- หน้าแรก
- ระบบผู้พิทักษ์ขุนเขา
- ตอนที่ 397: แมลงกินกระดูกรุ่นสอง เก็บเกี่ยวครั้งใหญ่!
ตอนที่ 397: แมลงกินกระดูกรุ่นสอง เก็บเกี่ยวครั้งใหญ่!
ตอนที่ 397: แมลงกินกระดูกรุ่นสอง เก็บเกี่ยวครั้งใหญ่!
ถึงแมลงกินกระดูกจะชอบแทะกระดูกมาก แต่กระดูกหยกของระดับขอบเขตวาสนา แทะแล้วก็ยังเปลืองฟันอยู่ดี
ข้างในนี้เหม็นเกินไปจริง เฉินหยางไม่ได้รอพวกมัน ขอออกไปสูดอากาศข้างนอกก่อนแล้วกัน
"ฟู่ว!"
ในป่า เฉินหยางสูดลมหายใจเข้าปอดลึกลึกอย่างสดชื่น
ไม่เข้าใจจริง โลกนี้ทำไมต้องมีประสาทรับกลิ่นเหม็นอยู่ด้วยนะ?
กลิ่นนั้นเหมือนซึมลึกเข้าไปในกระดูก ผ่านไปตั้งนาน พอนึกถึง ยังรู้สึกคลื่นไส้อยู่เลย
เขารออยู่หน้าถ้ำครึ่งชั่วโมง
หลังจากเก็บกระบี่อ่อนกลับมา ซากราชาหนูทั้งห้าตัว รวมถึงซากหนูภูเขาระดับ B และ C พวกนั้น ถูกเขาเก็บรวบรวมไว้ในคลังระบบทั้งหมด
ถ้าปล่อยให้พวกมันเน่าเปื่อยตามธรรมชาติบนเขา ไม่แน่ว่าอาจจะก่อให้เกิดโรคระบาดอะไรขึ้นมาก็ได้
ตีนเขายังมีหมู่บ้านอยู่ จะไปทำร้ายชาวบ้านไม่ได้
ใช้ของให้เกิดประโยชน์สูงสุด ซากหนูพวกนี้ เอามาใช้เพาะเลี้ยงแมลงกินกระดูกดีที่สุดแล้ว
ช่วงที่ผ่านมา จากการสังเกตของเฉินหยาง แมลงกินกระดูกทั้งยี่สิบแปดตัว ภายใต้การเพาะเลี้ยงด้วยกระดูกเสือของเขา นอกจากตัวหนึ่งที่ขึ้นระดับ A ไปแล้ว ในบรรดายี่สิบเจ็ดตัวที่เหลือ มีสิบหกตัวที่มีวี่แววว่าจะทะลวงขึ้นระดับ A ในไม่ช้า
อีกทั้ง ในยี่สิบแปดตัวนี้มีตัวเมียอยู่สิบแปดตัว ช่วงนี้กำลังผสมพันธุ์กับตัวผู้ เชื่อว่าอีกไม่นาน แมลงกินกระดูกรุ่นที่สองก็จะฟักตัวออกมา ประชากรจะขยายขนาดขึ้นอย่างรวดเร็ว
ถึงเวลานั้น อาหารที่ต้องการย่อมมีปริมาณมหาศาล หนูภูเขาพวกนี้แหละคืออาหารชั้นเลิศ
ส่วนพิษในตัวหนูภูเขาพวกนี้ แมลงกินกระดูกก็ใช่ว่าจะกลัว
ต่อให้มีผลกระทบ มีคางคกทัวร์มาลีนอยู่ ก็ช่วยถอนพิษให้พวกมันได้
เจ้าตัวเล็กพวกนี้ ไม่ว่าจะลุยเดี่ยวหรืออยู่เป็นฝูง พลังโจมตีล้วนร้ายกาจยิ่งนัก แถมยังเลี้ยงง่าย แค่ให้อาหารพวกมันกินจนอิ่มก็พอ
ความเร็วในการย่อยและดูดซึมของพวกมันเร็วมาก ความอยากอาหารก็มหาศาล แทบจะกินได้ตลอดเวลา ขอแค่กินเยอะพอ ได้รับพลังงานจากเลือดเนื้อเพียงพอ พวกมันก็สามารถเลื่อนระดับได้อย่างรวดเร็ว
พรสวรรค์แบบนี้ แข็งแกร่งกว่าฝูงหนูภูเขานี่ตั้งเยอะ
เขาเริ่มตั้งตารอแล้วสิว่าถ้าเพาะเลี้ยงแมลงกินกระดูกได้เป็นร้อยเป็นพันเป็นหมื่นเป็นแสน ภาพที่เห็นจะเป็นยังไง
ถ้าเลี้ยงให้ได้ระดับขอบเขตวาสนาออกมาสักสองสามตัว ไม่ไร้เทียมทานไปเลยเหรอ?
