เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 22 การสอบจำลอง

บทที่ 22 การสอบจำลอง

บทที่ 22 การสอบจำลอง


"ฉู่ไป๋ ครูอุตส่าห์ให้โอกาสเธอสารภาพความผิดแล้วแท้ๆ แต่ในเมื่อเธอยังไม่คิดจะสำนึก ถ้าอย่างนั้นก็ให้ทางผู้บริหารโรงเรียนเป็นคนจัดการเรื่องนี้ก็แล้วกัน" น้ำเสียงของซ่งเจินอวี่เต็มไปด้วยความผิดหวัง

"อะ...อาจารย์ซ่งครับ...อย่า...อย่าเลยครับ ผมไม่อยากให้เรื่องมันบานปลาย...ไม่อย่างนั้นผม...ผมคง...คงไม่กล้าสู้หน้าใครอีกแล้ว"

ฉู่ไป๋หน้าซีดเผือด รีบอ้อนวอนเสียงสั่น

ทันใดนั้น เหวินจิงก็นึกถึงกำชับของหวังฮ่าวหรานที่บอกว่า 'ห้ามทำให้เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่' เธอจึงรีบเอ่ยขัดข้อเสนอของซ่งเจินอวี่ขึ้นมา

"อาจารย์ซ่งคะ... อย่าให้ถึงขั้นนั้นเลยค่ะ"

การที่หวังฮ่าวหรานสั่งการมาแบบนี้ ย่อมมีเหตุผลซ่อนอยู่

หากเรื่องนี้ลุกลามใหญ่โตไปถึงหูผู้บริหารโรงเรียน แน่นอนว่าผู้อำนวยการจะต้องรู้เรื่อง

ฉู่ไป๋เคยช่วยชีวิตผู้อำนวยการเอาไว้ แถมยังเคยมีความดีความชอบจากการแจ้งเบาะแสจับกุมอาชญากร

ตามสูตรนิยายออนไลน์เป๊ะๆ ผู้อำนวยการท่านนี้ย่อมต้องกลายเป็น 'กองหนุนเหล็ก' ของพระเอก เป็นตัวละครฝั่งพระเอกที่คอยตามเช็ดตามล้างและจัดการวิกฤตต่างๆให้

กรณีเรื่องชกต่อยคราวก่อน ก็เป็นเครื่องพิสูจน์ชั้นดี

หากผู้อำนวยการรู้เรื่องนี้เข้า จะต้องทำทุกวิถีทางเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของฉู่ไป๋อย่างแน่นอน และถ้ามีการเชิญหน่วยงานมืออาชีพเข้ามาตรวจสอบ หรือใช้นิติวิทยาศาสตร์สมัยใหม่ ก็ย่อมล้างมลทินให้ฉู่ไป๋ได้แน่ๆ

เพราะความจริงก็คือ ฉู่ไป๋แค่เดินวนไปวนมาอยู่หน้าห้องพักเท่านั้น

หลักฐานทางกายภาพมันโกหกกันไม่ได้

"เหวินจิง เธอแน่ใจนะ?" ซ่งเจินอวี่หันไปถามย้ำ

"ค่ะ อาจารย์ซ่ง หนูคิดดีแล้ว... อาจจะแค่อารมณ์ชั่ววูบ ฉู่ไป๋ถึงได้ทำแบบนั้นลงไป ยังไงก็เห็นแก่ความเป็นเพื่อนร่วมห้อง หนูไม่อยากตัดอนาคตเขาค่ะ... อีกอย่าง ถ้าเรื่องนี้แพร่งพรายออกไป หนูกลัวว่าจะตกเป็นขี้ปากชาวบ้าน ถึงหนูจะเป็นผู้เสียหายก็เถอะ... แต่ว่า ฉู่ไป๋ต้องขอโทษหนูเดี๋ยวนี้ค่ะ!"

