เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

40

40


บทที่ 40

ศึกราชันหน้ากาก ของ ฮยอนอู เป็นความลับที่เปิดกว้างในหมู่แรงค์เกอร์ ไม่มีทางที่ผู้เล่นระดับสูงจะไม่รู้ หลังจากทั้งหมดแล้ว NIKE ก็ได้ติดต่อหาบุคคลสำคัญของกิลด์ใหญ่ , ผู้เล่นมืออาชีพ หรือแม้แต่สตรีมเมอร์ที่มีชื่อเสียง

“นายกับฉัน !? NIKE!?ศึกราชันหน้ากาก !?มันคืออะไร !?” คิม ซอกจอง ขยี้หูหลังจากได้ยินคำพูดของ คัง จุนอู

คัง จุนอู ค่อนข้างคุ้นเคยกับท่าทีแบบนี้ของ คิม ซอกจอง มาก่อน ดังนั้น เขาจึงเริ่มอธิบายด้วยท่าทีสบาย ๆ “มันเป็นรายการที่ อัลเลย์บอส สร้างขึ้น ดูเหมือนว่ามันกำลังเป็นหัวข้อที่ถูกพูดถึงอยู่ในตอนนี้”

“อัลเลย์บอส !?เขาจะเข้าร่วมด้วยเหรอ !?” คิม ซอกจอง แสดงท่าทีสนใจขึ้นมาเมื่อพูดถึง อัลเลย์บอส ขณะเดียวกันใบหน้าของ ฮยอนอู ก็ค่อย ๆ ปรากฏขึ้นในใจของเขา คิม ซอกจอง ต้องการคนคนนี้

‘ฉันไม่ได้เห็นเบื่อโลกของเขามานานแล้ว’

เมื่อเควสหลักลำดับที่สี่เคลียร์ไปแล้ว คิม ซอกจอง ก็หมกตัวอยู่กับการล่าในพื้นที่ใหม่ที่เพิ่งค้นพบ เขาตั้งใจที่จะเพิ่มระดับเลเวลไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะมีคนเปิดเควสหลักครั้งใหม่ หรืออีกนัยหนึ่งก็คือ ตอนนี้เขากำลังเบื่อเต็มที คำเชิญของ NIKE ในเวลานี้เป็นเหมือนกับฟ้าหลังฝน หลังจากความแห้งแล้งที่ยาวนาน คิม ซอกจอง ก็ติดอยู่กับความเบื่อหน่ายมานานเกินไป มันจะเป็นเรื่องดีอย่างมากสำหรับเขาที่จะได้พบกับ ฮยอนอู อีกครั้ง

“มันยังไม่ถูกกำหนดชัดเจน แต่เท่าที่ฉันรู้มาหากนายเต็มใจที่จะเข้าร่วมรายการนี้ นายจะได้รับไอเทม กับค่าตอบแทนตามจำนวนผู้ชม”

“ถ้างั้นฉันก็จะเข้าร่วม นายจะไปไหม !?” คิม ซอกจอง พูด

“ถ้านายไป ฉันก็ต้องไป ไม่งั้นฉันคงไม่เหมาะกับตำแหน่งรองหัวหน้ากิลด์หรอกจริงไหม !?” คัง จุนอู ตอบกลับอย่างเป็นธรรมชาติโดยพูดเป็นนัย ๆ ว่าเขาจะไปทุกที่ที่พี่ชายของเขาต้องการจะไป

“โอ้ !!ดูเหมือน คัง จุนอู ของเราจะเติบโตขึ้นแล้ว ถ้างั้นฉันจะไป”

นี่เป็นช่วงเวลาที่ คิม ซอกจอง และ คัง จุนอู ตัดสินใจที่จะเข้าร่วมศึกราชันหน้ากาก

.....

ขณะเดียวกันการสนทนาในลักษณะเดียวกันนี้ก็เกิดขึ้นภายในกิลด์ฟีนิกซ์เช่นกัน

“แครี่ เธอจะเข้าร่วมด้วยไหม !?”