……
…
หลังจากเก็บซากหนูภูเขาที่เก็บได้จนหมด เฉินหยางเด็ดใบพิมเสนป่ามาขยี้ ยัดใส่จมูก แล้วจึงเดินกลับเข้าไปในถ้ำอีกครั้ง
ซากกระดูกของจักรพรรดิหนูภูเขาถูกแทะกินจนสะอาดเกลี้ยงเกลา
เฉินหยางชูไข่มุกราตรีขึ้น ภาพที่เห็น ทำให้เขาดีใจจนแทบคลั่ง
จุดสีดำเล็กทีละจุดกำลังบินว่อนอยู่ท่ามกลางซากหนูที่เกลื่อนกลาด ราวกับฝูงแมลงวัน เกาะอยู่บนซากหนูภูเขาเหล่านั้น กัดแทะอย่างบ้าคลั่ง
แมลงกินกระดูก
แมลงกินกระดูกระดับ F
ถึงกับมีตัวเมียระดับ B ห้าตัว ที่วางไข่เสร็จเรียบร้อยแล้ว
เมื่อสัมผัสได้ถึงคนแปลกหน้าเข้าใกล้ แมลงตัวน้อยพวกนี้ก็ตื่นตัว พากันบินมาหาเฉินหยาง
แต่ไม่นาน ตัวแม่ก็ปล่อยฟีโรโมนเฉพาะตัวบางอย่างออกมา แมลงตัวน้อยพวกนี้ก็กลับมาเป็นระเบียบเรียบร้อยทันที พากันบินกลับไปเกาะบนซากหนู ดื่มด่ำกับมื้อใหญ่ของพวกมันต่อ
ดุขนาดนี้เลยเหรอ กล้าแว้งกัดเจ้านายด้วย?
เฉินหยางรีบใช้วิชาควบคุมแมลงพิษ ควบคุมแมลงตัวน้อยพวกนี้ไว้ทั้งหมดทันที
เขาคำนวณจำนวนดู แมลงระดับ B ห้าตัววางไข่เสร็จ ให้กำเนิดแมลงกินกระดูกรุ่นที่สองทั้งหมด 83 ตัว
จำนวนไม่ถือว่าเยอะมาก แต่นี่เป็นการวางไข่ครั้งแรกของฝูงแมลงกินกระดูกฝูงนี้ มีครั้งแรกก็ต้องมีครั้งที่สอง การขยายประชากรเป็นไปได้อย่างแน่นอน
ขอแค่ให้อาหารพวกมันเพียงพอ มีราชินีแมลงระดับสูงกว่าคอยควบคุม พวกมันก็จะไม่ฆ่ากันเอง ไม่ช้าก็เร็ว ต้องเลี้ยงพวกมันให้ถึงหลักพันหลักหมื่นตัวได้แน่
อย่าเห็นว่าแมลงรุ่นสองพวกนี้ตัวเล็ก ความเร็วในการกินของพวกมันน่ากลัวจริง เลือดเนื้อตั้งมากมาย ไม่รู้ว่าพวกมันเอาไปเก็บไว้ที่ไหน ซากหนูที่ใหญ่กว่าพวกมันหลายร้อยเท่า ใช้เวลาไม่นาน ก็ถูกพวกมันกลืนกินและย่อยสลายจนหมด
เมื่อย่อยและดูดซึมพลังงานจากเลือดเนื้อ ร่างกายของพวกมันก็เติบโตอย่างรวดเร็ว
เหมือนกับวันที่เฉินหยางเจอแมลงกินกระดูกครั้งแรก ขนาดตัว ระดับพลังของพวกมัน แทบจะเห็นการพัฒนาด้วยตาเปล่า
ใช้เวลาไม่นาน แมลงระดับ F ก็มีไม่น้อยที่กำลังลอกคราบเข้าสู่ระดับ E
กระบวนการนี้ รวดเร็วอย่างน่าเหลือเชื่อ
