- หน้าแรก
- เกิดใหม่ทั้งที ดันกลายเป็นนายน้อยจอมวายร้ายไปซะได้
- บทที่ 65: จอมวายร้ายออกศึก
บทที่ 65: จอมวายร้ายออกศึก
บทที่ 65: จอมวายร้ายออกศึก
หวังฮ่าวหรานตอบกลับข้อความสวี่มู่เหยียนไปว่า "ฉันไปอาบน้ำก่อนนะ" แล้ววางโทรศัพท์ลง หันกลับมาสนใจฟางเสวียนอีกครั้ง
"นั่งตามสบาย ทำตัวผ่อนคลายเถอะ" หวังฮ่าวหรานเอ่ย พลางรินไวน์แดงใส่แก้ว แล้วยกขึ้นจิบอย่างสบายอารมณ์
เขาหันไปถาม "เอาสักแก้วไหม?"
ฟางเสวียนส่ายหน้า
เธอไม่พูดอะไรสักคำ บ่งบอกถึงความประหม่าที่มีอยู่เต็มอก
หวังฮ่าวหรานไม่รีบร้อน ไม่ได้ชวนคุยในทันที แต่หันไปเปิดเครื่องเสียงคาราโอเกะในห้องสวีท เลือกเพลงฟังสบายๆมาสองสามเพลง
จากนั้นเขาก็เริ่มร้องเพลง
หลังจากร้องไปได้ไม่กี่เพลง หวังฮ่าวหรานก็วางไมโครโฟนลง
เขาหันกลับไปมองฟางเสวียน พบว่าสีหน้าของเธอเริ่มมีเลือดฝาด และความตึงเครียดลดลงไปมาก
แถมเธอยังมองเขาด้วยสายตาประหลาดใจ
ชัดเจนว่าเธอกำลังทึ่งในฝีมือการร้องเพลงของเขา
[ติ๊ง! หนึ่งในนางเอก 'ฟางเสวียน' เพิ่มค่าความประทัยใจที่มีต่อโฮสต์ +10 ปัจจุบันค่าความประทับใจรวมคือ -10 (รังเกียจเล็กน้อย)]
[ติ๊ง! โฮสต์เปลี่ยนแปลงทิศทางของเนื้อเรื่อง ได้รับแต้มวายร้าย 100 แต้ม!]
ค่าความประทับใจยังติดลบอยู่อีก?
หวังฮ่าวหรานชะงักไปเล็กน้อยเมื่อเห็นข้อความแจ้งเตือน
แต่พอมาคิดดูอีกที มันก็สมเหตุสมผล
ผู้หญิงทำงานดีๆมีเกียรติต้องมาเจอเรื่องแบบนี้ ใครบ้างจะไม่รังเกียจ
แต่เขาไม่ถือสาหรอก
เพราะเขาไม่ได้ต้องการหัวใจของฟางเสวียนอยู่แล้ว
จะชอบหรือเกลียดก็ช่างปะไร
"ผมรู้เรื่องทางบ้านของคุณแล้ว คุณเป็นแค่ลูกบุญธรรม แต่ตลอดหลายปีมานี้คุณกลับยอมเสียเงินรักษาแม่บุญธรรมไปเกือบล้านหยวน มันคุ้มค่าเหรอ?" หวังฮ่าวหรานเป็นฝ่ายเริ่มบทสนทนา
"สำหรับฉัน พวกท่านไม่ต่างอะไรกับพ่อแม่แท้ๆ"
"คุณเป็นลูกกตัญญูจริงๆ" หวังฮ่าวหรานพยักหน้าชื่นชม ก่อนจะพูดต่อ
"แต่โรคไตเป็นเหมือนหลุมดำไร้ก้น คุณต้องการเงิน และต้องการจำนวนมหาศาล ซึ่งมันเป็นภาระที่หนักหนาสำหรับคุณมาก"
"แต่ผมช่วยคุณได้... สิบล้านหยวน!"
