- หน้าแรก
- เกิดใหม่ทั้งที ดันกลายเป็นนายน้อยจอมวายร้ายไปซะได้
- บทที่ 42: ความกลัดกลุ้มของสวี่มู่เหยียน
บทที่ 42: ความกลัดกลุ้มของสวี่มู่เหยียน
บทที่ 42: ความกลัดกลุ้มของสวี่มู่เหยียน
หลังจากทนายอันขอตัวกลับไป
ถังปิงหยุนก็หันมาคุยธุระสำคัญกับหวังฮ่าวหรานทันที
"ที่เธอถ่อมาหาฉันถึงที่นี่ มีธุระอะไรกันแน่?"
"น้าถังดูนี่ก่อนครับ" หวังฮ่าวหรานพูดพลางหยิบรูปถ่ายที่เตรียมไว้ออกมาวาง
ภาพเหล่านั้นคือภาพถ่ายระยะประชิดของฟ่านเจี้ยน ฟ่านทง และฉินโซ่วเซิง ในสภาพใบหน้าบวมปูดฟกช้ำจนแทบจำเค้าเดิมไม่ได้
"คนพวกนี้เป็นใคร? ทำไมถึงโดนซ้อมจนเละขนาดนี้?" ถังปิงหยุนมองภาพ 'หัวหมู' เหล่านั้นด้วยความตกตะลึง
"คนพวกนี้เป็นเพื่อนร่วมชั้นของผมเองครับ ทั้งหมดนี้เป็นฝีมือของฉู่ไป๋"
"ใช่เจ้าเด็กหัวเกรียนนั่นหรือเปล่า?"
"คนนั้นแหละครับ หมอนั่นมีพฤติกรรมนิยมความรุนแรงขั้นสุดเลยล่ะ"
ถังปิงหยุนพยักหน้าเห็นด้วยในประเด็นนี้ทันที ก่อนหน้านี้ตอนที่หัวขโมยถูกรปภ.จับมัดจนหมดทางสู้ไปแล้ว เจ้าฉู่ไป๋นั่นยังพุ่งเข้าไปกระทืบซ้ำอย่างบ้าคลั่ง คนปกติเขาคงไม่ทำกันขนาดนั้น
"ทำคนเจ็บหนักขนาดนี้ โรงเรียนไม่ไล่ออกเหรอ?"
"แค่จ่ายค่าเสียหายไปสามหมื่นหยวนก็จบเรื่องแล้วครับ"
"ซ้อมคนปางตายแต่จ่ายแค่สามหมื่นเนี่ยนะ? บทลงโทษมันจะเบาเกินไปหน่อยไหม" ถังปิงหยุนส่ายหน้าอย่างระอา ก่อนจะฉุกคิดอะไรขึ้นมาได้ "ผู้อำนวยการออกหน้าปกป้องมันใช่ไหม?"
หวังฮ่าวหรานพยักหน้า แล้วจึงเข้าประเด็นโดยไม่อ้อมค้อม
"ที่ผมมาหาคุณน้าวันนี้ ความจริงคืออยากให้น้าใช้อำนาจในฐานะคณะกรรมการบริหารโรงเรียน สั่งย้ายผู้อำนวยการไปประจำตำแหน่งอื่นครับ ถ้าฉู่ไป๋ไม่มีผู้อำนวยการคอยให้ท้าย ต่อไปมันคงไม่กล้ากร่างขนาดนี้"
"ได้สิ" ถังปิงหยุนตอบรับทันทีโดยไม่ลังเล
ผู้อำนวยการคนปัจจุบันอายุมากแล้ว พักหลังแทบไม่ได้บริหารจัดการเรื่องราวในโรงเรียนมัธยมสุ่ยเจ๋อเลย การจะย้ายเขาไปแขวนไว้ตำแหน่งอื่นก็ไม่ได้ส่งผลกระทบอะไรกับโรงเรียน อีกอย่างในเมื่อหวังฮ่าวหรานเป็นคนเอ่ยปากขอ เธอจะปฏิเสธได้ยังไง
ยิ่งไปกว่านั้น เธอก็รู้สึกว่าการที่ผู้อำนวยการลำเอียงเข้าข้างฉู่ไป๋ขนาดนี้ มันไม่ยุติธรรมจริงๆ