ในบรรดาแมลงกินกระดูกรุ่นแรกยี่สิบแปดตัวนั้น นอกจากตัวเมียห้าตัวที่เพิ่งวางไข่เสร็จยังคงกินอยู่ เพื่อเร่งชดเชยพลังงานที่สูญเสียไปจากการวางไข่อย่างบ้าคลั่ง และแมลงระดับ A ตัวนั้นที่ยังคงสวาปามอย่างเอร็ดอร่อย แมลงอีกยี่สิบสองตัวที่เหลือ หยุดกินกันหมดแล้ว
พวกมันหมอบอยู่ตรงมุมห้อง นิ่งสนิท ราวกับหลับไปแล้ว
นี่คือกินอิ่มแล้ว กำลังจะทะลวงขึ้นระดับ A แล้ว
ไม่นาน ตัวเมียห้าตัวนั้นก็หยุดกิน หมอบลงนิ่งสนิทเช่นกัน
รอยยิ้มปรากฏขึ้นบนใบหน้าเฉินหยางโดยไม่รู้ตัว
ไอ้พวกเดรัจฉานพวกนี้ เล่นกินจักรพรรดิหนูเข้าไปทั้งตัว แถมยังไม่เหลือแม้แต่ลูกแก้ววิญญาณไว้ให้เฉินหยางเลย บวกกับเลือดเนื้อหนูภูเขาธรรมดาอีกตั้งมากมาย ถ้าแบบนี้ยังทะลวงระดับ A ไม่ได้ ก็ไม่มีเหตุผลแล้ว
แมลงกินกระดูกยี่สิบเจ็ดตัวนี้ ถ้าทะลวงระดับ A ได้หมด ภาพที่จะเกิดขึ้น จะน่าตื่นตาตื่นใจขนาดไหนกัน?
เก็บแมลงทั้งยี่สิบเจ็ดตัวนี้ ใส่ลงในถุงเก็บแมลง ตามประสบการณ์ที่ผ่านมา แมลงกินกระดูกทะลวงระดับ A ใช้เวลาไม่นานนัก
ส่วนแมลงตัวอื่น เฉินหยางไม่ได้สนใจ ปล่อยให้พวกมันกินกันให้หนำใจ
เขาเดินไปใกล้ผนังถ้ำ เปิดระบบเรดาร์ตรวจสอบ สแกนไปบนผนังถ้ำ
บนผนังถ้ำมีรูพรุนอยู่ไม่น้อย บางรูเป็นรังที่หนูภูเขาทำไว้ บางรูก็เป็นทางเดิน
ทีแรกเฉินหยางคิดว่าทางเดินเล็กใหญ่พวกนี้ ทะลุออกสู่ภายนอก แต่พอดูให้ดี ทางเดินพวกนี้เหมือนอุโมงค์เหมืองมากกว่า
อุโมงค์เหมืองที่ฝูงหนูขุดขึ้นมาโดยเฉพาะ
ตามที่จักรพรรดิหนูตัวนั้นบอก มันร่วมมือกับยอดฝีมือขอบเขตวาสนาของวัดเป้ากั๋วที่ชื่อสวีจิ้นซงอะไรนั่น อีกฝ่ายกำลังหลอกใช้พวกมันขุดสายแร่หยกอัคคีที่นี่
แถมยังขุดมาตั้งยี่สิบกว่าปีแล้วด้วย
สายแร่นี้ ไม่รู้ว่าถูกขุดไปมากแค่ไหนแล้ว
เรดาร์สามารถตรวจจับได้ว่า ในภูเขารอบข้าง มีแร่หยกอัคคีกระจัดกระจายอยู่จริง
แค่ไม่ได้เยอะอย่างที่เขาคิดไว้ แถมยังกระจายตัวค่อนข้างห่าง
เฉินหยางเดินมาหยุดที่ข้างช้างเหล็กยักษ์ตัวนั้น
บนตัวช้างเหล็กเต็มไปด้วยคราบเลือดและโคลนเลอะเทอะ แต่กลับไม่มีสนิมเกาะเลยสักนิด
ความสูงน่าจะราวสามสี่เมตร ใหญ่โตราวกับช้างจริง
เฉินหยางเอื้อมมือไปลูบที่ขาช้างเหล็ก
หนาวเหน็บถึงกระดูก
สัมผัสเย็นเฉียบแล่นปราดเข้ามา ทำเอาเขายังอดไม่ได้ที่จะสะท้านด้วยความหนาว
เหล็กเย็น?
เหล็กเย็นมันคือเหล็กอะไรล่ะ?
ต่างจากเหล็กกล้ายังไง?