ฟางเสวียนชะงักงัน ไม่คาดคิดว่าจะได้ยินตัวเลขนี้
เธอคิดว่าการขึ้นเงินเดือนให้หนึ่งแสนหยวนนั่นคือข้อเสนอทั้งหมดแล้ว
[ติ๊ง! หนึ่งในนางเอก 'ฟางเสวียน' เพิ่มค่าความประทับใจที่มีต่อโฮสต์ +10 ปัจจุบันค่าความประทับใจรวมคือ 0 (คนแปลกหน้า)]
[ติ๊ง! โฮสต์เปลี่ยนแปลงทิศทางของเนื้อเรื่อง ได้รับแต้มวายร้าย 100 แต้ม!]
หวังฮ่าวหรานเว้นจังหวะเล็กน้อย แล้วมองหน้าฟางเสวียน ก่อนเอ่ยต่อว่า
"เพราะงั้นคุณคงเข้าใจความหมายของผมแล้วใช่ไหม?"
ฟางเสวียนเม้มปากแน่นแล้วพยักหน้า
ในเมื่อเธอตัดสินใจมาที่นี่ เธอก็เตรียมใจยอมรับชะตากรรมไว้แล้ว
"มีชุดคลุมอาบน้ำใหม่อยู่ตรงนั้น ส่วนห้องน้ำอยู่ทางโน้น" หวังฮ่าวหรานชี้มือบอกทาง
ฟางเสวียนพยักหน้า หยิบของใช้ส่วนตัวแล้วเดินก้าวหนักๆเข้าห้องน้ำไป
ระหว่างนั้น หวังฮ่าวหรานฉวยโอกาสหยิบโทรศัพท์ของฟางเสวียนที่วางอยู่บนโต๊ะมา แล้วแอบติดตั้งไวรัส 'สอดแนม' ลงไปทันที
จากนี้ไป ตราบใดที่ฟางเสวียนพกโทรศัพท์ติดตัว หวังฮ่าวหรานก็จะรู้ความเคลื่อนไหวของเธอทุกฝีก้าว ไม่ต่างจากฉินหยุนหาน
ครึ่งชั่วโมงผ่านไป ฟางเสวียนถึงเดินออกมา
"ผมนึกว่าคุณจะขังตัวเองอยู่ในนั้นไม่ออกมาซะอีก" หวังฮ่าวหรานแซว แต่เมื่อเห็นฟางเสวียนยืนนิ่งอยู่ที่หน้าประตูห้องน้ำก็ขมวดคิ้ว
"คุณอายุตั้ง 25 แล้ว คงไม่ต้องให้ผมสอนหรอกมั้ง?"
ฟางเสวียนค่อยๆเดินเข้ามาอย่างช้าๆ
......
ผลปรากฏว่าฟางเสวียนจำเป็นต้องให้เขาสอนจริงๆ
......
[ติ๊ง! โฮสต์ครอบครองนางเอก 'ฟางเสวียน' สำเร็จ ได้รับแต้มวายร้าย 1,000 แต้ม, ออร่านางเอกของฟางเสวียน -50, ออร่าตัวเอกของฟางเหิง -50, ออร่าตัวร้ายของโฮสต์ +100!]
[ติ๊ง! หนึ่งในนางเอก 'ฟางเสวียน' เพิ่มค่าความประทับใจที่มีต่อโฮสต์ +20 ปัจจุบันค่าความประทับใจรวมคือ 20 (เป็นมิตร)]
แต้มวายร้าย 1,000 แต้ม และการลดลงของออร่าตัวเอกฟางเหิง 50 แต้ม เป็นไปตามที่หวังฮ่าวหรานคาดไว้
แต่สิ่งที่ทำให้เขาเซอร์ไพรส์คือออร่านางเอกของฟางเสวียนลดลง 50 แต้ม และถูกโอนมาเพิ่มให้ออร่าตัวร้ายของเขาถึง 100 แต้ม!