"ได้ ครูเคารพการตัดสินใจของเธอ" ซ่งเจินอวี่พยักหน้า ก่อนจะหันขวับไปมองฉู่ไป๋แล้วพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา "ต้องให้ครูกดหัวเธอลงไปขอโทษไหม?"

ฉู่ไป๋รู้สึกทั้งโกรธแค้นและโล่งอกในเวลาเดียวกัน

โกรธ... เพราะรู้ดีว่าตัวเองถูกใส่ร้าย

โล่งอก... เพราะเรื่องนี้จบลงแบบเงียบๆ ซึ่งถือเป็นทางออกที่เขายอมรับได้

แค่พูดคำว่าขอโทษคำเดียว มันไม่ทำให้เนื้อหลุดสักก้อนหรอกน่า

"เหวินจิง... ฉันขอโทษ"

ในขณะเดียวกันนั้นเอง...

[ติ๊ง! พระเอก 'ฉู่ไป๋' ยอมก้มหัวให้กับอำนาจมืดของตัวร้าย ยินดีด้วย โฮสต์ได้รับแต้มวายร้าย 300 แต้ม, ออร่าตัวเอกของฉู่ไป๋ -30, ออร่าตัวร้ายของโฮสต์ +30]

หวังฮ่าวหรานได้รับแจ้งเตือนจากระบบอีกครั้ง

ฉู่ไป๋และเหวินจิงเดินตามกันกลับเข้ามาในห้องเรียน

ตอนนี้เหวินจิงหยุดร้องไห้แล้ว แต่ดวงตายังคงแดงช้ำ

นอกจากหวังฮ่าวหรานแล้ว เพื่อนในห้องยังไม่มีใครรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่สภาพของเหวินจิงที่เห็นได้ชัดว่าเพิ่งผ่านการร้องไห้มาอย่างหนัก ทำให้ทุกคนต่างสงสัย

"จิงจิง เกิดอะไรขึ้น?" สวี่มู่เหยียนรีบเข้ามาถามไถ่ด้วยความเป็นห่วง

เหวินจิงจึงเล่าเรื่องที่ฉู่ไป๋ "ลวนลาม" เธอให้ฟัง

สีหน้าของสวี่มู่เหยียนเปลี่ยนไปทันที

[ติ๊ง! โฮสต์บงการอยู่เบื้องหลัง ทำลายความสัมพันธ์ระหว่างพระเอก 'ฉู่ไป๋' และนางเอก 'สวี่มู่เหยียน' สำเร็จ ส่งผลกระทบต่อเส้นเรื่องเดิม ได้รับแต้มวายร้าย 200 แต้ม]

[ความประทับใจของนางเอก 'สวี่มู่เหยียน' ที่มีต่อพระเอก 'ฉู่ไป๋' -20, ค่าความประทับใจรวมปัจจุบันอยู่ที่ -30 (รังเกียจมาก)]

หวังฮ่าวหรานได้รับแจ้งเตือนรัวๆ การเก็บเกี่ยวผลผลิตรอบนี้ช่างอุดมสมบูรณ์เสียจริง

แต่ตามแผนที่เขาวางไว้ ยังมีอีกระลอกหนึ่งที่รอเก็บเกี่ยวอยู่

จังหวะนั้นเอง

ซ่งเจินอวี่เดินหน้านิ่งเข้ามาในห้องเรียน แล้วฟาดแฟ้มการสอนลงบนโต๊ะหน้าชั้นเสียงดังปัง!