"ส่วนค่าหยก เดี๋ยวฉันจะรีบโอนเข้าบัญชีให้นะ" ถังปิงหยุนขอเลขบัญชีจากชายหนุ่ม
"เรื่องเงินผมไม่รีบครับ"
หวังฮ่าวหรานก้มมองนาฬิกา
"น้าถัง! ผมไปก่อนนะครับ ไว้คุยกันใหม่"
เมื่อได้ยินคำเรียกขานว่า 'น้า' อีกครั้ง ใบหน้าสวยของถังปิงหยุนก็กระตุกวูบ แต่นึกคำด่าไม่ออก ได้แต่ยืนมองหวังฮ่าวหรานเดินขึ้นรถโรลส์รอยซ์คัลลิแนนจากไปตาปริบๆ
เธอยืนเหม่ออยู่ตรงนั้นครู่ใหญ่ จนกระทั่งเสียงโทรศัพท์ดังขึ้นเรียกสติ
เจิ้นหลี่โทรมา
"ปิงหยุน คุยธุระกับลูกชายฉันเป็นไงบ้าง?"
"ฉันตกลงตามที่เขาขอแล้วค่ะ"
"ขอบใจมากนะ ไว้ว่างๆฉันจะเลี้ยงคอร์สเสริมสวยชุดใหญ่ให้เลย" เจิ้นหลี่เข้าใจว่าที่ถังปิงหยุนยอมตกลงช่วยหวังฮ่าวหรานเป็นเพราะเห็นแก่หน้าเธอ
"ได้เลยค่ะ!" ถังปิงหยุนรับคำทันที แต่แล้วจู่ๆปากเจ้ากรรมก็พลั้งพูดออกไปว่า
"พี่เจิ้นหลี่คะ ความจริงพี่ก็รุ่นราวคราวเดียวกับพ่อแม่ฉัน ถ้าจะนับญาติกันจริงๆ ฉันควรจะเรียกพี่ว่า 'น้าเจิ้น' มากกว่า ต่อไปฉันเรียกพี่ว่าน้าเจินนะคะ"
เจิ้นหลี่เป็นคนอารมณ์ร้อนอยู่แล้ว พอได้ยินแบบนั้นก็ของขึ้นทันที
"ถังปิงหยุน เธอหมายความว่ายังไง? ฉันไปทำอะไรให้เธอไม่พอใจหรือไง ถึงมาหลอกด่าว่าฉันแก่เนี่ย? อย่าหลงตัวเองไปหน่อยเลย คิดว่าช่วยลูกชายฉันแค่นี้แล้วฉันต้องยอมก้มหัวให้เหรอ
บุญคุณครั้งนี้ฉันจะชดใช้ให้ เรื่องธุรกิจที่เราดีลกันอยู่ ฉันยอมลดกำไรให้สิบล้านหยวน ถือว่าเจ๊ากัน!"
"พี่เจิ้นหลี่คะ! ฉันล้อเล่นค่ะ ขอโทษนะคะ ขอโทษจริงๆ" ถังปิงหยุนรีบละล่ำละลักขอโทษ
เธอต้องใช้เวลาคุยสายอยู่อีกพักใหญ่กว่าจะทำให้เจิ้นหลี่หายโกรธได้
หลังจากวางสาย ถังปิงหยุนก็ได้แต่ถอนหายใจยาวเหยียด ดูท่าการจะลดลำดับอาวุโสตัวเองลงมานี่ มันไม่ง่ายเลยแฮะ
บนรถโรลส์รอยซ์ ระหว่างทางกลับโรงเรียน
หวังฮ่าวหรานนั่งว่างๆไม่มีอะไรทำ จึงเปิดหน้าต่างสถานะขึ้นมาดู
[โฮสต์: หวังฮ่าวหราน]
[พลังต่อสู้: 289]
[เสน่ห์: 268]
[ออร่าตัวร้าย: 319]
[แต้มวายร้าย: 1700]
[ทักษะ: ทักษะการคัดลอกระดับปรมาจารย์, มวยหย่งชุนสายต่อสู้จริงระดับปรมาจารย์, การร้องเพลงระดับเทพเจ้า, การแสดงระดับจักพรรดิภาพยนตร์, ตาทิพย์]
แต้มวายร้ายปาเข้าไป 1,700 แต้มแล้วเหรอเนี่ย?