“แน่นอน !!ตั้งแต่เมื่อไหร่ที่ฉันเคยได้รับโอกาสในการต่อสู้กับพวกนั้น !?ฉันไม่เคยได้ต่อสู้กับพวกเขามาก่อนในการประลองจัดอันดับ นี่คือโอกาส !!มันคือโอกาสที่ดีที่สุดสำหรับฉัน !!” แครี่ ตอบรับอย่างไม่ลังเล นี่เป็นโอกาสที่หาได้ยากอย่างแท้จริงสำหรับเธอ หากไม่ต้องห่วงเรื่องภาพลักษณ์ของหัวหน้ากิลด์ เธอคงจะกระโดดโลดเต้นด้วยความตื่นเต้นไปแล้ว

“ราเชล ฉันได้รับข้อมูลจากคนที่น่าเชื่อถือในควินซี่ ...” แครี่ พูดด้วยเสียงที่เบาลงเ “มีข่าวลือว่าจะมีการจัดงานใหญ่ขึ้นเพื่อฉลองครบรอบ 3 ปี ให้กับการเปิดตัวของอารีน่า สิ่งที่ผู้คนให้ความสนใจมากที่สุดคือก็คือรายการเกี่ยวกับการ PVP”

ราเชล พยักหน้ารับเบา ๆ คำพูดของ แครี่ ถูกต้องแล้ว ผู้เล่นมืออาชีพต่างก็มีส่วนร่วมในกิจกรรมต่าง ๆ เช่น PVP , สงครามปิดล้อม , การจู่โจม และกิจกรรมอื่น ๆ อีกมาก อย่างไรก็ตาม กิจกรรมที่ได้รับความนิยมสูงสุดคือกิจกรรม PVP ดังนั้น มันจึงให้รางวัล และค่าตอบแทนสูงตามไปด้วย

“จริงเหรอ !?เราจะรวบรวมข้อมูลสำหรับรายการนั่นเหรอ !?” ราเชล ถาม

“ใช่สิ !!มันไม่ใช่แค่ฉันอยากจะเข้าร่วมอย่างเดียวเท่านั้น ไม่ใช่ว่าเธอได้ดูวีดีโอมากมายพวกนั้นเหรอ สิ่งสำคัญที่สุดคือการได้สัมผัสประสบการณ์แบบนั้นด้วยตัวเองสักครั้ง มันเป็นสิ่งที่เธอจะไม่ได้รับต่อให้ดูวีดีโอไปมากแค่ไหนก็ตาม” แครี่ พูดอย่างตื่นเต้น

“งั้นเราสองคนจะเข้าร่วมรายการนี้ด้วยกัน” การเกลี้ยกล่อมของ แครี่ ได้ผล

“ว่าแต่ ... อัลเลย์บอส จะเข้าร่วมด้วยหรือเปล่า !?”

“ฉันไม่รู้ เขาจะเข้าร่วมด้วยเหรอ !?เลเวลต่างกันเกินไปหรือเปล่า !?”

…..

“ขอบคุณมากทุกคนที่เข้ามาชมสตรีมของผมในวันนี้ แล้วพบกันใหม่ครั้งหน้านะครับ”

หลังจากจบการต่อสู้กับ เคลียร์ , ฮยอนอู ก็ปิดสตรีมของเขาอย่างกะทันหัน มันเป็นเพราะเขาได้รับการติดต่ออย่างกะทันหัน

-พี่ชาย ถ้าว่างแล้วรบกวนติดต่อกลับมาด้วย

มันเป็นข้อความจาก เมสัน

“มีอะไรเกิดขึ้นหรือเปล่า !?” ฮยอนอู พึมพำด้วยความสงสัยก่อนจะตอบกลับข้อความ

-มีอะไรเหรอ !?

แทบจะทันทีที่ ฮยอนอู ตอบกลับไป เขาก็แทบจะได้รับคำตอบกลับมาในทันทีราวกับ เมสัน กำลังรอคำตอบจากเขาตลอดเวลา

-พี่ชาย ตอนนี้พี่พอจะมีเวลาว่างไหมครับ !?

-เกิดอะไรขึ้นเหรอ !?

-ผมเจอดันเจี้ยนลับ ผมอยากขอความช่วยเหลือจากพี่ครับ

“ดันเจี้ยนลับ !?ฉันต้องไปอยู่แล้ว !!”