เฉินหยางไม่ค่อยเข้าใจนัก แต่ของสิ่งนี้ ต้องหายากมากแน่แน่
จักรพรรดิหนูบอกว่า การฝึกฝนบนช้างเหล็กตัวนี้ จะช่วยให้จิตใจสงบ ได้ผลลัพธ์เป็นทวีคูณ แถมยังช่วยดูดซับพิษไฟได้ด้วย
สาเหตุที่พวกมันขโมยของสิ่งนี้มา ก็เพราะเหตุผลนี้เอง
เฉินหยางนึกสนุกขึ้นมา กอดขาช้างข้างหนึ่ง ออกแรงฮึด หวังจะยกมันขึ้น
แต่ว่า หน้าดำหน้าแดง เส้นเลือดดำบนหน้าผากปูดโปนแทบปริแตก ช้างเหล็กกลับไม่ขยับเขยื้อนเลยแม้แต่น้อย
เฉินหยางอดตกใจไม่ได้ ก้อนเหล็กก้อนนี้ มันจะหนักสักแค่ไหนกันเชียว?
ด้วยสมรรถภาพร่างกาย 3132 แต้มของเขาในตอนนี้ ตามทฤษฎีแล้ว น้ำหนักสามพันชั่ง เขาสามารถชูเหนือหัวได้นานหนึ่งนาที ยกของหนักห้าพันชั่งก็ไม่ใช่เรื่องยากนัก ต่อให้ของหนักเป็นหมื่นชั่งวางอยู่ตรงนี้ ภายใต้พลังระเบิดของเขา ก็ไม่มีทางที่จะไม่ขยับเลย
เขาคว้าขาช้างเหล็กหมับ กะจะเก็บเข้าคลังระบบ
"เก็บ!"
แต่ว่า วินาทีถัดมา ช้างเหล็กยังคงตั้งตระหง่านอยู่ที่เดิม
เฉินหยางชะงักไปครู่หนึ่ง รีบลองดูอีกหลายครั้ง
ช้างเหล็กก็ยังไม่ขยับ
สีหน้าเขาเปลี่ยนไป สถานการณ์อะไรเนี่ย คลังระบบเต็ม? หรือว่าระบบรวน?
สถานการณ์แบบนี้ เขาไม่เคยเจอมาก่อน
รีบสอบถามระบบทันที
คำตอบที่ได้คือ: "หยิบขึ้น วางลงได้"
ไม่ใช่ว่าของอะไรก็เก็บเข้าคลังระบบได้ตามใจชอบ เว้นเสียแต่ว่าจะเป็นของที่เขาสามารถยกขึ้นได้
น้ำหนักของช้างเหล็กตัวนี้ เกินขีดจำกัดพลังของเฉินหยางไปแล้ว ดังนั้น จึงไม่สามารถเก็บเข้าคลังระบบได้ นี่เป็นเรื่องที่เห็นได้ชัดเจนอยู่แล้ว
เฉินหยางถึงกับชะงักไป
ก่อนหน้านี้ไม่เคยเจอสถานการณ์แบบนี้ นึกไม่ถึงว่าคลังระบบจะมีกฎเกณฑ์แบบนี้ด้วย
ปวดหัวเลย
แต่ว่า ลองคิดดูมันก็สมเหตุสมผลดี
ระบบคงกลัวเขาเก็บโลกทั้งใบเข้าไปล่ะมั้ง
แต่ว่า ช้างเหล็กตัวนี้ จะเอากลับไปยังไงล่ะ?
ทิ้งไว้ที่นี่ก็น่าเสียดายแย่
เฉินหยางลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก็ปล่อยฝูงพังพอนออกมาทันที
ขุดหลุม!
ขุดหลุมใต้ช้างเหล็ก ขุดหลุมใหญ่และลึก ฝังมันลงไปในดินเลย
ข้างบนเอาขี้หนูภูเขามากลบไว้ ให้ดูภายนอกไม่ออก
รอให้วันหน้าตัวเองมีปัญญา ค่อยมาขุดแล้วกัน
ตอนนี้วัดช้างเหล็กก็ไม่มีแล้ว ของสิ่งนี้จึงกลายเป็นของไม่มีเจ้าของ ใครเจอคนนั้นก็ได้ไป
จะเอาของสิ่งนี้ไปมอบให้สมาคมผู้พิทักษ์ขุนเขางั้นเหรอ?
เฉินหยางไม่ได้มีความคิดสูงส่งขนาดนั้นหรอกนะ แม้แต่เรื่องสายแร่นี้ เขาก็ไม่คิดจะแพร่งพรายออกไป
ส่วนสวีจิ้นซงที่จักรพรรดิหนูพูดถึง ช่างหัวมันสิ เกี่ยวอะไรกับฉันล่ะ
"ติ๊ง ครั้งนี้ล่าสัตว์ป่าระดับ A [ราชาหนูภูเขา] *5 ได้รับรางวัล [ยาเม็ดเทวะน้อย] *5 ค่าประสบการณ์ +5000 แต้ม ไอเทมถูกเก็บเข้าคลังระบบแล้ว สามารถเรียกใช้ได้ทุกเมื่อ!"