หวังฮ่าวหรานเปิดเข้าไปในร้านค้าของระบบ แล้วค้นหา 'ยาคงโฉมระดับต่ำ'
[ยาคงโฉมระดับต่ำ: ราคา 1,100 แต้มวายร้าย (หลังรับประทานจะหยุดอายุขัยของรูปลักษณ์ภายนอกไว้ ผลลัพธ์คงอยู่ 30 ปี) ต้องการแลกเปลี่ยนหรือไม่?]
"แลกเปลี่ยน!"
หวังฮ่าวหรานสั่งการระบบ
ทันทีที่แลกมาได้ เขาก็โยนยาคงโฉมเข้าปากอย่างไม่รอช้า
ตัวยามีรสหวานนิดๆ เมื่อกลืนลงไปแล้ว เขากลับไม่รู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนในร่างกาย
ตามคำอธิบายของตัวยา ผลลัพธ์จะต้องดูกันในระยะยาว
ตอนนี้หวังฮ่าวหรานอายุ 18 ปี นั่นหมายความว่าต่อให้เขาอายุ 48 ปี รูปร่างหน้าตาของเขาก็จะยังคงเหมือนเด็กหนุ่มอายุ 18 ปีไม่เปลี่ยนแปลง
และกระบวนการแก่ชราจะเริ่มนับหนึ่งใหม่หลังจากอายุ 48 ปี โดยเริ่มนับความแก่จากสภาพร่างกายตอน 18 ปี
พูดง่ายๆก็คือ หวังฮ่าวหรานจะมีช่วงเวลาวัยรุ่นที่ยาวนานกว่าคนปกติถึง 30 ปี!
ตอนนี้เหลือแต้มอยู่อีก 700 แต้ม ยังพอจะสุ่มรางวัลได้อีกรอบ
คราวก่อนสุ่มได้สกิลมองทะลุแบบเดียวกับฉู่ไป๋มา ไม่รู้ว่ารอบนี้จะได้อะไรดีๆอีกไหม?
หวังฮ่าวหรานเริ่มรู้สึกตื่นเต้น
[น่าเสียดาย โฮสต์ไม่ได้รับรางวัลใดๆ]
เวรเอ๊ย!
คาบเรียนศึกษาด้วยตนเองช่วงค่ำ
หวังฮ่าวหรานเปิดลิ้นชักโต๊ะเรียน แล้วก็พบชานมแก้วหนึ่งวางอยู่
ไม่ต้องเดาก็รู้ว่าเป็นสวี่มู่เหยียนซื้อมาฝากแน่ๆ
เขาเจาะหลอดดูดไปหนึ่งอึก
หวาน...
