"ขอบพระคุณท่านเทพสงครามเป็นอย่างสูงครับ ผมช่างมีวาสนาจริงๆที่ได้รับความเมตตาจากท่านขนาดนี้" หม่าหงเซิงซาบซึ้งใจจนแทบน้ำตาไหล
"ฉันยังมีเรื่องต้องใช้นายอีกเยอะ รีบๆหายล่ะ" ซูหลางพูดอย่างตรงไปตรงมา
"ท่านเทพสงครามมีอะไรให้รับใช้ เชิญบัญชามาได้เลยครับ ผมยินดีทำตามทุกประการ" หม่าหงเซิงรีบรับคำหนักแน่น
ซูหลางพยักหน้าเบาๆ แล้วหันไปส่งสายตาให้หมอเทวดาเสวีย
"คุณหม่า ผมขอตรวจชีพจรหน่อยนะ" หมอเทวดาเสวียเอ่ยขึ้น
"ได้ครับ ได้ครับ" หม่าหงเซิงรีบนอนลงบนเตียงเพื่อให้หมอตรวจ
หมอเทวดาเสวียแตะนิ้วลงบนข้อมือของหม่าหงเซิง หลับตาลงเพื่อจับสัญญาณชีพจร
ผ่านไปราวสิบวินาที รอยยิ้มมั่นใจก็ผุดขึ้นที่มุมปากของเขา
เขาลืมตาขึ้นแล้วกล่าวว่า
"คุณหม่าไม่ได้ป่วยเป็นโรคประหลาดอะไรหรอก แต่ถูกวางยาพิษ"
"ถูกวางยา?!" หม่าหงเซิงอุทานด้วยความตกใจ
"ถูกต้อง เป็นพิษที่ชื่อว่า 'บัวเจ็ดสี' พิษชนิดนี้ถูกปรุงแต่งโดยยอดฝีมือ เครื่องมือแพทย์สมัยใหม่ตรวจหาไม่เจอหรอก แต่ปิดบังสายตาหมอเทวดาอย่างผมไม่ได้" หมอเทวดาเสวียลูบเคราพลางถามต่อ "คุณหม่าพอจะนึกออกไหมครับว่าช่วงนี้ไปล่วงเกินใครไว้บ้าง?"
"ผมทำธุรกิจ การขัดผลประโยชน์คนอื่นเป็นเรื่องปกติ ศัตรูผมมีเยอะแยะไปหมด นึกไม่ออกจริงๆครับว่าเป็นใคร" หม่าหงเซิงส่ายหน้า
"ช่างหัวคนวางยาเถอะ รักษาให้หายก่อน" ซูหลางแทรกขึ้น
เขาไม่สนหรอกว่าใครเป็นคนวางยาหรือใครเป็นศัตรูหม่าหงเซิง
เขาแค่อยากให้หม่าหงเซิงหายป่วยไวๆ จะได้รีบไปจัดการเรื่องงานแต่งให้เขา
เรื่องอื่นเขาคร้านจะใส่ใจ
"การถอนพิษบัวเจ็ดสีจำเป็นต้องใช้สมุนไพรหายากบางชนิด" หมอเทวดาเสวียกล่าว
"เชิญท่านหมอสั่งมาได้เลยครับ ผมจะให้ลูกน้องรีบไปจัดการหามาให้เดี๋ยวนี้ ขอแค่มีในเมืองชิงหลิง ผมหามาได้แน่นอน และถ้าท่านรักษาผมหาย เรื่องค่าตอบแทนผมรับรองว่าท่านจะต้องพอใจแน่" หม่าหงเซิงยิ้มกว้าง
เมื่อเห็นหม่าหงเซิงใจป้ำขนาดนี้ รอยยิ้มของหมอเทวดาเสวียก็ยิ่งกว้างขึ้น
"จริงๆแล้วสมุนไพรพวกนั้นก็ไม่ได้หายากถึงขนาดหาไม่ได้หรอก ด้วยกำลังทรัพย์ของคุณหม่า หาได้สบายมาก" เขาลูบเคราแล้วพูดต่อ "นอกจากเรื่องสมุนไพรแล้ว ผมอยากขอรบกวนคุณหม่าอีกสักเรื่อง หลังจากหายดีแล้ว ช่วยแนะนำผมให้คนรู้จักในแวดวงของคุณหน่อย"
"ผมเข้าใจความต้องการของท่านหมอดีครับ" หม่าหงเซิงหัวไว เข้าใจทันที "เพื่อนฝูงในวงการธุรกิจของผมมีเยอะแยะ พวกเศรษฐีทำงานหนัก ร่างกายย่อมมีโรคภัยถามหา ผมจะช่วยประชาสัมพันธ์ให้เต็มที่"
"แบบนั้นยิ่งดีเลย" หมอเทวดาเสวียหัวเราะร่า
ดูท่าการมาเยือนเมืองชิงหลิงครั้งนี้จะโกยเงินกลับไปได้เป็นกอบเป็นกำ
เพราะเศรษฐีพวกนี้... เงินคือสิ่งสุดท้ายที่พวกเขาขาดแคลน
หมอเทวดาเสวียจดรายชื่อสมุนไพรที่ต้องใช้ลงในกระดาษ แล้วยื่นให้หม่าหงเซิงสั่งลูกน้องไปตามหา
ระหว่างรอสมุนไพร หม่าหงเซิงก็รีบไปบอกข่าวดีกับเฉิงรุ่ยที่ห้องพักฟื้น
เล่าให้เธอฟังว่ามีหมอเทวดามารักษาแล้ว
เฉิงรุ่ยฟังแล้วก็รู้สึกเสียดายอยู่ลึกๆ
ถ้าหม่าหงเซิงป่วยต่อไปเรื่อยๆ สถานการณ์จะเข้าทางเธอมากกว่า
น่าเสียดายจริงๆ... ทำไมจู่ๆถึงมีหมอเทวดาโผล่มาขัดลาภซะได้
แต่ถึงในใจจะคิดแบบนั้น ภายนอกเธอกลับแสดงท่าทีดีใจจนเนื้อเต้น ร่วมยินดีไปกับสามีอย่างแนบเนียน
เนื่องจากเฉิงรุ่ยยังอ่อนเพลียและเจ็บแผล หม่าหงเซิงจึงไม่อยากรบกวนนาน หลังแจ้งข่าวเสร็จเขาก็ขอตัวกลับไป
ทันทีที่หม่าหงเซิงพ้นประตู รอยยิ้มสดใสบนใบหน้าของเฉิงรุ่ยก็เลือนหายไปทันที แทนที่ด้วยสีหน้าเย็นชาและแววตาน่าสะพรึงกลัว
เมื่อกี้หม่าหงเซิงเล่ารายละเอียดให้ฟังหมดเปลือก โดยเฉพาะเรื่องที่เขาไม่ได้ป่วย แต่ถูก 'ยอดฝีมือวางยาพิษ'
ทันทีที่ได้ยินคำว่า "วางยาพิษ" ภาพใบหน้าของคนคนหนึ่งก็ผุดขึ้นมาในหัวเฉิงรุ่ยทันที
เมื่อแน่ใจว่าหม่าหงเซิงไปไกลแล้ว
เฉิงรุ่ยหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา แล้วกดโทรออกหาเบอร์ที่คุ้นเคยทันที
*****