……
…
"ไอเทม: ยาเม็ดเทวะน้อย"
"คำอธิบาย: หลังจากรับประทาน สามารถเพิ่มขีดจำกัดพลังจิตได้ 100 แต้ม!"
……
…
"ติ๊ง ครั้งนี้ล่าสัตว์ป่าระดับ S [จักรพรรดิหนูภูเขา] *1 ได้รับรางวัล [ยาเม็ดกระดูกหยก] *1 ค่าประสบการณ์ +10000 แต้ม ไอเทมถูกเก็บเข้าคลังระบบแล้ว สามารถเรียกใช้ได้ทุกเมื่อ!"
……
…
"ไอเทม: ยาเม็ดกระดูกหยก"
"คำอธิบาย: มีส่วนผสมของพลังงานวาสนาอยู่เล็กน้อย หลังจากใช้งาน สามารถขัดเกลากระดูกหนึ่งชิ้นให้กลายเป็นหยกได้"
……
…
เปิดหน้าต่างระบบดู มีข้อความแจ้งเตือนไม่น้อยเลยทีเดียว
ค่าประสบการณ์พุ่งขึ้นไปถึง 465208 แต้มแล้ว
ของรางวัลกองพะเนิน เฉินหยางแทบจะฟินจนตัวลอย
"จี๊ด จี๊ด..."
ฝูงพังพอนส่งเสียงร้องแหลม
เฉินหยางนึกว่าพวกมันเป็นอะไรไป ที่ไหนได้ เห็นพังพอนสองสามตัวโอบหินแร่กองหนึ่งออกมาจากโพรงบนผนังถ้ำ
หินสีแดงฉานที่มีลักษณะเป็นหยก แร่หยกอัคคี
พวกมันเดินมาหาเฉินหยางเหมือนจะเอาหน้า
เฉินหยางเดินเข้าไป ส่งระบบเรดาร์เข้าไปตรวจสอบ โพรงบนผนังถ้ำ มีแร่หยกอัคคีวางอยู่เต็มไปหมด ทั้งก้อนเล็กก้อนใหญ่ อย่างน้อยก็น่าจะมีเป็นร้อยก้อน
ดูท่าทาง ที่นี่จะเป็นโกดังของฝูงหนูภูเขาสินะ
เฉินหยางยิ้มกริ่ม ของฟรีแบบนี้ แน่นอนว่าต้องเก็บให้เรียบ
จัดการเก็บเข้าคลังระบบทั้งหมดทันที
เขาสำรวจถ้ำนี้จนทั่ว เก็บมาได้ทั้งหมดราวสองร้อยกว่าชั่ง พลังงานธาตุไฟที่อัดแน่นอยู่ข้างใน เข้มข้นผิดปกติ ทำเอาเฉินหยางดีใจจนเนื้อเต้น
งานนี้ ไม่เสียเที่ยวจริง
อีกด้านหนึ่ง แมลงกินกระดูกรุ่นที่สองทั้ง 83 ตัว เลื่อนระดับเป็นระดับ E ทั้งหมดแล้ว ความเร็วในการกินก็เร็วขึ้นตามไปด้วย
ไอ้พวกสัตว์ร้ายพวกนี้ ความเร็วในการเติบโตน่ากลัวชะมัด
อยู่ที่นี่มานานพอสมควรแล้ว เฉินหยางไม่กล้ารั้งอยู่ต่อ รีบเก็บแมลงกินกระดูกและฝูงพังพอนกลับมา แล้วเก็บซากหนูภูเขาที่เหลืออยู่ ถอนตัวออกไปอย่างรวดเร็ว!