นักเรียนทั้งห้องสะดุ้งโหยง

สีหน้าของครูประจำชั้นดูไม่สบอารมณ์อย่างเห็นได้ชัด ราวกับไปกินรังแตนที่ไหนมา

"หยุดกิจกรรมทุกอย่างก่อน"

สิ้นเสียงของซ่งเจินอวี่ นักเรียนทุกคนก็วางมือจากสิ่งที่ทำอยู่ทันที ไม่มีใครกล้ากระตุกหนวดเสือในยามนี้

ต้องยอมรับว่า 'บุคลิกครูจอมโหด' ที่ซ่งเจินอวี่เพียรพยายามสร้างภาพขึ้นมานั้นได้ผลชะงัดนัก เอาพวกนักเรียนอยู่หมัดจริงๆ

"มีข่าวจะแจ้งให้ทราบสองเรื่อง... เรื่องแรก บ่ายวันอาทิตย์นี้ ยกเลิกวันหยุด" ซ่งเจินอวี่ประกาศ

สิ้นเสียงประกาศ ทั้งห้องก็ระงมไปด้วยเสียงครวญคราง

ตารางเรียนของเด็ก ม.6 นั้นแน่นเอี๊ยดอยู่แล้ว นอกจากวันหยุดประจำเดือนเพียง 2 วัน ก็มีแค่ช่วงบ่ายวันอาทิตย์นี่แหละที่เป็นเวลาพักผ่อนอันน้อยนิด

การที่บ่ายวันอาทิตย์หายไป หมายความว่าพวกเขาต้องเรียนติดต่อกันครึ่งเดือนโดยไม่ได้หยุดพัก

ทรมานสังขารกันเกินไปแล้ว เหนื่อยจะตายอยู่แล้ว!

แม้แต่เด็กเรียนอย่างสวี่มู่เหยียน ยังอดรู้สึกหดหู่ไม่ได้

"เงียบ!"

คำประกาศิตสั้นๆของซ่งเจินอวี่ ทำให้เสียงโอดครวญในห้องเงียบกริบลงทันตา

"อาจารย์คะ แล้วอีกข่าวล่ะคะ?" สวี่มู่เหยียนรวบรวมความกล้าถามขึ้น

"สองวันสุดท้ายของสัปดาห์นี้ จะมีการสอบจำลองร่วมของโรงเรียนมัธยมปลายทั่วเมืองชิงหลิง" ซ่งเจินอวี่ตอบ

สิ้นประโยคนั้น บรรยากาศในห้องเรียนก็พลันตึงเครียดขึ้นมาทันที

ตัวอักษรสีแดงมุมขวาบนของกระดานดำที่เขียนว่า "นับถอยหลังก่อนสอบเกาเข่า 53 วัน" ดูจะทิ่มแทงตาขึ้นมาอย่างน่ากลัว

(TL: สอบเกาเข่า คือ การสอบเข้ามหาลัยของจีน)

ตามธรรมเนียมแล้ว ข้อสอบสำหรับการสอบจำลองร่วมทั้งเมือง จะถูกออกโดยคณะกรรมการชุดเดียวกับที่จะออกข้อสอบเกาเข่า

การสอบจำลองร่วม จึงมีค่าเท่ากับ 'เกาเข่ารอบซ้อมรบ'

ในระดับหนึ่ง คะแนนสอบจำลองแทบจะทำนายผลสอบจริงได้เลย

และหลังจากการสอบจำลอง ท่าทีของเหล่าอาจารย์ที่มีต่อนักเรียนก็จะเปลี่ยนไปอย่างชัดเจน

นักเรียนจะถูกแบ่งเกรด แบ่งชนชั้น

ใครคะแนนดี ก็จะได้รับการดูแลประคบประหงมเป็นพิเศษ

ส่วนใครคะแนนแย่... ก็แทบจะถูกปล่อยลอยแพตามยถากรรม

เมื่อแจ้งข่าวทั้งสองเรื่องจบ ซ่งเจินอวี่ก็เดินออกจากห้องไป

นักเรียนส่วนใหญ่ยังคงตกอยู่ในภาวะตึงเครียด มีเพียงส่วนน้อยเท่านั้นที่ยังดูผ่อนคลาย

ในกลุ่มคนส่วนน้อยนี้ บ้างก็เป็นพวกปลงตกไม่สนโลก บ้างก็เป็นพวกหัวกะทิที่ไม่หวั่นเกรงสิ่งใด... และยังมีอีกคนหนึ่งที่เป็น... 'พวกลูกรักพระเจ้า'