ฮยอนอู ตอบรับทันทีโดยไม่ได้ถามถึงรายละเอียดอะไรเลยด้วยซ้ำ

“ว่าแต่มันเป็นดันเจี้ยนสำหรับเลเวลเท่าไหร่กัน !?”

-ดันเจี้ยนเลเวลเท่าไหร่เหรอ !?

-ผมคิดว่ามันน่าจะสูงกว่าเลเวล 100 นะครับ มันอยู่ในที่ราบเชอรัน

ที่ราบเชอรัน ...

ที่ราบเชอรันเป็นพื้นที่ล่าที่มีระดับใกล้เคียงกับทะเลทรายอาร์ตี้ อีกนัยหนึ่งก็คือมันเป็นพื้นที่ล่ามอนสเตอร์ระดับเลเวล 110

-ฉันจะไปทันที

-ครับพี่ ผมจะรอ

หลังจากตอบกลับข้อความ ฮยอนอู ก็รีบมุ่งหน้าไปยังที่ราบเชอรันที่ถูกพูดถึงทันที

.....

ในเวลานี้ NIKE Management กำลังจัดการประชุมเพื่อหารือรายละเอียดเกี่ยวกับรายการ ศึกราชันหน้ากาก ของ ฮยอนอู เพื่อเป็นการตอบแทนการพบดาวดวงใหม่อย่าง ฮยอนอู มาได้นั้น เคล ได้รับการเลื่อนตำแหน่งให้เป็นหัวหน้าแผนกวางแผน นี่คือการประชุมครั้งแรกของเขาในฐานะหัวหน้าแผนก แต่ เคล ก็สามารถนำการประชุมได้อย่างราบรื่น

“พวกเขาต่างก็เป็นผู้เล่นที่มีชื่อเสียง ดังนั้น ผมเลยคิดว่าเราน่าจะจัดรายการได้สัปดาห์ละครั้ง หรือเดือนละครั้งเป็นอย่างน้อย”

“ฉันเห็นด้วยกับการจัดรายการนี้ แต่ดูเหมือนจะวุ่นวายมากเกินไปหน่อยหากจะต้องรวบรวมผู้เล่นที่มีชื่อเสียงในทุก ๆ สัปดาห์”

“ถ้างั้นเราจะควรจัดให้มีการเข้าร่วมการถ่ายทำครั้งละกี่คนดี !?”

“สักแปดคนน่าจะกำลังดี มันจะลำบากมากเกินไปหากมีผู้เข้าร่วมมากกว่านี้ในแต่ละครั้ง”

เคล ร่วมแสดงความคิดเห็น การวางแผนรายงานถูกจัดวางมาแล้วในระดับหนึ่ง นอกจากนี้ยังมีการวางกรอบการทำงานเอาไว้อยู่ก่อนแล้ว ดังนั้น การตัดสินใจรายละเอียดต่าง ๆ จึงเป็นเรื่องที่ง่ายลงมาอย่างมาก

“เอาล่ะ งั้นตกลงว่าเราจะจัดการถ่ายทำสัปดาห์ละครั้ง และแต่ละครั้งจะกำหนดเวลาถ่ายทำไว้ที่สี่ถึงห้าชั่วโมง วันถ่ายทำเอาเป็นวันจันทร์หรือวันศุกร์ตามเวลาเกาหลี เพราะฝ่ายดำเนินรายการนี้เป็นคนเกาหลี”

“จำนวนผู้เข้าแข่งขันแปดคน ทุกคนคิดมีความคิดเห็นยังไงบ้างครับ”

“ฉันว่ามันกำลังเหมาะสมดีแล้ว”

“ฉันเห็นด้วย”

“นั่นคือจำนวนที่ยอดเยี่ยมที่สุด”

ทันใดนั้นประตูห้องประชุมก็ถูกเปิดออกอย่างกะทันหันพร้อมกับคนคนหนึ่งเดินเข้ามา เขาก็คือ เจมี่ ตัวแทน NIKE Management “เคล ฉันมีเรื่องค้าน”