สายแร่นี้ขุดยากเอาเรื่องอยู่ ยิ่งไปพัวพันกับคนของวัดเป้ากั๋วด้วยแล้ว การจะจัดการอะไรก็ต้องระมัดระวังให้มากยิ่งขึ้น
……
…
——
——
หนึ่งชั่วโมงต่อมา เฉินหยางขับรถพาหวงช่าน ออกจากหมู่บ้านหงสือ
ในขณะเดียวกัน รถเก๋งคันหนึ่งขับลัดเลาะขึ้นเขา มาถึงอ่างเก็บน้ำเขาซื่อผาน
ชายชราผมสีดอกเลาเดินลงมาจากรถ
ชายชราสวมหน้ากากอนามัย มองไม่เห็นหน้าตา แต่ดวงตาคู่ที่โผล่พ้นออกมา กลับดูแข็งแรงกระฉับกระเฉงผิดปกติ
คนผู้นี้ อากาศหนาวจัดขนาดนี้ แต่กลับใส่แค่เสื้อตัวเดียวสีดำ นักตกปลาแถวอ่างเก็บน้ำต่างพากันเหลียวมองด้วยความสงสัย
ชายชราไม่สนใจสายตาใคร เขาเงยหน้ามองไปทางยอดเขาแวบหนึ่ง
จากนั้นก็รีบเดินขึ้นไปตามทางเดินบนเขาทันที
ตาแก่ขายของชำริมอ่างเก็บน้ำ เพิ่งจะอ้าปากอยากจะพูดอะไรสักหน่อย คนก็เดินหายวับไปแล้ว
เป็นคนที่แปลกจริง!
……
…
ครึ่งชั่วโมงต่อมา
บนยอดเขาช้างเหล็ก นอกถ้ำหนูภูเขา ชายชรามมองดูรอยเลือดแดงฉานที่สาดกระเซ็นเต็มพื้น คิ้วขมวดเข้าหากันเล็กน้อย
เขาดึงหน้ากากอนามัยลง
เผยให้เห็นใบหน้าที่ดูธรรมดาทั่วไป ไม่ได้หล่อ แต่ก็ไม่ได้น่าเกลียด ดูอายุราวห้าสิบกว่ากว่า ยังไม่ถึงหกสิบ
จากนั้นปลดปล่อยพลังจิต สำรวจรอบบริเวณรอบหนึ่ง ใบหน้าของชายชราก็เต็มไปด้วยความเคร่งเครียด
เขาหยิบมีดสั้นสีเงินวาววับออกมาจากแขนเสื้อ เดินระแวดระวังเข้าไปในถ้ำ
กลิ่นคาวเลือด กลิ่นเหม็นสาบ...
ไม่อยากจะนึกเลยว่า ที่นี่เกิดอะไรขึ้นบ้าง
รอบข้างยังพอเห็นซากหนูตายกระจัดกระจายอยู่หนึ่งหรือสองตัว รังหนูภูเขาอันกว้างใหญ่ ว่างเปล่าไปแล้ว ไม่มีแม้แต่ตัวเดียวที่รอดชีวิต
ในส่วนลึกของรังหนู ชายชราไม่สนใจกลิ่นเหม็นในอากาศเลยแม้แต่น้อย ภาพที่เห็นตรงหน้า แทบจะพลิกความเชื่อของเขาไป
ฝูงหนูฝูงใหญ่ขนาดนี้ หายไปเองเลยเหรอ?
นับตั้งแต่ได้รับข้อความขอความช่วยเหลือจากจักรพรรดิหนู เขาก็รีบมาให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ ถึงจะเสียเวลาไปบ้าง แต่ก็แค่อย่างมากสองสามชั่วโมง
สองสามชั่วโมง ฝูงหนูภูเขาถูกกวาดล้างจนหมดสิ้น?
รวมถึงจักรพรรดิหนูระดับขอบเขตวาสนาหนึ่งตัว ราชาหนูระดับขอบเขตวิญญาณห้าตัว แล้วก็หนูภูเขาอีกนับหมื่นตัว
ตกลงว่าเป็นใครกันแน่ที่มีพลังอำนาจมากมายขนาดนี้?
สีหน้าของชายชราเปลี่ยนไปเปลี่ยนมา
เขาถึงกับสงสัยว่า หรือจักรพรรดิหนูจะจัดฉาก พาฝูงหนูหนีไปแล้ว!
แต่ว่า รอยเลือดที่เกลื่อนกลาดเต็มพื้นนี่ หลอกกันไม่ได้หรอก
ไม่ใช่แค่บนพื้นดิน แม้แต่น้ำในลำธารข้างนอกก็ยังถูกย้อมจนเป็นสีแดง ฝูงหนูต้องเจอกับการสูญเสียครั้งใหญ่หลวงอย่างแน่นอน
เขาลองติดต่อกับจักรพรรดิหนูทางจิต แต่กลับไม่ได้รับการตอบกลับแต่อย่างใด
จักรพรรดิหนู เกรงว่าคงตายไปแล้ว!