"สอบจำลองร่วมงั้นเหรอ... นี่มันโอกาสพลิกกระดานของฉันชัดๆ..." ดวงตาของฉู่ไป๋ฉายประกายเจิดจ้า

ตอนนี้ครูประจำชั้นคนสวยรังเกียจเขาเข้าไส้เพราะเรื่องของเหวินจิง

แต่ถ้าเขาสามารถสร้างปรากฏการณ์ในการสอบครั้งนี้ได้ เธอจะต้องหันมามองเขาใหม่อย่างแน่นอน

นอกจากนั้น มันยังจะช่วยดึงดูดความสนใจของสวี่มู่เหยียนได้อีกด้วย

และที่สำคัญที่สุด คือการปูทางสำหรับการสอบจริง

ที่ผ่านมาเขาเป็นเด็กเรียนแย่มาตลอด แต่ทุกครั้งที่มีการสอบ คะแนนเขาก็พัฒนาขึ้นเรื่อยๆ ดังนั้นการสอบจำลองครั้งนี้เขาต้องทำให้ดียิ่งขึ้นไปอีก

แบบนี้ พอถึงเวลาสอบเกาเข่าแล้วสอบติดมหาวิทยาลัยชั้นนำ จะได้ไม่ดูผิดสังเกตจนเกินไป

คนอื่นจะได้คิดแค่ว่าเขามีพัฒนาการที่ก้าวกระโดดเฉยๆ

ในขณะที่ฉู่ไป๋กำลังวางแผนในใจ คาบเรียนภาคค่ำคาบที่สองก็จบลง

เฉินจื่อสือ หนึ่งในแก๊งบ๊วยท้ายห้อง ไม่ได้สนใจเรื่องสอบจำลองแม้แต่น้อย

สิ่งที่เขาโฟกัสคือ 'เหวินจิง'

ก่อนหน้านี้ตอนที่เหวินจิงกลับเข้ามาในห้อง สีหน้าเธอผิดปกติชัดเจน เหมือนคนเพิ่งร้องไห้มา

เหวินจิงยังรู้สึกแสบตาอยู่ จึงฟุบหน้าลงกับโต๊ะ

"เหวินจิง?"

เฉินจื่อสือรวบรวมความกล้าเดินเข้าไปหาที่โต๊ะ

เมื่อได้ยินเสียงเรียก เหวินจิงก็ค่อยๆยันตัวลุกขึ้นนั่ง

เจ้าอ้วนนี่มาถามจริงๆด้วยแฮะ...

หวังฮ่าวหรานเคยบอกเธอไว้แล้วว่าเฉินจื่อสือน่าจะเข้ามาถามไถ่อาการ ดังนั้นเธอจึงไม่แปลกใจเท่าไหร่

"มะ... มีอะไรเหรอ?" เหวินจิงแกล้งถามทั้งที่รู้อยู่เต็มอก

"เมื่อกี้เธอเหมือนร้องไห้เลย มีใครรังแกเธอหรือเปล่า?"

"เปล่า ไม่มีอะไร นายมองผิดแล้ว"

"อย่ามาโกหกกันเลย ตาเธอแดงขนาดนั้น ร้องไห้มาชัดๆ บอกมาสิว่าใครรังแกเธอ ฉันจะไปจัดการมัน!"

"คือว่า..."

เหวินจิงแสร้งทำเป็นลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเล่าเรื่องเดิมที่เล่าให้สวี่มู่เหยียนฟังซ้ำให้เฉินจื่อสือฟังอีกรอบ

พอฟังจบ เฉินจื่อสือก็ระเบิดอารมณ์โกรธ พุ่งพรวดพราดออกจากห้องเรียนไปทันที

*****

จบบทที่ บทที่ 22 การสอบจำลอง

คัดลอกลิงก์แล้ว