แต่ไม่นานเขาก็เริ่มหงุดหงิด
ระบบเฮงซวย! ทำไมไม่บอกให้เร็วกว่านี้วะ?!
เขาเข้าใจมาตลอดว่าการครอบครองนางเอกจะแค่ทำให้ออร่าตัวเอกลดลง ไม่นึกว่าออร่านางเอกก็จะลดลงแล้วกลายมาเป็นพลังให้เขาด้วย
ในนิยายแนวฮาเร็ม ตัวเอกหนึ่งคนมักจะมีนางเอกหลายคน
นั่นหมายความว่า 'แหล่งพลังงาน' จากฝั่งนางเอกมีให้เก็บเกี่ยวมากกว่าฝั่งตัวเอกเยอะเลย!
เป้าหมายเดิมของหวังฮ่าวหรานคือการเป็น 'ผู้พิฆาตตัวเอก' แต่ตอนนี้เขาเพิ่มเป้าหมายใหม่เข้าไปอีกอย่าง... 'นักล่าฮาเร็มตัวเอก'!
ขอแค่ออร่าตัวร้ายของเขาสูงกว่าตัวเอกมากๆ การจัดการตัวเอกก็จะง่ายเหมือนพลิกฝ่ามือ หรือเผลอๆอาจจะเชือดทิ้งได้เลยโดยไม่ต้องเปลืองแรง
หลังจากดีใจกับข่าวดีนี้ หวังฮ่าวหรานก็หันมาสนใจข้อความแจ้งเตือนอันที่สอง
ค่าความประทับใจเพิ่มขึ้น? นี่มันอะไรกัน?
หรือว่าเป็นเพราะ... ลีลาเด็ด?
คิดได้ดังนั้น เขาก็เหลือบมองสายตาของฟางเสวียน
แววตาของเธอดูอ่อนโยนลงกว่าตอนแรกมาก
ดูท่าข้อสันนิษฐานของเขาน่าจะถูก
แต่มีเรื่องหนึ่งที่หวังฮ่าวหรานสงสัยมากกว่า
"คุณไม่เคยมีแฟนมาก่อนเลยเหรอ?"
อายุ 25 แล้วนะ ไม่อยากจะเชื่อว่ายังบริสุทธิ์อยู่
หรือว่าจะเป็นไปตามสูตรนิยายที่นางเอกทุกคนต้องไร้ประสบการณ์?
"พ่อแม่บุญธรรมของฉันรายได้น้อย ท่านลำบากส่งฉันเรียน ฉันเลยตั้งใจเรียนอย่างเดียวจนจบ พอทำงานที่กั๋วเสี้ยเทียนเซียงได้สักพัก ท่านประธานเจิ้นก็เลื่อนตำแหน่งให้เป็นเลขา รายได้เริ่มดีขึ้น แต่ทางบ้านก็มาเกิดเรื่องร้าย ฉันเลยไม่มีกะจิตกะใจจะไปคิดเรื่องแฟนหรอก" ฟางเสวียนเล่าความจริงให้ฟังโดยไม่ปิดบัง
"อ้อ อย่างนี้นี่เอง" หวังฮ่าวหรานพยักหน้า
ทันใดนั้น โทรศัพท์ของเขาก็ดังขึ้น นักสืบเอกชนส่งข้อความมา
ฟางเหิงเจอถ้วยกระเบื้องโบราณที่ถนนกู่เหอ และมีคนขอซื้อต่อไปในราคา 5 ล้านหยวนทันที ตอนนี้กำลังเดินทางกลับบ้าน
หวังฮ่าวหรานยิ้มมุมปากด้วยความโล่งใจ
ในที่สุดเขาก็ชิงลงมือก่อนฟางเหิงได้สำเร็จ
ถึงตอนนี้ฟางเหิงจะรวยแล้ว แต่ก็เปลี่ยนแปลงความจริงที่ว่าเขามี "พี่เขย" เพิ่มขึ้นมาคนหนึ่งไม่ได้แล้ว
"คุณคงแคร์เรื่องขี้ปากชาวบ้านใช่ไหม?" หวังฮ่าวหรานถามขึ้นลอยๆ
"คงไม่มีใครชอบหรอก" ฟางเสวียนพยักหน้า แล้วถามกลับด้วยความสงสัย "ทำไมถึงถามล่ะ?"