กำจัดฝูงหนูภูเขาได้ในเวลาอันสั้นขนาดนี้ แถมยังเก็บกวาดที่เกิดเหตุได้สะอาดหมดจด ขนาดช้างเหล็กก็ยังถูกยกไปแล้ว
นี่ไม่ใช่สิ่งที่คนคนเดียวจะทำได้แน่นอน ต้องมีการจัดตั้งและวางแผนมาเป็นอย่างดี
หรือว่า ทางวัดจะระแคะระคายอะไรเข้าแล้ว?
เป็นฝีมือของทางวัดเหรอ?
ชายชราใจหายวาบ เขาเหมือนจะนึกอะไรขึ้นมาได้ สีหน้าเปลี่ยนไปทันที รีบหันหลังเดินออกจากถ้ำไปอย่างรวดเร็วที่สุด
เมื่อเช้าตรู่วันนี้ ทางสมาคมเจาะจงเรียกผู้บำเพ็ญเพียรระดับขอบเขตวาสนาและขอบเขตวิญญาณในวัดมาประชุมรวมกันเพื่อต้อนรับผู้เชี่ยวชาญจากทีมสำรวจ
เขาปลีกตัวออกมากลางคัน
ถ้าฝูงหนูภูเขาพวกนี้ถูกสมาคมร่วมมือกับวัดเป้ากั๋วกำจัด ทำไมเขาถึงไม่ระแคะระคายเลย
ถ้าอย่างนั้น ก็มีแค่ความเป็นไปได้เดียว ทางสมาคมเริ่มสงสัยในตัวเขาแล้ว ปฏิบัติการครั้งนี้จงใจปิดบังเขา ไม่แน่ว่า การประชุมวันนี้ ก็อาจจะเป็นการจัดฉากเพื่อถ่วงเวลาเขาไว้ด้วยซ้ำ
และการที่เขาปลีกตัวออกมากลางคัน เกรงว่าคง...
……
…
——
——
เรื่องราวที่เกิดขึ้นบนเขา เฉินหยางไม่รู้เรื่องเลยแม้แต่น้อย
การเดินทางมาเขาซื่อผานครั้งนี้ ได้ผลตอบแทนคุ้มค่ามาก ไม่เพียงแต่เจอสายแร่หยกอัคคี ยังได้รางวัลจากระบบเป็นกอบเป็นกำ แถมยังฟักแมลงกินกระดูกรุ่นที่สองออกมาได้อีก
ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด แมลงกินกระดูกระดับ B ที่เหลืออีก 27 ตัว คงใช้เวลาอีกไม่กี่วันก็ขึ้นสู่ระดับ A ได้
เรื่องน่าเสียดายเพียงเรื่องเดียวคือแมลงกินกระดูกระดับ A ตัวนั้น ยังไม่มีทีท่าว่าจะทะลวงขึ้นระดับ S เลย
ตอนอยู่บนเขาซื่อผาน แมลงกินกระดูกระดับ A ตัวนี้ก็กินไปไม่น้อย แต่เห็นได้ชัดว่ายังไม่ถึงขีดจำกัดของมัน
ช่วงบ่าย กลับมาถึงเจียผีโกว
เซวียข่ายฉีโอนเงินมาให้เขาแล้ว
500 ล้าน!
บวกกับ 100 ล้านที่มีอยู่เดิม ในบัญชีของเฉินหยางก็มีเงินทุนถึง 600 ล้านแล้ว
พูดตามตรง ก็ไม่ค่อยรู้สึกอะไรเท่าไหร่หรอก
เงินก้อนนี้มันได้มาง่ายเกินไป จนทำให้เขารู้สึกผิดนิดหน่อย
ตกเย็น เซวียข่ายฉีก็โทรมาหาเขาอีกครั้ง บอกเรื่องหนึ่งกับเขา
เมื่อคืน ทางฝั่งตระกูลติงเกิดเรื่องใหญ่ขึ้น
ถ้าจะพูดให้ถูกคือพวกคนญี่ปุ่นนั่นแหละที่ก่อเรื่องวุ่นวาย
ฮาเซกาวะ จิโร่ ฝึกสำเร็จก็คิดจะฆ่าอาจารย์ เมื่อคืนกลางดึก ได้ต่อสู้กับ คิตาฮาระ ฮิโรกิ อย่างดุเดือด
แต่น่าเสียดาย ที่สุดแล้วก็พ่ายแพ้ไป
หลังจากทั้งสองต่อสู้กันนานหลายชั่วโมง ในช่วงรุ่งสาง เขาก็ถูก คิตาฮาระ ฮิโรกิ สังหารที่ชานเมืองทางใต้ของเมืองก้ง
รายละเอียดลึกซึ้งกว่านี้ เซวียข่ายฉีก็ไม่ค่อยแน่ใจแล้ว เอาเป็นว่า เรื่องนี้กลายเป็นเรื่องใหญ่ไปแล้ว!