“บอส !!ทำไมคุณมาที่นี่ !?” เคล ประหลาดใจกับการปรากฏตัวของ เจมี่

ตอนนี้ เจมี่ ควรจะอยู่ที่สำนักงานใหญ่แทนที่จะมาปรากฏตัวอยู่ที่นี่มากกว่า

“ฉันเพิ่งจบการประชุมผ่านวีดีโอคอนเฟอร์เรนส์กับสำนักงานใหญ่ ฉันไม่จำเป็นต้องไปที่นั่นแล้ว นอกจากนี้ฉันรู้สึกว่าฉันควรอยู่ที่นี่มากกว่า” เจมี่ พูด จากนั้นเขาก็ยกแก้วกาแฟในมือขึ้นมาจิบเล็กน้อยก่อนจะพูดอีกครั้ง “แผนการมันดูราบเรียบเกินไป ควรจะเพิ่มความน่าตื่นเต้นมากกว่านี้ขึ้นอีกหน่อย อย่างแรก ผู้แพ้จะต้องถอดหน้ากาก และเปิดเผยตัวตนของพวกเขา”

เจมี่ ยกมือขวาขึ้นพร้อมกับชูนิ้วขึ้นมา เมื่อเขาเริ่มพูดต่อเขาก็พับนิ้วลงหนึ่งนิ้ว “อย่างที่สอง ผู้เล่นทั้งแปดคนแข่งขันแบบลีค เพื่อขจัดความยุ่งยากที่จะเกิดขึ้นจากการเสมอ”

เขาพับนิ้วที่สอง

“อย่างที่สาม ผู้ชนะจะได้เป็น ราชันหน้ากาก และสามารถเข้าร่วมศึกราชันหน้ากากครั้งต่อไปได้ อย่างที่สี่ ผู้ชนะในรอบต่อไปจะได้สู้กับราชันหน้ากากในรอบที่แล้วเพื่อตัดสินว่าใครจะได้นั่งในตำแหน่งราชันหน้ากาก”

คราวนี้เขาพับนิ้วลงสองนิ้วติดต่อกัน

“เพื่อจัดการกับความน่าเบื่อ หลังจากรักษาตำแหน่งราชันหน้ากากได้ถึงห้าครั้ง คนคนนั้นจะกลายเป็นราชันที่แท้จริง ทุกคนคิดว่ามันเป็นยังไงบ้าง !?”

ในที่สุดนิ้วสุดท้ายของ เจมี่ ก็ถูกพับลง และทุกคนต่างก็รู้สึกตื่นเต้นมากยิ่งขึ้น

“สุดยอดไปเลยบอส !!”

ความคิดเห็นเป็นเอกฉันท์ ทุกคนในห้องประชุมต่างก็เห็นด้วยกับข้อเสนอของ เจมี่

‘มันจะต้องเป็นความสำเร็จครั้งใหญ่ นี่มันน่าเหลือเชื่อมาก’

.....

“มาแล้วเหรอครับพี่”

ฮยอนอู ได้มาพบกับ เมสัน อีกครั้ง ซึ่งมันดูแตกต่างไปจากครั้งแรกที่พวกเขาได้พบกันระหว่างการล่าออร์ค

“ดูเหมือนนายจะเลเวลสูงมากกว่าเดิมเยอะเลย”

ชุดเกราะทุกชิ้นที่ เมสัน สวมใส่อยู่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว อาวุธของเขาเองก็มีเอกลักษณ์เช่นกัน มันคล้ายกับว่าทั้งร่างกายของเขากำลังถูกห่อหุ้มเอาไว้ด้วยทองคำทั้งหมด

“ผมใช้เงินลงทุนไปนิดหน่อยทำให้ผมเก็บเลเวลได้มากขึ้นเยอะเลย”

“ตอนนี้นายเลเวลเท่าไหร่แล้วเหรอ !?”