"งั้นผมเดาถูก เงินสิบล้านที่ผมจะให้ ผมจะทยอยโอนให้ในรูปแบบอื่น เพื่อไม่ให้ใครมานินทาคุณได้" หวังฮ่าวหรานโกหกหน้าตาย
ฟางเสวียนพยักหน้ารับ
เธอสงสัยแต่ก็ไม่ได้ถามอะไรมาก
เพราะสำหรับหวังฮ่าวหราน เงินหลักล้านก็แค่เศษเงิน เขาคงไม่เบี้ยวหรอก
"งั้น... พักผ่อนกันเถอะ?" ฟางเสวียนรู้สึกเพลียเต็มที
"ผมชินกับการนอนคนเดียว คุณกลับไปเถอะ" หวังฮ่าวหรานพูดตัดบทดื้อๆ
ฟางเสวียนตะลึง
โหดร้ายเกินไปไหม?!
เสร็จกิจแล้วไล่กลับเลยเหรอ?
เธอเงียบไปครู่หนึ่ง สุดท้ายก็ตอบรับเบาๆ
"อืม"
ถึงจะไม่พอใจ แต่เธอก็ไม่กล้าขัดใจเขา
หวังฮ่าวหรานมองตามหลังฟางเสวียนที่เดินจากไป พลางยิ้มอย่างมีเลศนัย
ที่ไล่เธอกลับไม่ใช่เพราะเขาใจดำ
แต่เพราะฟางเหิงกำลังหอบเงินล้านกลับบ้านต่างหาก
ถ้าฟางเสวียนกลับไปถึงบ้านพอดี ฟางเหิงต้องรีบอวดความสำเร็จด้วยความดีใจแน่ๆ
ฉากนั้น... คงน่าสนุกพิลึก
ณ วิลล่าหลังเล็ก
ฉินไคและเซียวอี้เฟิงนั่งจิบชาที่ลุงหลี่ชงมาให้
"วันนี้เฝ้าอยู่หน้าโรงเรียนทั้งวันคงเหนื่อยแย่เลย ดื่มชาก่อนสิ" ฉินไคเอ่ยชวน
"ไม่เหนื่อยเลยครับ ไม่เหนื่อยเลย" เซียวอี้เฟิงฝืนยิ้มตอบ
แต่ในใจนั้นหดหู่สุดขีด
"เจอคนน่าสงสัยบ้างไหม?" ฉินไคถามด้วยความเป็นห่วง
"ไม่เจอเลยครับ ถ้ามีผมคงจับตัวได้แล้ว" เซียวอี้เฟิงโกหกหน้าตาย
"งั้นก็ดีแล้ว" ฉินไคโล่งอก จิบชาอย่างสบายใจ แล้วพยักหน้าอย่างพอใจ
"คุณอาฉินครับ เรื่องเข้าเรียนของผมเป็นยังไงบ้างครับ เรียบร้อยหรือยัง?"
เซียวอี้เฟิงถามด้วยความคาดหวัง
ตั้งแต่เจอฉินหยุนหานเมื่อวาน เขาก็เฝ้าคะนึงหา อยากเจอหน้าเธอตลอดเวลา แต่น่าเสียดายที่เธอเอาแต่หลบหน้าอยู่ที่โรงเรียน
พอเจอคำถามนี้ ฉินไคที่กำลังสุนทรีย์กับรสชาก็ถึงกับสำลัก ความกระอักกระอ่วนฉายชัดบนใบหน้า
*****