ต้องเป็นเพราะเคล็ดวิชาปลอมที่เฉินหยางให้ไปก่อเรื่องแน่
……
…
ในลานบ้าน
ใต้ต้นปี่แปะ หลังจากฟังรายงานจากเซวียข่ายฉีจบ เฉินหยางก็เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย
ไอ้พวกคนญี่ปุ่นพวกนี้ ดันมาตีกันเองก่อนซะงั้น นี่เป็นสิ่งที่เขาคาดไม่ถึงจริง
หมายความว่า คิตาฮาระ ฮิโรกิ คนนี้ เป็นคนที่ระมัดระวังตัวมากจริง ให้ลูกศิษย์ลองฝึกเคล็ดวิชาก่อน ผลคือลูกศิษย์ฝีมือพุ่งพรวด เลยกะจะฆ่าอาจารย์ซะเลย แต่น่าเสียดายที่โดนสวนกลับจนตาย
คิตาฮาระ ฮิโรกิ คนนี้ เป็นคู่ต่อสู้ที่รับมือยากจริง
แค่ไม่รู้ว่า เขาจะจับได้หรือเปล่าว่าเคล็ดวิชามีปัญหา
น่าจะยังไม่รู้ตัวหรอกมั้ง?
วิชาเผาผลาญโลหิต จะผลาญอายุขัย มีกี่คนกันที่จะสัมผัสได้ถึงอายุขัยที่ลดลง?
เฉินหยางชักจะไม่ค่อยวางใจ ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก็เลยโทรหาหวังเยวี่ยนเฉา
สถานการณ์ทางฝั่งตระกูลติง สมาคมมีเครือข่ายคอยติดตามอยู่ตลอด น่าจะรู้เรื่องราวความเป็นไปอย่างชัดเจน
คราวนี้ หวังเยวี่ยนเฉารับสายเร็วมาก เสียงรอสายดังแค่สองครั้งก็รับแล้ว
เฉินหยางเข้าประเด็นทันที ไม่พูดพร่ำทำเพลง ไม่อ้อมค้อม ถามถึงสถานการณ์ที่เมืองก้งเมื่อคืนนี้
ข้อมูลที่หวังเยวี่ยนเฉาให้มา ก็คล้ายคลึงกับของเซวียข่ายฉี
ฮาเซกาวะ จิโร่ พยายามฆ่าอาจารย์แต่ล้มเหลวจนถูกฆ่าตาย คิตาฮาระ ฮิโรกิ เองก็ดูเหมือนจะได้รับบาดเจ็บ พวกเขาซื้อตั๋วเครื่องบินเที่ยวคืนนี้แล้ว ตอนนี้อยู่ที่สนามบินเมืองสู่ตู ดูท่าทางเตรียมตัวจะกลับประเทศ
ทางฝั่งตระกูลติง เห็นได้ชัดว่าก็เล็งเคล็ดวิชานี้อยู่เหมือนกัน คงไม่ยอมปล่อยให้พวกเขาเอาเคล็ดวิชากลับไปง่ายแน่ แต่ตระกูลติงในตอนนี้ ไม่มีกำลังพอจะไปต่อกรด้วยแล้ว ดังนั้น พวกเขาน่าจะแจ้งทางเขาชิงเสินไปเรียบร้อย
ทางฝั่งเขาชิงเสิน ก็เริ่มมีความเคลื่อนไหว
เฉินหยางฟังจบ สีหน้าก็แฝงความนัยที่ลึกซึ้ง
รีบร้อนจะหนีกลับประเทศแบบนี้ ก็แปลว่า คิตาฮาระ ฮิโรกิ เชื่ออย่างสนิทใจแล้วสินะว่าเคล็ดวิชานี้เป็นของจริง
ถ้าเขาพบความผิดปกติของเคล็ดวิชา ตามปกติแล้ว ก็น่าจะไปหาเซวียข่ายฉีเพื่อสืบหาที่มาของเคล็ดวิชา แล้วค่อยตามหา [สุดยอดวิชาสามบุปผารวมยอด] ของจริงต่อไป
แต่การที่เขาหนีกลับแบบนี้ ก็มีคำอธิบายเดียว นั่นคือเขาคิดว่าหาเคล็ดวิชาเจอแล้ว กลัวจะเกิดเรื่องยุ่งยากแทรกซ้อนขึ้นมาอีก