หวานเจี๊ยบเลย
ของหวานพวกนี้กินเยอะๆแล้วอ้วนง่ายมาก
แต่สำหรับหวังฮ่าวหรานแล้วหายห่วง เพราะ 'ยาคงโฉม' ไม่ได้แค่ช่วยเรื่องหน้าตา แต่ยังช่วยตรึงสภาพหุ่นให้ฟิตเปรี๊ยะอยู่เสมอด้วย
ระหว่างที่ดูดชานมอย่างสบายใจ หวังฮ่าวหรานก็แอบชำเลืองมองไปทางสวี่มู่เหยียน
เขาเห็นเพียงเสี้ยวหน้าด้านข้างของเธอ
แต่ก็สังเกตได้ชัดเจนว่าเธอดูใจลอย เหมือนมีเรื่องให้คิดหนักจนไม่มีสมาธิกับการเรียนเลย
ช่วงพักเบรก
หวังฮ่าวหรานส่งข้อความเรียกเหวินจิงให้ออกมาคุย
ณ ทางเดินสวนหย่อมในโรงเรียน
มีนักเรียนมาเดินเล่นกันประปราย บ้างก็จับกลุ่มคุยกัน บ้างก็เป็นคู่รัก
แสงไฟสลัวๆ บรรยากาศเงียบสงบ บวกกับกลิ่นหอมจางๆของดอกไม้ในอากาศ
ช่างเป็นบรรยากาศที่ 'เป็นใจ' เสียจริง
พวกคู่รักวัยใสจึงชอบมาพลอดรักกันแถวนี้หลังเลิกเรียน
เหวินจิงที่ถูกหวังฮ่าวหรานเรียกตัวออกมา หัวใจเต้นรัวด้วยความดีใจ
"สวี่มู่เหยียนดูไม่มีความสุขเลย เธอเป็นอะไรหรือเปล่า?" หวังฮ่าวหรานเอ่ยถามทันทีที่เจอหน้า
เหวินจิงรู้สึกหน้าชาไปเล็กน้อยด้วยความผิดหวัง ที่แท้เธอก็คิดเข้าข้างตัวเองไปว่าเขาเรียกออกมาเดต...
"เมื่อตอนเย็น เหยียนเหยียนออกไปซื้อชานมแล้วบังเอิญเจอพ่อเข้าค่ะ พ่อของเธอสั่งห้ามไม่ให้มายุ่งเกี่ยวกับคุณ เหยียนเหยียนไม่เข้าใจเหตุผลก็เลยมีปากเสียงกันนิดหน่อย"
ในฐานะเพื่อนสนิทและเพื่อนร่วมโต๊ะ เหวินจิงย่อมรู้ทุกเรื่องของสวี่มู่เหยียนอยู่แล้ว
"ฉันกับพ่อของสวี่มู่เหยียนยังไม่เคยเจอหน้ากันเลยนะ ทำไมพ่อเขาถึงมีอคติกับฉันล่ะ"
"พ่อเขาคงไม่อยากให้เหยียนเหยียนมีแฟนล่ะมั้งคะ เลยเข้มงวดเป็นพิเศษ"
"ไม่น่าใช่นะ" หวังฮ่าวหรานปฏิเสธสมมติฐานนี้ทันที
คราวก่อนที่ฉู่ไป๋ท้าพนันกับสวี่มู่เหยียนว่าถ้าสอบติดท็อปเท็นจะขอให้เธอเป็นแฟน
ตอนนั้นพ่อของสวี่มู่เหยียนยังเป็นคนรับคำท้าแทนลูกสาวด้วยซ้ำ
แสดงว่าพ่อของเธอต้องเป็นคนหัวสมัยใหม่และเปิดกว้างเรื่องลูกสาวมีแฟนพอสมควร
เชียร์ฉู่ไป๋ แต่กีดกันเรา?
หรือว่าพ่อของสวี่มู่เหยียน... จะเป็นตัวละครสมทบฝั่งตัวเอก?
หวังฮ่าวหรานคิดว่ามีความเป็นไปได้สูงมาก
"คุณ... คุณเป็นห่วงเหยียนเหยียนขนาดนี้ คุณคิดจะจีบเธอเหรอคะ?" เหวินจิงอดถามไม่ได้ น้ำเสียงเจือความน้อยใจ
"ใช่" หวังฮ่าวหรานพยักหน้ารับตรงๆ
สวี่มู่เหยียนเป็นหนึ่งในนางเอก ถ้าเขาไม่จีบ ตัวเอกก็จะคาบไปกิน
แล้วถ้าตัวเอกได้แอ้มเธอ ออร่าตัวเอกก็จะยิ่งเจิดจรัส ส่วนออร่าตัวร้ายของเขาก็จะริบหรี่ลง
ถึงตอนนั้น จุดจบของเขาก็คงอยู่ไม่ไกล
คำตอบที่ชัดเจนของหวังฮ่าวหราน ทำให้เหวินจิงรู้สึกเจ็บจี๊ดในใจ
เธอพอจะดูออกอยู่แล้ว แต่ก็ไม่นึกว่าเขาจะยอมรับออกมาตรงๆ แบบนี้
*****