“ผมเลเวล 100 แล้วครับ หลังจากล่ามอนสเตอรวันละ 12 ชั่วโมง ในที่สุดเมื่อวานนี้ผมก็ได้เปลี่ยนอาชีพครั้งที่สองแล้ว”

เมสัน มีเลเวล 100 และยังเป็นจอมเวทที่เปลี่ยนอาชีพครั้งที่สองมาแล้ว นอกจากนี้ไอเทมของเขายังค่อนข้างดีอีกด้วย เมื่อพิจารณาดูแล้ว เขาแข็งแกร่งอย่างไม่ต้องสงสัย ดังนั้น ฮยอนอู จึงอดไม่ได้ที่จะถามออกมา “ทำไมนายถึงติดต่อฉันมา !?ดันเจี้ยนลับนี่ยากขนาดนั้นเลยเหรอ !?”

จากค่าสถานะในปัจจุบันของ เมสัน เขาน่าจะมีความสามารถพอที่จะเคลียร์ดันเจี้ยนลับระดับนี้ได้ด้วยตัวเอง

“ผมไม่สามารถจัดการได้คนเดียวน่ะสิ มอนสเตอร์ในนั้นมันเร็วเกินไปน่ะครับ”

“นายร่ายสกิลไม่ทันทำให้ล่าพวกมันไม่ได้เหรอ !?”

ฮยอนอู อยากรู้มากขึ้นเรื่อย ๆ ว่ามันเป็นดันเจี้ยนลับแบบไหน

‘จะมีของดีซ่อนอยู่ในนั้นไหมนะ’

“มันมีมนุษย์หมาป่าอยู่ในนั้น น่าจะบอกว่ามันคือ ไลแคนโทรป น่าจะถูกต้องกว่า พวกมันเร็วมาก ครั้งก่อนผมก็เกือบตายไปแล้ว แต่โชคดีที่ผมหนีกลับออกมาได้ก่อน”

“ไลแคนโทรป !?มนุษย์หมาป่า !?”

ไลแคนโทรป เป็นหนึ่งในมอนสเตอร์ในอารีน่า พวกมันมีขนสีเงินปกคลุมร่างกาย มีจุดเด่นด้านความเร็ว และมีความแข็งแกร่งที่ค่อนข้างน่ากลัว มันไม่น่าแปลกใจเลยที่ เมสัน ไม่สามารถจัดการมันได้ ไม่ว่า เมสัน จะแข็งแกร่งมากแค่ไหน แต่สุดท้ายเขาก็ยังเป็นจอมเวทที่ต้องมีระยะเวลาเพียงสำหรับการร่ายสกิลในแต่ละครั้ง

“งั้นก็ไม่น่าแปลก นายคงได้ตายจริง ๆ แน่ถ้าไม่สามารถจัดการพวกมันได้ในการโจมตีครั้งเดียว แต่ไม่ต้องกังวลไป เพราะตอนนี้พี่ชายคนนี้อยู่ที่นี่แล้ว” ฮยอนอู พูดอย่างมั่นใจ การจัดการกับมอนสเตอร์ประเภทนี้เป็นเรื่องง่ายสำหรับเขา เพราะถึงแม้ว่ามันจะมีความเร็วสูง และมีพลังโจมตีที่ค่อนข้างรุนแรง แต่พวกมันมีพลังชีวิตในระดับต่ำ

“ไปลุยกันเถอะ”

.....

[คุณได้เข้าสู่เส้นทางแห่งวิหาร ]

ฮยอนอู เข้าไปในดันเจี้ยนลับ และอย่างแรกที่เขาทำก็คืออัญเชิญ ทังอี ออกมา สกิลบัพของ ทังอี ยอดเยี่ยมที่สุด อีกทั้งเขายังมีสกิลโจมตีด้วยสายฟ้า มันจะเป็นการผสมผสานที่ยอดเยี่ยมหากเขาร่วมมือกับ เมสัน

“นี่คือ ทังอี สัตว์เลี้ยงของฉัน”

“สัตว์เลี้ยง !?” เมสัน มองไปยัง ทังอี ด้วยแววตาแปลก ๆ ราวกับเด็กกำลังมองของเล่นชิ้นโปรด

“เจ้ามนุษย์ เจ้ากำลังมองอะไรอยู่ !?นี่เป็นครั้งแรกที่เจ้าได้เห็นหมีที่หล่อเหลาอย่างข้าเหรอ !?” สุดท้ายแล้ว ทังอี ก็ยังเป็น ทังอี ที่มีปากไว้เลี้ยงสุนัข

โป๊กกก !!!

“จัดการน้ำเสียงของนายให้ดีซะ”

ทังอี ยกอุ้งเท้าขึ้นลูบศีรษะของตัวเองหลังจากถูก ฮยอนอู เคาะศีรษะ จากนั้นเขาเหยียบเข่าของ เมสัน ที่คุกเข่าอยู่ข้างหนึ่งเพื่อกระโดดขึ้นไปบนไหล่ของ ฮยอนอู “ครั้งนี้เราจะไปล่าตัวอะไรกันเหรอนายท่าน !?”

[คุณได้รับบัพ จิตวิญญาณแห่งหมี ]

[ความแข็งแรงเพิ่มขึ้น ]

[ความอึดเพิ่มขึ้น ]

[คุณได้รับบัพ คำอวยพรแห่งป่า ]

[พลังป้องกันเพิ่มขึ้น ]

[อัตราการฟื้นฟูเพิ่มขึ้น ]

ทังอี ใช้สกิลบัพให้กับ ฮยอนอู โดยไม่รู้ตัว ตอนนี้เขาเป็นเหมือนกับหุ่นยนต์ที่จะใช้สกิลบัพให้กับ ฮยอนอู ทันที แม้ว่า ฮยอนอู จะยังไม่ได้สั่งเขาก็ตาม ขณะเดียวกัน เมสัน ก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกอิจฉาเล็กน้อย

“พี่ชาย ผมจะไปหาสัตว์เลี้ยงบ้าง หลังจากกลับไปที่เมือง”

“นายอยากได้ภาระเพิ่มเหรอ !?”

“ภาระ !?ไอ้เจ้านาย !!” ทังอี ประท้วงพร้อมกับเหวี่ยงอุ้งเท้านุ่มนิ่มของตัวเองไปที่ศีรษะของ ฮยอนอู

“ยังไงผมก็ยังอยากได้ล่ะนะ” เมสัน ตัดสินใจว่าเขาจะต้องสุ่มหาสัตว์เลี้ยงสักตัวจากไข่สุ่มสัตว์เลี้ยง เมื่อได้เห็นความเข้ากันได้อย่างดีระหว่าง ฮยอนอู และ ทังอี

ทันใดนั้น บางอย่างก็ทำลายความครื้นเครงระหว่างมนุษย์สองคนกับตุ๊กตาหมีหนึ่งตัวอย่างกะทันหัน มันคือมอนสเตอร์ที่มีรูปร่างคล้ายกับมนุษย์ มีขนสีเงินปกคลุมทั่วร่าง ไม่ต้องสงสัยเลยว่ามันคือ ไลแคนโทรป และมันไม่ได้ปรากฏตัวขึ้นมาเพียงลำพัง

‘พี่ มันมาแล้ว !!” เมสัน ยังจำได้อย่างชัดเจนว่าครั้งก่อนเขาต้องหนีออกไปอย่างน่าสมเพชมากแค่ไหน

“อืม ฉันเห็นแล้ว”

ในทางกลับกัน ฮยอนอู กลับรู้สึกผ่อนคลาย ไลแคนโทรปไม่มีทางเร็วไปกว่า เลอบรอน และไม่มีทางแข็งแรงไปกว่า ดาแคน สำหรับเขาแล้วไลแคนโทรปก็เป็นได้เพียงแหล่งค่าประสบการณ์ชั้นดีเท่านั้น

[ปรมาจารย์การต่อสู้ทำงาน ]

[ค่าสถานะของคุณเพิ่มขึ้น ]

[ค่า จิตวิญญาณต่อสู้ ทำให้ค่าสถานะของคุณเพิ่มขึ้น ]

[คู่ต่อสู้แข็งแกร่งกว่าคุณ ]

[จะมีการเพิ่มค่าสถานะเพิ่มเติม ]

ข้อความเหล่านี้เด้งขึ้นเป็นสัญญาณเริ่มการต่อสู้ เวลาเดียวกัน ฮยอนอู ก็พุ่งเข้าหาไลแครโทรปอย่างไม่ลังเล

จบบทที่ 40

คัดลอกลิงก์แล้ว